บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่63 เซียนถัง

     

    "หมายเลขเก้า เจ้าทำหน้าที่ของตนเองได้ดีขนาดนี้ ข้าจะกล้าทำโทษเจ้าได้อย่างไร ไม่ต้องรอถึงหนึ่งวัน ก็ได้เรื่องซะแล้ว"

     

    เซียวเย่เดินเข้ามา พร้อมกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี

     

    "ไม่เลยๆ นายท่าน..ข้าทำหน้าที่ของตนเองได้ไม่ดีเท่าไหร่….ข้าไม่สามารถที่จะยับยั้งความอยากรู้ของตนเอง ทำให้แผนการณ์ของนายท่านต้องถูกเปิดเผย แล้วแบบนี้จะให้เรียกว่าทำหน้าที่ได้ดีได้อย่างไร ข้าน้อยละอายใจเยี่ยงนัก…เอ่อ…จะดีไม่น้อยถ้านายท่านจะลงโทษข้าให้หนักๆ"

     

    หมายเลขเก้า กล่าวออกมาอย่างคาดหวัง ก่อนที่จะรีบวิ่งไปเอาแส้ที่แขวนเอาไว้บนกำแพงด้วยความรีบร้อน รีบวิ่งกลับมาหาเซียวเย่พร้อมยื่นให้… คนอื่นๆเมื่อเห็นการกระทำของหมายเลขเก้า ก็ถึงกลับหน้าเปลี่ยนสี ส่ายหน้าออกมาตามๆกัน..

     

    “.……”

     

    "…เอ่อ..อ-แฮ่ม! ข้าคิดว่าเราควรที่จะคุยเรื่องแบบนี้กันในครั้งหน้านะ" 

     

    เซียวเย่แกล้งไอกล่าวปัดออกมา ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาหลงซานจี่ กล่าวออกมาอีกครั้ง

     

    "ในห้องของเจ้า มีอะไรน่าสนใจอยู่กันนะ…."

     

    ด้วยเคล็ดวิชามารจิต มันช่างเป็นเรื่องยากยิ่งนัก ที่จะมีอะไรเล็ดลอดสายตาของเซียวเย่ไปได้ หลงซานจี่เงยหน้าขึ้นมองเซียวเย่ โดยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง…

     

    “…ข้า….เป็นเหมือนหนูในกรงของเจ้า….มาตั้งแต่แรกแล้วงั้นหรือ….”

     

    "อืมมม…..เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ? ทำเรื่องชั่วช้ามาตั้งหลายปี พอมาเจอคนที่ชั่วช้ายิ่งกว่า…ก็เลยทำใจยอมรับไม่ได้งั้นหรือ?'

     

    เซียวเย่เสแสร้งทำท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนที่กล่าวออกไปด้วยใบหน้าที่คล้ายว่ากำลังดูถูก 

     

    "งั้นหรือ…เป็นอย่างนี้เองสินะ… ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…."

     

    ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!….

     

    หลงซานจี่ตะโกนหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาทุกๆคนที่อยู่โดยรอบ ถึงกับต้องพร้อมใจกันหันมามอง เซียวเย่เพ่งมองอดทนรอดูการกระทำของหลงซานจี่อยู่อย่างนั้น…เงียบๆ…ไม่ได้ทำอะไร 

     

    "ที่แกทำมาทั้งหมดนี้ เพราะอยากรู้ถึง….การคงอยู่ของคนพวกนั้นอย่างงั้นหรือ…"

     

    หลงซานจี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนพอใจ ยอมกล่าวออกมาในที่สุด 

     

    "……"

     

    เซียวเย่เมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้น ก็ไม่ได้กล่าวตอบอะไรออกมา ทำเพียงแค่นั่งฟังอยู่เงียบๆเพียงแค่นั้น หลงซานจี่เห็นเซียวเย่นิ่งเงียบไม่ยอมกล่าวตอบ ก็กล่าวออกมาอีกครั้ง

     

