แม่ลูกสวิงรัก

    แม่ลูกสวิงรัก บทที่ 101 อดีตอันหวานขม [VIII]

            งานเลี้ยงในคืนนี้ถูกจัดขึ้นโดยบริษัทผู้ผลิตนิตยสารแนวผู้ชายชื่อดังแห่งยุคต้น2000 ซึ่งเพิ่งปล่อยเล่มพิเศษที่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายภายในไม่กี่สัปดาห์เล่มที่มีภาพถ่ายของกชกรอยู่บนหน้าปก พร้อมเนื้อหาแฟชั่นเซ็ตวาบหวิวที่เผยเรือนร่างของเธออย่างกล้าหาญและสง่างาม

            ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดงานเลี้ยงครั้งนี้คือบรรณาธิการบริหารของนิตยสารผู้มากประสบการณ์ในวงการเขาคือคนที่มองเห็นศักยภาพของกชกรตั้งแต่แรกเห็นและเป็นผู้ผลักดันเธอเข้าสู่วงการถ่ายแบบสายเซ็กซี่อย่างเต็มตัวไช้เป็นคนเอ่ยปากว่าจะจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นมาเพื่อเป็นการขอบคุณทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทและเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อเฉลิมฉลองให้กับดาวรุ่งคนใหม่ โดยมีเหล่าผู้สนับสนุนและนายทุนจากหลากหลายวงการสื่อรวมถึงวงการเบื้องหลังที่ไม่เอ่ยชื่อแฝงตัวอยู่ในมุมต่าง ๆ ของงาน

            สถานที่จัดงานถูกเลือกอย่างพิถีพิถันเป็นผับกึ่งเลานจ์สไตล์โมเดิร์นยุค Y2K ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางทองหล่อมีโซนชั้นลอยสำหรับวีไอพี และไฟดิสโก้บอลสีเงินหมุนสลับแสงกับม่าน LED เส้นใสบางที่พลิ้วไหวตามเสียงเบสหนัก ๆ ของเพลงยุคอิเล็กโทรป็อป

            ภายในร้านมีบรรยากาศครึกครื้นแต่ยังแฝงความหรูหราทุกโต๊ะมีการ์ดจองวางเรียงราย ข้างแก้วค็อกเทลสีจัดจ้านตรงเวทีกลางมีภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ของกชกรในชุดชั้นในลูกไม้สีดำติดเด่นเป็นฉากหลังพร้อมแสงสปอร์ตไลต์ที่จัดไว้สาดเข้าเฉพาะจุด

            พนักงานเสิร์ฟในชุดฟอร์มตัดเย็บพิเศษแจกจ่ายแชมเปญไม่ขาดมือแขกที่มาร่วมงานมีทั้งช่างภาพชื่อดัง บรรณาธิการจากนิตยสารเครือเดียวกันนายแบบนางแบบสายแฟชั่นวาบหวิวไปจนถึงนักธุรกิจผู้สนับสนุนด้านโฆษณาและกลุ่มเซเลบริตี้ที่หลงใหลในภาพลักษณ์ใหม่ของนิตยสารเล่มนี้

            งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลี้ยงฉลองทั่วไปแต่เป็นการเปิดตัวกชกรอย่างเป็นทางการต่อวงการประกาศว่าเธอคือหนึ่งในผู้หญิงที่โลกของแฟชั่นเซ็กซี่ต้องจับตามองไม่ใช่แค่ในฐานะนางแบบ แต่ในฐานะสัญลักษณ์ใหม่แห่งการปลดปล่อย ความมั่นใจและความงามของผู้หญิงรุ่นใหม่

            กลิ่นเหล้าผสมควันบุหรี่จางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นน้ำหอมจากบรรดาแขกเหรื่อในงานเลี้ยงค่ำคืนนั้นเสียงเบสจากลำโพงซับวูฟเฟอร์กระแทกพื้นไม้กระดานอย่างสม่ำเสมอดึงความรู้สึกของกชกรให้จมหายเข้าไปในห้วงอารมณ์ล่องลอยที่คล้ายจะสุข

            เธอยืนอยู่ริมเคาน์เตอร์บาร์เนื้อผ้าบางเบาไล้ไปตามสะโพกและแนวบั้นเอวอย่างจงใจเผยให้เห็นความเย้ายวนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงส้นสูงสีเงินเงาวับขับให้เรียวขาของเธอดูยาวและแน่นกระชับขึ้นกว่าเดิมเธอรู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของผู้ชายหลายสิบคนในคืนนี้

            หลังจากผู้บริหารของนิตยสารกล่าวคำขอบคุณบนเวทีกชกรก็กลายเป็นคนที่ถูกห้อมล้อมทันที ทั้งจากนายทุนหน้าเก่าที่เคยร่วมงานกับวิทยารวมถึงช่างภาพอีกหลายคนที่แสดงความชื่นชมและไม่ลืมทาบทามเธอให้ไปถ่ายแบบให้กับหัวอื่นบ้าง บ้างก็เสนอเล่มแนวคลาสสิกบ้างก็ชวนไปขึ้นปกสายอีโรติกที่เปิดเผยกว่านี้หลายเท่า

            แต่ที่ทำให้เธอไม่อาจละสายตาได้คือแววตาของผู้ชายบางคนในงาน ที่มองเธอด้วยสายตาแบบไม่แม้แต่จะเสแสร้งสายตาที่ไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่ยืนจ้องเหยื่อที่ถูกจับเปลือยท่ามกลางวงล้อม บางคนไล่สายตามาตั้งแต่ปลายผมไล่ลงไปถึงเนินอกที่เดรสเว้าเปิดเผย ลากต่ำลงผ่านเอวคอดไปจนถึงขาอ่อนแล้วจ้องตรงไปยังเนินเนื้อที่แนบแน่นใต้กระโปรงรัดรูปอย่างไม่ปิดบัง

            เธอรับรู้ถึงแรงปรารถนาในแววตาพวกนั้นชัดเจนบางคนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ บ้างแค่ถือแก้วแล้วขยับเข้ามาใกล้เกินความจำเป็นบ้างแค่สบตาเธอแล้วเม้มปากแน่น เหมือนเก็บกลั้นความคิดชั่ววูบที่อยากจะจับเธอถ่างขากดลงกับเคาน์เตอร์บาร์แล้วเสียบควยเข้าไปให้มิดลำ

            เสียงเพลงที่เปลี่ยนจังหวะมาเป็นบีทหนักขึ้นบรรยากาศในผับเริ่มร้อนระอุไปด้วยเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนเธอยกแก้วมาร์ตินีขึ้นจิบช้า ๆ ปล่อยให้น้ำแข็งแตะริมฝีปากก่อนจะกวาดตามองไปรอบงานอย่างเยือกเย็น เธอไม่ได้หวั่นไหวกับสายตาเหล่านั้นอีกแล้วมันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแปดเปื้อนแต่กลับเติมเชื้อเพลิงบางอย่างให้กับแรงผลักดันในใจ

            หลังจากยืนอยู่ในฐานะนางเอกของงานอยู่นานรับคำยินดีจากผู้คน ชนแก้วกับคนที่เธอจำชื่อไม่ได้และยิ้มให้กับสายตาหิวกระหายของคนรอบตัวจนแก้มปวด เมื่อถึงเวลาหนึ่งกชกรก็รู้สึกว่าหัวของเธอเริ่มหมุนเบา ๆ ลมหายใจแน่นขึ้นน้ำแข็งในแก้วเริ่มละลายอย่างช้า ๆ ความมึนเมาเริ่มไล่ระดับขึ้นมาทีละนิด

            เธอปลีกตัวออกจากวงล้อมของคนรู้จักด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นคลอนบางส่วนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ บางส่วนเพราะความเหนื่อยล้าทางใจที่ไม่มีใครรู้เธอเดินเลาะไปตามมุมมืดของผับที่เต็มไปด้วยโต๊ะที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบจนถึงมุมหนึ่งที่เงียบสงบกว่าที่นั่นเธอเห็นเขา

            อาจารย์วิทนั่งอยู่เพียงลำพังมือข้างหนึ่งวางพาดพนักพิง อีกข้างถือแก้วเหล้าที่ยังไม่พร่อง แววตาเขาเหม่อลอยไปยังฟลอร์เต้นรำตรงกลางร้านที่คลาคล่ำด้วยผู้คนแต่กลับเหมือนเขาไม่เห็นใครเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของเขานิ่งสงบทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเศร้าอย่างยากจะอธิบายแสงสลัวจากโคมไฟเหนือศีรษะทอดเงาบางเบาบนใบหน้าของเขาทำให้เขาดูโดดเดี่ยวเกินกว่าจะเข้าใกล้ แต่กชกรก็ยังเลือกจะเดินเข้าไปหาอยู่ดี

            เธอไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงขอนั่งด้วย ซึ่งวิทยาก็ไม่ได้ปฏิเสธเพียงขยับเก้าอี้ข้างตัวให้เธออย่างเงียบ ๆ พวกเขานั่งเคียงกัน ท่ามกลางเสียงเพลงเสียงหัวเราะและความวุ่นวายของงานเฉลิมฉลองที่เหมือนไม่เกี่ยวข้องกับทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย

            กชกรไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนยกแก้วขึ้นก่อนหรือใครเป็นคนรินเหล้าให้ใคร แต่สุดท้าย แก้วของพวกเขาก็เริ่มเต็มและว่างเปล่าสลับกันไปมาเหมือนจังหวะเต้นของหัวใจที่ไร้ทิศทางเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าความเงียบของคนสองคนที่นั่งข้างกันจะสามารถปลอบประโลมกันได้มากขนาดนี้

            เธอสังเกตแววตาของเขาอย่างเงียบๆ มันพร่ามัวด้วยหมอกบาง ๆ ของความเสียใจและความโดดเดี่ยว เธอไม่ถามว่าเขาเป็นอะไรไม่ถามว่าเขาคิดถึงใครหรือเสียใจเรื่องอะไรเพราะเธอเองก็ไม่มีคำตอบให้คำถามของตัวเองเหมือนกัน

            ทั้งสองต่างตกอยู่ในภวังค์ของความมึนเมาอย่างเชื่องช้าไม่ใช่เพราะต้องการลืมแต่เพราะไม่รู้จะอยู่กับความจริงตรงหน้ายังไงให้ไม่เจ็บไปมากกว่านี้เธอเองก็ยังมีรอยสั่นไหวจากการพบกับนพนิธิเมื่อตอนหัวค่ำ

            ไม่มีคำพูดไม่มีเหตุผล ไม่มีแม้แต่คำปลอบใจระหว่างพวกเขาในคืนนั้น มีเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆกับเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วในจังหวะที่ไม่แน่นอน

            ทั้งสองต่างดื่มให้กับความรักห่วยๆ ของตัวเอง รักที่ทำให้เขาและเธอ ต้องมาเจอกันในคืนที่ไม่มีใครเหลียวแล

             

            ในห้วงฝันที่ไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดขึ้นจริงหรือเพียงภาพเลื่อนลอยจากจินตนาการกชกรรู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกายชายคนหนึ่งที่แนบแน่นอยู่เหนือเรือนร่างเธอกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาอบอวลคล้ายกลิ่นเหงื่อผสมแอลกอฮอล์จาง ๆและไออุ่นนั้นก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกครอบครองอย่างสมบูรณ์ราวกับร่างกายเธอถูกตรึงไว้กับเตียงโดยสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งแรงต่อต้านมีเพียงเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของเขาและสัมผัสจากร่างกายที่บดเบียดเข้ามาเท่านั้นที่เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจน

            แล้วทันใดนั้น ควยแข็งขึงที่กำลังแทรกซึมเข้ามาในร่างเธออย่างหนักหน่วงก็ทำให้กชกรต้องเผลอหลุดเสียงครางออกมาจากลำคอมันทั้งตึง ทั้งแน่น และร้อนผ่าว ขณะเดียวกันก็เร้าอารมณ์เธอที่ห่างหายจากเซ็กส์อย่างรุนแรงร่างกายเธอห่อตัวเกร็งเล็กน้อยก่อนจะยอมคลายรับการกระแทกควยเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องอยู่ในความเงียบของห้องและทุกครั้งที่สะโพกของเขากระแทกใส่มันก็ยิ่งปลุกเร้าให้เธอรู้สึกเสียวซ่านแทบจะขาดใจ

            แม้หัวใจของเธอจะตื่นตระหนกแต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างยินยอม ลมหายใจของกชกรเริ่มขาดห้วงหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงรับแรงโยกสะท้อนแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงกล้ามเนื้อหน้าท้องของชายผู้นั้นแนบแน่นอยู่เหนือหน้าท้องเธอสะโพกของเขากระแทกเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่เร่งเร้าและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆราวกับต้องการจะฝากความเป็นเจ้าของเอาไว้ในกายเธอให้ลึกที่สุด

            มือข้างหนึ่งของเขาจับยึดที่สะโพกของเธอแน่นขณะที่อีกข้างเลื่อนไปโอบบั้นท้ายแล้วกระชับแรงขึ้นจนก้นของเธอลอยขึ้นเล็กน้อยรับกับจังหวะการตอกเสาเข็มที่ยิ่งทวีความหนักหน่วงขึ้นทุกขณะกชกรรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกกลืนกินในวังวนแห่งราคะ ไม่มีสิ่งใดให้ยึดเหนี่ยวมีเพียงความเสียวซ่าน ความวาบหวามและสัมผัสอุ่นร้อนที่บดขยี้เธออย่างไม่ปรานีเท่านั้น

            เธอพยายามหรี่ตาขึ้นเพื่อมองว่าเขาเป็นใครแต่เปลือกตาก็หนักอึ้งเกินจะยกไหว ทุกอย่างพร่าเลือน ราวกับอยู่ในม่านหมอกบาง ๆที่คอยบดบังความจริงไว้ เธอไม่แน่ใจว่านี่คือฝันหรือว่าความจริงกำลังบีบคั้นเธออยู่กันแน่…ทว่าสิ่งที่ชัดเจนที่สุดกลับไม่ใช่ใบหน้าของชายผู้นั้น แต่เป็นแรงสั่นสะท้านที่หัวควยของเขาแล่นพล่านเต็มร่องรูกระจายความรู้สึกเสียวกระสันไปทั่วเรือนร่าง

            ท่วงท่าที่เขาใช้ราวกับมีจังหวะจะโคนั้นแน่นอนและชัดเจนเขาขยับสะโพกเข้าออกในมุมที่พุ่งตรงสู่จุดลึกภายในร่างกายของเธอแก่นกายกระแทกเข้ามาแต่ละทีเหมือนตั้งใจจะทุบตีให้ช่องทางภายในของเธอแตกสลายยิ่งเมื่อเขากดร่างเธอลงกับที่นอน ใช้ข้อศอกยันตัวไว้ด้านข้าง แล้วโถมสะโพกเข้ามาอย่างต่อเนื่องร่างของเธอก็ยิ่งไหวเอนราวกับเป็นแค่ตุ๊กตาในอ้อมแขนของเขา

            ทุกแรงกระแทกที่สอดใส่เข้ามาทำให้กชกรต้องครางออกมาอย่างหยุดไม่ได้ปลายเท้าเธอเกร็ง งอตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างหัวนมที่แข็งชูชันเสียดสีไปกับแผ่นอกของเขาทุกจังหวะที่โยกกระแทก มันทั้งเร้าทั้งร้อน ทั้งรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ

            แล้วเมื่อเขาเปลี่ยนท่าจับเธอพลิกให้นอนตะแคงข้าง ขาพาดบนต้นขาเขาแล้วสอดใส่เข้ามาในมุมที่ลึกขึ้นอีกครั้ง ร่างของกชกรถึงกับสะดุ้งเฮือกเสียงครางลอดออกจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่ความลึกนั้นกระแทกเข้าไปในจุดที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีมาก่อนและเมื่อเขาขยับสะโพกโยกใส่เธอถี่ ๆ อย่างไม่มีหยุดพักร่างกายเธอก็ถึงกับกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความเสียวที่สะสมจนท่วมล้นไปทั่วทั้งช่องหี

            เสียงครางแผ่วเบาที่หลุดลอดจากลำคอของกชกรถูกกลืนหายไปกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องอยู่ในห้องเงียบงันทุกครั้งที่สะโพกของเขาโถมเข้ามาอย่างแรง มันไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายของเธอสะท้านแต่ยังสั่นสะเทือนเข้าไปถึงส่วนลึกที่สุดในหัวใจ จังหวะการโยกกระแทกของเขารุนแรงและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีวันหยุดพัก แขนขาของเธอสั่นเทาขณะที่บั้นเอวถูกยึดไว้แน่นหนาเหมือนถูกตรึงติดกับเตียงอย่างไร้ทางหลบหนี

            เรือนร่างของกชกรที่เต็มไปด้วยเหงื่อเปียกชื้นแนบแน่นไปกับผ้าปูเตียงกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังเกร็งเครียดเพราะแรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกเคี่ยวกรำด้วยความใคร่แบบไร้เมตตาแก่นกายอันร้อนผ่าวของเขาชอนไชเข้ามาลึกยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาทุกทีที่มันกระแทกถึงจุดลึกสุดช่องทางของเธอก็หดเกร็งรัดแน่นตอบรับอย่างหมดหนทางจะต้านทาน

            เสียงหายใจของเขาหนักและถี่ขึ้นสะโพกของเขาโยกถี่ไม่ต่างจากคลื่นพายุที่ถาโถมเข้าสู่ฝั่งอย่างไม่ลดละร่างกายของกชกรสั่นสะท้านเหมือนจะหลุดลอยออกจากโลกความเสียวซ่านที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปะทุขึ้นเป็นคลื่นร้อนที่ไหลวนอยู่ในช่องท้องลามไปถึงปลายมือปลายเท้าที่สั่นระริก ใบหน้าเธอแดงซ่านเปลือกตาหลับพริ้มแต่สั่นระริก น้ำตาแห่งความสุขที่ระคนไปกับความอ่อนล้าค่อย ๆไหลลงสู่ขมับอย่างแผ่วเบา

            แล้วในจังหวะสุดท้ายที่เขากระแทกสะโพกใส่อย่างแรงที่สุดร่างของกชกรก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก เสียงร้องครางอย่างห้ามไม่อยู่หลุดลอดออกจากลำคอมือทั้งสองกำผ้าปูเตียงแน่น กล้ามเนื้อทั่วร่างกระตุกเกร็งความรู้สึกถึงของเหลวอุ่นจัดที่ฉีดพุ่งเข้ามาในร่องลึกทำให้เธอแทบหยุดหายใจมันทั้งร้อน ทั้งลึก และเต็มแน่นจนเธอแทบไม่อาจขยับตัว

            ในห้วงเวลาเพียงเสี้ยวนาทีนั้นกชกรรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ร่างกายของเธอล่องลอยอยู่ในอากาศท่ามกลางม่านหมอกแห่งความสุขสมที่ไม่อาจอธิบายได้ร่างของเขาทิ้งตัวลงแนบอยู่บนแผ่นอกของเธอ ลมหายใจทั้งสองประสานกันในจังหวะอ่อนแรงและเมื่อทุกอย่างค่อย ๆ สงบลง ภาพทั้งหมดก็ค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืดสลัวราวกับไม่เคยมีอยู่จริง

            กชกรนิ่งงันอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงไปเหมือนความฝัน

             

            แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านบางเฉียบเข้ามาทาบไล้ผิวกายเปลือยเปล่าของกชกรที่นอนแนบอยู่บนเตียงกว้างความอุ่นจากแสงอาทิตย์เหมือนค่อย ๆปลุกประสาทรับรู้ของเธอให้ตื่นขึ้นจากห้วงฝันอันพร่ามัวเธอขยับเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ลมหายใจแผ่วเบาในลำคอค่อย ๆ กลับมาเป็นจังหวะตามปกติก่อนจะสะดุดลงเมื่อเธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสของบางสิ่งที่อยู่ข้างกาย

            ผ้าห่มเนื้อนุ่มที่คลุมร่างเธอไว้เลื่อนหลุดลงจากเนินอกเล็กน้อยเผยให้เห็นผิวเนื้ออันขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจูบจาง ๆและรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วแผ่นอกและต้นขากชกรนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ หันหน้ามองไปทางด้านข้างด้วยความระแวดระวัง และพบว่ามีร่างของชายหนุ่มนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน...เปลือยเปล่าไม่ต่างจากเธอ

            หัวใจของเธอเต้นระรัวเสียงความคิดตีกันวุ่นวายในหัวขณะที่พยายามรวบรวมภาพเหตุการณ์ที่ขาดหายไปจากคืนที่ผ่านมาเธอจำได้ลาง ๆ ถึงแสงสีในผับ เสียงดนตรี การดื่มฉลอง และวิทยาที่นั่งเคียงข้างเธอจนดึกดื่นทั้งคู่ดื่มกันอย่างหนัก แต่เธอเมาหนักกว่ามาก วิทยาจึงอาสาขับรถมาส่งถึงหน้าห้อง

            จำได้ว่าเธอเป็นฝ่ายรั้งเขาไว้ไม่อยากให้เขากลับไปทั้งที่ยังเมา เพราะเป็นห่วงว่าจะเกิดอุบัติเหตุเธอชวนเขาให้นอนที่นี่สักคืนแล้วทั้งคู่ก็นั่งดื่มกันต่ออีกเล็กน้อยในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวเกินกว่าจะละเลยความรู้สึกที่ซ่อนเร้นในใจ

            แล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างไม่คาดฝันด้วยแรงดึงดูดของความเหงาและฤทธิ์แอลกอฮอล์ พวกเขาแนบชิดกันมากขึ้นริมฝีปากแตะต้องกันโดยไร้คำพูด และอ้อมแขนที่โอบรัดกันแน่นหนาโดยไม่มีใครขัดขืนกระทั่งทุกอย่างจบลงด้วยร่างเปลือยเปล่าบนเตียงนี้

            กชกรหลับตาลงชั่วครู่พยายามข่มความรู้สึกสับสนและอับอาย ก่อนจะค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดร่างและขยับลำตัวให้ลุกขึ้นนั่งอย่างแผ่วเบา เธอเหลือบมองร่างชายหนุ่มข้างกายอีกครั้งราวกับเพื่อยืนยันว่าทุกสิ่งที่เห็นคือความจริง ไม่ใช่แค่ฝันกลางวัน

            เมื่อมั่นใจว่าเขายังไม่ตื่นเธอจึงค่อย ๆ แง้มผ้าห่มขึ้น แล้วชำเลืองมองเรือนร่างของตัวเองรอยแดงที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วร่างยังคงชัดเจน ปลายนิ้วเรียวของเธอสั่นเล็กน้อยขณะเลื่อนลงไปแตะที่หน้าท้องแบนราบ แล้วเลื่อนต่ำลงไปถึงเนินเนื้อกลางลำตัว

            กลีบพูอวบอิ่มที่ยังบวมเจ่อและแดงจัดบ่งบอกว่ามีการใช้งานอย่างหนักหน่วงเมื่อคืนเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ก่อนจะแยกต้นขาออกเล็กน้อย แล้วใช้นิ้วกลางค่อย ๆแหวกแคมหีออกช้า ๆ เพื่อสำรวจสิ่งที่อยู่ภายใน ปากรูร่องยังเผยอเล็กน้อยและรอบขอบปากรูก็มีคราบน้ำรักที่แห้งเกรอะกรังติดเกาะอยู่ทั่วรอบริมขอบคล้ายเกล็ดสีขาวขุ่น

            เธอหายใจหอบพร่าเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนเมือกแห้งนั้นโดยตรงกลิ่นคาวอ่อน ๆ ลอยโชยขึ้นมากระทบจมูก พร้อมกับภาพในหัวที่ย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆร่างที่กระแทกเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าสัมผัสร้อนผ่าวที่พุ่งเข้าสู่ภายในอย่างลึกซึ้ง และความสุขสมจนร่างเธอเกร็งกระตุกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

            ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในความฝันแต่มันคือความจริง... ความจริงที่ร่างกายของเธอยังจดจำได้ดีแม้หัวใจจะยังสับสนไม่หาย

            เธอไม่ได้พูดอะไรไม่แม้แต่จะเรียกชื่อเขา กชกรเพียงแค่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายลุกขึ้นเดินเปลือยกายเข้าไปในห้องน้ำ สายน้ำจากฝักบัวไหลรดร่างของเธออย่างเงียบงันเธอยืนนิ่งใต้สายน้ำอยู่นานจนแทบไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาที ความรู้สึกสกปรก ความสับสนและความอับอายตีวนอยู่ในอกจนเธอแทบหายใจไม่ออก

            หลังจากอาบน้ำเธอสวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ รวบผมขึ้นลวก ๆ โดยไม่ส่องกระจกแล้วเดินออกจากห้องไปทั้งอย่างนั้น ทิ้งให้ร่างของวิทยายังคงหลับใหลอยู่บนเตียงโดยไม่มีแม้แต่คำลา

            สามวันหลังจากนั้นกชกรพยายามหลีกเลี่ยงทุกช่องทางที่จะต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์วิทเธอขลุกอยู่กับการเตรียมงานและรับงานพิเศษอื่น ๆเพียงเพื่อให้ตัวเองไม่มีเวลาว่างพอจะคิดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นแต่ยิ่งหลีกหนีเท่าไรความรู้สึกผิดและภาพจำก็กลับยิ่งตามหลอกหลอนเธอหนักขึ้นเท่านั้น

            จนกระทั่งวันหนึ่งซึ่งเป็นวันนัดถ่ายงานอีกครั้ง เธอก็ไม่อาจหลบหน้าเขาได้อีกต่อไปกองถ่ายตั้งอยู่ในสตูดิโออันคุ้นเคยดีบรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความคึกคักจากทีมงานที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ แสงไฟและฉากหลังสำหรับเซ็ตใหม่ เธอเดินเข้ามาในสตูดิโอด้วยท่าทีสงบนิ่งเช่นเคยพยายามวางท่าทีให้ดูเป็นมืออาชีพที่สุด แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดปกติ

            และไม่นานนักเธอก็เห็นเขายืนอยู่ไม่ไกลจากจอมอนิเตอร์หน้าฉาก เขาหันมามองเธอพอดีแววตาของเขามีบางอย่างที่เธอไม่อาจอ่านได้ชัดเจน มันคล้ายกับความรู้สึกผิดความห่วงใย และบางสิ่งที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับ

            เขาเดินเข้ามาหาเธอในจังหวะที่คนรอบข้างกำลังวุ่นวายกับการเซ็ตอุปกรณ์กชกรรับรู้ถึงลมหายใจของเขาที่อยู่ใกล้เกินไป เธอพยายามไม่มองหน้าเขาตรง ๆแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจกลับยิ่งเต้นแรงขึ้น

            เสียงของเขาที่กล่าวคำขอโทษออกมาแม้ไม่ได้เปล่งออกชัดเจน แต่เธอกลับได้ยินมันในห้วงความเงียบระหว่างคนสองคนเขายอมรับว่าเป็นความผิดพลาด และไม่ควรเกิดขึ้น แต่เธอกลับเป็นฝ่ายส่ายหน้าน้อย ๆแล้วกล่าวเพียงแค่ว่าไม่ต้องใส่ใจ

            สำหรับเธอ เรื่องคืนนั้นไม่ได้มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นฝ่ายผิดเพราะต่างฝ่ายต่างก็ยินยอม ต่างฝ่ายต่างก็แบกรับความเหงาเอาไว้ในใจแถมพวกเขาไม่ได้มีความรักต่อกันเลยสักนิด

            เธอบอกเขาว่าขอให้ลืมมันไปเสีย แล้วทำงานด้วยกันต่อไปในฐานะมืออาชีพเธอไม่ต้องการให้มันมาทำลายความไว้ใจที่มีระหว่างกันหรือทำลายโอกาสในอาชีพของตัวเอง

            หลังจากวันนั้นทั้งกชกรและวิทยายังคงทำงานร่วมกันต่อไปได้อย่างราบรื่นแม้จะไม่มีคำพูดใดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้นหลุดออกจากปากใครอีกเลยแต่ก็ไม่มีความตึงเครียดหรือความอึดอัดใดระหว่างกันทั้งคู่ต่างเข้าใจบทบาทของตัวเอง และวางกรอบความสัมพันธ์ไว้ในขอบเขตที่ชัดเจนมากขึ้น

            แม้จะมีบางครั้งที่สายตาของพวกเขาเผลอมองสบกันอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่ก็ไม่มีใครยอมปล่อยให้มันเลยเถิดไปกว่านั้นอีกแล้ว เพราะต่างคนต่างรู้ดีว่าบางสิ่ง แม้เกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่อาจย้อนคืนได้อีก

             

            เหตุการณ์ได้ล่วงเลยผ่านมาสองเดือนแล้วหลังจากคืนนั้นวันนี้ก็เป็นวันที่เธอมาถ่ายงานเหมือนปกติ ตอนนี้เธอมีเงินเก็บอยู่พอประมาณแล้วเธอคิดว่าอีกสักปีสองปีก็คิดจะรีไทร์ออกจากวงการนี้เพื่อเปิดกิจการร้านที่ตัวเองได้วาดฝันไว้ ได้กลายเป็นเจ้านายตัวเองอย่างแท้จริง

            ช่วงนี้นอกจากงานหลักของตัวเองแล้วด้วยความที่ตอนนี้เธอมีชื่อเสียงโด่งดัง ทำให้มักมีกลุ่มคนประเภทแปลก ๆ ตามสตอล์คเกอร์ซึ่งเป็นเรื่องปกติในวงการนี้ พอมีเวลาว่าง เธอจึงมักหาเวลาไปฝึกฝนศิลปะป้องกันตัวทุกรูปแบบตามคำแนะนำของพิมพ์ลภัส

            สักพักกลิ่นเครื่องเทศจากมุมอาหารของกองถ่ายโชยมาแตะจมูกลอยผ่านอากาศอุ่นชื้นของสตูดิโอในช่วงสายวันนั้นอย่างไม่รู้ตัวกชกรสะดุดกึกกับกลิ่นหอมฉุนที่เธอเคยเฉยชา แต่กลับกลายเป็นว่ามันทำให้กระเพาะภายในปั่นป่วนอย่างฉับพลัน

            เธอยกมือขึ้นปิดปากทันควันใบหน้าซีดเผือด เหงื่อซึมบนขมับและหลังคอเสื้อคลุมสีครีมที่สวมเตรียมถ่ายแบบเริ่มแนบติดตัวด้วยเหงื่อเย็นเฉียบทุกอย่างหมุนติ้วในสายตา แสงแฟลชจากเซ็ตข้าง ๆ แทบจะกลายเป็นแสงวูบวาบที่ทำเอามึนหัวไปหมด

            ก่อนที่ใครจะทันสังเกตกชกรทรุดตัวลงช้า ๆ คุกเข่าข้างเก้าอี้แต่งหน้าแล้วอาเจียนพรวดอย่างไม่อายใครเสียงฮือฮาในกองดังขึ้นทันที สายตาหลายคู่หันมามองด้วยความตกใจและงุนงงพร็อพเสื้อผ้าและช่างหน้าแต่งผมพากันรีบเข้ามาแต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้พยุงตัวเธอลุกขึ้น ร่างของกชกรก็โน้มไปทางด้านข้างหัวไหล่สะบัดเบา ๆ เหมือนจะขืนสติไว้ แต่ก็ไม่ทัน ศีรษะของเธอกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะกระจกแต่งหน้าเสียงดังตึง

            ทุกอย่างดับวูบลงทันทีในสายตาของกชกรมีเพียงเสียงโกลาหลที่แว่วไกล ๆ ก่อนทุกอย่างจะกลายเป็นความว่างเปล่าสีดำสนิท

            กชกรตื่นขึ้นอีกครั้งในห้องที่มีแสงไฟสีขาวนวลตัดกับม่านสีฟ้าอ่อนที่ไหวเบา ๆ จากเครื่องปรับอากาศ ม่านตาเธอลืมขึ้นช้า ๆฝืนความหนักอึ้งที่กดเปลือกตาไว้ จมูกได้กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์จาง ๆมือข้างหนึ่งถูกเสียบสายน้ำเกลือ และความรู้สึกแน่นตรงมวนท้องก็ยังไม่หายไป

            กชกรพยายามหันหน้าช้าๆ แต่แรงไม่พอ เธอรับรู้ถึงเสียงฝีเท้าเดินเข้าใกล้ก่อนที่คุณหมอในชุดกราวน์สีขาวจะปรากฏตัวพร้อมพยาบาล

            คำพูดของหมอไม่ได้ซับซ้อนไม่มีกลิ่นอายของการชี้แจงทางวิชาการ แต่กลับเหมือนใบมีดคมกริบที่ปาดผ่านใจเบา ๆเมื่อผลตรวจออกมาว่าเธอตั้งครรถ์ได้สองเดือน เสียงนั้นนุ่มและจริงใจราวกับไม่รู้เลยว่าประโยคเดียวกันนี้กำลังพลิกทุกอย่างในชีวิตของเธอให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

            เธอไม่ตอบไม่มีคำถาม ไม่มีแม้แต่การขยับตัว กชกรนอนนิ่ง จ้องเพดานขาวโพลนอย่างไร้จุดหมายลมหายใจสั้นลงช้า ๆ เหมือนกำลังกลั้นคลื่นพายุในอกไม่ให้ทะลักออกมาผ่านแววตา

            ความว่างเปล่าอัดแน่นไปด้วยความคิดนับพันที่ตีวนเข้ามาอย่างไม่มีช่องว่างให้พักหายใจเธอนับย้อนหลังอย่างเบลอ ๆ คงเพราะเธอมีเรื่องว้าวุ่นใจมากมายจึงลืมสังเกตว่าประจำเดือนมาเป็นปกติหรือเปล่า

            มือข้างหนึ่งของเธอวางลงบนหน้าท้องแบนราบเบาๆ อย่างไม่รู้ตัว ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปจากภายนอกเลย แต่ข้างในกลับมีบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ อย่างมั่นคง นิ่งงันและไม่อาจย้อนกลับได้อีกแล้ว

            วิทยาที่เฝ้าอาการเธออยู่ก็ได้รับรู้เช่นเดียวกันเขาสบตากับเธอและเริ่มนับวัน ก็พบว่าเป็นคืนวันนั้นพอดีและเขามั่นใจว่าลูกในท้องนั่นต้องเป็นลูกของเขาอย่างแน่นอน

            เขาพยายามเอ่ยบางอย่างอาจจะเป็นความรับผิดชอบ อาจจะเป็นความตั้งใจหรืออาจจะเป็นแค่คำว่าขอโทษที่ถูกลืมไว้ตั้งแต่คืนวันนั้น แต่กชกรยกมือขึ้นเบา ๆส่ายศีรษะช้า ๆ ยังไม่ทันปล่อยให้คำพูดของเขาได้ตกกระทบผิวของความจริง

            เธอยังไม่พร้อม

            แค่ความจริงว่าตัวเองท้องก็หนักพอแล้วในตอนนี้

            เธอบอกเพียงว่าเธออยากอยู่กับตัวเองสักพักไม่อยากให้ใครพูดถึงเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะเธอปฏิเสธความจริงแต่เพราะเธอยังไม่สามารถหาคำอธิบายใด ๆ กับชีวิตของตัวเองได้เลย

            และเขาก็เข้าใจมากกว่าที่เธอคิด เขาไม่ดึงดัน ไม่เร่งเร้าปล่อยให้เธอได้มีเวลาอยู่กับตัวเองอย่างเต็มที่

            กาลเวลาค่อย ๆเคลื่อนตัวไปช้า ๆ ราวกับสายธารที่ไหลเอื่อยเฉื่อยหลังพายุใหญ่ สองเดือนหลังคืนนั้นกชกรเริ่มพบว่าร่างกายของตนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วไม่เพียงแค่คลื่นไส้ที่มาเป็นระลอกไม่ใช่แค่ความเหนื่อยอ่อนที่ไม่อาจอธิบายด้วยตรรกะหรือความเครียดแต่มันลึกลงไปยิ่งกว่านั้น เป็นอาการของบางสิ่งที่กำลังเติบโตอยู่ภายในร่างของเธอทีละเล็กละน้อย...เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วที่ขโมยทั้งแรงกาย แรงใจ และความสงบในแต่ละวัน

            อาการแพ้ท้องของเธอรุนแรงกว่าที่คิดไม่ใช่แค่เช้าหรือเย็น แต่แทบตลอดทั้งวัน กลิ่นอาหารที่เคยชอบกลับกลายเป็นศัตรูกลิ่นสบู่ กลิ่นน้ำหอม ก็ทำให้เธอรู้สึกอยากจะอาเจียนเสียให้ได้

            พิมพ์ลภัสเสนอให้เธอเอาเด็กออกด้วยเหตุผลที่ดูเข้าใจง่าย เด็กคนนี้ไม่ได้เกิดจากความรักเขาไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย และที่สำคัญเขาอาจทำลายอนาคตที่กชกรเพิ่งเริ่มต้นสร้างขึ้นมา มันฟังดูสมเหตุสมผลในทางโลกในเชิงของชีวิต ในด้านของเส้นทางอาชีพหรือความมั่นคงใด ๆ ที่ผู้หญิงวัยยี่สิบต้น ๆพึงควรมี

            วูบหนึ่งเธอเกือบจะคล้อยตามความคิดนั้น

            ค่ำคืนนั้นเธอทบทวนทุกอย่างอยู่คนเดียวในห้องเงียบมองหน้าท้องแบนราบของตัวเองที่ยังไม่เผยร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงใด ๆแต่ลึกลงไปภายใน กชกรรู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น เด็กคนนี้กำลังเติบโตเขายังไม่แม้แต่จะมีเสียงร้องหรือชื่อเรียก แต่กลับสามารถทำให้หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งเต้นผิดจังหวะได้อย่างง่ายดาย

            กชกรก็คิดว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ผิดอะไรเลยและเขาก็ยังเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอเอง แม้เขาจะยังไม่คลอดออกมาแต่เด็กคนนี้ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวแล้วในตอนนี้และเพราะอย่างนั้น... จะให้เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร

            พิมพ์ลภัสรับฟังโดยไม่ขัดขืนเพียงพยักหน้าช้า ๆ แล้วโอบเธอไว้แน่นแนบไหล่โดยไม่เอ่ยถ้อยคำใดอีกเพื่อนรักของเธอไม่เคยก้าวก่ายในทางที่เธอไม่ต้องการ และเมื่อการตัดสินใจชัดเจนพิมพ์ลภัสก็กลายเป็นผู้ดูแลคนสำคัญของเธอในช่วงตั้งครรภ์แทน

            แต่ถึงจะมีพิมพ์ลภัสอยู่เคียงข้างกชกรก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่ดี ความรู้สึกนั้นไม่อาจลบเลือนได้แม้มันจะเจือจางลงบ้างเมื่อได้ยินเสียงหัวใจของเด็กในครรภ์เต้นตึกตักจากเครื่องอัลตราซาวด์ครั้งแรกแต่ในห้วงเวลานอกเหนือจากนั้น เธอยังต้องเผชิญกับความจริงอย่างเงียบงัน...ความจริงที่ว่าเขาจะต้องเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าเกิดขึ้นจากสิ่งใด

            เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายกับตัวเองอย่างไรไม่รู้จะตอบคำถามของเด็กคนนี้ในอนาคตอย่างไร แต่ที่เธอรู้แน่ ๆคือเธอจะไม่ทอดทิ้งเขา ไม่ว่าชีวิตจะยากลำบากเพียงใด ไม่ว่าความจริงจะเจ็บแค่ไหน เขาคือทุกสิ่งที่เธอเหลืออยู่

            และเธอจะปกป้องเขาไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม

            เวลาผันผ่านไปเนิ่นนานกว่าที่ใครจะรู้ตัวฤดูกาลเปลี่ยน ความเงียบในใจเริ่มอ่อนลง และแม้จะไม่เอ่ยถ้อยคำใด ๆความสัมพันธ์ระหว่างกชกรกับวิทยาก็ขยับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้า ๆภายใต้บรรยากาศที่ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย

            เดือนแล้วเดือนเล่าและแล้ววันหนึ่งกชกรก็มองตัวเองในกระจก พบว่าร่างกายของเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้วหน้าท้องที่เคยแบนราบเริ่มนูนขึ้นจนมองเห็นชัด ผิวเนื้อบริเวณนั้นตึงและอุ่นมือของเธอแตะลงไปเบา ๆ รับรู้ถึงจังหวะชีพจรเล็ก ๆที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของเธอเอง เธอทาบฝ่ามือลงไปช้า ๆ แล้วปิดตาสูดลมหายใจลึก มดลูกของเธอมีชีวิตเล็ก ๆ อีกชีวิตหนึ่งอาศัยอยู่ ลูกของเธอ

            ในช่วงเดือนที่ห้าของการตั้งครรภ์หน้าท้องของกชกรกลมโตอย่างชัดเจน เสื้อผ้าทุกชุดต้องเปลี่ยนใหม่หมดรองเท้าส้นสูงที่เคยใส่จนชินกลายเป็นของตกยุคสำหรับเธอ การเดินก็เชื่องช้าลงหนักแน่นขึ้น ทุกย่างก้าวต้องมีสติ ค่อย ๆ ควบคุมร่างกายอย่างระมัดระวังเส้นผมที่เคยเป่าไดร์ตรงสลวย กลับถูกมัดรวบไว้หลวม ๆ เพื่อความคล่องตัวผิวหน้าที่เปลือยเปล่าเผยให้เห็นความอิ่มเอิบอ่อนหวานในแบบที่หญิงตั้งครรภ์เท่านั้นจะมี

            ในวันที่พิมพ์ลภัสต้องออกไปทำงานวิทยามักจะมารับช่วงดูแลกชกรแทนเสมอ เขาไม่เคยพูดมาก ไม่เคยเรียกร้องไม่เคยแตะต้องเธออย่างเกินเลย แค่ทำหน้าที่เงียบ ๆ อย่างใจเย็น ตั้งแต่ช่วยล้างจานปูหมอน อบข้าวต้ม บางวันเขาก็แค่เอาเสื้อผ้าที่ซักเรียบร้อยมาแขวนไว้หน้าห้องโดยไม่แม้แต่จะรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ

            มีหลายครั้งที่กชกรเฝ้ามองแผ่นหลังของเขาขณะจัดของหรือยกถังน้ำดื่มขึ้นวางเธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร มันไม่ใช่ความรักในแบบที่เธอเคยรู้จักไม่ใช่แรงปรารถนา ไม่ใช่ไฟเสน่หาอย่างที่เคยรู้สึกกับใคร ๆ แต่สิ่งที่เธอรู้คือเธอรู้สึกปลอดภัย สงบ และเชื่อได้อย่างแปลกประหลาด

            เธอไม่ได้รักเขาแต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตลอดช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา วิทยาไม่เคยทอดทิ้งไม่เคยหายไป ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเลยแม้แต่ครั้งเดียว

            หลังคลอดเด็กชายตัวน้อยที่เธออุ้มท้องมานานเก้าเดือนก็ได้ลืมตาดูโลก แขนขาเล็ก ๆของเขากระดิกไปมา ปากเล็กจิ๋วดูดนมจากอกเธออย่างแรงด้วยความหิวโหยน้ำตาของเธอไหลออกมาเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัวมันเป็นความผูกพันระหว่างแม่ลูกที่ไม่สามารถอธิบายได้

            ในห้องพักฟื้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสบู่และผ้าฝ้ายวิทยานั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง กชกรมองเขาอย่างพินิจพิจารณา แม้กชกรจะไม่ได้รักเขาแต่เธอก็รักลูกของเธอมาก เธอไม่อยากให้เขาเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ถึงเด็กคนนี้จะไม่ได้เกิดมาจากความรักแต่เธอจะมอบความรักที่เธอมีอยู่ทั้งหมดให้กับเด็กคนนี้ไม่เหลือเผื่อแผ่ให้ใครอีกแล้ว

            กชกรไม่รู้ว่านิยามของการเป็นแม่ที่ดีนั้นทำกันอย่างไรแต่เธอจะรักและทะนุถนอมเขาให้ดีที่สุด ไม่ให้เขารู้สึกว่าขาดสิ่งใด จะเป็นบ้านที่อบอุ่นให้เขาในแบบฉบับที่แม่อย่างเธอจะทำได้ และทำให้ดีที่สุด

            ไม่นานหลังจากนั้นกชกรตัดสินใจจดทะเบียนกับวิทยา เธอไม่ได้ต้องการงานแต่ง ไม่ต้องการชุดเจ้าสาวไม่ต้องการแสงแฟลชหรือคำยินดีจากใคร เธอแค่ต้องการให้ลูกมีพ่ออยู่ในทะเบียนมีความมั่นคง และมีครอบครัวที่สมบูณณ์พร้อม คอยอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าชีวิตจะพาไปทางไหน

            วิทยาเข้าใจและเขาก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรมากกว่านั้น เขาสัญญากับเธออย่างเงียบงันว่าจะดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุด จะรักและให้เกียรติเธอในฐานะภรรยาแม้จะไม่เคยได้หัวใจของเธอจริง ๆ ก็ตาม

            กชกรเองก็สัญญาว่าจะทำหน้าที่แม่และภรรยาอย่างสุดความสามารถจะรักษาครอบครัวที่เธอสร้างนี้ไว้อย่างดีที่สุด

             

            เสียงสะอื้นเบาๆ ดังลอดออกมาจากมุมหนึ่งของทางเดินยาว เงาของคนไข้และญาติประปรายทาบทอดลงบนผนังสีซีดกชกรที่นั่งอยู่บนโซฟาก็รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดพ้นจากภวังค์ของอดีตอันยาวนานราวฝันหนึ่งเธอกระพริบตาอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่จ้องมองไปยังพื้นที่ว่างเบื้องหน้าโดยไร้จุดหมายก่อนหน้านี้ได้เงยขึ้นมองที่มาของเสียง

            มันยังคงเป็นเสียงที่เธอจำได้ดี

            กชญากำลังกอดประคองร่างของแม่เอาไว้แน่นเหมือนเป็นการปลอบโยนกันทั้งสองฝ่ายร่างของแม่ที่ดูเล็กลงไปถนัดเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของลูกสาวคนโต กำลังสั่นไหวเบา ๆด้วยเสียงสะอื้นที่เจ็บลึก ความโศกเศร้าอัดแน่นในบรรยากาศรอบตัวเธอมันไม่ใช่เพียงแค่ความเสียใจต่อการจากไปของพี่ชายแต่เหมือนเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ถาโถมใส่หัวใจของทุกคนในบ้านหลังนี้พร้อมกัน

            กชกรลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบร่างสูงระหงยืดตรงขึ้น เธอก้าวเท้าอย่างช้า ๆ เข้าไปใกล้ ยิ่งใกล้เข้าไปเท่าไรกลิ่นของความโศกเศร้ายิ่งชัดเจนขึ้นในทุกอณูอากาศ

            หญิงสูงวัยผู้ให้กำเนิดเธอแม้จะอยู่ในวัยหกสิบปลายแล้ว แต่ ‘เกศินี อินทวัฒน์’ ก็ยังคงความสง่างามไม่เสื่อมคลายแม้ผมหงอกจะประดับอยู่ตามไรผมอย่างเห็นได้ชัดแต่ดวงตาคู่นั้นก็ยังเปล่งประกายของผู้หญิงที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างแกร่งกล้าทั้งแววตา ทั้งแววปาก และสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกกำลังสั่นไหวอยู่ในวินาทีที่เธอเงยหน้าขึ้น

            กชกรหยุดอยู่ห่างๆ แค่พอประมาณ เธอไม่แน่ใจว่าควรเข้าไปใกล้กว่านี้หรือไม่หัวใจเธอเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล เมื่อสายตาของแม่หันมาทางเธอ

            ทั้งคู่สบตากันในความเงียบ

            วินาทีนั้นทุกอย่างหยุดนิ่ง

            โลกทั้งใบเหมือนจะชะลอตัวลงเหลือเพียงความเงียบงันที่ถักทออยู่ระหว่างสายตาสองคู่

            กชกรกลั้นหายใจครู่หนึ่งแววตาของแม่เต็มไปด้วยคำถาม ความสับสน และบางอย่างที่เธอไม่กล้าจะตีความในขณะเดียวกัน ตัวเธอเองก็ไม่ต่างกัน ความรู้สึกมากมายพวยพุ่งขึ้นในอกทั้งความเจ็บความกลัว และเศษเสี้ยวของความผิดที่กัดกินเธออยู่ทุกคืน

            “นั่นตุ๊กจริง ๆ หรือลูก...”

            เสียงของเกศินีสั่นเครือราวกับไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง

            “ค่ะแม่... นี่หนูเอง”

            พริบตานั้นกชกรก็ต้องอยู่ในอ้อมแขนของมารดาเป็นเวลากว่ายี่สิบปีแล้วที่เธอไม่ได้สัมผัสกับอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้

             

            แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดไฟนีออนที่ติดอยู่เหนือโรงจอดรถส่องลอดผ่านฝากระโปรงหน้ารถคันหรูของกชกรขับเน้นเงาร่างของมันให้ดูเงียบงันและสง่างามท่ามกลางความมืดของยามค่ำคืนเสียงเครื่องยนต์ดับลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะตามมาด้วยเสียงคลิกของเบรกมือและเสียงถอนหายใจยาว ๆ หนึ่งครั้งจากเบาะฝั่งคนขับ

            ดวงตาของกชกรมองเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดคอนโซลก่อนจะเลื่อนไปยังโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ตรงช่องเก็บแก้วเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว เวลาค่ำคืนที่ควรจะเป็นช่วงพักผ่อนสำหรับใครหลายคนแต่สำหรับเธอแล้ว มันกลับเป็นช่วงเวลาที่เพิ่งจะได้อยู่กับตัวเองหลังจากผ่านวันอันแสนยาวนาน

            วันนี้เธอพาแม่ไปเยี่ยมที่ทำงานของตัวเองทั้งสองแห่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับหญิงวัยสี่สิบอย่างเธอ ที่ต้องพยายามแสดงให้แม่เห็นว่าตอนนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอเป็นอย่างไร

            แม่ของเธอกลับแสดงออกถึงความกลัวอย่างเงียบงันกลัวว่าลูกสาวอย่างเธอจะจากไปอีกครั้งโดยไม่มีคำลา เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนที่กชกรเคยหายตัวไปจากชีวิตของทุกคนเธอไม่ต้องการให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว

            ตลอดทั้งวันเกศินีพยายามแวะตามไปดูทุกสถานที่ที่ลูกสาวทำงาน ทั้งร้านดอกไม้และฟิตเนสไม่ใช่เพียงเพื่อชื่นชม หากแต่เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะรู้ว่าลูกสาวของเธออยู่ที่ไหนและทำงานอะไรบ้างในแต่ละวันเป็นความพยายามอันเงียบงันในการจับจ้องและยึดโยงลูกสาวไว้ไม่ให้เลือนหายไปจากชีวิตอีกครั้งถึงขนาดเมื่อรู้ว่าเธอมีลูกชาย แม่ก็อยากจะมาหาหลานที่บ้านหลังนี้เสียเดี๋ยวนั้นแต่กชกรก็ขอแม่ไว้ก่อน เพราะเธอยังไม่เคยเล่าเรื่องราวพื้นเพของตัวเองให้ลูกได้ฟังเลยสักครั้งซึ่งเธอได้สัญญาว่าจะพาลูกไปพบแม่อย่างแน่นอน

            เธอหลับตาลงชั่วครู่สูดลมหายใจลึก ก่อนจะเปิดประตูรถออกช้า ๆ กลิ่นอากาศยามค่ำคืนปะทะเข้าจมูกในทันทีกลิ่นลมเย็นปะปนกับกลิ่นของโรงรถและยางรถยนต์ที่เพิ่งดับเครื่องใหม่ ๆทำให้เธอรู้สึกถึงความเป็นจริงที่กลับมาอีกครั้ง

            เสียงส้นรองเท้ากีฬาแตะลงกับพื้นคอนกรีตดังแผ่วกชกรยืนขึ้นเต็มความสูงร่างกายของเธอที่ผ่านการดูแลอย่างดีเผยความอ่อนเยาว์และความกระชับของหญิงสาววัยสี่สิบได้อย่างสมบูรณ์แบบเธอสวมเสื้อแจ็คเก็ตผ้าร่มสีดำซึ่งตอนนี้กำลังเลื่อนมือขึ้นรูดซิบลงอย่างช้า ๆจนถึงช่วงกลางอก

            ภายใต้แจ็คเก็ตตัวนั้นคือเสื้อสปอร์ตบราสีขาวแนบเนื้อที่เผยให้เห็นรูปทรงอกอิ่มชัดเจนทุกมุมมองเนื้อผ้าเนียนเรียบรัดกระชับไปกับทรวดทรง ส่วนล่างคือเลกกิ้งออกกำลังกายสีเทาอ่อนแนบลำตัว ขับให้สะโพกผายและเรียวขา ร่วมถึงเนินอวบอูมอันแน่นกระชับของเธอดูเด่นชัดยิ่งขึ้นมุมเอวโค้งรับกับสะโพกอย่างลงตัว เผยเส้นเอ็นและกล้ามเนื้ออ่อน ๆจากการฟิตเนสอย่างสม่ำเสมอราวกับรูปปั้นที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือระดับสูงสุด

            แสงไฟจากโรงจอดรถทอดเงาร่างเธอลงกับพื้นอย่างนุ่มนวลเงาที่เคลื่อนไหวตามจังหวะเท้าที่ก้าวออกจากรถช้า ๆ มุ่งหน้าไปยังประตูบ้านกชกรไม่ได้เร่งรีบ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความรู้สึกในใจที่ยังไม่ได้คลี่คลายร่างของเธอดูแข็งแรงภายนอก แต่ลึกลงไปกลับอ่อนล้าเกินจะเอื้อนเอ่ย

            เสียงเปิดล็อกประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักออกอย่างช้า ๆ

            กชกรยืนนิ่งอยู่ที่ธรณีประตูครู่หนึ่งราวกับใช้เวลานั้นในการสูดลมหายใจลึกเพื่อกลืนความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจไว้ภายในตัวเองก่อนจะก้าวย่างเข้ามาในบ้านอย่างช้า ๆ

            บ้านหลังนี้ บ้านที่เป็นของเธอบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงทะเลาะเบา ๆ ของคนในครอบครัวและกลิ่นอาหารที่โชยมาจากห้องครัว ทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วนราวกับไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย

            เธอวางข้าวของก่อนจะเดินผ่านโถงทางเข้าไปยังส่วนของห้องนั่งเล่นแม้ในใจจะเหน็ดเหนื่อยแทบหมดแรงจากวันที่ยาวนานทั้งทางกายและทางใจแต่เพียงแค่ได้กลับมายืนอยู่ในบ้านของตัวเองความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างก็หลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่างในอก

            เหมือนพลังชีวิตที่ค่อยๆ หายไปทีละน้อย กำลังได้รับการเติมกลับมาอีกครั้งจากบรรยากาศรอบตัว ความเงียบสงบความอบอุ่นของบ้านที่มีแต่คนที่เธอรักอาศัยอยู่ ความทรงจำเล็ก ๆที่แทรกตัวอยู่ในทุกซอกมุมของบ้านหลังนี้ กำลังโอบรับเธออย่างแผ่วเบา

            และแล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นภาพที่ทำให้มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นอย่างโดยไม่รู้ตัว

            กลางห้องนั่งเล่นบนโซฟาตัวยาวผ้ากำมะหยี่สีเทาเข้มที่ตั้งอยู่กลางบ้านลูกชายของเธอกำลังนอนเอนพิงอยู่ในท่าที่ดูอึดอัดแต่ก็น่ารักในเวลาเดียวกันเขาแหงนหน้าเอนหลังไปกับพนักโซฟา ปากอ้าหวออย่างไม่ได้ตั้งใจ และมีเสียงลมหายใจเบาๆ สม่ำเสมอดังลอดออกมาเป็นจังหวะ

            แสงจากจอโทรทัศน์ที่ยังค้างอยู่สาดส่องเป็นริ้วบางๆ ไปทั่วห้อง ภาพบนหน้าจอคือรายการวาไรตี้ที่ไม่มีใครดูอยู่แล้วในตอนนี้แต่กลับกลายเป็นเสียงประกอบฉากให้กับการหลับใหลของลูกชายเธอที่ดูเหมือนจะเหนื่อยล้าจนเผลอหลับไป

            กชกรหยุดยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ในหัวใจมีบางสิ่งบางอย่างก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ความอ่อนโยน ความห่วงใยและความผูกพันที่ไม่อาจบรรยายได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

            เธอก้าวเข้าไปใกล้ใช้ปลายนิ้วค่อย ๆ รูดซิปแจ็คเก็ตผ้าร่มของตัวเองลงจนสุดเผยให้เห็นหน้าท้องเรียบเนียนมีกล้ามนิดๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างลูกชายอย่างเงียบเชียบ ไม่ต้องการปลุกเขาจากความฝันใด ๆที่เขากำลังเดินทางอยู่

            ในห้วงเวลานั้น...บ้านของเธอกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยเสียงหรือกิจกรรมใด ๆ หากแต่เป็นด้วยลมหายใจของคนในครอบครัวที่ยังอยู่ตรงนี้กับเธอ

            และในใจของกชกรที่เหน็ดเหนื่อยและสับสนกับอดีตที่ผ่านมาเพียงแค่ได้เห็นภาพของลูกชายที่นอนหลับอยู่ตรงหน้าทุกอย่างก็เหมือนจะคลี่คลายลงเล็กน้อย อย่างน้อย... คืนนี้เธอก็ได้กลับมาอยู่ในที่ที่เรียกว่าบ้านอีกครั้ง

            ตอนนี้เธอได้เป็นเจ้าของกิจการของตัวเองอย่างเต็มตัวได้ทำงานที่เธอรักแต่หน้าที่ซึ่งต้องรับผิดชอบนั้นก็ไม่ได้ทำให้เหน็ดเหนื่อยมากมายนัก

            เธอจึงมีเวลาพอที่จะทำหน้าที่ภรรยาและแม่ที่ดีควบคู่กันไปด้วย

            ในช่วงเวลานั้นเธอดีใจและโล่งอกเป็นนักหนาที่ลูกชายของเธอซึ่งเฝ้าฟูมไว้ในครรถ์คลอดออกมาด้วยร่างกายและจิตใจที่เป็นปกติอย่างนี้ หลายครั้งที่เธอเป็นกังวลอย่างหนักกลัวว่าลูกจะได้รับผลกระทบจากสภาพจิตใจอันสับสนวุ่นวายของเธอในช่วงตั้งครรถ์

            เวลานั้นเธอจึงสบายใจอย่างยิ่งที่เห็นลูกร่าเริงและมีพัฒนาการที่ดีอย่างเห็นได้ชัดหลังคลอด

            ทุกวันนี้ครอบครัวของเธอมีความสุขดีกันถ้วนหน้าเรื่องราวอันวุ่นวายและความเจ็บปวดในอดีตถูกลบเลือนไปด้วยปัจจุบันอันสดใสและความวาบหวามซาบซ่านระหว่างเธอกับลูก

            พอได้เห็นลูกแล้วใจมันสงบลงอย่างประหลาดหลังเผชิญความวุ่นวายมาตลอดวัน

            เธอเคยสร้างปราการน้ำแข็งขึ้นมาล้อมรอบตัวเองไม่คิดจะเปิดใจให้ใครอีก

            แต่เธอไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งคนที่ได้ทำลายปราการน้ำแข็งของเธอ กลับเป็นเด็กที่เธอฟูมฟักแต่อ้อนแต่ออดลูกเป็นคนที่ทำให้หัวใจเธอกลับมาเต้นแรง ทั้งการกระทำอันวาบหวามสุดเสียวซ่านและคำพูดชวนสะท้านของเขาเหมือนทำให้เธอย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ได้ตกหลุมรักใครสักคนอีกครั้ง

            “หึ... หลับน้ำลายยืดเลยนะ... หมาน้อยของแม่”

            หากเป็นในยามปกติเธอมองลูกด้วยสายตาแบบนี้ล่ะก็... พนันได้เลยว่าเธอคงไม่พ้นถูกจับแหกแข้งขา ยัดอวัยวะเพศของเขาเข้ามาในอวัยวะเพศของเธอแล้วกระเด้าจนน้ำแตกเต็มรูอย่างแน่นอนซึ่งคนเป็นแม่อย่างเธอเองนั้นก็พร้อมตอบสนองความใคร่ของลูกอย่างเต็มความสามารถมอบทั้งกายและใจนี้ให้เขาครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

            มือเรียวยาวของเธอเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมสีดำขลับที่ปรกหน้าผากลูกชายอย่างเบามือทุกการสัมผัสเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน ในแววตาของเธอสื่อถึงความรัก ความห่วงใยและความผูกพันที่ไม่อาจตัดขาดได้

            กชกรคิดว่าตลอดเกือบยี่สิบปีเธอได้ทำหน้าที่แม่และภรรยาของครอบครัวนี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ถึงเธอจะเป็นแม่ที่ภายนอกดูสุขุมเงียบขรึม และมีท่าทีเข้มงวดอยู่เสมอ แต่ในยามที่ได้นั่งมองใบหน้าลูกชายเช่นนี้หัวใจของเธอกลับอ่อนไหวราวกับคลื่นบาง ๆ ที่ซัดเข้าหาฝั่งโดยไม่มีใครได้ยินกชกรรักลูกมากกว่าที่คำพูดใด ๆ จะบรรยายได้เสียอีก

            เขาไม่มีทางรู้เลยว่าความรักของคนเป็นแม่นั้นมีมากมายเพียงใดจนกว่าเขาจะได้มีครอบครัวและลูกเป็นของตัวเอง

            แม้มีบ้านอันอบอุ่นอยู่กลางเมืองหลวงมีชีวิตที่ดูเหมือนจะมั่นคง มีหน้าที่การงาน มีชื่อเสียง มีผู้คนชื่นชมแต่สุดท้ายแล้ว บ้านที่แท้จริงของกชกร ไม่ใช่บ้านหลังนี้ที่ใหญ่โตโอ่อ่าไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหรือผนังที่ตกแต่งอย่างประณีต หากแต่คือรอยยิ้มของเด็กตรงหน้าคนนี้คือเสียงหัวเราะของเขาในยามที่มีความสุข และแม้กระทั่งเสียงถอนหายใจเบา ๆในเวลาที่เขารู้สึกเหนื่อยล้า

            ลูกคือบ้านที่แท้จริงของเธอเป็นที่พักพิงเดียวที่หลงเหลืออยู่ และเธอจะรักษามันไว้ด้วยชีวิต

            กชกรคิดว่าทุกคนต่างก็มีเรื่องราวที่เสียใจเรื่องราวที่เจ็บปวด สิ่งที่เราได้ตัดสินใจทำลงไป และสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ล้วนเป็นอดีตที่ย้อนกลับไปไม่ได้ความเจ็บปวดและความเศร้านั้นเป็นของจริง ภาระที่เราแบกรับไว้ ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

            หลังจากที่เธอผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านี้มาได้อีกยี่สิบปีมองย้อนกลับไปมันก็ได้กลายเป็นแค่ช่วงเวลาวูบเดียวในชีวิตของเธอเท่านั้นเอง