ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 101 จดหมายเชิญจากจวนเหิงชินอ๋อง

            ไป่ชิงลั่วกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง นางยิ้มเบาๆให้กับดวงตาที่วิตกกังวลและหวาดกลัวของมู่จื่อรั่ว "แม่สบายดีเพียงแค่ครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ อยู่นิดหน่อย”

            “ท่านแม่ ท่านทำให้ข้ากลัวเกือบตายแล้วเจ้าค่ะท่านดูน่ากลัวมาก”มู่จื่อรั่วถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกล่าวด้วยความกลัวที่ยังคงลอยอวล

            ไป่ชิงลั่วยิ้มเบาๆ และเอื้อมมือออกไปตบหลังมือของมู่จื่อรั่ว“พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงชมดอกบ๊วยของตระกูลเรา ตระกูลไป๋ได้แจ้งเจ้าแล้วหรือยัง”

            มู่จื่อรั่วพยักหน้า ดวงตาที่ชัดเจนปราศจากพิษภัยของนางพลันเต็มไปด้วยความโกรธ"ไป๋เซียงจู๋จะมาในวันพรุ่งนี้ คราวนี้ข้าต้องต้อนรับนางอย่างดี"

            “ทำทุกอย่างตามคำสั่งแม่เฒ่าเฟิง อย่าใจร้อนพรุ่งนี้แม่จะต้องเป็นแม่งานชมดอกบ๊วย ดังนั้นแม่ไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้เจ้าต้องระวังตัวเองให้มาก พาชุ่ยอวี้ไปด้วยแล้วก็หาสาวใช้สองคนที่รู้ความมีไหวพริบไป จำเอาไว้ แม้เจ้าจะเผยไต๋ออกไปก็จงให้ไป๋ชิงโหรวเป็นแพะรับบาป!”

            “ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ คราวนี้นางแพศยาไป๋เซียงจู๋อย่าหวังว่าจะรอดกลับไปแน่นอน”มู่จื่อรั่วกัดฟันอย่างโหดเหี้ยม

            “ยังไงก็ตาม ระวังตัวไว้ฐานะของตระกูลไป๋มิใช่ธรรมดาแล้ว” ไป่ชิงลั่วพยักหน้าตราบใดที่นางนึกถึงแม่ของไป๋เซียงจู๋ นางก็รู้สึกเหมือนมีหนามติดอยู่ในคอทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

            ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ตามนางจะไม่มีวันปล่อยให้ใครก็ตามที่สามารถคุกคามนางได้มีชีวิตรอดไม่ว่าจะเป็นไป๋เซียงจู๋หรือแม่ของนางก็ตาม

            มู่จื่อรั่วยิ้มอย่างไม่เห็นด้วย “นางก็แค่โชคไม่ดีนางแพศยานั่นไม่มีค่าพอให้ใส่ใจ"

            .....

            ในวันที่สองของเทศกาลล่าปาในที่สุดประตูของจวนตระกูลไป๋ก็เปิดออก

            และครั้งนี้เปิดให้เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกบ๊วยที่จวนเหิงชินอ๋องก็เท่านั้น

            ครอบครัวต่างๆ ที่ได้รับข่าวในตอนแรกได้ส่งคนใช้ที่มีความสามารถไปส่งคำเชิญและทักทายฮูหยินเฒ่าไป๋สั่งให้สาวใช้เก็บเทียบเชิญทั้งหมดไว้

            เนื่องจากฮ่องเต้ทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้ประกาศว่าจวนตระกูลไป๋มีบุญคุณในการช่วยชีวิตเทียบเชิญจึงถูกส่งมาไม่เคยขาด ตอนนี้เมื่อประตูจวนตระกูลไป๋ถูกเปิดออกฝูงชนก็พลุกพล่านอย่างกะทันหัน ทันใดนั้นจวนตระกูลไป๋ก็มีญาติที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ใดเพิ่มขึ้นในชั่วข้ามคืน

            ฮ่องเต้ทรงเคยขอให้ท่านน้าและพี่ชายไปสนทนาที่ราชสำนักเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการตกรางวัล ทว่าไป๋ฉางอวิ๋นกลับปฏิเสธเขาพูดประโยคเดียวเท่านั้นว่านี่เป็นหน้าที่ของเหล่าประชาชนที่จะช่วยปัดเป่าความกังวลของฮ่องเต้

            ทว่าไป๋จื่อจินกลับถูกฝากส่งเข้าค่ายทหารโดยฮ่องเต้และเริ่มการฝึกที่แท้จริงของเขา

            แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาเกลี้ยกล่อมท่านน้าได้อย่างไร ถึงทำให้ท่านน้ายอมเอ่ยปากตกลงจะไปท่องยุทธจักรกับเขาผู้เฒ่าไป๋กับฮูหยินเฒ่าตระกูลไป๋เองก็ไม่กล้าพูดอันใด อย่างไรเสียก็เป็นฮ่องเต้ที่ให้เขาไปหากตนเอ่ยตำหนิอันใด นั่นจะไม่เป็นการขัดพระราชโองการหรือ