    "เจ้าอยากรู้ใช่หรือไม่…เจ้าอยากรู้ว่าคนพวกนั้นเป็นใคร….เจ้าอยากรู้ว่าคนพวกนั้นอยู่ที่ไหน…ข้าสามารถบอกเจ้าได้…ไม่สิ…ข้าสามารถช่วยเจ้าได้…ตระกูลของข้า..ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในตัวเบี้ยของพวกมันก็เท่านั้น ยังมีอีกหลายตระกูลที่มีชะตากรรมไม่ต่างกันกับข้า เจ้าจะทำอย่างไร? กวาดล้างพวกมันทั้งหมด จนกว่าจะได้สิ่งที่เจ้าต้องการอย่างนั้นหรือ อย่าเลย..แบบนั้นเสียเวลาเปล่าๆ…ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างที่เจ้าอยากรู้…ขอเพียงแค่เจ้ายอมปล่อยข้าไป ไม่สิ! ให้ข้ารับใช้เจ้าเป็นอย่างไร แบบนี้ดีหรือไม่ เจ้าจะได้ทุกอย่างที่เจ้าอยากได้ ข้าก็สามารถที่จะรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้…เจ้าควรที่จะคิดถึงข้อเสนอนี้อย่างจริงจังนะ….สมาคมเซียนถัง….ไม่ใช่อะไรที่เจ้าจะต่อต้านเอาไว้ได้โดยง่าย พวกนั้นแข็งแกร่ง…แข็งแกร่งอย่างมาก ถ้าไม่ใช่เพราะคนพวกนั้น ข้าจะต้องมาก่อกรรมทำชั่วต่างๆนาๆ..เพื่ออะไรกัน? ไม่ใช้เพราะต้องรวบรวมหินปราณจำนวนมหาศาลส่งไปให้พวกนั้นหรอกหรอ?…"    

     

    “เดี๋ยวนะ…”

     

    หลงซานจี่พล่ามกล่าวออกมายืดยาวไม่รู้จบ  จนเซียวเย่ถึงกับต้องยกมือขึ้นกล่าวขัด ทำเอาหลงซานจี่ต้องหยุดพล่ามหยุดกล่าวกลางคัน 

     

    "ข้าว่า…เจ้าคงเข้าใจอะไรผิดมากไป อย่างแรก…ข้าไม่ได้สนใจว่าเจ้าทำงานให้ใคร อย่างที่สอง..ข้าไม่ได้สนใจที่จะเอาเจ้ามาเป็นพรรคพวกของข้าแต่อย่างใด อย่างที่สาม ต่อให้เจ้าไม่ได้รับใช้สมาคมบัดซบนั่น เจ้าก็ทำเรื่องชั่วๆอยู่เหมือนเดิมอยู่แล้ว อย่างที่สี่ ข้ายอมรับว่าข้าสนใจข้อมูลที่เจ้าอยากจะเล่าให้ฟังมาก…แต่ข้าก็มีวิธีของข้าเองเช่นเดียวกัน…จริงหรือไม่หมายเลขเก้า.."

     

    เซียวเย่กล่าวออกมา พร้อมกับหันไปมองหมายเลขเก้าด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย

     

    "นายท่านโปรดวางใจ…ข้าจะดูแลสหายของข้าเป็นอย่างดี…พวกเรามีอะไรก็บอกกล่าวกันทุกเรื่องอยู่แล้วขอรับ"

     

    หมายเลขเก้ารับเดินเข้ามาทำความเคารพเซียวเย่อย่างว่องไว กล่าวออกมาด้วยความเคารพ

     

    "จ-เจ้า! ที่เจ้ากระทำกับตระกูลของข้า…กระทำกับข้า…ไม่ใช่เพราะเจ้าอยากจะรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้วหรอกหรือ?"

     

    หลงซานจี่ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกสับสนไม่เข้าใจ ที่มันยอมลงทุนขนาดนี้…สองปีที่มันยอมลงทุนทุกอย่างเพื่อจัดการข้า ไม่ใช่เพราะอยากจะรู้เรื่องพวกนี้หรอกหรือ เรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่…

     

    “ไม่ใช่เลย…ข้าทำเพราะว่า พวกเจ้ามันสารเลวอย่างมากก็เท่านั้น อะไรที่มันจะเป็นภัยต่อแผ่นดินที่ข้าคิดจะปกครองในอนาคต ข้าก็ต้องจัดการมันเสียก่อนเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ข้าจะไปสนใจสมาคมไก่กาที่พวกเจ้ารับใช้อยู่ทำไมกัน ก็แค่เศษขยะที่เพิ่มเข้ามา ข้าก็แค่เก็บกวาดเพิ่มก็เท่านั้น…”

