เ้าหน้าที่ศาลาว่าการยืนควบคุมสถานการณ์ที่ป้ายประกาศผลสอบอยู่สองนาย นักเรียนที่เข้าร่วมการสอบในครั้งนี้ต่างก็ลุ้นกับผลการสอบของตัวเอง แต่ละคนจึงพยายามที่จะเบียดตัวเองให้เข้าไปใกล้ป้ายประกาศนั้นให้มากที่สุด
เ้าหน้าที่คุมสอบและเ้าหน้าที่ประจำศาลาว่าการเป็คนเดียวกับเมื่อวานที่เข้ามาเป็พยานระหว่างการท้าพนันระหว่างโจวหยวนเฉิงและเจียววั่ง เ้าหน้าที่ทั้งสองคนกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เจอกับกลุ่มของโจวหยวนเฉิงยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับกลุ่มของเจียววั่งที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งด้วยท่าทางหวาดหวั่นไม่มั่นใจ
“อันดับหนึ่งเยี่ยเต๋อ อันดับสองโจวหลี่เฉียง อันดับสามหวงป๋อฉือ อันดับสี่โจวหยวนเฉิง อันดับที่สิบสองจ้าวตงจื่อ อันดับที่ยี่สิบหม่าซู เจียววั่งไม่พบรายชื่อ”
เ้าหน้าที่ประจำศาลาว่าการะโประกาศผลสอบให้ทุกคนได้ยิน นักเรียนคนอื่นได้แต่ทำท่าสงสัยว่าเหตุใดเ้าหน้าที่ท่านนี้จึงประกาศรายชื่อเฉพาะบางคน แต่กลุ่มของโจวหยวนเฉิงนั้นรู้ดี
เจียววั่งเมื่อได้ยินเสียงประกาศก็แทบเป็ลม เขาพยายามก้มตัวเพื่อที่จะหลบออกไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่ให้ใครเห็น
“คุณชายเจียวกำลังจะหลบไปไหนหรือขอรับ คุณชายของพวกเราให้มาเชิญท่านไปพบ” องครักษ์ประจำจวนท่านแม่ทัพาุโยืนขวางเจียววั่งไว้อย่างรู้งาน
“หลบ หลบอะไร ข้าแค่ยืนนานก็เลยรู้สึกเมื่อย จึงอยากจะหาที่นั่งพักเท่านั้น” เจียววั่งรีบบอก
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญคุณชายเจียวกับคุณชายหม่าไปพบคุณชายของพวกเราตอนนี้เลยขอรับ” องครักษ์ยังพูดคำเดิม ทั้งยังใช้สายตามองเจียววั่งและหม่าซูอย่างเยือกเย็น
“ไปก็ไปสิ ไม่เห็นต้องทำท่าทางจริงจังอย่างนั้นเลย” เจียววั่งเดินนำหม่าซูไป
“เอ่อ...อาวั่ง ข้านึกได้ว่าข้ายังมีธุระที่ต้องทำน่ะ ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน” หม่าซูทำท่าจะเดินละไป
“อาซู เ้าคิดที่จะทิ้งข้าไปอย่างนั้นหรือ” เจียววั่งถามอย่างไม่พอใจ
“เื่นี้ไม่เห็นจะมีอะไรเกี่ยวกับข้าสักหน่อย เป็เ้าที่ไปท้าพนันกับพวกเขาเอง แต่เ้ายังลากข้าให้ไปเดือดร้อนกับเ้าด้วย อีกอย่างเ้าบอกว่าเงินสามพันตำลึงก็เป็เงินที่เ้าต้องหามาจ่ายเอง ในเมื่อเื่นี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้าแล้ว ข้าจะอยู่ที่นี่ไปเพื่ออะไร บอกตามตรง ข้าไม่อยากเดือดร้อนไปกับเ้าด้วย” หม่าซูตอบกลับอย่างไม่พอใจเช่นกัน
“หม่าซูถ้าเ้าหันหลังเดินกลับไป ต่อจากนี้เ้าก็จะไม่ใช่เพื่อนของข้าอีก ความช่วยเหลือทุกอย่างข้าก็จะไม่ให้อีกแล้ว แม้แต่ค่าเล่าเรียน ข้าก็จะไม่ออกให้เ้าอีก เ้าคิดดูให้ดี เ้าไม่อยากเรียนหนังสือต่ออีกแล้วหรือ” เจียววั่งยกเื่เงินขึ้นมาขู่
หม่าซูมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ที่เขายังได้เรียนอยู่ที่สำนักศึกษาอันดับหนึ่งของเมืองก็เป็เพราะได้รับการสนับสนุนจากนายท่านเจียว เพราะนายท่านเจียวอยากให้เขาคอยติดตามและช่วยเหลือให้เจียววั่งให้เข้าเรียนจนจบหลักสูตร เพื่อที่จะได้ไม่น้อยหน้าคุณชายบ้านอื่น ครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งที่ผ่านมา เจียววั่งยังสอบไม่ผ่าน แต่ตัวเขาสอบผ่านแล้ว หากเขายังติดตามเจียววั่งต่อไป เขาก็จะไม่ได้เลื่อนชั้น ถ้าเช่นนั้นเขาต้องเรียนซ้ำชั้นร่วมกับเจียววั่ง
“เจียววั่ง ที่ผ่านมาเ้าเห็นข้าเป็เพื่อนเ้าด้วยหรือ ผิดแล้วล่ะ เ้าเห็นข้าเป็แค่ผู้ติดตามของเ้าเท่านั้น ครั้งนี้เ้าสอบไม่ผ่าน แต่ข้าสอบผ่าน เ้ายังคิดว่าข้ายังจะเลื่อนชั้นไปเรียนในระดับที่สูงกว่าเ้าได้อีกหรือ บิดาเ้าคงจะไม่ยินยอมกระมัง ในเมื่อวันนี้เ้าให้ทางเลือกแก่ข้า เช่นนั้นเราก็สิ้นสุดมิตรภาพกันเพียงเท่านี้เถอะ ข้าขอตัวก่อน” หม่าซูพูดจบก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจเจียววั่งอีก
“คุณชายเจียว ท่านอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย รีบขึ้นรถม้าไปกับพวกเราสักที” โจวหยวนเฉิงเปิดม่านรถม้าขึ้น
“ข้ามีรถม้าขอข้าเอง” เจียววั่งกัดฟันตอบ
“พวกเ้าดูแลคุณชายเจียวให้ดี” จ้าวตงจื่อสั่งองครักษ์
สำนักคุ้มภัยสกุลเจียวตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองทั้งยังตั้งอยู่บนถนนการค้าที่ทำเลดีที่สุดของเมืองฝั่งเหนือ เมื่อมีรถม้าหลายคันมาจอดที่หน้าสำนักคุ้มภัยสกุลเจียว จึงดึงดูดความสนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ไม่น้อย
คนเฝ้าประตูะโถามอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นรถม้ามาจอดกีดขวางทางเข้าออก
“พวกเ้าจะจอดรถม้าที่นี่ไม่ได้ รีบเคลื่อนรถม้าของพวกเ้าออกไปเดี๋ยวนี้”
โจวหยวนเฉิงลงจากรถม้ามาเป็คนแรก “พวกเรามีธุระกับนายท่านเจียวชิง รบกวนพี่ชายไปเรียนนายท่านให้ข้าทีว่า โจวหยวนเฉิงขอเข้าพบ”
เมื่อเห็นท่าทางของโจวหยวนเฉิงไม่ได้มาหาเื่ คนเฝ้าประตูจึงรีบเข้าไปแจ้งนายท่านเจียวชิงตามที่โจวหยวนเฉิงบอก
“โจวหยวนเฉิงหรือ พวกมันมาหาข้าทำไม หรือมีใครในบ้านไปก่อเื่อะไรไว้อีก ไม่พบ ข้าไม่พบมันเด็ดขาด คราวที่แล้วก็ไม่ใช่เพราะไปมีเื่กับเ้าเด็กเ้าเล่ห์คนนั้นหรือที่ทำให้ข้าต้องเสียเงินไปตั้งสองพันตำลึง” เจียวชิงหันไปสั่งคนเฝ้าประตู “เ้าไปบอกพวกเขาว่าข้าไม่ว่าง วันนี้ไม่ต้อนรับแขกที่ไหนทั้งสิ้น”
คนเฝ้าประตูรีบวิ่งออกไปรายงานคำสั่งเ้านายอีกรอบ แต่คราวนี้โจวหยวนเฉิงกับพวกได้ยืนอยู่หน้าประตูเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว
“พี่น้องทุกท่าน พวกท่านคงรู้แล้วว่าวันนี้มีการประกาศผลสอบระดับตำบล เมื่อวานข้ากับคุณชายเจียววั่งได้ถกกันเื่ความสามารถในการเรียนเล็กน้อย เป็คุณชายเจียววั่งที่เสนอว่าจะทดสอบความสามารถในการเรียนกับข้า โดยเงื่อนไขคือหากข้าสอบได้ลำดับที่ต่ำกว่าเขา ข้าจะต้องคุกเข่าคำนับเขาอยู่ที่หน้าประตู แต่หากข้าสอบได้ลำดับที่ดีกว่า คุณชายเจียววั่งจะมอบเงินให้ข้าสามพันตำลึง”
สิ้นเสียงของโจวหยวนเฉิง ทั่วทั้งบริเวณต่างก็ได้ยินแต่เสียงสูดลมหายใจ สามพันตำลึงเป็เงินมากมายเท่าใดกัน พ่อบ้านชราของสำนักคุ้มภัยที่ยืนแอบดูเหตุการณ์อยู่ที่ประตูด้านใน เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็เข่าแทบทรุด พ่อบ้านชรากึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปแจ้งนายท่านเจียวชิงอย่างรีบร้อน
“เ้าว่าอะไรนะ! สามพันตำลึง ใครใช้ให้เ้าเด็กคนนั้นไปท้าพนัน ข้าไม่จ่าย จะลากตัวเขาออกไปโบยที่ศาลาว่าการข้าก็ไม่สน แต่ข้าไม่จ่ายเงินสามพันตำลึงนี้แน่นอน” เจียวชิงพูดอย่างโมโห
“ท่านพี่ใจเย็นๆ ก่อนสิเ้าคะ” ฮูหยินเจียวเดินไปลูบแขนสามีเบาๆ ก่อนที่จะหันไปพูดกับพ่อบ้าน “แล้วเ้าได้ยินหรือไม่ว่าผลการสอบเป็อย่างไร แล้วคุณชายใหญ่ล่ะ เขาอยู่ที่ไหน”
“เรียนฮูหยิน คุณชายใหญ่ก็ยืนอยู่ที่หน้าสำนักเช่นกันขอรับ แต่เอ่อ...ข้าก็ยังไม่ได้ยินว่าใครเป็ผู้ชนะหรือผู้แพ้ เพียงแต่ข้าใก็เลยรีบเข้ามารายงานนายท่านก่อน” พ่อบ้านตอบ
“ท่านพี่เ้าคะ เราออกไปดูข้างนอกสักหน่อยเถอะเ้าค่ะ โจวหยวนเฉิงเป็เพียงแค่เด็กเกเรที่เรียนอยู่ที่สำนักศึกษาลำดับที่สองของเมืองเท่านั้น เขาจะสู้ลูกของเราที่เรียนอยู่สำนักศึกษาลำดับที่หนึ่งของเมืองได้อย่างไร อีกอย่างเ้าใหญ่ก็เข้าเรียนก่อนเ้าหนูโจวนั่นตั้งหลายปี ข้าว่า ถ้าเ้าใหญ่ไม่มั่นใจ เขาคงไม่กล้าไปท้าพนันหรอกเ้าค่ะ” เจียวฮูหยินยังเข้าข้างลูกชายไม่หยุด
เจียวชิงเริ่มคล้อยตามความเห็นของภรรยาทันที เจียววั่งเข้าศึกษาที่สำนักศึกษาที่ดีที่สุดของเมืองมาหลายปี อีกทั้งยังมีเพื่อนสนิทอย่างหม่าซูที่คอยอยู่เป็เพื่อนทบทวนตำรา อีกอย่างใบรายงานผลการเรียนของเจียววั่งก็อยู่ในลำดับที่ดีที่สุดของชั้นเรียนมาโดยตลอด แต่เจียวชิงไม่รู้เลยว่าใบรายงานผลการเรียนนั้น เจียววั่งได้ไปจ้างให้คนทำปลอมขึ้นมาให้บิดาของเขาได้ดูต่างหาก
“ตกลง พวกเราออกไปดูพวกเขาสักหน่อยเถอะ ไม่แน่ว่าเื่ขายหน้าเมื่อคราวก่อนจะได้รับการชำระเสียที ข้าจะให้เ้าเด็กบ้านโจวนั่นคุกเข่านานๆ จนเข่าของเขาใช้การไม่ได้อีกเลย” เจียวชิงเดินนำออกไปอย่างมั่นใจ
“ดีเ้าค่ะ ท่านต้องให้โจวหยวนเฉิงคุกเข่าขอโทษเ้ารองกับลูกสาวของเราด้วยนะเ้าคะ” ฮูหยินเจียวพูดเสริม
“พวกเ้ามีธุระอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ” เจียวชิงถาม
“นายท่านเจียวออกมาได้สักทีนะขอรับ วันนี้ข้ามาทวงสัญญาที่คุณชายเจียววั่งได้ให้ไว้ ไม่ทราบว่าคนของท่านได้เล่าให้ท่านฟังแล้วหรือไม่ขอรับ” โจวหยวนเฉิงถามกลับ
“เ้าก็รีบคุกเข่าเสียเถอะ ถ้าข้าเดาไม่ผิด ที่เ้าต้องมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของข้า ก็เพราะเ้าแพ้พนันล่ะสิ”
“ครั้งนี้มีคนแพ้จริงๆ ขอรับ แต่ไม่ใช่ข้า เป็ลูกชายของท่านต่างหาก ที่วันนี้ข้ามายืนอยู่ตรงนี้ เพราะข้ามารับเงินสามพันตำลึงอย่างไรล่ะขอรับ”
“เ้าว่าอะไรนะ! มารับเงินสามพันตำลึง หมายความว่า...” เจียวชิงหันไปมองหน้าลูกชายทันที
“ท่...ท่านพ่อขอรับ” เจียววั่งได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าตอบ
ท่าทางแบบนั้นมีหรือที่นายท่านเจียวชิงจะไม่เข้าใจ แต่เงินตั้งสามพันตำลึง ไม่...ให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่ยอมจ่าย
“มันเป็แค่คำพูดของเด็กอย่างพวกเ้าที่พูดมาเองฝ่ายเดียว เ้าอย่าคิดที่จะมาหลอกข้าเสียให้ยากเลย”
“ท่าน้าหลักฐานหรือขอรับ” โจวหยวนเฉิงแสร้งถามอย่างใ
“ใช่น่ะสิ เงินตั้งสามพันตำลึง หากไม่มีพยานและหลักฐานมายืนยัน เ้าก็อย่าหวังว่าข้าจะเชื่อเ้าเลย” เจียวชิงเห็นท่าทางใของโจวหยวนเฉิงก็ใจชื้นขึ้น
“พยานหลักฐานที่ว่าอยู่ที่พวกข้าเอง”
เ้าหน้าที่ประจำศาลาว่าการและผู้คุมสอบลงจากรถม้า พร้อมยื่นหนังสือสัญญาการท้าพนันโดยโจวหยวนเฉิงและเจียววั่งได้ลงลายมือรับรองไว้ในสัญญาอย่างเรียบร้อย
“ตอนนี้หลักฐานก็อยู่ในมือท่านแล้ว ส่วนพยานก็คือพวกข้าทั้งสองคน” เ้าหน้าที่ประจำศาลาว่าการบอก
“คุณชายโจวสอบได้อันดับที่สี่ ส่วนคุณชายเจียวสอบไม่ผ่าน” ผู้คุมสอบพูดเสริม
เื่นี้มีทั้งพยานและหลักฐาน พยานที่ว่าก็เป็ถึงเ้าหน้าที่ประจำศาลาว่าการ อีกทั้งผู้คุมสอบยังเป็ข้าราชการระดับสูงประจำเมืองอีก เจียวชิงจึงยอมนำเงินสามพันตำลึงมามอบให้กับโจวหยวนเฉิงอย่างไม่อาจเลี่ยง
“เชิญพวกเ้ากลับไปเถอะ ข้าไม่ส่ง” เจียวชิงเ็ปจนแทบกระอักเื สายตาของเขาไม่อาจละจากตั๋วแลกเงินสามพันตำลึงนั้นไปได้เลย
“นายท่านเจียวขอรับ ข้าขอทำความเข้าใจกับท่านอีกครั้ง หากในอนาคตท่านไม่ควบคุมบุตรของท่านให้ดี แล้วยังปล่อยให้เขามาก่อกวนพวกข้าอีก ครั้งหน้าจำนวนเงินที่ต้องชดใช้จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งละหนึ่งพันตำลึง คราวที่แล้วสองพันตำลึง คราวนี้สามพันตำลึง คราวหน้าจะเป็สี่พันตำลึง จะเพิ่มขึ้นไปอย่างนี้เรื่อยๆ ถ้าท่านสามารถหามาจ่ายไหว พวกข้าก็ไม่เหนื่อยที่จะมารับเงินนะขอรับ” โจวหยวนเฉิงบอกชัด
เหตุการณ์หลังจากนั้นเจียววั่งถูกบิดาโบยจนเนื้อปริ ใครก็ห้ามไม่อยู่ ฮูหยินเจียวทนไม่ไหวจึงเอาตัวเข้าไปขวางไว้ไม่ให้เจียวชิงลงมือกับลูกชายได้อีก เจียววั่งหวาดกลัวบิดามากกว่าเดิมอีกหลายเท่าเจียวชิงกำชับทุกคนในบ้านไม่ให้ไปหาเื่กับคนของสกุลโจวอีก หรือแม้แต่คนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับสกุลโจวก็ห้ามไปข้องเกี่ยวเด็ดขาด หากใครไม่เชื่อฟังก็จะถูกโบยจนตายแม้แต่ลูกเมียก็ไม่เว้น