หานหรงตัวสั่นสะท้านไปทั้งตัว สีหน้าราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมา นึกเสียใจในภายหลังแล้ว
หานหรงรีบกล่าวด้วยสีหน้าประจบประแจง "ข้าผิดไปแล้ว เจ้าให้อภัยข้าเถอะ"
เขาไม่อยากถูกตีอีกรอบ
หานเฟิงแค่นเสียงในลำคอก่อนจะปล่อยหานหรงไป
ไม่นาน การประลองที่สิบก็จบลงแล้ว
หานอวี่ถงก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับมาแล้วเช่นกัน
ครูฝึกหลินกระแอมไอเบา ๆ "ตอนนี้ถึงช่วงท้าประลองแล้ว มีผู้ใดอยากจะท้าประลองหรือไม่? "
ทุกคนเหลียวมองหน้ากัน พวกเขาล้วนเห็นการแข่งขันที่ผ่านมาแล้ว ผู้ชนะทั้งสิบคนไม่ว่าผู้ใดล้วนยุ่งด้วยไม่ได้ง่าย ๆ ทั้งสิ้น
โอกาสที่พวกเขาจะท้าประลองชนะนั้นบางเบายิ่ง เว้นเสียแต่ว่า...
หานอวี่ถงในยามนี้กำลังเขม็งตามองหานเฟิงด้วยความโมโห หานเฟิงถึงกับอับจนคำพูดขึ้นมา "นางคงไม่ท้าประลองข้าเพื่อแก้แค้นกระมัง? "
น่าเสียดาย หานเฟิงคาดเดาผิดแล้ว
หานอวี่ถงไม่ใช่คนโง่งม
ถึงแม้เมื่อครู่นี้นางจะถูกบีบให้ยอมแพ้ หานอวี่ถงก็จำต้องยอมรับว่าหากนางสู้ต่อไป นางย่อมไม่ใช่คู่ต่อกรของหานเฟิง การท้าประลองกับหานเฟิงนั่นหมายความว่านางจะหมดสิทธิ์ในการเข้าร่วมประลองในครั้งนี้
อย่างไรเสียหนึ่งคนก็มีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
หานอวี่ถงท้าชิงกับผู้ที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาทั้งสิบคน เข้าแทนที่เขาอย่างรวดเร็ว
อีกเพียงนิดหานหรงก็จะถูกกำจัดแล้ว หานเฟิงก็นึกกังวลแทนหานหรงจนต้องเหงื่อตกเช่นกัน
เสียงของครูฝึกมู่พลันดังขึ้น "ในเมื่อทั้งสิบคนผ่านการคัดเลือกแล้ว พวกเจ้าก็ตามข้าไปยังหอวิทยายุทธเพื่อเลือกวิทยายุทธเถอะ"
"จำไว้ พวกเจ้าแต่ละคนเลือกได้เพียงประเภทเดียวเท่านั้น อีกทั้งเลือกได้เพียงวิทยายุทธพื้นฐานขั้นสูง"
"ด้วยระดับพลังในตอนนี้ของพวกเจ้า อย่าได้เลือกวิทยายุทธขั้นมนุษย์ พวกเจ้ายังไม่สามารถฝึกมันได้ในยามนี้"
"ตามกฎที่ตระกูลตั้งไว้ พวกเจ้าแต่ละคนจะได้รับยาวิเศษระดับสองคนละหนึ่งเม็ด!"
"ในระหว่างการประลองระหว่างตระกูล พวกเจ้าเป็นตัวแทนของตระกูลหาน ไม่อาจทำให้ตระกูลหานขายหน้าเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้น...."
ครูฝึกมู่หัวเราะเสียงเย็นเบา ๆ
หานเฟิงกับคนอื่น ๆ ต่างก็ขนลุกซู่ด้วยความกลัว
มีเพียงหานโหรวที่ตอบเสียงดังฉะฉาน "ท่านวางใจ พวกเราจะไม่ให้ตระกูลหานต้องขายขี้หน้าเป็นอันขาด!"
หานหลินและคนอื่น ๆ เห็นเช่นนี้แล้วก็กล่าวรับรองตาม ๆ กัน
ครูฝึกมู่ยังคงมีสีหน้าเย็นชา นางเอ่ยเสียงเรียบ "ตามข้ามา"
หอวิทยายุทธของตระกูลหานแบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นแรกเป็นวิทยายุทธพื้นฐาน มีตั้งแต่วิทยายุทธพื้นฐานขั้นกลางจนถึงวิทยายุทธพื้นฐานขั้นสูงเกือบร้อยวิชา
ส่วนวิชาหมัดพื้นฐานและท่าเท้าพื้นฐานนั้น แม้จะเป็นบ่าวรับใช้ธรรมดาทั่วไปล้วนศึกษาได้ ไม่ได้ล้ำค่าอันใด ดังนั้นจึงไม่ได้เก็บรวบรวมไว้ในหอวิทยายุทธนี้
ชั้นสองของหอวิทยายุทธเก็บรวบรวมวิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับล่างเอาไว้
ชั้นสามของหอวิทยายุทธเก็บรวบรวมวิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับกลางเอาไว้
ชั้นสองและชั้นสามไม่อาจเข้าไปง่ายดายเพียงนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิทยายุทธระดับล่างหรือวิทยายุทธระดับกลาง ล้วนแต่ล้ำค่าต่อตระกูลหานเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นรากฐานของตระกูลหาน
ส่วนวิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับสูงนั้น มีผู้นำตระกูลคอยเก็บรักษาด้วยตนเอง ไม่ได้จัดวางไว้ในหอวิทยายุทธ
หอวิทยายุทธนี้พวกเขามาที่นี่เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน แต่ละคนราวกับบ้านนอกพึ่งเข้าเมือง สีหน้าอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้นล้วนฉายชัดอยู่บนใบหน้าของพวกเขา
เสียงเย็นเยียบของครูฝึกหลินดังขึ้น "พวกเจ้ามีเวลาเลือกวิทยายุทธเพียงหนึ่งชั่วก้านธูปเท่านั้น"
เมื่อทุกคนได้ยินดังนี้ พวกเขาจึงเก็บสายตาอยากรู้อยากเห็นกลับไป แล้วเริ่มจดจ่ออยู่กับการเลือกวิทยายุทธ
ครูฝึกหลินที่อยู่ข้าง ๆ ครูฝึกมู่เอ่ยขึ้นด้วยความสนใจ "พวกเขาจะเลือกวิทยายุทธใดกันนะ? "
กระแสเสียงของครูฝึกมู่อ่อนลงเล็กน้อย "ไม่ว่าจะเป็นกรงเล็บสยบนิ่งหรือฝ่ามือเก้าเงา ล้วนแต่สอนโดยตระกูลหานเรา ทว่าจุดสำคัญของแต่ละวิชานั้นไม่เหมือนกัน นำไปสู่ความจริงที่ว่าบางคนแม้มีระดับความเข้าใจระดับเดียวกัน ทว่าการที่จะฝึกกรงเล็บสยบนิ่งและฝ่ามือเก้าเงาสำเร็จหรือไม่นั้นต่างกัน ทั้งสองวิทยายุทธหลักนี้มีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง"
"ครั้งนี้ให้พวกเขาเลือกด้วยตนเอง พวกเขาจะต้องเลือกที่ตนสนใจมากกว่าเป็นแน่ ครั้นพวกเขาสนใจแล้ว ย่อมต้องฝึกมันได้สำเร็จเร็วกว่าเดิม"
"ยังเหลืออีกสิบห้าวันจึงจะถึงวันประลองระหว่างตระกูล หวังว่าพวกเขาได้ฝึกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวิชาจะช่วยพวกเขาได้มากอีกหน่อย"
ครูฝึกหลินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "ไม่รู้ว่าการที่ให้พวกเขาฝึกวิทยายุทธพื้นฐานขั้นสูงเพิ่มขึ้นอีกวิชาจะเป็นผลดีหรือผลร้าย"
"สำหรับผู้ที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นมนุษย์ได้ยากนั้น บางทีอาจเป็นผลดีมากกว่าผลร้าย ทว่าสำหรับผู้ที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นมนุษย์ได้ง่ายดายนั้น ทุกครั้งที่พวกเขาฝึกวิทยายุทธเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวิชา จะยิ่งยากแก่การกลั่นกำลังภายในให้กลายเป็นพลังปราณ ทำให้เสียโอกาสในการทะลวงข้ามขั้น"
ครูฝึกหลินสั่นศีรษะน้อย ๆ "นี่ก็ไม่มีทางอื่นแล้ว รางวัลจากท่านเจ้าเมืองครั้งนี้ใจกว้างเกินไป ผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์หนึ่งผลสามารถเพิ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งขั้นมนุษย์ได้อีกหนึ่งคน"
"วิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับล่างหนึ่งเล่ม ยิ่งสามารถทำให้ตระกูลเรามีรากฐานที่แข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่าเดิม"
"ดูผิวเผินแล้วรางวัลนี้ไม่ใหญ่โตอันใด แต่ในระยะยาว กลับจะยิ่งทิ้งห่างจากตระกูลอื่น ๆ มากขึ้นไม่น้อย"
ครูฝึกหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงขมขื่น "นี่ก็เป็นความลำบากของตระกูลระดับล่างอย่างเรา หากพวกเราเป็นตระกูลที่มีรากฐานมานับร้อยหรือแม้กระทั่งนับพัน ๆ ปี พวกเราจะถือเอารางวัลเพียงเล็กน้อยนี้เป็นจริงจังเช่นนี้ได้อย่างไร"
หานเฟิงในตอนนี้กำลังจดจ่อกับการหาวิทยายุทธที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
วิทยายุทธพื้นฐานที่หานเฟิงต้องการ อย่างน้อยต้องไม่ด้อยไปกว่าวิชากรงเล็บสยบนิ่ง
ถึงแม้กรงเล็บสยบนิ่งและฝ่ามือเก้าเงาเป็นวรยุทธขั้นสูง แต่กลับไม่ใช่ชั้นยอด
ไม่นานสายตาของหานเฟิงก็หยุดอยู่ที่ตำราลับเล่มหนึ่ง
มือสลายกระดูก!
"ได้ยินท่านพ่อบอกว่าตระกูลหานมีวิทยายุทธชั้นยอดอยู่สามวิชา ฝึกฝนได้ยากเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นสามัญระดับปลายยังยากที่จะสำเร็จขั้นเล็กได้"
"แม้แต่ผู้ฝึกยุทธขั้นมนุษย์ระดับต้น ก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่าวหนักจึงจะฝึกฝนถึงขั้นสมบูรณ์หรือแม้กระทั่งขั้นสมบูรณ์สูงสุดได้"
"ทว่าวิทยายุทธพื้นฐานขั้นสูงไร้ประโยชน์สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์"
"ผู้ที่อ่อนแอยากจะฝึกถึงระดับสูง ผู้ที่แข็งแกร่งก็ดูแคลนมัน วิทยายุทธพื้นฐานขั้นสูงชั้นยอดทั้งสามนี้จึงถูกกลบฝังไปเช่นนี้แล้ว"
"มือสลายกระดูกก็คือหนึ่งในยอดวิทยายุทธพื้นฐานขั้นสูงทั้งสาม!"
สิ่งที่หานเฟิงต้องการก็คือวิทยายุทธพื้นฐานชั้นสูงที่ทรงพลัง
หานเฟิงครุ่นคิด "ระดับในการฝึกยุทธ์สูงเพียงใด ยิ่งเหมาะที่จะฝึกวิทยายุทธเท่านั้น อีกทั้งยังจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว"
"หากไม่ใช่เพราะระดับในการฝึกยุทธ์ข้าก้าวหน้าขึ้นจากระดับสี่เป็นระดับสามซึ่งดีกว่าหานโหรวเล็กน้อย ข้าอาจจะไม่สามารถฝึกกรงเล็บสยบนิ่งขั้นสมบูรณ์สูงสุดได้ง่ายดายเพียงนั้น"
"ไม่ว่ามือสลายกระดูกจะฝึกยากเย็นเพียงใด ขอเพียงแค่ระดับในการฝึกยุทธ์ข้าสูงขึ้นอีกขั้น ข้ายังต้องกลัวว่าจะฝึกได้ไม่ดีอีกหรือ? "
คิดถึงตรงนี้แล้ว หานเฟิงก็ตัดสินใจว่าจะฝึกวิทยายุทธนั้น
ไม่นานเวลาหนึ่งชั่วโมงก็หมดลง ครูฝึกมู่ให้ทุกคนเขียนวิทยายุทธที่พวกเขาจะฝึก จากนั้นก็ออกมา
ครูฝึกมู่มอบยาวิเศษระดับสองให้แต่ละคน จากนั้นจึงกล่าว "ให้ข้าดูวิทยายุทธที่พวกเจ้าเลือก"
หานโหรวออกมาเป็นคนแรก
"ฝ่ามือเก้ากังวาล ไม่เลว วิชานี้ทรงพลังกว่าฝ่ามือเก้าเงาเล็กน้อย ด้วยประสบการณ์ของเจ้าที่มีต่อฝ่ามือเก้าเงา คงประหยัดเวลาในการฝึกไปถึงขั้นสมบูรณ์สูงสุดได้กว่าครึ่งทีเดียว"
ครูฝึกมู่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ไม่นานคนที่ก้าวออกมาก็มีไม่น้อยแล้ว
ส่วนใหญ่ล้วนเป็นที่พึงพอใจของครูฝึกมู่ ทว่าก็ยังมีข้อยกเว้น
หานหรงเป็นหนึ่งในนั้น