ฮวงจุ้ย เกมส์ กล คนแปรชี่

    ตอนที่.26

    ขณะที่ดาวพูด เธอก็ยกมือขึ้นประนมไหว้ท่วมหัว โดยที่นายเองก็เริ่มเหยียบคันเร่งให้รถเดินหน้าขึ้นไปยังเนินเขาอันเป็๲ที่ตั้งของเจดีย์เก่าแก่โบราณ วิษณุมองดูปลายจอดเจดีย์ที่อยู่ไกลๆ สลับกับวิวทิวทัศน์ที่อยู่รอบๆ บริเวณ ส่วนปอยนั้นเพียงแค่มองเหม่อไปเบื้องหน้า คล้ายดั่งว่ากำลังจมหายเข้าไปในโลกแห่งความคิดและความทรงจำของตนเอง

    “โอ๊ย…ดูไกลๆ ไม่นึกว่าจะขนาดนี้” ดาวทรุดตัวนั่งลงบนบันไดขั้นบนสุดอย่างหมดแรง หอบหายใจดั่งโหยหาอากาศมาเนิ่นนาน โดยใช้ร่างพิงฐานของนาคราชที่ทอดตัวยาวลงไปตามเนินเขาหลายสิบเมตร ด้านล่างมีตัวเมือง ทุ่งนา และ ป่าไม้ดงดอยยาวสุดลูกหูลูกตา “ไม่เอาอีกแล้ว ไม่ขึ้นมาอีกแล้ว”

    “เห็นด้วย…” ดาวว่าหนักแล้ว แต่วิษณุยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเขาทอดร่างนอนไปบนพื้นปูนของบันไดอย่างไม่สนใจเศษดินเศษหินเลยแม้แต่น้อย “คนเหนือนี้จะแข็งแกร่งเกินไปแล้วนะ ไม่คิดจะทำทางรถขึ้นมาแทนการเดินเลยเหรอ”

    “ก็เขา…กำลังทำอยู่ไง…พี่” คุณนั่งลงข้างวิษณุอย่างหมดแรงเช่นกัน “ป้ายข้างล่าง….ก็บอกอยู่…”

    “หายเหนื่อยกันรึยัง” ปอยถาม ขณะที่สูดลมหายใจเข้าออกลึกขึ้นกว่าเดิม “รีบไปหาหลวงพ่อกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเอาซะก่อน”

    “นี่เธอ…” คุนถามขึ้นอย่างสงสัย “ไม่เหนื่อยเลยเหรอ”

    “ก็เหนื่อยนะ” ปอยตอบเรียบๆ

    “นี้เหนื่อย…แล้วเหรอ…” ดาวแทรกตามมาอีกคน “อย่างพวกพี่นี้…ที่เรียกว่าเหนื่อยค่ะ”

    “เพราะน้องปอย…เกิดและโตที่นี่ละมั้ง” วิษณุพอจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง ขณะที่ชันกายลุกขึ้นนั่ง “เลยขึ้นลงเขาบ่อยๆ แล้วไม่เหนื่อย นี้ถ้าพี่ได้น้องปอยเป็๲แฟนนะ พี่จะให้พาเดินขึ้นเขาลงเขาทุกวันเลย จะได้ไม่เหนื่อยแบบนี้”

    “นี้ก็แอ๊วไม่เลิก!” ดาวยกมือที่อิดระโหยโรยแรงฟาดไปที่แผ่นหลังวิษณุอย่างเต็มแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มันทำได้เพียงให้วิษณุสะดุ้งเท่านั้น “ไม่เอาอะไรแล้วมั้งในชีวิตเนี้ยะ”

    ทว่าขณะที่ทั้งสี่กำลังพูดคุยอยู่นั้นเอง ก็มีสามเณรน้อยรูปหนึ่งเดินมาหาทั้งสี่ก่อนจะเอ่ยขึ้น

    “หลวงปู่ท่านรออยู่ พวกโยมตามเณรมา”

    ทั้งหมดหันมองไปยังสามเณรน้อยเป็๲ตาเดียว ขณะที่ดาวเป็๲คนแรกเอ่ยขึ้น

    “รออยู่เหรอคะเณร” ดาวยกมือประนม “ท่านรู้เหรอคะ ว่าพวกเรามาหา”

    “ใช่” สามเณรน้อยพยักหน้า “เณรก็รู้”

    “โหว…ศักดิ์สิทธิ์แท้ นี้ขนาดลูกศิษย์ยังขนาดนี้ อาจารย์จะขนาดไหน” วิษณุยกมือไหว้ท่วมหัว “เกิดมาไม่เคยเจอของจริงขนาดนี้มาก่อนเลย ท่านคงมีอภิญญาตาทิพย์แน่ๆ”

    “ตาทิพย์เหรอ?” สามเณรน้อยมุ่นคิ้ว “ก็พวกพี่เดินขึ้นดอยมาขนาดนี้ ใครอยู่บนนี้ก็ต้องเห็นรึเปล่า ไม่เห็นต้องมีตาทิพย์อะไรเลย”

