ตอนที่ 21
…ทั้งที่อยู่ห้องข้างๆ กัน แต่ทำไมภายในถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้?!
“ห้องของพวกนายกว้างดีนะ…ไม่เหมือนกับห้องของพวกฉัน” อีวานอดที่จะเอ่ยเสียงเบาด้วยความตกตะลึงกับวิลล่าอันหรูหราของเพื่อนข้างห้องไม่ได้
“พูดอะไรของนาย ไม่ชอบก็แค่เปลี่ยน” ไซม่อนซึ่งกำลังนั่งขัดรูปปั้นนกอินทรีที่ซื้อมาจากตลาดกลางคืนบนโซฟาหนังสีน้ำตาลอันเงางามหันมาเลิกคิ้วเอ่ยกับอีวานด้วยท่าทางสบายๆ
“เปลี่ยน?” อีวานเอียงคอทวนถามไซม่อนด้วยสีหน้ามึนงง ขณะที่อีริคเพียงแค่เดินไปยังซุ้มโค้งประตูห้องครัวที่ทำจากไม้เนื้อดีอันเงางามเพื่อนำขนมมาให้อีวานชิม
ไซม่อนเดาะลิ้นหนึ่งที เขาก็ขยิบตาให้อีวานแล้ววางรูปปั้นนกอินทรีลงบนโต๊ะเล็กอย่างเบามือ จากนั้นจึงลุกจากโซฟามุ่งไปยังตำแหน่งของประตูหน้าด้วยท่าทางสบายๆ ที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้นิดหน่อย
“แบบนี้ไง” ไซม่อนเอ่ยพลางวางมือลงบนกรอบประตู จากนั้นเขาก็หลับตาลง
ชั่วอึดใจเดียวสภาพแวดล้อมภายในห้องพลันเปลี่ยนจากทิวทัศน์ของวิลล่าอันหรูหราเป็ทิวทัศน์ของห้องโถงภายในคฤหาสน์อันเก่าแก่อย่างรวดเร็ว
“!!!” อีวานมองความเปลี่ยนแปลงภายในห้องตาโต ใบหน้าของเขาในเวลานี้ตื่นตะลึงเสียจนดูไม่จืด
ทิวทัศน์รอบตัวที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้อีวานรู้สึกอัศจรรย์เสียจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“นายโดนเ้าหมอนั่นแกล้งเข้าให้แล้ว” ไซม่อนหัวเราะลั่นพลางยักคิ้วให้คนที่ถูกเ้าเพื่อนข้างห้องหลอกอยู่นานด้วยท่าทางทะเล้น
“เปลี่ยนห้องกลับเถอะไซม่อน นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบบ้านเก่าของเราเท่าไหร่” อีริคออกคำสั่งกับคนรักเสียงเรียบพลางก้าวเท้าออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถาดขนมที่อยู่ในมือ
“ครับผม” ไซม่อนยักไหล่หนึ่งที จากนั้นเขาก็หลับตาลง ชั่วอึดใจต่อมาทิวทัศน์ภายในห้องก็เปลี่ยนกลับไปเป็วิลล่าอันหรูหราสไตล์นอร์ดิกอีกครั้งท่ามกลางสายตาตะลึงงันของอีวาน
ทันทีที่เสียงประตูห้องปิดลง แซ็กก็นำถ้วยใส่ซุปครีมเห็ดไปวางไว้บนโต๊ะซึ่งตอนนี้มีจานอาหารเที่ยงสองสามอย่างวางอยู่บนนั้น
“กลับมาแล้วเหรอ ฉันทำมื้อเที่ยงเสร็จพอดี” แซ็กเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยทักอีวานอย่างเบิกบาน ขณะที่อีวานเพียงแค่หรี่ตามองกลับมานิ่งๆ จากนั้นก็เอื้อมมือไปััขอบประตูแล้วหลับตาลง
ชั่วพริบตาเดียวสภาพโดยรอบภายในห้องของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็ห้องขนาดกลางภายในคอนโดของอีวานอย่างรวดเร็ว
“?!” ชั่วเวลานั้นแซ็กรู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในยามที่ดวงตาสีฟ้าสว่างมองมาที่เขาด้วยสายตาอันเยือกเย็นนั้น แซ็กพลันหายใจติดขัดขึ้นมา
