ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่62:ตบหน้าตัวเอง100ครั้ง

    สมิธไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ มันได้แต่นึกเสียใจอยู่ในตอนนี้เพียงเพราะได้พลังเพิ่มมาจนสามารถกดหัวคนในเมืองได้จึงทำให้มันหลงนึกว่าตัวเองสามารถที่จะทำอะไรกับใครก็ได้แต่มันคิดผิดเพราะคนที่เก่งกว่ามันกลับมีอยู่ทั่วไปหมด
    ''ข้าอะไร? ไหนบอกทีว่าข้าควรจะฆ่าคนทั้งตระกูลของเจ้าบ้างดีมั้ย?''องค์ชายใหญ่พูดขณะหรี่ตาลงตัวมันเป็นถึงองค์ชายและในอนาคตมันก็จะได้เป็นราชาองค์ต่อไปของทวีปแล้วจะให้มันยอมง่ายๆ?นั่นย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น อย่างน้อยมันก็ต้องให้บทเรียนอีกฝ่ายไปบ้าง
    ''ไม่ ข้าขออภัยองค์ชาย หากครั้งนี้ท่านปล่อยข้าไปข้าสัญญาข้าจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกและยอมรับใช้ท่าน''
    ''ก็ได้แต่ข้าไม่ต้องการคนรับใช้แบบเจ้าหรอกมันมีแต่จะสร้างปัญหา ตอนนี้ข้าต้องการแขน1ข้างแล้วเรื่องนี้จะจบลง''องค์ชายใหญ่พูดออกมาแบบไม่ใส่ใจขณะนั่งลงที่โต๊ะเดียวกันกับสมิธและเดลตั้นเพียงครู่เดียวแรงกดดันที่กดทับสมิธและเดลตั้นอยู่ก็หายไปเมื่อสบโอกาสเดลตั้นจึงใช้มือตัดแขนตัวเองออก1ข้างทันที มันยอมเสียแขนเพื่อให้ลูกชายของมันมีอนาคตที่กว้างไกลกว่าตอนนี้
    ''องค์ชายโปรดรับแขนของข้าไปแทนและข้าขอโทษแทนลูกชายของข้าอีกครั้ง''เดลตั้นพูดออกมาอย่างนอบน้อมขณะคุกเข่าลงเบื้องหน้าองค์ชายใหญ่ ถึงตระกูลอิกเนสในตอนนี้จะมีตระกูลต่างๆภายในเมืองเข้าร่วมมากมายแต่จะให้ต่อกรกับราชวงค์น่ะหรือมันไม่มีทางเป็นไปได้
    ''เจ้าเป็นพ่อที่ดีนัก ข้าจะไม่เอาความเรื่องนี้ไสหัวไปหาที่นั่งที่อื่นซะ...ทุกๆท่านไม่ต้องตกใจไปอย่างที่เห็นข้าไม่ใช่คนที่เริ่มก่อเรื่องขึ้นมาและข้าสัญญาการประมูลในครั้งนี้จะไม่มีการใช้อำนาจกดดันเราจะสู้กันด้วยกำลังเงินเท่านั้นและหลังจากนี้เราจะไม่โกรธเคืองกัน''หลังองค์ชายใหญ่ไล่สมิธและเดลตั้นมันจึงหันไปพูดกับแขกคนอื่นๆ นั่นทำให้ทุกคนต่างนับถือในน้ำใจขององค์ชายใหญ่ทันที
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนองค์ชายใหญ่คนนี้จะรู้สถานการณ์ว่าตอนไหนควรทำอะไร แต่ก็น่าสงสารเดลตั้นมีลูกที่คอยแต่จะชักนำหายนะมาให้เป็นข้าคงอกระเบิดตายไปนานแล้ว''มิคาเอลหัวเราะร่าออกมาขณะการแสดงด้านล่างจบลงมันแอบสะใจอยู่ไม่น้อยที่สมิธเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า
    ''นายน้อยท่านจะไม่ว่าคนอื่นชักนำหายนะไม่ได้นะ ท่านเองนั่นแหละตัวหายนะเดินได้ไปที่ไหนที่นั่นเกิดสงคราม''โล้นน้อยพูดออกมาขณะนึกถึงช่วงเวลาที่มิคาเอลเดินทางไปรอบโลกและท้าทายทุกคนที่เจอ แต่แล้ว...เพี๊ยะ! มันกลับถูกมิคาเอลตบหัวโล้นของมันเข้าอย่างจัง
    ''ข้ารักสงบ ตัวหายนะบ้าบออะไรกัน''
    ''ฮึ่ม! แม้แต่มัน2คนก็มา''มิคาเอลพูดออกมาด้วยท่าทางก้าวร้าวเพราะมันเห็นเฟรย์ญ่าและมารเฒ่าเดินเข้ามา โดยทั้งคู่เดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะขององค์ชายใหญ่