     

    เซียวกล่าวออกมาอย่างเฉยเมย เหมือนเรื่องแบบนี้ มันเป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่ต้องพบเจอก็เท่านั้น…

     

    "ปกครองแผ่นดิน? สมาคมไก่กา? ขยะงั้นหรือ? ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าเป็นเพียงเด็กที่ฉลาด แต่ดูแล้ว….เจ้าจะเป็นเด็กที่ตลกอย่างมากด้วยเช่นกันนะ ข้าเกรงว่าเจ้าจะประมาทสมาคมเซียนถังมากเกินไป คนพวกนั้นถ้าเทียบกับราชวงศ์ฉินก็เปรียบเสมือนหยินและหยาง  ความแข็งเกร่งไม่เป็นรองกัน อย่างพวกเจ้า...อย่างพวกเจ้าน่ะหรือ! จะมีน้ำยาจัดการกับคนพวกนั้น หึ! ฝันหวานมากไปหน่อยกระมัง"   

     

    หลงซานจี่หัวเราะลั่นพร้อมกล่าวออกมาด้วยถ้อยคำที่ดูถูก

     

    “.…..ช่างเถอะ เจ้าจะคิดอย่างไร มันก็เป็นเรื่องของเจ้า ข้าขี้เกียจที่จะเสวนากับคนพิการ….เจ้าอยู่คุยกับสหายก็เจ้าไปเถอะ..”

     

    เซียวเย่ครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวพร้อมกับทำท่าทางหันหลังจะเดินจากไป เมื่อหลงซานจี่เห็นท่าทางเช่นนั้น เหลือบสายตาไปมองหมายเลขเก้าที่เพ่งสายตามองมายังตน ความกลัวก็ปรากฎขึ้นมาในจิตใจ กล่าวออกไปอย่างรีบร้อน

     

    "ด-เดี๋ยวก่อน! ข-ข้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้จริงๆนะ! ให้ข้ารับใช้เจ้าสิ! ข้าจะบอกกล่าวเจ้าทุกเรื่อง หะ-ให้ข้าเป็นสายลับสองหน้าให้เจ้าดีหรือไม่ ข้าจะกลับไปที่สมาคม คอยคาบข่าวมาบอกกล่าวเจ้าไม่ยอมหยุด เชื่อข้าสิ! ข้าสามารถทำให้เจ้าได้จริงๆนะ!"

     

    เมื่อได้ยินถ้อยคำที่หลงซานจี่กล่าวออกมา ก็ถึงกับต้องนิ่งหยุดฟัง ทำเอาหลงซานจี่ที่เห็นเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่ใจจะเต้นแรง เต็มไปด้วยความหวังอย่างล้นพ้น เซียวเย่หันหลังกล่าวออกมา

     

    “อืม…เจ้านี่ฉลาดไม่เบาเหมือนกันนะ ถ้าเป็นแบบนั้น มันคงจะเป็นประโยชน์กับตัวข้ามากจริงๆ..”

     

    "ใช่! ใช่แล้ว! ข้า…-"

     

    หลงซานจี่เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ก็เผลอกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ดีอกดีใจ แต่เซียวเย่ก็กล่าวสวนขึ้นมาอีกครั้ง

     

    "แต่ว่า…ข้าจะเอาหมาที่ไม่รู้ว่า…มันจะแว้งกัดข้าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ไปทำไมกัน…ไหนๆเจ้าก็เป็นสหายกับหมายเลขเก้าของข้าอยู่แล้ว ถ้าจะบอกกล่าวให้เจ้าสักฟังเล็กน้อย…หมายเลขเก้าของข้า เชียวชาญยิ่งนักเรื่องการแทรกซึมเข้าองค์กรต่างๆ ข้าไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เจ้าเสียด้วยซ้ำ…"

     

     "ต-แต่ว่า! ต่อให้คนของเจ้าเชี่ยวชาญมากเพียงใดก็ตาม ต่อให้คนของเจ้ามีวิชาปลอมแปลงใบหน้าที่เหมือนมากแค่ไหน มันก็ไม่มีทางที่จะรอดพ้นการตรวจจับของคนระดับสูงไปได้หรอก ห-ให้! ข้าไปเองจะดีกว่า เชื่อข้าเถอะ!"

     

    หลงซานจี่กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ขาวซีด พยายามที่จะพูดทุกๆอย่าง เพื่อหวังให้เซียวเย่สนใจสักเล็กน้อยก็ยังดี

     

    "ถ้าเป็นเมื่อก่อน…ข้าขอยอมรับว่า ข้าอาจจะสนใจอยู่บ้าง…แต่เมื่อข้าได้รู้จักกับหมายเลขเก้า เมื่อข้ารับรู้ได้ว่า…เค้ายอมทุ่มเทให้กับหน้าที่นี้มากเพียงใด…ข้าก็เปลี่ยนแปลงความคิดจากเดิมไปมาก…"

     

    เซียวเย่กล่าวออกมา ก่อนที่จะหันไปทางหมายเลขเก้า ที่ตอนนี้มีหน้าตาที่เหมือนกับหลงกังอย่างไม่มีผิดเพื้ยน หมายเลขเก้าก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของตนเอง ดึงหน้ากากออกมา 

     

    ฟรืดดดด

     

    หลงซานจี่เพ่งมองใบหน้าหมายเลขเก้า ที่ถอดหน้ากากออกมา ก็ถึงกับต้องต้องหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง เพราะว่าใบหน้าของหมายเลขเก้านั้น…

     

    ไม่มีอยู่….

     

    ใช่แล้ว! หมายเลขเก้าไม่มีใบหน้าของตนเอง! ไม่สิ หมายเลขเก้า ดึงหนังใบหน้าของตนเองออกมา เพื่อที่จะได้ใส่ใบหน้าของผู้อื่นได้ต่างหาก!!! 

     

    “ข้ากำลังเบื่อใบหน้าของหลงกังอยู่พอดี คงถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนใบหน้าแล้วกระมัง…ใช่หรือไม่ขอรับ….นายท่าน”

     

    "ใช่แล้วหมายเลขเก้า…ต่อไปนี้เจ้าจะมีชื่อใหม่ว่า หลงซานจี่ จงทวงถามทุกสิ่งที่มันมีออกมาให้หมด แล้วจงกลายเป็นมันเสีย! ข้ามีเป้าหมายที่จะให้เจ้าแทรกซึมอีกครั้ง ในภายภาคหน้า…"

     

    เซียวเย่พนักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่จะกล่าวตอบหมายเลขเก้าออกไป

     

    "ข้าน้อยยินดียิ่งนัก…" 

     

    หมายเลขเก้ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่รู้ว่ากำลังแสดงสีหน้าออกมาเช่นใด เพราะว่ามันไม่อยู่

     

    "น-นี่เจ้า ใช้หน้าของหลงกัง ย-เย็บ!เข้ากับใบหน้าของเจ้าอย่างนั้นหรือ….เจ้า…เจ้าในตอนนี้มันไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ เจ้ามันตัวประหลาด!" 

     

    หลงซานจี่มองออกไปที่ใบหน้าของหมายเลขเก้า อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ ใช่แล้ว! มันจะมีวิชาปลอมแปลงอะไรที่ดีกว่า ใบหน้าที่แท้จริงได้กัน เผลอกล่าวต่อว่าหมายเลขเก้าออกมาไม่รู้ตัว

     

    "….ตั้งแต่ที่ข้าได้พบเจอกับนายท่าน ข้าก็ได้ตัดสินใจกับตนเองแล้วว่า…ข้าจะพยายามเป็นกำลังให้ท่านได้มากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม…มันก็แค่ใบหน้าของข้ามิใช่หรือ…ข้ายังไม่สนใจเลย แล้วเจ้าจะมาเป็นห่วงแทนข้าทำไมกัน…ข้าในตอนนี้นั้น…แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะได้ใบหน้าของเจ้ามาแทนที่เลยล่ะ ฮะ ฮะ ฮะ "

     

    หมายเลขเก้า กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูขนลุก ทำเอาหลงซานจี่ที่ได้ยินเช่นนั้น ก็เผลอแสดงใบหน้าที่หวาดกลัวออกมาไม่รู้ตัว 

     

    ใบหน้าใหม่อย่างนั้นหรือ? มันไม่ได้กล่าวถึงใบหน้าของข้าใช่หรือไม่…..

     

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน