ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 85 การกลับมา

            คำบอกเล่านี้เหมือนต้องการจะบอกกับหลินหยางว่าเบื้องหลังของเซี่ยฉี่หลงคนนี่ ยังมีเจ้าหญิงเซียวเซียงผู้มีฐานะสูงส่งอยู่ด้วยอีกหนึ่งคน

            เมื่อหลินหยางได้ยินเช่นนั้นแล้วก็หันไปคารวะให้กับเซี่ยฉี่หลง

            “ขอบพระคุณท่านหัวหน้าเซี่ยที่กรุณาให้ความช่วยเหลือ”

            เซี่ยฉี่หลงมองดูหลินหยางด้วยความรู้สึกท้อแท้และปลงตกคลื่นลูกใหม่ที่ใหญ่กว่า รุนแรงกว่าย่อมสาดซัดเข้ามาแทนที่คลื่นลูกเก่าได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว

            เขาโบกมือปฏิเสธพร้อมกับกล่าวว่า “วิชาดาบของคุณชายหลินนั้นลึกล้ำทรงพลังเหลือคณาพวกข้าไม่จำเป็นต้องช่วยเลยแม้แต่น้อย... ช่างเถอะตาแก่อย่างข้าอยู่ตรงนี้ต่อไปก็รังแต่จะเกะกะเสียเปล่า ด้วยความแข็งแกร่งของคุณชายหลินระดับนี้เกรงว่าคงไม่มีอะไรให้เป็นห่วงแล้ว ข้าขอลาเลยแล้วกัน”

            เซี่ยฉี่หลงกล่าวไม่ผิดเลย

            การมาช่วยเหลือคนนี้มันน่าอึดอัดเหลือเกิน

            อึดอัดจนทนไม่ไหว เขาไม่มีความจำเป็นเลยสักนิด

            เซี่ยฉี่หลงจากไปด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ แล้วตอนนี้จึงเหลือแค่กวันสีที่ยังยืนมองหลินหยางด้วยรอยยิ้มแข็งเกร็ง

            “คุณชายหลิน ท่านนี่เสือซ่อนเล็บโดยแท้เลยถ้ารู้ตั้งแต่เรก ท่านเถ้าแก่ใหญ่ระดับดาวม่วงคงไม่ส่งให้ข้ามาดูแลท่านด้วยความเป็นห่วงแบบนี้แล้ว”

            หลินหยางคิดในใจว่า มันก็ช่วยไม่ได้อยู่แล้ว

            เขาคงจะออกไปป่าวประกาศให้ผู้อื่นฟังทั้งวันว่าตัวเองนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหนไม่ได้อยู่แล้ว....

            แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้เขารู้ข้อมูลเพิ่มมาอีกว่า ทั้งพันธมิตรการค้าใต้หล้าแล้วก็องค์หญิงเซียวเซียงอะไรนั่นล้วนกำลังจับตามองเขาอยู่

            เขาไม่มีทางเชื่อหรอกว่าตัวเองจะเนื้อหอมมีเสน่ห์ขนาดนั้นเกรงว่าทั้งสองคนต้องมีเป้าหมายอะไรบางอย่างที่เกี่ยวพันกับตัวเขาหรือต้องการให้เขาช่วยอยู่ด้วยแน่ๆ

            หลินหยางคิดวิเคราะห์ในหัวพลางกล่าวออกมาอย่างสุภาพว่า “ความช่วยเหลือที่เถ้าแก่กวันมีให้หลินอี้และตระกูลจ้าวนั้นหลินอี้ขอขอบพระคุณอย่างสูง หลังจากนี้ไปตระกูลจ้าวเราก็คงต้องขอรบกวนให้หอฟ้าสมุทรช่วยดูแลด้วยแล้ว”

            “ตระกูลเราท่านทั้งสองนั้นเป็นพันธมิตรร่วมทางการค้ากันย่อมต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว”กวันสีพยักหน้ากล่าวต่อว่า “แต่เกรงว่าคุณชายหลินแสดงอิทธิฤทธิ์ออกไปมากขนาดนี้ข้ากลัวว่าพวกตระกูลซ่างกวันนั่นต้องไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้แน่ ถ้าคุณชายหลินต้องการละก็พวกเราหอฟ้าสมุทรสามารถช่วยเหลือท่านได้เสมอ”

            “เรื่องนี้ไว้ค่อยจัดการทีหลัง หากหลินอี้ต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ย่อมต้องสงสาสน์ไปขอความช่วยเหลือเอง”

            “ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลตัวเองด้วยเล่าคุณชายหลินข้าก็ไม่ต้องอารักขาท่านอีกต่อไปแล้ว อย่างที่หัวหน้าเซี่ยได้กล่าวไว้ด้วยฝีมือของท่านคงไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว”

            “เดินทางปลอดภัย”

            “ดูแลตัวเองด้วย”

            กล่าวจบ กวันสีก็เดินจากไปอย่างรวดเร็วทันที

            ช่วยไม่ได้นี่นะ

            ไม่มีหน้าจะอยู่ต่อแล้วนี่

            จะไปช่วยเขาแท้ๆแต่อีกฝ่ายกับจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จไปก่อนแล้ว ไม่ว่าใครเจอแบบนี้ก็คงไม่มีหน้าอยู่ต่อแล้ว...

            ส่วนหลินหยางก็เดินจากทุ่งสังหารแห่งนี้ไปทันทีโดยไม่ชายตามองซากศพที่กองอยู่บนพื้นเลยแม้แต่น้อย

            คราวนี้เขาได้หมุนวนรอบป่าแห่งนี้อยู่หลายรอบเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามหลังมาเพิ่มอีกแล้วเขาถึงจะเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองชิงอวิ๋นที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนของอาณาจักรชูอวิ๋นต่อ

            ศึกครั้งนี้สำหรับหลินหยางแล้ว มันก็แค่การอบอุ่นร่างกายธรรมดาๆเท่านั้น

            เขาไม่อยากให้ทั้งพันธมิตรการค้าใต้หล้าและองค์หญิงเซียวเซียงผู้ลึกลับคนนั้นรู้เรื่องที่เขากลับไปยังอาณาจักรชูอวิ๋นอีกทั้งยังไม่อยากติดหนี้บุญคุณคนเหล่านั้นมากเกินไปด้วย

            เขาจะเป็นคนรับเอาความแค้นทั้งหมดนั่นเอาไว้ด้วยตัวคนเดียวเอง!

            ..................................

            ณ คฤหาสน์เวิน เมืองอวิ๋นเฉิง

            ภายในห้องฝึกซ้อมลับสำหรับเหล่านักรบชุดเกราะวิญญาณเหล็กทมิฬโดยเฉพาะของตระกูลเวินนั้นมีเงาร่างสิบกว่าสายยืนเรียงกันเป็นวงกลม กำลังยืนดูการต่อสู้อันดุเดือดของคนสองคนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

            หนึ่งในสองคนนั้น คือคุณชายอันดับสองแห่งตระกูลเวินอย่างคุณชายเวินเทา

            เวินเทาในตอนนี้นั้นบริเวณแขนขาของเขามีประกายแสงของพลังฟ้าดินไหลเวียนขึ้นแล้วแสดงให้เห็นว่าตัวเขานั้นได้ทะลุขอบเขตความสามารถไปถึงระดับเซียนเทียนได้แล้วการฝึกซ้อมอันโหดหินผิดมนุษย์มนาของหลินหยางนั้นได้บีบคั้นให้เจ้าหนุ่มนี่ต้องรีดเร้นความสามารถที่ซ่อนอยู่ออกมาได้แล้ว