เวลานี้ในหัวของแซ็กมีเพียงคำว่า ซวยแล้ว! ผุดขึ้นมาตัวโตๆ
“แกล้งฉันสนุกมากสินะ” อีวานเอ่ยนิ่งๆ จากนั้นเขาก็หลับตาลงอีกครั้ง แล้วนึกถึงห้องเดิมที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน จากนั้นจึงก้าวไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของแซ็กด้วยสายตาอันเย็นะเืในแบบที่พร้อมจะลงไม้ลงมือกับอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ
“ฉันไม่ได้จะแกล้งนาย แค่กลัวนายจะช็อก ก็เลยคิดว่าอยู่ห้องเล็กๆ คงดีกว่า” ท่าทางเอาเื่ของอีวานทำให้แซ็กต้องรีบหาทางรอดอย่างทุลักทุเลทันที
“ห้องแคบๆ เนี่ยนะ!” อีวานเอ่ยเสียงเย็น แล้วกลอกตาใส่แซ็กอย่างเคืองๆ พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างนึกหงุดหงิด
สภาพห้องที่ใหญ่กว่าห้องที่เขาอยู่สมัยเรียนนิดเดียว ทำให้อีวานมีน้ำโหจริงๆ ที่ผ่านมาเขาไม่คิดว่าจะสามารถกำหนดขนาดห้องด้วยตัวเองได้แบบนี้ ชายหนุ่มจึงแอบเห็นใจคุณชายตกอับอย่างแซ็กมาโดยตลอด
…ไม่คิดเลยว่า ความเห็นอกเห็นใจของเขามันจะเสียเปล่าแบบนี้!!!
“คือ ฉันก็แค่คิดว่า นายจะได้ไม่ต้องปรับตัวมาก อีกอย่างนายก็จะได้คุ้นเคยกับฉันด้วย” แซ็กทำได้แค่เกาท้ายทอยพลางเอ่ยกับอีวานเสียงอ่อยด้วยความอับจน
เขาไม่ได้ตั้งใจแกล้งอีวานเลยสักนิด อันที่จริงเขาแค่อยากจะสนิทกับอีวานเร็วๆ เท่านั้นเอง อีกอย่างห้องเล็กแบบนี้มันทำให้พวกเขาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นด้วย
“หึ ยังมีหน้ามาพูดอีกนะไอแซ็ก!” อีวานถลึงตา แล้วจิ้มอกของแซ็กแรงๆ ไปสองสามทีเพื่อระบายอารมณ์พลางเอ่ยเสียงขุ่นไปด้วย
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจแกล้งนายจริงๆ นะ…ที่ทำไปก็เพราะหวังดีทั้งนั้น” แซ็กรีบเอ่ยความตั้งใจเดิมที่เขาลงมือเปลี่ยนบ้านสไตล์คันทรี่หลังใหญ่ให้เป็ห้องพักเล็กๆ ออกมา โดยไม่วายที่จะบ่นเสียงเบาไปด้วย
“หวังดี! คอนโดของฉันยังใหญ่กว่าห้องนี้เลย ให้ตายสิ ทำไมนายถึงได้น่าโมโหขนาดนี้นะ!” อีวานระบายโทสะที่ทะลักอยู่ในอกออกมาจนหมดด้วยความหงุดหงิดระคนอับจน จากนั้นจึงก้าวไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาสีเหลืองมัสตาร์ดสไตล์เรโทรอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง
เขาก็อยากจะโกรธแซ็กมากกว่านี้อยู่หรอก แต่คงเป็เพราะสุ้มเสียงที่ฟังดูโง่งมของอีกฝ่ายกระมังที่ทำให้เขานึกเหนื่อยอกเหนื่อยใจ
…ในอดีตแซ็กก็มักจะทำแบบนี้ แต่เป็เพราะตอนนั้นเขายังเด็กจึงมองเจตนาของอีกฝ่ายไม่ออก
ถึงต่อให้มองออกก็ใช่ว่า อีวานจะซาบซึ้งเสียที่ไหน อย่างมากก็แค่เปลี่ยนจากโกรธเกลียดเป็สมเพชเท่านั้นเอง!