    คุนปล่อยเสียงหัวเราะกากออกมา ก่อนจะพูดตัดบทขณะเดินไปหาสามเณรน้อย

    “จริงครับเณร” ว่าพลางก็หันมามองวิษณุและคนอื่นๆ “อย่าไปสนใจพวกงมงายไร้สาระเลยครับ ว่าแต่กุฎิหลวงปู่ท่านอยู่ที่ไหนครับ”

    “ทางนี้” สามเณรน้อยผายมือไปยังกุฏิไม้กึ่งปูนเล็กๆ หลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านขวาวิหารโบราณเก่าแก่โบราณหลังไม่ใหญ่ไปกว่ากันมากนัก “ตามเณรมานะ”

    “ครับ” คุนพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามสามเณรน้อยไป

    “สาธุ…” วิษณุส่งเสียงดัง ยกมือไหว้ท่วมหัว “ขอให้ไอ้คุนมันได้เจอจะๆ เจอจังๆ สักครั้งเถอะครับ เดี๋ยวลูกบวชให้เลย”

    “อย่าไปพูดแบบนั้นพี่” ปอยสะดุ้ง “โบราณว่าไว้ ว่าบนเ๱ื่๵๹บุญเ๱ื่๵๹บวชนะมันศักดิ์สิทธิ์มากนะพี่”

    “ก็ดีซิน้องปอย” ดาวเสริมขึ้นอย่างฉุนเฉียว “มันจะได้ไม่ว่าเราเสียๆ หายๆ แบบนี้อีกไง”

    “เอาเลย!” คุนหันหลังกลับมายิ้มเย้ยหยัน “ขอให้เจอจริงๆ เถอะ ผีเผออะไรไร้สาระ มีแต่พวกเพ้อเจ้อเท่านั้นแหละที่เชื่ออ่ะ”

    ปอยจ้องมองคุนเขม็ง ก่อนจะพึมพำเสียงดัง

    “ถ้าพี่บวช หนูขอรับเป็๲เ๽้าภาพนะ”

    “พี่ด้วย” ดาวส่งเสียงฮึดฮัด ขณะลุกขึ้นยืนตาม

    “เออ…” วิษณุเองก็ลุกตามขึ้นมาอีกคน ขณะที่พูดขึ้น “ขอให้มันเจอจังๆ สักทีเถอะ รับรองว่าพี่บวชแน่นอน”

    ทั้งสามหายใจฟืดฟาด ดวงตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ขณะจ้องมองใบหน้าอันแสนยียวนกวนประสาทของคุน ก่อนที่จะเดินตามไปยังกุฏิหลังน้อยที่มีพระภิกษุชรารออยู่

    ขณะทั้งหมดคลานเข่าตามสามเณรน้อยเข้าไป สามเณรน้อยก็ได้แยกตัวไปนั่งข้างๆ พระภิกษุชรา ที่อายุราวๆ 60-70 พรรษา ซึ่งกำลังหลับตาในท่านั่งขัดสมาธิ ทั้งหมดก้มกราบอย่างนอบน้อม ขณะที่ท่านเองก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบๆ ออกมา

    “มากั๋นได้สาที” พระภิกษุชรามองดูพวกเขาที่นั่งประนมมือไหว้ระหว่างอก ก่อนจะหันไปพูดกับปอย “ป่อแม่สู คงจะสบายดีน่ออีหล้า”

    “จ้าว…ตุ๊ป่อ” ปอยตอบกลับ พลางยกมือขึ้นจรดหน้าผาก “ตุ๊ป่อหยังมาบ่าบอกไผเลยจ้าว ว่ามาอยู่วัดนี้”

    “กู่อย่างมันย่อมมีเหตุมีผลของมัน” ท่านตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยความเมตตา ก่อนจะหันมองไปยังคุน “ขับรถขับรา ก็อย่าได้ขาดสติ เ๹ื่๪๫บางอย่าง บ่อหันก็ใจว่ามันจะบ่อมี” ขณะที่พูด ท่านก็ยิ้มน้อยๆ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาเช่นเดิม ก่อนที่จะมองไปที่วิษณุ “คนรักคู่ครองมันเป็๞เ๹ื่๪๫ของบุญของกรรมที่เคยผูกพันกันมา เล่นนักก็บ่อดี แต๊นักก็บ่อได้” ขณะที่วิษณุคล้ายกับกำลังนิ่งอึ้งกับคำพูดนั้นอยู่เอง ท่านก็หันไปพูดกับดาวต่อทันที “ความเชื่อ ความศรัทธานั้นเป็๞สิ่งที่ดี แต่ควรจะเชื่อแต่พอดี เชื่อในสิ่งที่ถูกที่ต้อง บ่อควรสุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่งเกินไป อยู่ในทางสายกลางได้ เป็๞ดีที่สุด”