ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เหลือบมองผู้อาวุโสสำนักมังกรฟ้ากับคนของสมาพันธ์การค้าเล็กน้อยก่อนจะผินหน้าไปอย่างไม่สนใจเขารู้การกระทำของคนพวกนี้ดี แต่ไม่คิดจะขัดขวางยิ่งอุปสรรคมากเท่าไหร่ก็ยิ่งหล่อหลอมคนให้แข็งแกร่งเขาต้องการเมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่ทนน้ำทนฝน ทนทานและเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้อย่างแท้จริง!
แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเฉยเมยกับการกระทำที่น่ารังเกียจอะไรที่เกินเลยไปเขาต้องยับยั้งมันอย่างแน่นอน
หนึ่งวันผ่านไปผู้เข้าร่วมทดสอบกลุ่มใหม่ก็มาถึง หนึ่งในนั้นมีคนรู้จักของหนิงเฟยหลงด้วยมันคือหวังหลิ่งผู้ที่เคยเข้ามาผูกมิตรกับเขานั่นเอง
ทั้งสองทักทายกันอย่างเป็นกันเองดูเหมือนว่าหวังหลิ่งจะให้ความสนใจหนิงเฟยหลงมากเป็นพิเศษดูกระตือรือร้นที่จะผูกมิตรอย่างยิ่ง
“สหายท่านมาที่นี่ได้จริงๆหวังว่าท่านจะเข้ารอบการประลอง ข้าจะรอท่านที่นั่น”หวังหลิ่งหัวเราะร่าพูดคุยกับหนิงเฟยหลงอีกเล็กน้อยก่อนจะขอลาไปกับพรรคพวกของตน
อีกสองวันต่อมาคนส่วนมากมาถึงกันหมดแล้วรวมถึงอัจฉริยะขึ้นชื่อทั้งหลายบรรดาองค์ชายจากอาณาจักรในทวีปชิงเฉวียนที่เก่งกาจล้วนเข้ารอบมาทั้งสิ้น
แต่จำนวนคนที่ผ่านเข้ามาในหุบเขาประกายหิมะกลับน้อยลงไปมากเหลือเพียงสองสามร้อยคนเท่านั้น และคนที่จะได้เข้าประลองในรอบสุดท้ายจะมีเพียงหนึ่งร้อยคนเพื่อชิงชัยอันดับหนึ่ง
ส่วนผู้ที่เข้ามาในหุบเขาประกายหิมะได้พวกเขาจะกลายเป็นศิษย์สามัญของยอดสำนักทั้งเจ็ดในทันทีนี่ทำให้พวกมันเบาใจได้เปาะหนึ่งแล้ว
หลายคนเลือกที่จะถอนตัวจากการประลองแม้ว่าทางยอดสำนักจะยังไม่ประกาศชื่อผู้เข้ารอบก็ตามอย่างน้อยพวกมันก็ได้เป็นศิษย์แล้วไม่มีความจำเป็นต้องไปเสี่ยงต่ออย่าลืมว่าการแข่งขันในรอบกระประลองดุเดือดมาก การต่อสู้เต็มไปด้วยอันตรายพวกมันสามารถตกตายได้ทุกเมื่อ ใครที่ไม่มีความมั่นใจก็สมควรประมาณตน
เฟิงเหลยกับโต่วเยี่ยนฉวี่ก็ชั่งใจสำหรับเรื่องนี้อยู่พอสมควรเพราะพวกเขาถือว่าอยู่ในระดับกลางเท่านั้น หาใช่แนวหน้าอย่างหนิงเฟยหลงไม่
หนิงเฟยหลงเองก็ไม่ไปยุ่งย่ามกับการตัดสินใจของใครมันเป็นสิทธิ์ตัวบุคคล ที่สำคัญการที่สหายทั้งสองไม่ลงประลองก็น่าจะเป็นผลดีกับเขาเสียมากกว่ามันช่วยลดคู่แข่งที่มีความสามารถลง ทั้งยังไม่ต้องหักหาญน้ำใจกัน
เขามีความมุ่งมั่นอย่างแรกกล้าสำหรับอันดับหนึ่งในการประลองอย่างยิ่งโดยเฉพาะการประลองนี้มีของรางวัลเป็นถึงผลลูกท้อทองคำหนึ่งลูกมันคือพืชระดับสี่นับว่าเป็นสิ่งที่หายากยิ่งทั่วทั้งทวีปชิงเฉวียนแทบไม่อาจพบเจอลูกท้อทองคำส่วนมากจะพบเจอได้ในมหาทวีปรกร้าง ที่ซึ่งมีภยันอันตรายมากมายราคาของมันจึงสูงลิ่วจนแทบจะรับไม่ไหว
การที่นำผลท้อทองคำมาเป็นรางวัลย่อมเป็นที่ดึงดูดใจอย่างมากแม้แต่ในสมาพันธ์การค้าเอง สมุนไพรระดับสี่ก็นับว่าหายากเป็นที่สุดตามจริงแล้วเพียงแค่ระดับสามขึ้นไปก็แทบไม่มีขาย พวกมันจะถูกนำขึ้นประมูลเท่านั้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้เข้ารอบบางคนก็พร้อมจะเสี่ยงกับการประลองโดยเฉพาะผู้ที่มีกองกำลังสนับสนุน อย่างตระกูลใหญ่ สมาพันธ์การค้าอาณาจักรของตนเอง หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือลับๆ ของผู้อาวุโสยอดสำนัก
ของสำคัญเช่นนี้ไม่สมควรตกอยู่ในมือของคนนอกนอกจากนี้แล้วยังมีสิ่งที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้น
ประกาศิตชิงเฉวียน!