            แต่แค่นั้นยังไม่เท่าไร

            เหล่านักรบเกราะเหล็กทั้งยี่สิบคนที่ถูกหลินหยางจับมาเคี่ยวเข็ญทรมานด้วยการฝึกสุดหฤโหดนั้นมีสามคนที่ระดับพลังฝีมือได้ก้าวข้ามกำแพงจนขึ้นไปสู่ระดับเซียนเทียนได้แล้วซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานของหั่วเอ๋อร์

            และที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ คนที่เวินเทากำลังประลองด้วยในตอนนี้คือคุณหนูแห่งตระกูลเวินเวินชิงชิง

            เวลาแค่เดือนเดียวเวินชิงชิงที่แต่เดิมอยู่ที่ระดับชุ่ยถี่ขั้นกลางอยู่นั้น กลับสามารถต่อกรกับเวินเทาที่มีพลังระดับเซียนเทียนขั้นต้นได้อย่างสมน้ำสมเนื้อทั้งสองแลกหมัดแลกเท้าไปมาจนเกิดเป็นแรงอัดอากาศขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมรอบๆ ถึงกับปรบมือชื่นชมไม่ขาดปาก

            หลังจากปะมือกันได้ประมาณสิบนาทีเวินเทาก็ก้าวเท้าออกจากวงประลองที่กำหนดขอบเขตไว้

            “ไม่เอาแล้ว ไม่สู้แล้ว....ออมมือให้ก็สู้เอาชนะไม่ได้ พอเอาจริงเดี๋ยวก็ถูกหลินอี้กลับมาจับฝึกโหดอีก ข้าไม่มีทางสู้แล้ว”

            ฮ่าฮ่าฮ่า

            คนรอบข้างหัวเราะดังลั่นชอบใจ

            หลังจากที่เวินเทาถูกจับฝึกอย่างทรมานมาสักพักแล้วความหยิ่งยโสของเขาดูเหมือนจะลดลงไปไม่น้อยตอนนี้สามารถคบหากับผู้อื่นได้อย่างเท่าเทียมแล้ว แถมยังหยอกล้อผู้เป็นน้องสาวจนหน้าแดงก่ำอีก

            “เวินเทา เจ้าบ้า เจ้าพูดอะไรของเจ้า? ใครขอให้เจ้าออมมือกัน เจ้าเข้ามาเถอะ ข้ารับรองเลยว่าหลินอี้ไม่ทำอะไรเจ้าอยู่แล้ว!!”

            เวินชิงชิงตอนนี้ทั้งกายเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ทำให้ผิวนางดูสว่างใสดุจผลึกแก้วเม็ดเหงื่อที่ค่อยๆ ไหลผ่านหลุมลึกของกระดูกไหปลาร้านั่นช่างงดงามจนชวนให้รู้สึกหวั่นไหว

            วิถียุทธ์อันแสนทรหดนั้น ได้ทำให้คุณหนูที่เคยมีนิสัยเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆนั้น กลายมาเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มที่งดงามและองอาจไม่แพ้ใคร

            ถึงคนรอบข้างจะหยอกล้อนางอยู่ก็ตามแต่ภายในใจของพวกเขานั้นรู้สึกนับถือนางไม่น้อย

            ในเวลาสั้นๆ แค่เดือนเดียว สามารถยกระดับฝีมือจากชุ่ยถี่ขั้นกลางจนตอนนี้สามารถรับมือกับเวินเทาหลายสิบรอบได้อย่างสูสีไม่ว่าใครต่างก็รุ้ว่าในช่วงหนึ่งเดือนมานี้นางผ่านอะไรมาบ้าง

            ถึงแม้เคล็ดวิชา โฉมงามใจพิสุทธิ์ที่เวินชิงชิงกำลังฝึกอยู่นั้นเป็นสุดยอดเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างมากแต่เบื้องหลังตอนที่นางฝึกอยู่นั้น นางต้องทนทรมานอย่างแสนสาหัส

            “โอ้ เจ้าบอกว่าไม่ทำก็ไม่ทำเลยหรือพูดอย่างกับว่าหลินอี้เป็นอะไรกับเจ้าอยู่เลยนะ...” นานๆทีเวินเทาจะหยอกล้อกับผู้เป็นน้องสาวของตัวเองเหล่ายอดฝีมือของตระกูลเวินที่หลังจากผ่านการฝึกซ้อมแสนอำมหิตแล้วก็ดูมีความสุขมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            พวกเขาทั้งหมดล้วนหวังจากใจจริงว่าเวินชิงชิงสามารถเกี่ยวดองกับยอดคนอย่างผู้อาวุโสหลินท่านนั้นได้

            แต่ในตอนนั้นเอง ก็มีน้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา

            “เวินเทา พอจบการฝึกวันนี้แล้วเจ้าต้องอยู่ต่อให้หั่วเอ๋อร์ฝึกเจ้าเพิ่มแบบตัวต่อตัว”

            กลุ่มคนทั้งหมดตะลึงไปทันที จากนั้นก็ตามมาด้วยน้ำเสียงที่พวกเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

            “ก้าก้า! ดีเลยในกลุ่มคนทั้งหมดนี่ ข้าชอบฝึกให้เจ้าหนูเวินเทามากที่สุดแล้วเสียงร้องโหยหวนของมันนี่ไม่ว่าจะฟังเมื่อไหร่ก็ไม่เคยเบื่อเลยจริงๆ ซาบซ่าสุดๆ!”

            สีหน้าของเวินเทาพลันซีดลงจนขาวยิ่งกว่าสีกระดาษ

            แต่คนอื่นๆ ที่เหลือพลันกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจว่า

            “ผู้อาวุโสหลิน ท่านกลับมาแล้ว!!”

            สายตาของพวกเขาเปล่งประกาย โดยเฉพาะเวินชิงชิง นางตื่นเต้นจนต้องหายใจเข้าลึกๆอยู่หลายครั้ง ทรวงอกที่เติบโตเต็มที่นั้นขยับขึ้นลงราวกับคลื่นน้ำลูกใหญ่ นางแทบอยากจะพุ่งไปหาหลินหยางตอนนี้เลยแต่ก็รู้สึกตัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขามันยังไปไม่ถึงขั้นนั้น

            สาวน้อยผู้นี้แสดงความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดออกมาผ่านใบหน้าจนหมดทั้งความตื่นเต้นดีใจและความเขินอาย เป็นท่าทางที่น่าเอ็นดูและน่าสงสารจริงๆ

            แต่ในตอนที่นางกำลังยืนลังเลอยู่นั่นเอง หั่วเอ๋อร์ก็บินเข้ามาอยู่ในอ้อมอกของนางทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น “เป็นอย่างไรบ้างน้องชิงชิง ได้คิดถึงข้าบ้างรึเปล่า? โอ้ไม่เจอตั้งหนึ่งเดือน ของเจ้าดูใหญ่ขึ้นอีกแล้วนะ จะใหญ่เท่าน้องสวี่เหยาแล้วนี่!”

            ไปตายเถอะเจ้านกกุ๊ยนี่!

            เห็นได้ชัดว่า การไปที่เมืองฮุยยื่อของหั่วเอ๋อร์ในครั้งนี้ทำให้มันได้นิสัยเสียๆ กลับมาจากเจ้าจ้าวเหวินชางนั่นติดกลับมาเพียบเลย

            คนรอบข้างพากันหัวเราะฮ่าฮ่า ส่วนหลินหยางนั้นเดินก้าวใหญ่ๆ เข้ามาหาจากนั้นก็มอบของขวัญชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งทีได้มาจากเมืองฮุยยื่อให้กับเวินชิงชิง

            ยัยหนูนี่ดีใจจนตัวลอย

            ต่อให้ของที่หลินหยางเอากลับมาฝากจะเป็นแค่อากาศของเมืองฮุยยื่อนางก็ยินดีรับมันด้วยความเต็มใจ

            จากนั้นไม่นาน เวินติ่งเทียนก็แอบตามเข้ามาในนี้

            สิ่งก่อสร้างที่อยู่ในชั้นใต้ดินนี้เป็นความลับที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลเวินในตอนนี้มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้การที่หลินหยางพอกลับมาถึงก็ตรงดิ่งมาที่นี่ก่อนเลยนั้น แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการปกปิดร่องรอยของตัวเองเอาไว้

            คนทั้งสองจ้องตากันครู่หนึ่งเวินติ่งเทียนก็รู้ได้ทันทีว่าการไปราชอาณาจักรโล่ยื่อในครั้งนี้นั้นค่อนข้างราบรื่นทั้งสองไม่ได้สนทนาอะไรกันมากความ จากนั้นก็เข้าไปปรึกษากันในห้องส่วนตัวที่ปิดสนิททันที

            หลินหยางเล่าเรื่องทั้งหมดในราชอาณาจักรโล่ยื่อให้อีกฝ่ายฟังรอบหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องของจ้าวเหวินชางและสมาคมการค้าตระกูลจ้าวนั้นเขาปรึกษาหารือกับเวินติ่งเทียนอย่างละเอียด โดยเขาวางหมากตัวนี้เอาไว้ เพื่อให้ตระกูลเวินสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการขยายกิจการไปยังราชอาณาจักรโล่ยื่อหลังจากนี้ต่อไปได้เพิ่มขุมอำนาจของตัวเองมากขึ้นไปอีกหนึ่งก้าว

            เวินติ่งเทียนก็เล่าสถานการณ์ในเมืองอวิ๋นเฉิงทั้งหมดให้หลินหยางฟัง

            ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก ช่วงหนึ่งเดือนมานี้ ภายในเมืองอวิ๋นเฉิงค่อนข้างสงบเรียบร้อยส่วนตระกูลเวินนั้นทรงอิทธิพลสุดขีด

            หลังจากงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในพระราชวังจบลงแล้วองค์จักรพรรดิหลินเฮ่ายวนก็ได้ทำการมอบตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการช่างของราชสำนักให้กับเวินติ่งเทียนด้วยตัวเองโรงงานช่างเลี่ยนเทียนเฮ่าของตระกูลเวินได้กลายเป็นโรงงานช่างสำหรับราชสำนักโดยเฉพาะกลายเป็นที่เคารพสูงสุดในทันที

            ธุรกิจในเมืองอวิ๋นเฉิงทั้งหมดก็ตกเป็นของตระกูลเวินแต่เพียงผู้เดียวโดยสมบูรณ์

            ตระกูลโอวหยางตอนนี้เป็นเพียงแค่หมาตัวหนึ่งที่อยู่ภายใต้ตระกูลเวินก็เท่านั้นหลังจากตระกูลเฉินล่มสลายไป ธุรกิจการล่าสัตว์อสูรก็ได้เวินติ่งเทียนรับช่วงต่อทันทีอย่างรวดเร็ว

            ตระกูลเวินในตอนนี้ กลายเป็นขุมกำลังของสามัญชนที่ไม่ใช่ราชสำนักที่แข็งแกร่งมากที่สุดแล้ว

            หลังจากเวินติ่งเทียนกล่าวจบก็กล่าวเสริมเน้นเพิ่มขึ้นมาอีกประโยคว่า “ครั้งก่อนที่องค์จักรพรรดิไม่ได้พบเจ้านั้น เขารู้สึกเสียดายมากเกรงว่าหลังจากที่เจ้ากลับมาในครั้งนี้ไม่นาน เขาน่าจะจัดงานเลี้ยงสำหรับเจ้าโดยเฉพาะขึ้นอีกครั้ง”

            “ไม่เป็นไร” หลินหยางส่ายหัว

            ในใจเขานั้นบอกตามตรงก็คือเขาไม่ค่อยรู้สึกผูกพันหรือคิดถึงผู้เป็นพ่อแท้ๆ คนนี้สักเท่าไรเขารู้สงสัยและโกรธแค้นในตัวอีกฝ่ายมากกว่า