“ก็เราเป็โซลเมทกัน ฉันเลยอยากใช้เวลากับนายไงล่ะอีวาน” เมื่อเห็นอีวานเย็นลงแล้ว แซ็กก็รีบคว้าโอกาสนี้เข้าไปง้อด้วยท่าทางน่าสงสารทันที
“ฟังไม่ขึ้นเลยนะ ช่างเถอะ รินน้ำให้ฉันสักแก้วที” อีวานผลักไหล่คนที่พูดจาน่าหงุดหงิดด้วยความเหนื่อยใจ โดยไม่วายที่จะออกปากให้อีกฝ่ายทำอะไรให้ตามความเคยชินไปด้วย
นี่มันคงจะเป็กรรมของเขากระมังที่มีโซลเมทกวนประสาทแบบนี้
หลายเดือนต่อมา เย็นวันหยุดวันหนึ่งใน่ปลายฤดูใบไม้ผลิ หลังจากถูกเรียกไปช่วยงานหาเอกสารของฝ่ายธุรการั้แ่เช้า ใน่เที่ยงของวันแซ็กแวะไปซื้อเครื่องทำกาแฟที่อีวานบ่นว่าอยากได้ที่ซุปเปอร์ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารที่พวกเขาพักไปทางทิศตะวันตกไกลพอสมควรติดมือมาด้วย
“ฉันแวะซื้อเครื่องทำกาแฟกลับมาด้วย ว่าแต่คืนนี้จะไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกจริงๆ เหรอ?” แซ็กเอ่ยถามเสียงหอบเล็กน้อย เขาวางกล่องเครื่องทำกาแฟลงบนพื้นพลางคลายเนกไทไปด้วย
“อืม ฉันทำอาหารไว้แล้ว” อีวานเอ่ยอย่างอารมณ์ดี แล้วหันมาวางจานกุ้งัอบเลม่อนลงบนโต๊ะทานอาหารอย่างระมัดระวัง
อาจเป็เพราะเมื่อเช้าอีวานลงมือผูกเนกไทให้เขาแน่นไป จึงทำให้แซ็กหายใจลำบาก บวกกับเดินไปซื้อเครื่องทำกาแฟที่อีกฟากหนึ่งของเมือง ทำให้ตอนที่ก้าวเข้ามาในห้อง เขาไม่ได้กลิ่นอาหารที่ลอยอบอวลอยู่แม้แต่น้อย
“อะไรดลใจให้นายทำมื้อเย็นกันเนี่ย?” แซ็กเอ่ยด้วยท่าทางตื่นเต้น เขารีบกระโจนไปนั่งลงบนเก้าอี้พลางทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นอาหารที่หอมตลบอบอวลไปทั่วห้องจนทำให้น้ำย่อยในท้องเริ่มทำงาน
ไม่ง่ายเลยที่อีวานจะทำอาหารเองแบบนี้ แซ็กมองอาหารสองสามอย่างที่แต่ละจานหน้าตาน่ากินทั้งนั้นด้วยดวงตาที่เป็ประกายราวกับว่า เขาเฝ้ารอวันที่อีวานจะลงครัวเองแบบนี้มาโดยตลอด เพราะั้แ่อีวานมาอยู่ด้วยกัน ก็มีแต่เขาที่เป็คนรับผิดชอบเื่ทำอาหารอยู่คนเดียว
“วันนี้วันเกิดนายไม่ใช่เหรอ?” อีวานเอ่ยเสียงเรียบ พลางก้าวไปหน้าตู้เย็นซึ่งเขาแช่เค้กที่อุตส่าห์ทำั้แ่่เช้าเอาไว้
หากจะถามว่า ทำไมอีวานถึงมีเวลาเตรียมอาหารสำหรับฉลองวันเกิดเล็กๆ ให้กับแซ็ก
ชายหนุ่มก็ต้องขอบคุณแคร์ลที่เป็คนเอ่ยเื่วันเกิดของแซ็กขึ้นมา จากนั้นเธอก็คิดแผนการเซอร์ไพรส์นี้ให้อีวาน โดยมีความช่วยเหลือจากคู่ของเธอซึ่งก็คือหัวหน้าฝ่ายธุรการ