มันคือสัญลักษณ์ของราชันย์สาวกนอกจากมันจะเป็นเครื่องหมายแสดงตัวตนแล้วก็ยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมายถึงกับทำให้ผู้อาวุโสทั้งหลายเองก็จ้องตาเป็นมันหากกฎนี้มีให้ผู้อาวุโสด้วยพวกมันคงจะยินดีเป็นอย่างยิ่งนั่นเพราะประกาศิตชิงเฉวียนครอบคลุมเจ็ดสำนัก หนึ่งสมาพันธ์นั่นย่อมหมายถึงได้รับประโยชน์อย่างที่สุด
ต่อให้มีเงินมหาศาลก็ไม่อาจถือครองได้หรือต่อให้มีพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งเพียงใดหากไม่ใช่ราชันย์สาวกแล้วก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้การแข่งขันระหว่างกองกำลังที่สนับสนุนจึงดุเดือดมากยิ่งขึ้น
เดิมทีหนิงเฟยหลงก็ไม่สนใจมันเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเอาไว้ทำอันใดเพียงแต่โต่วเยี่ยนฉวี่ผู้มีทวีหยินสนับสนุนก็ได้กล่าวบอกด้วยความสัตย์จริงนั่นทำให้เขาตาโตหากได้ประกาศิตนี้มาครอบครอง ตระกูลของเขาอาณาจักรหนิงจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน!
แต่ก่อนอื่นเขาต้องติดหนึ่งในร้อยคนและเข้าเป็นหนึ่งในเจ็ดว่าที่ราชันย์สาวกให้ได้เสียก่อน
เมื่อนึกถึงเรื่องตระกูลใบหน้าของเขาก็ดูเศร้าหมองลงเขาไม่พบเจอผู้คนในตระกูลมานานเท่าไหร่แล้ว การเดินทางของเขาช่างแสนยาวไกลหากไม่ได้ข่าวจากมิตรสหาย พ่อค้าพาณิชย์ที่มาจากหนานโจว เขาคงแทบคลั่งไปแล้ว
โชคยังดีที่ได้ข่าวว่าอาณาจักรหนิงได้ตั้งมั่นอย่างมั่นคงแล้วทั้งสมาพันธ์การค้าก็ส่งทูตไปเยือน แต่งตั้งทูตประจำอาณาจักรส่วนอาณาจักรเยว่นั้นถูกสามอาณาจักรรุมกินโต๊ะหายเรียบไปในไม่กี่เดือนหลังจากที่เขาหายตัวไปจักรพรรดิหนิงทรงพิโรธอย่างหนักสั่งประหารสกุลเยว่ทั้งสิ้นลงแม้แต่คนที่เคยสนิทกันอย่างรัชทายาท ท่านอ๋องก็ล้วนโดนสังหารทั้งสิ้น
จะมีก็เพียงจักรพรรดิเยว่ที่หายไปและเยว่หยางที่หลบหนีได้ด้วยการช่วยเหลือของสมาพันธ์การค้ามันเปลี่ยนแซ่กลับมาเป็นอวิ้นหยางเขาพึ่งรู้ทีหลังว่าอวิ้นหยางได้ถูกรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมโดยผู้อาวุโสระดับสูงของสมาพันธ์การค้านั่นทำให้เขายิ่งหนักใจ
และดูเหมือนว่าข้อพิพาทระหว่างตระกูลหนิงและคนของสมาพันธ์ก็จะยิ่งมีแต่มากขึ้นนี่ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องการคว้าอันดับหนึ่งมาครอบครองให้ได้!
...
ในที่สุดการประกาศรายชื่อหนึ่งร้อยคนก็เริ่มขึ้นไม่มีอะไรน่าแปลกใจนักหนิงเฟยหลงและสหายทั้งสองได้เข้าสู่รอบหนึ่งร้อยคนสุดท้ายโต่วเยี่ยนฉวี่และเฟิงเหลยก็ตัดสินใจเข้าร่วมการประลองพวกเขาต่างมีเป้าหมายเป็นของตนเอง ศิษย์ทั่วไปคงไม่อาจเติมเต็มปรารถนาของคนทั้งสองได้
หุบเขาประกายหิมะถูกแบ่งเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนคือส่วนในและส่วนนอก เวทีประลองจะอยู่ส่วนในถูกล้อมรอบไปด้วยที่นั่งมากมายทิศเหนือนั้นจะเว้นไว้ให้ผู้อาวุโสสำนักใหญ่ทั้งเจ็ด และสมาพันธ์การค้าซึ่งโอ่อ่ากว่าสถานที่อื่นๆ บ่งบอกฐานะของผู้นั่ง
รายชื่อถูกประกาศออกมาพร้อมกับการจับคู่ทุกคนหลั่งไหลกันเข้าไปส่วนในเตรียมตัวเพื่อประลอง
หนิงเฟยหลงได้ประลองลำดับที่สามสิบสามส่วนโต่วเยี่ยนฉวี่ เฟิงเหลยได้ลำดับที่สิบสองและยี่สิบตามลำดับ
ผู้แข่งขันมีเวลาพักผ่อนเพียงหนึ่งชั่วยามก่อนการประลองจะเกิดขึ้น
เวลานี้หนิงเฟยหลงใช้เวลาไปกับการสำรวจคนทั้งหนึ่งร้อยที่เข้าร่วมการประลองในครั้งนี้พวกมันแต่ละคนไม่มีใครพลังยุทธ์ต่ำกว่าขั้นเก้าแก่นแท้พลังสักคนมียี่สิบคนที่ก้าวสู่ขอบเขตแดนพิภพแล้ว พวกมันล้วนเป็นยอดของอัจฉริยะขึ้นชื่ออยู่ในทิศทั้งสี่อยู่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก
“การประลองนี้คงดุเดือดน่าดู”เฟิงเหลยอดที่จะเอ่ยไม่ได้ แววตาเขาดูมุ่งมั่นมากทีเดียวโต่วเยี่ยนฉวี่ผงกศีรษะเห็นด้วย หนิงเฟยหลงเงียบกริบ เขาไม่ให้ความสนใจเท่าไหร่นักจะมีเพียงไม่กี่คนที่พอสะดุดตา
หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเจียงเหม่ยหลินหวังหลิ่ง และอีกเจ็ดคนที่ดูจะมีฝีมือไม่ธรรมดา
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆทุกคนที่ผ่านรอบร้อยคนมาครบหมดแล้ว ที่นั่งรายล้อมเวทีก็เกือบเต็มสิ้นไม่เพียงแค่ผู้เข้าร่วมการประลองเข้ามานั่ง ผู้ที่ผ่านการทดสอบก็เข้ามาชมดูด้วยไม่มีข้อห้ามในเรื่องนี้แต่อย่างใด
ในที่สุดก็หมดเวลาพักผ่อนการประลองกำลังจะเริ่มต้น เมื่อผู้อาวุโสทั้งเจ็ดเข้าประจำที่ของตนทุกคนก็เริ่มตื่นตัว
ผู้อาวุโสสำนักมังกรฟ้ากวาดสายตามองฝูงชนด้วยสายตาที่เย่อหยิ่งทระนงแล้วจึงเอ่ยประกาศกังวาน
“เริ่มการประลองได้!”
คู่แรกก้าวขึ้นเวทีประลองในทันทีการต่อสู้ของพวกเขาใช้เวลาค่อนข้างนานเนื่องจากระดับพลังใกล้เคียงกันจึงยากจะกินกันลงเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามการประลองคู่แรกจึงจบลงคู่ถัดมาจึงเริ่มขึ้นเวทีประลอง...
เวลาล่วงเลยไปจนถึงกลางดึกการประลองก็ยังดำเนินต่อไป คบไฟถูกจุดขึ้นจอมยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพที่ดูแลรักษาความปลอดภัยก็เพิ่มมากขึ้นพวกเขายังต้องเตรียมพร้อมเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอยู่เสมอ
การปิดล้อมของกระโจมทองหลวงยังไม่สิ้นสุดไหนเลยจะกล้าผ่อนปรนตนเอง
“รอให้การมาถึงของยอดฝีมือสำนักทั้งเจ็ดเสียก่อนข้าจะถล่มพวกมันให้ราบเลยทีเดียว!”ผู้อาวุโสสำนักมังกรฟ้าคำรามก้องในใจ
คงไม่มีใครรู้สึกเสียหน้าเท่ามันอีกแล้วเพราะผู้รับผิดชอบการทดสอบสำนักทั้งเจ็ดในครั้งนี้ก็คือสำนักมังกรฟ้าและสำนักมังกรฟ้าก็มอบหมายให้มันดูแล แต่ด้วยความเย่อหยิ่งไม่ประมาณตนดูแคลนกระโจมทองหลวงจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ทางสำนักส่งคำต่อว่าอย่างรุนแรงลงมาตำแหน่งผู้อาวุโสของมันก็สั่นคลอน ยากจะปัดความรับผิดชอบ
แม้ว่าสายตาของเหล่าผู้อาวุโสจะจดจ่ออยู่ที่เวทีประลองหากแต่สัมผัสลมปราณนั้นแผ่ออกไปไกลจากหุบเขาเสียแล้ว พวกท่านจดจ้องอยู่ที่กระโจมสีทองอร่ามที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแดนเหนือทั้งปวง