            เขาเกลียดที่ผู้ชายคนนั้นทำให้แม่ของตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานจากความถวิลหามาตลอดระยะเวลาสิบห้าปีจนสุดท้ายก็ตรอมใจตายจากไป

            เขาจึงรู้สึกสงสัยใคร่รู้ว่าผู้นำของอาณาจักรชูอวิ๋นผู้นั้นเป็นคนแบบไหน

            แต่ทั้งหมดนี้ต้องรอให้เขาสร้างชุดเกราะราชันเหล็กขาวขึ้นมาให้เสร็จก่อนหลินหยางมีลางสังหรณ์ว่า

            อีกไม่นาน ตระกูลซ่างกวัน เทพยุทธ์หลินไป๋ชวน เฉินเฉาเกอขุมอำนาจมืดเหล่านี้จะต้องรวมหัวกันปฏิบัติแผนการร้ายที่พวกมันวางแผนมาอย่างยาวนานขึ้นแน่ๆ

            เขาจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกๆ ด้าน

            เขามองไปทางเวินติ่งเทียนพลางกล่าวว่า “การกลับมาครั้งนี้มีเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่ต้องทำก่อนเลยก็คือการสร้างของชิ้นนั้นขึ้นมา”

            “ได้ ต้องการอะไรบอกมาเราจะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่” เวินติ่งเทียนรู้ว่าที่หลินหยางออกเดินทางไปก่อนหน้านี้ก็เพื่อที่จะสร้างชุดเกราะสุดแกร่งชิ้นนั้นขึ้นมา เขาจึงรีบพยักหน้าตกลงทันที

            ดีมาก

            หลินหยางพูดคุยกับเวินติ่งเทียนนานกว่าหนึ่งชั่วยาม จัดการเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตระกูลเวินจนเรียบร้อยดีแล้ว จึงเดินออกจากห้องลับในชั้นใต้ดินนี่ไป

            ..................................

            เช้าวันต่อมา อาจารย์ทั้งสองของเลี่ยนเทียนเฮ่าก็ประกาศเก็บตัว

            ห้องการช่างของพวกเขาทั้งสองถูกกำหนดให้เป็นเขตหวงห้ามห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปไม่มีใครรู้ว่านักการช่างที่เก่งที่สุดของตระกูลเวินทั้งสองคนนี้กำลังสร้างสมบัติวิเศษอะไรกันอยู่มีเพียงเขาทั้งสองเท่านั้นที่จะรู้ว่า...

            พวกเขาเป็นแค่ลูกมือของหลินหยางเท่านั้น

            ซึ่งเหล่านักการช่างที่บังเอิญได้พบกับอาจารย์ใหญ่ทั้งสองท่านนั้นจะรู้สึกมึนงงกันทุกคนว่าทำไมคนแก่ที่มีอายุรวมๆ กันเกือบจะสองร้อยปีแล้วนั้นถึงได้แสดงสีหน้ายินดีอย่างกับเด็กน้อยแบบนั้นออกมา

            เจ้าดูสิ ท่านอาจารย์อี้สิงอวิ๋นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องทำงานนั่นยังเอามือกำอกพร้อมกับอ้วกออกมาสองคำโตแล้ว แถมยังพึมพำออกมาแบบนี้ด้วย

            “เวรเอ๊ย พอจบจากเรื่องนี้ไป ต่อให้ข้าต้องเกษียณก็ถือว่าชีวิตนี้ใช้คุ้มแล้วฮ่าฮ่า!!”

            อะไรล่ะนั่น?

            ผู้คนต่างก็รู้สึกสับสนมึนงง

            มีเพียงตัวอาจารย์ทั้งสองเองเท่านั้นที่รู้ว่าวันนี้พวกเขากำลังจะเริ่มแล้ว เริ่มสร้างชุดเกราะออกศึกระดับวิถีราชันที่ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งที่สุดในทวีปชี่อู่แห่งนี้!!

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786