    ''สวัสดีองค์ชายใหญ่ ไม่นึกเลยว่าข้าจะมาเจอคนที่ชอบเก็บตัวอย่างท่านในเมืองนี้ได้''มารเฒ่าพูดกับองค์ชายใหญ่โดยไม่มีการเคารพใดๆทั้งสิ้น ชายแก่ที่ติดตามองค์ชายใหญ่เห็นแบบนั้นก็ปลดปล่อยพลังออกมาทันที แต่มารเฒ่ากลับไม่รู้สึกอะไรและปลดปล่อยพลังกลับไปจนชายแก่กระอั่กเลือดออกมา
    ''นี่มันบ้าอะไรกัน เมื่อตอนนั้นมันมีพลังเพียงระดับ1ต้านแรงดึงดูดแต่ตอนนี้กลับมีพลังระดับ41ต้านแรงดึงดูด เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่โล้นน้อยเจ้าไปที่เมืองฟ้าคำรามซะไปสืบเกี่ยวกับสำนักมังกรโลหะมาให้หมด ข้าอยากรู้ว่าทำไมมันถึงเพิ่มพลังได้รวดเร็วขนาดนี้''มิคาเอลไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนที่เพิ่มพลังได้รวดเร็วขนาดนี้ หากเดาไม่ผิดมารเฒ่าต้องใช้วิธีการที่ผิดมนุษย์ในการเพิ่มระดับพลังเป็นแน่และหากจะให้มิคาเอลลงมือตอนนี้อีกฝ่ายอาจจะใช้วิธีการบางอย่างส่งข้อความไปที่สำนักจนทำให้พวกมันไหวตัวทันโล้นน้อยหลังจากได้รับคำสั่งมันก็หายตัวไปทันทีเพราะดูแล้วเรื่องนี้คงเป็นเรื่องเร่งด่วน
    ''ข้าจะไปที่ไหนมันก็เรื่องของข้าไม่ใช่หรือไงและวันนี้ข้าก็มาประมูลของหากเจ้าจะมาก่อกวนข้าก็ยินดีที่จะเล่นกับเจ้า''องค์ชายใหญ่ไม่ได้กลัวอีกฝ่ายถึงแม้พลังของตัวเองจะน้อยกว่าเพราะที่ด้านนอกมีคนของมันรออยู่เป็นจำนวนมาก แล้วที่ตัวมันก็มีของที่ช่วยชีวิตมันได้หลายชิ้น
    ''ท่านก็จริงจังไปได้ ท่านเองก็รู้ว่าตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นข้าไปก่อนแล้วกันข้ามาวันนี้เพื่อประมูลดาบให้กับธิดาศักดิ์สิทธิ์ของข้า''มารเฒ่าหัวเราะเสียงดังออกมาแล้วถึงเดินจากไป
    ''นั่นน่ะหรือธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับมรดกจากท่านราชาแห่งแสง ทำไมนางถึงได้อ่อนแอขนาดนี้มีพลังแค่ระดับ12ชั้นบรรยากาศเท่านั้นเอง หากให้เทียบกับธิดาอสูรที่มีพลังระดับ38ชั้นบรรยากาศแล้วธิดาศักดิ์สิทธิ์นี่เป็นได้แค่เด็กน้อยจริงๆ''
    ''ชู่ว เบาลงหน่อย ข้าก็คิดอยู่เหมือนกันนี่อาจจะเป็นแผนดึงคนไปเข้าร่วมของสำนักมังกรโลหะก็ได้''
    ''นั่นสินะ สำนักมังกรโลหะใฝ่สูงจริงๆ อีกไม่นานคงได้แตกหักกับราชวงค์แน่ เพราะทั้ง2ฝ่ายกำลังสะสมกำลังคนและต้นเหตุเป็นเพราะธิดาศักดิ์สิทธิ์ไปฆ่าองค์ชาย3นั่นน่ะแหละ''คนในโรงประมูลต่างพากันซุบซิบในเรื่องนี้ แต่ถึงจะพูดเบาแต่ไหนมารเฒ่าและเฟรย์ญ่าก็ยังได้ยินอยู่ดีมารเฒ่าที่ได้ยินไม่ได้แสดงท่าทีอะไรกลับกันเฟรย์ญ่าได้ลุกขึ้นมาจากนั้นถึงหันไปรอบๆและพูดขึ้น
    ''พวกเจ้ามีปากจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่อย่าพูดในสิ่งที่เจ้าไม่รู้ความจริงไม่เช่นนั้นในอนาคตพวกเจ้าจะลำบากรอให้ข้ามีเวลาอีกซัก10ปี ถึงตอนนั้นพวกเจ้าก็ทำได้แค่แหงนมองข้าจากด้านล่างเท่านั้น''เฟรย์ญ่าตะโกนออกมาอย่างหยิ่งผยองเพราะนางมีอาจารย์หนุนหลังอยู่ถึงไม่จำเป็นต้องกลัวแป่ะ แป่ะ แป่ะ อยู่ๆหลังนางพูดจบเสียงปรบมือก็ดังขึ้น เป็นมิคาเอลที่เป็นคนปรบมือ
    ''พูดจาดูดีนี่ แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเจ้าในตอนนี้มันอ่อนแออยู่ดีเจ้าคิดว่าเจ้าต้องการเวลา10ปีเพื่อเหนือกว่าคนอื่น แล้วเจ้าไม่คิดบ้างหรือไงว่าในเวลา10ปีคนอื่นจะไม่ฝึกหรือแม้กระทั่งตามฆ่าเจ้าในยามที่อ่อนแอ''มิคาเอลอดไม่ได้ที่จะสร้างความอับอายให้เฟรย์ญ่าแต่ถ้าหากนางไม่ลุกขึ้นพูดในตอนแรกมิคาเอลก็คงไม่ทำอะไรหรอก
    ''เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงมาว่าข้าแบบนี้หากเจ้ายังไม่อยากตายก็ไสหัวออกมาขอโทษข้าซะ''เฟรย์ญ่ายังคงตะโกนนางต้องการให้คนที่พูดออกมารับผิดชอบ ผิดกับมารเฒ่ามันพยายามหาต้นตอของเสียงตั้งแต่มิคาเอลพูดแล้วแต่มันกลับหาไม่เจอ
    ''ข้าเป็นใคร? ข้าคือเจ้าของดาบที่พวกเจ้ามาประมูลไงล่ะ เจ้าอยากให้ข้าออกไปขอโทษเจ้าใช่มั้ย?นั่นก็ได้ แต่...ถ้าข้าปรากฎตัวออกไปข้าบอกได้เลยว่าเจ้าจะได้เห็นหน้าของข้าเป็นสิ่งสุดท้ายบนโลกใบนี้แม้แต่อาจารย์ของเจ้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้''
    ''เฟรย์ญ่าขอโทษผู้อาวุโสแล้วนั่งลงซะ''มารเฒ่าพูดออกมาขณะแสดงสีหน้าเคร่งเครียด มันหาอีกฝ่ายไม่พบและยิ่งอีกฝ่ายเป็นเจ้าของดาบที่ลงอักขระระดับสูงสุดตัวตนย่อมไม่ธรรมดา หากเฟรย์ญ่ายังคงทำตัวแบบนี้เกรงว่ามันทั้งคู่จะไม่ได้ออกไปจากที่นี่
    ''ข้า...ข้าขอโทษท่านผู้อาวุโส ข้าผิดไปแล้ว''เฟรย์ญ่าไม่มีทางเลือกขนาดอาจารย์ของนางยังแสดงอาการเคร่งเครียดออกมาแสดงว่าอีกฝ่ายต้องไม่ธรรมดานั่นทำให้นางเริ่มหวาดกลัว
    ''คิดว่าขอโทษแล้วเรื่องจะจบ? ตบหน้าตัวเอง100ครั้งแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป''
    ''นี่...ได้! ข้าจะทำ''เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เฟรย์ญ่าเริ่มตบหน้าตัวเองแบบรุนแรง ในตอนแรกนางยังลังเลแต่เมื่อหันไปเห็นสายตาของมารเฒ่านางจึงไม่มีทางเลือกนอกจากก้มหน้ายอมรับความอับอายในครั้งนี้หลังจากนางตบหน้าตัวเองจนครบ100ครั้งมิคาเอลจึงได้พูดขึ้นอีกครั้ง
    ''จำเอาไว้อย่าได้หยิ่งผยองไปซะทุกที บนโลกนี้มีอะไรที่เจ้าไม่รู้อีกมากมายต่อให้เจ้าเก่งที่สุดในโลกแล้วไงใช่ว่าเจ้าจะรู้ไปซะทุกเรื่อง แล้วก็นะเรื่องที่เจ้าปิดเอาไว้อาจจะมีบางคนที่รู้ความจริงก็ได้ ฮี่ ฮี่''มิคาเอลหัวเราะออกมาเบาๆหลังจากพูดจบเพื่อสร้างความหวาดระแวงให้เฟรย์ญ่าและดูเหมือนว่ามันจะได้ผลมากเลยทีเดียว
    ''ขอบคุณผู้อาวุโสที่สั่งสอนและเมตตา''เฟรย์ญ่าพูดออกมาแล้วจึงนั่งก้มหน้าลง เฟรย์ญ่านั่งลงแล้วคิดในใจ'เรื่องที่ปิดเอาไว้? หรือว่ามันจะรู้เกี่ยวกับเรื่องมรดก ไม่! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด'
    ''เอาเถอะ ข้าไม่ได้สนใจตัวตนเล็กๆเช่นเจ้าอยู่แล้วเพราะหลังการประมูลจบข้าคงจะออกไปที่เมืองอื่นทันที''มิคาเอลต้องพูดแบบนี้เพราะกลัวว่าตระกูลอิกเนสจะไม่ทำตามแผนเดิมหากมิคาเอลต้องไล่ล่าพวกมันโดยที่ตระกูลอิกเนสและตระกูลที่เข้าร่วมกับพวกมันไม่ได้รวมกันอยู่มันจะทำให้มิคาเอลเสียเวลามากเกินไป

    คล้ายกับเรื่องราชาไร้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน