บทที่ 42
ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆเสียงเคาะประตูดังติดกันอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดภามก็ต้องยอมลุกลงจากเตียง เพื่อเดินไปเปิดประตู และเมื่อเปิดประตูก็ได้พบกับอามินและแอนเน่ที่ยืนตัวตรง ยิ้มยิงฟันขาวอยู่หน้าประตูห้อง “อะไรกัน วันนี้ข้าให้พวกเจ้าหยุดพักได้มิใช่รึ เหตุใดจึงตื่นกันแต่เช้าเชียว” ภามเอ่ยถาม พร้อมกับเอามือปิดหาวต่ออีกสองสามครั้ง“อาหารเช้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ” แอนเน่ยิ้ม กล่าวเสียงร่าเริงอย่างอารมณ์ดี“วันนี้สายๆ พวกเราจะไปเล่นน้ำตกกันขอรับ ท่านพ่อกับท่านแม่ ให้พวกข้ามาชวนท่านไปด้วย” อามินตอบ พยายามเก็บน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ แต่ก็ปิดไว้ไม่มิด“ได้สิ เดี๋ยวข้าตามไป” ภามจากเด็กๆ วิ่งกระโดดโลดเต้นกันกลัวไปทางห้องครัว ภามก็เดินไปเข้าห้องน้ำ จัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยจึงตามไปทานอาหารเช้า ภามมองอาหารมื้อเช้าตรงหน้า เป็นเนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดย่าง รอบจานประดับด้วยผลไม้ย่างดูสวยงามเหมือนทุกครั้ง แต่ต่อให้ชอบเนื้อชนิดนี้มากแค่ไหน การกินติดๆ กันมาหลายวัน แถมทำแต่ย่าง ไม่ก็ต้มซุปเช่นนี้ ก็อดจะทำให้เบื่อขึ้นมาขึ้นมาไม่ได้ เขามองพลางคิดว่า รอบหน้าเข้าเมืองอาจจะไปหาซื้อเครื่องปรุงรสมาเพิ่มสักหน่อยดีกว่า เผื่อจะได้มีไว้ทำเมนูแปลกใหม่เพิ่มบ้าง “ข้ากินเสร็จแล้ว ข้าจะไปเตรียมชุดไปเล่นน้ำตกนะเจ้าคะ” แอนเน่พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น หลังจากจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว“ข้าก็จะไปช่วยแอนเน่เองขอรับ” อามินที่กินเสร็จตามมาติดๆ กล่าว พร้อมกับรีบก้าวตามแอนเน่ไป ภามมองเด็กๆ ที่กำลังตื่นเต้นดีใจที่จะได้ไปเที่ยวเล่น วิ่งพากันเข้าไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้อง ยิ้มๆ ก่อนจะก้มลงกินอาหารตรงหน้าของเขาต่อ หลังจากผ่านมื้อเช้า ทุกคนพัก และแยกย้ายกันเตรียมของใช้ต่างๆ สำหรับไปนั่งเล่นกันริมน้ำตก แม้น้ำตกอยู่ไม่ไกลนัก เดินเลียบลำธารไปเรื่อยๆ เข้าเขตตัวป่าฝั่งซ้ายทางด้านหลังบ้านไปไม่ไกล แต่เด็กๆ ต่างรบเร้า ขอพาเจ้าดำกับเจ้าขาวไป ภามที่เห็นว่าวันนี้ทุกคนต่างอารมณ์ดี จึงไม่อยากขัดใจ ยอมอนุญาตให้พาเจ้าดำ เจ้าขาวไปด้วยในที่สุด ทั้งหมด 5 คน กับม้า 2 ตัว เดินเลียบลำธารไปเรื่อยๆ อามินนั่งอยู่บนหลังเจ้าดำ โดยมีอลันช่วยจูงม้าให้เดินนำอยู่ด้านหน้า แอนเน่นั่งอยู่หลังเจ้าขาว โดยมีเมมี่ช่วยจูงม้าให้เช่นกัน เด็กทั้งสองบนหลังม้า กำลังร้องเพลงที่ภามไม่เคยได้ยิน ทำนองเพลงสนุกสาน เนื้อเพลงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวป่า ซึ่งเข้ากับบรรยากาศยามนี้ได้พอดี ภามเดินตามไปหลังสุดอย่างช้าๆ มองภามตรงหน้าอย่างผ่อนคลาย ถุงผ้าที่พาดหลังทั้งสองข้างของเจ้าดำ และเจ้าขาว ถูกใส่อุปกรณ์จำเป็นติดมามากมาย ทั้งผ้าปูรองนั่ง เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเล่นน้ำตก ผลไม้ไว้ย่างกินเผื่อยามหิว น้ำดื่ม รวมไปถึงดินสอ กระดาษที่ภามตั้งใจนำติดมาไว้ใช้วาดรูปเล่น เช้าวันนี้ท้องฟ้าอจ่มใส อากาศเย็นสบาย แสงแดดไม่แรง เหมือนเป็นใจให้การมาเที่ยวพักผ่อนครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น พวกเขาใช้เวลาเดินเพียงไม่นานก็เริ่มได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้รอบด้านเริ่มมีจำนวนมากขึ้น แผ่ร่มเงาลงมา เมื่อรวมกับระอองน้ำจากน้ำตก ทำให้บริเวณรอบๆ นี้อากาศเย็นลงอีกเล็กน้อย ทั้งทีที่น้ำตกปรากฏในสายตา เด็กๆ ก็รีบตะเกียดตะกายลงจากม้า วิ่งตรงเข้าหาน้ำตก ก่อนจะกระโดดลงไปในธารน้ำล่างน้ำตกทันที อลันกับเมมี่พยายามหากิ่งไม้มาตอกลงบนพื้นดิน เพื่อให้เกี่ยวเข้ากับสายจูงม้า แต่ภามกลับบอกว่าไม่จำเป็น เจ้าดำและเจ้าขาวดูฉลาดมาก คงไปวิ่งหายไปในป่า ดังนั้นพวกเขานึงปล่อยให้พวกมันเดินเล่นตามบริเวณรอบๆ ได้ตามสบาย ผู้ใหญ่สามคนช่วยกันนำผ้าออกมาปูนั่งข้างลำธาร เมมี่นั่งมองเด็กๆ เล่นน้ำไปพลาง ปอกเปลือกผลไม้ไปพลาง ส่วนอลันเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ป่า เดินเก็บกิ่งไม้แห้งมาเตรียมไว้ก่อกองไฟ ส่วนภาม หยิบกระดาษกับดินสอที่เตรียมไว้ ออกมานั่งวาดรูปเล่น ภามวาดภาพน้ำตกตรงหน้า น้ำตกลงมาจากยอดผาสูง ลงสู่ธารน้ำเบื้องล่างที่เป็นแอ่งคล้ายบ่อขนาดใหญ่ น้ำใสจนมองเห็นพื้นดินทราย และกรวดหินเบื้องล่าง มีปลาตัวเล็กๆ ว่ายไปมาอย่างไม่กลัวคน ว่ายวนรอบตัวอามินและแอนเน่ที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนาน ริมธารล่างน้ำตกมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่หลายต้น ที่แผ่กิ่งก้านใบกางไปปกคลุมให้ร่มเงาใต้น้ำตก “โอ้!! ท่านภามชอบวาดภาพหรือขอรับ เหมือนมากเลย” เสียงอลันดังขึ้นจากด้านหลัง“ก็ชอบนะ ถือเป็นงานอดิเรกที่ดี” ภามตอบ โดยที่ไม่ได้หันกลับไปมอง สายตายังคงมองภาพเบื้องหน้า มือยังคงขยับวาดสิ่งที่สายตามองเห็นลงไปในกระดาษ“แอนเน่ก็ชอบวาดรูปขอรับ เคยวาดรูปพวกเราสี่คน พ่อแม่ลูกไว้ด้วย” อลันเล่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความชื่นชมในตัวลูกสาว“แต่ข้ากลับวาดรูปคนไม่เก่ง ส่วนมากที่วาดจะเป็นรูปธรรมชาติทั้งนั้น อ๊ะ เสร็จแล้ว ดูสิ” ภามกล่าว พร้อมกับหันกลับไปยื่นกระดาษให้อลันดู อลันมองภาพในมือ เป็นภาพบรรยากาศน้ำตกตรงหน้า ถูกถ่ายถอดลงไปในกระดาษได้เหมือนจริงไม่มีผิดเพี้ยน แต่ภามคงจะไม่ถนัดวาดรูปคนจริงๆ ในภาพ เด็กสองคนที่กำลังเล่นน้ำตก จึงเป็นเพียงภาพคนหันหลังสองคนกำลังวักน้ำสาดใส่กันไปมา เมมี่ที่ปอกผลไม้ และนำของในถุงผ้าบนหลังม้าออกมาวางเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้ามาร่วมวงชื่นชมภาพวาดที่ภามเพิ่งวาดเสร็จด้วยกัน เมมี่กล่าวชมภาพตรงหน้าจากใจจริง กรี๊ดดดด!!!อยู่ๆ เสียงกรีดร้องแหลมเล็กของแอนเน่ก็ดังขึ้น ในขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งสามคนกำลังก้มหน้าชื่นชมภาพในกระดาษ ทั้งสามหันกลับไปมองที่น้ำตกเป็นสายตาเดียว พบแอนเน่ที่ลอยคำอยู่กลางลำธาร ชี้มือไปทางบริเวณใต้น้ำตก ทุกคนมองอย่าง งงๆ ว่าแอนเน่ต้องการจะสื่ออะไร แต่อลันกับเมมี่ก็รีบวิ่งไปข้างลำธาร เรียกให้แอนเน่กลับขึ้นมาบนฝั่งก่อน ภามมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กวาดตามองรอบๆ ก่อนจะเอ่ยถาม“อามินอยู่ไหน!!”