“หืม…ดูเหมือนว่าจะใช่แฮะ ว่าแต่นายรู้ได้ไงอ่ะ?” แซ็กเอียงคอถามอีวานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยประกายวิบวับ ขณะที่อีวานเพียงแค่วางเค้กลงบนโต๊ะแล้วเริ่มปักเทียน
“ไม่สำคัญหรอก ฉันไม่ร้องเพลงนะ อธิษฐานแล้วก็เป่าเค้กด้วย” เมื่อใช้ไฟแช็กจุดไฟเทียนหลากสีบนเค้กวานิลลาที่โรยด้วยเกล็ดน้ำตาลสีสันสดใสเสร็จ อีวานก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยเสียงเรียบเพื่อกันไม่ให้แซ็กตื๊อให้เขาร้องเพลงวันเกิดที่ชวนให้รู้สึกแปลกๆ นั่นออกมา
อันที่จริงอีวานไม่ได้ต่อต้านการร้องเพลงอะไรแบบนั้นหรอก เขาก็แค่…เขินนิดหน่อยเท่านั้นเอง
“น่าเสียดายชะมัด” แซ็กมองอีวานด้วยสายตาละห้อยราวกับว่า หากอีกฝ่ายไม่ยอมร้องเพลงล่ะก็ เขาจะไม่ยอมเป่าเค้กอย่างไรอย่างนั้น
“เฮ้อ ให้ตายสิ! แฮปปี้เบิร์ด เดย์ทูยู????… อธิษฐานเร็วเข้า!!!” อีวานที่จำต้องร้องเพลงตามใจเ้าของวันเกิดได้แต่เอ่ยเร่งอย่างเขินๆ ด้วยใบหน้าอันแดงก่ำ
“ขอให้ได้อยู่กับอีวานตลอดไป~” แซ็กประสานฝ่ามือเข้าด้วยกันแล้วหลับตาลง จากนั้นเขาก็เอ่ยคำอธิษฐานที่อยู่ในใจออกมาอย่างชัดเจน แล้วจึงก้มลงเป่าเทียนอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางอันเบิกบานราวกับเด็กน้อยคนหนึ่ง
ซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของอีวานขึ้นสีแดงจนแทบจะะเิทันทีที่ได้ยินคำอธิษฐานของแซ็ก
“คำอธิษฐานน่ะเขาให้พูดในใจนะไอแซ็ก!” อีวานกระแอมเพื่อไล่ความร้อนบริเวณใบหน้าออกไป จากนั้นก็เอ่ยติงเสียงขรึมพลางหยิบเทียนที่ปักอยู่บนหน้าเค้กออก
“ฉันอธิษฐานให้นายฟังต่างหาก” แซ็กขยิบตาให้อีวานอย่างทะเล้นหนึ่งที แล้วลงมือนำเทียนออกจากหน้าเค้กด้วยอีกคน
“...” วินาทีนี้อีวานทั้งเขินทั้งรู้สึกอับจนพูดไม่ออก ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงวางมีดตัดเค้กลงเบื้องหน้าของแซ็กแล้วก้าวถอยไป หมายที่จะกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตน
“เขินล่ะสิ ฮ่า ฮ่า” แซ็กโอบเอวของคนที่เตรียมจะหนีเอาไว้แล้วเอ่ยเย้าอย่างกวนๆ ด้วยสีหน้าอันเบิกบาน โดยไม่วายที่จะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีไปด้วย
“กินข้าวได้แล้ว” อีวานถลึงตาใส่แซ็กทีหนึ่งพลางเอ่ยเสียงขรึม ขณะที่ฝ่ามือสีขาวสว่างของเขาตีลงไปบนท่อนแขนอันแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มที่โอบเอวของเขาอยู่
“นี่อีวาน” แซ็กเอ่ยชื่อของชายหนุ่มในชุดลำลองสบายๆ ด้วยสุ้มเสียงอันลึกซึ้ง พาให้ฝ่ามือที่เคยฟาดลงมาเปลี่ยนเป็ััลงบนท่อนแขนของเขาอย่างแ่เบาและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
“อะไร?” อีวานเอ่ยถามเสียงเบา ชายหนุ่มหลุบตาลงพาให้ดวงตาของพวกเขาสบกัน
ชั่วเวลาที่อบอวลไปด้วยความลึกซึ้งอันบางเบา อีวานเพียงแค่กำลังรอฟังสิ่งที่แซ็กคิดจะเอ่ยออกมาอย่างไม่คาดหวังอะไร
“ฉันหมายความว่าแบบนั้นจริงๆ นะ ฉันอยากอยู่กับนายแบบนี้ตลอดไป” มันอาจไม่ใช่คำบอกรัก แต่สำหรับแซ็กแล้วการได้อยู่ด้วยกันตลอดไปคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด
เขาชอบอีวานมาั้แ่สมัย ม.ปลายปีหนึ่ง ดังนั้นสำหรับเขาแล้วการได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดอายุขัยจึงเป็สิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุด…
…โชคดีที่มันเป็จริง แม้ว่าจะเป็ในเวอร์ชันที่เขากับอีวานไม่ได้อยู่ด้วยกันที่โลกคนเป็ก็ตาม
“เลิกเพ้อเจ้อเถอะ ถ้าไม่อยู่กับนายแล้วฉันจะไปอยู่กับใคร?” อีวานเอ่ยปรามแซ็กเสียงเบา จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาแล้วดึงท่อนแขนที่โอบเอวของเขาอยู่ออกไปด้วย
“ก็ใช่เนอะ นายเป็โซลเมทของฉันนี่นา ฮ่า ฮ่า” แซ็กไม่ยอมปล่อยอีวานไปง่ายๆ เขาเพียงแค่ออกแรงดึงอีวานมานั่งตักแล้วโอบร่างของอีวานเอาไว้พลางหัวเราะเสียงใสออกมาอย่างอารมณ์ดี
“อืม...นายก็เป็โซลเมทของฉันเหมือนกัน” อีวานเอ่ยเสียงเบาพลางเอนตัวไปพิงลงบนแผงอกของแซ็กแล้วยืดกายไปจุมพิตคางของอีกฝ่ายอย่างแ่เบา
ชั่วเวลานั้นแซ็กเพียงแค่ปล่อยให้อีวานแทะเล็มพอหอมปากหอมคอ จากนั้นเขาจึงก้มลงมอบจุมพิตลงบนริมฝีปากของคนในอ้อมกอดอย่างลึกซึ้งราวกับว่า ่เวลาอันเป็อนันต์ภายในห่วงจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้มีเพียงพวกเขาแค่สองคน
ติดตามตามอ่านได้ทุกวันศุกร์ และ วันเสาร์ เวลา 20.30 จ้า
สำหรับใครรอไม่ไหว ดำเนินเื่ถึง หน้า 229 (หน้า 234 แบบรวมปก) ในฉบับ ebook นะคะ