            แม้ว่าฮ่องเต้ไม่ได้ให้รางวัลใดๆ แก่ตระกูลไป๋ แต่ก็มีผู้คนมากมายมาเยี่ยมเยียนทุกวันแม้ว่าผู้เฒ่าไป๋จะรู้สึกไม่เคยชินกับสิ่งนี้แต่เขาก็ไปร่วมสังสรรค์อย่างมีความสุข

            ไป๋เซียงจู๋ถอนหายใจ อำนาจและเกียรติยศเป็นสิ่งที่ผู้คนชื่นชอบ แม้ว่านางจะไปเยี่ยมเยียนทักทายท่านยายของนางทุกวันนางก็พบว่ารอยยิ้มของท่านยายของนางเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนมากทีเดียว

            ไป๋เซียงจู๋รู้ว่าเริ่มตั้งแต่วันนี้ ตระกูลไป๋จะรุ่งเรืองทุกวันและมีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่ช่วงรุ่งเรืองแท้จริงของตระกูลไป๋นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขึ้นสู่ที่สูงของตระกูลไป๋การมาเยือนขององค์ชายสามและองค์ชายเจ็ดในอนาคตอันใกล้จะนำพาตระกูลไป๋ไปสู่ความรุ่งโรจน์อย่างแท้จริง

            เทศกาลล่าปา ช่วงที่ลมหนาวเย็นและมีลมแรงแต่ก็มีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ

            จวนตระกูลไป๋ไม่เพียงแต่ไม่ได้มีประชากรเบาบางเพราะอากาศที่หนาวเย็นลงเท่านั้นทว่ากลับมีผู้คนมาเยี่ยมเยียนกันมากขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย และหลายคนถึงกับมาเยี่ยมท่านผู้เฒ่าและฮูหยินเฒ่าด้วย

            ไป๋ชิงโหรวและอวี๋ซื่อเองก็ถูกยกเลิกจากการกักบริเวณอย่างไรก็ตาม ฮูหยินเฒ่าไป๋ไม่ปล่อยไป๋ชิงโหรวไปนางยังต้องรับผิดชอบเรื่องของแปดอักขระและแมวดำ

            ท้ายที่สุดแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาพิเศษในตระกูลไป๋ หากมีข่าวลือแพร่สะพัดออกไป ชีวิตของไป๋ชิงโหรวย่อมถูกทำลายพวกนางทั้งสองคุกเข่าหน้าประตูห้องของฮูหยินเฒ่าไป๋เป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนก่อนได้รับความยินยอมปล่อยตัวจากนาง

            ขนตาของไป๋เซียงจู๋กระเพื่อมเล็กน้อยนับว่าไม่น่าแปลกใจเลยสักนิด สิ่งที่นางต้องการคืออย่าให้ไป๋ชิงโหรวได้อยู่ในห้องไปชั่วชีวิตทว่าจะให้นางได้มีชีวิตอยู่ไม่สู้ตายนั่นถึงจะเพียงพอที่จะบรรเทาความเกลียดชังของนางได้ดังนั้นสมควรให้ไป๋ชิงโหรวได้กระโดดโลดเต้นมากกว่านี้...

            นอกจากนี้ไป๋เซียงจู๋ยังต้องการเห็นไป๋ชิงโหรวและมู่จื่อรั่วพี่น้องที่แสนดีกัดกันเองเยี่ยงสุนัข คราที่แล้วคือมู่จื่อรั่วกับองค์หญิงคราวนี้คือไป๋ชิงโหรว มาดูกันว่าจะให้รสชาติที่แตกต่างกันหรือไม่

            ไป๋ชิงโหรวเข้าร่วมงานเลี้ยงพร้อมกับอวี๋ซื่อสถานที่แรกที่ต้องไปย่อมต้องเป็นจวนตระกูลมู่

            ก่อนหน้านี้ ไป๋ชิงโหรวขอให้สาวใช้ที่มีนามว่าปี้สุ่ยมาคุย เพื่อบอกให้นางควรเตรียมตัวให้พร้อมอย่างไรเสียนางก็สัญญากับคนอื่นไว้แล้วท่าทางราวกับว่ากลัวว่าตนเองจะไม่ได้ไปอย่างไรอย่างนั้น ไป๋เซียงจู๋ยิ้มบางๆ หากนางไม่ไปจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวังใช่หรือไม่ดังนั้นครั้งนี้นางจำต้องไป หากขาดนางไป ละครนี้คงเล่นต่อไม่ได้

            ไป๋เซียงจู๋นั่งอยู่หน้ากระจกหลิงฮวา นางให้ตู้เจวียนช่วยเกล้าผมของนางเป็นมวยและสวมเสื้อผ้าให้มองไปที่หยกขาวในกล่อง ไป๋เซียงจู๋หยิบของของเฟิ่งเจาเกอพกติดตัวไปในกระเป๋า

            ไม่ว่าวันนี้จะได้พบเขาหรือไม่ก็ตาม นางจะนำติดตัวไปและคืนให้เขายามที่ได้พบหน้ากัน

            “คุณหนู ฮูหยินรองล้ำเส้นหลายคราแล้วความจริงบ่าวคิดว่าจวนสกุลมู่จะฉวยโอกาสทำให้ท่านอับอายอย่างแน่นอนเราควรปฏิเสธดีหรือไม่เจ้าคะ”

            ตู้เจวียนช่วยไป๋เซียงจู๋เกล้าผม สาวใช้สังเกตสีหน้านางและแนะนำอย่างระมัดระวัง

            คราวที่แล้วนางถูกกุ้ยเฟยเอาเปรียบมาไม่น้อยทว่านางก็ไม่คิดว่ามู่จื่อรั่วจะเป็นเหมือนอย่างที่เล่าลือกันเช่นนั้น ใจดีมีพรสวรรค์ งดงามสะคราญตา

            ในความเห็นของนาง คุณหนูของนางงดงามที่สุด ไม่มีใครเทียบได้

            ไป๋เซียงจู๋ยิ้มเบาๆ แม่นางน้อยนี้เริ่มฉลาดขึ้นอย่างน้อยนางก็เห็นว่าคราวนี้เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นมาเพื่อลอบทำร้ายตน

            “ถ้าข้าไม่ไป พวกเขาจะเรียกข้าว่าคนเสแสร้งและครั้งนี้ข้าจะไม่ไปแค่ที่นี่แต่ยังไปที่อื่นด้วย สำหรับที่นี่ข้าแค่ไปนั่งเฉยๆก็เท่านั้น รอจนกระทั่งจัดการเรียบร้อย ค่อยไปที่อื่นต่อ”

            ตู้เจวียนไม่เข้าใจว่าที่อื่นที่คุณหนูเอ่ยออกมานั้นคือที่ใดแต่นางก็พยักหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางที่มั่นใจของคุณหนูของตน ในใจของคุณหนูคำนวณเอาไว้แล้วนางเองในฐานะสาวใช้ย่อมไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงเท่านี้คอยอยู่ต่อหน้านางและช่วยนางแบ่งเบาทุกสิ่ง

            ไป๋เซียงจู๋สวมเสื้อสีฟ้าธรรมดาและทำมวยผมทรงง่ายๆก่อนจะออกไปพร้อมกับตู้เจวียน

            นอกประตู ไป๋ชิงโหรวรออยู่ตรงนั้นแล้วเมื่อนางเห็นไป๋เซียงจู๋ออกมา นางรีบยิ้มและเอ่ยอย่างสนิทสนมว่า “พี่หญิงวันนี้พวกเราจะไปงานเลี้ยงชมดอกบ๊วยที่จวนเหิงชินอ๋องท่านแต่งกายเรียบง่ายเช่นนี้คงไม่ดีกระมัง”

            เมื่อคิดถึงแผนของวันนี้ไป๋ชิงโหรวรู้สึกว่ายิ่งไป๋เซียงจู่แต่งตัวสวยขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

            ไป๋เซียงจู๋ยิ้มเบาๆ นางหรี่ตามองไป๋ชิงโหรว "ข้าเกรงว่าการแต่งตัวให้สวยงามเกินไปจะทำให้น้องหญิงผู้น่าเกลียดของข้าไม่มีที่ยืน”

            คำพูดของไป๋ชิงโหรวถูกไป๋เซียงจู๋อุดไว้ในลำคอนางไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไร หญิงสาวทำเพียงแค่เบิกตากว้าง โมโหจนพูดไม่ออก แต่ไม่ปฏิเสธก็แปลว่าสิ่งที่ไป๋เซียงจู๋เอ่ยนั้นถูกต้องทว่าเพียงแค่สวมชุดธรรมดาก็งดงามกว่านางแล้วหรือเช่นนั้นก็ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าหากนางแต่งตัวพิเศษขึ้น?

            ในความทรงจำ ดูเหมือนไป๋เซียงจู๋จะไม่เคยแต่งกายเพื่อออกงานสังคมเลยในอดีตนางสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ทว่าก็ยังคงงดงามจนทำให้คนแทบลืมหายใจยามนี้นางมีเสื้อผ้าและเครื่องประดับ แต่งหน้าสีอ่อนๆ ก็งดงามราวความฝันดั่งรูปวาดนั่นทำให้ไป๋ชิงโหรวอิจฉา

             

     

    คล้ายกับเรื่องความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน