ขณะที่ดาวพูด เธอก็ยกมือขึ้นประนมไหว้ท่วมหัว โดยที่นายเองก็เริ่มเหยียบคันเร่งให้รถเดินหน้าขึ้นไปยังเนินเขาอันเป็ที่ตั้งของเจดีย์เก่าแก่โบราณ วิษณุมองดูปลายจอดเจดีย์ที่อยู่ไกลๆ สลับกับวิวทิวทัศน์ที่อยู่รอบๆ บริเวณ ส่วนปอยนั้นเพียงแค่มองเหม่อไปเบื้องหน้า คล้ายดั่งว่ากำลังจมหายเข้าไปในโลกแห่งความคิดและความทรงจำของตนเอง
“โอ๊ย…ดูไกลๆ ไม่นึกว่าจะขนาดนี้” ดาวทรุดตัวนั่งลงบนบันไดขั้นบนสุดอย่างหมดแรง หอบหายใจดั่งโหยหาอากาศมาเนิ่นนาน โดยใช้ร่างพิงฐานของนาคราชที่ทอดตัวยาวลงไปตามเนินเขาหลายสิบเมตร ด้านล่างมีตัวเมือง ทุ่งนา และ ป่าไม้ดงดอยยาวสุดลูกหูลูกตา “ไม่เอาอีกแล้ว ไม่ขึ้นมาอีกแล้ว”
“เห็นด้วย…” ดาวว่าหนักแล้ว แต่วิษณุยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเขาทอดร่างนอนไปบนพื้นปูนของบันไดอย่างไม่สนใจเศษดินเศษหินเลยแม้แต่น้อย “คนเหนือนี้จะแข็งแกร่งเกินไปแล้วนะ ไม่คิดจะทำทางรถขึ้นมาแทนการเดินเลยเหรอ”
“ก็เขา…กำลังทำอยู่ไง…พี่” คุณนั่งลงข้างวิษณุอย่างหมดแรงเช่นกัน “ป้ายข้างล่าง….ก็บอกอยู่…”
“หายเหนื่อยกันรึยัง” ปอยถาม ขณะที่สูดลมหายใจเข้าออกลึกขึ้นกว่าเดิม “รีบไปหาหลวงพ่อกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเอาซะก่อน”
“นี่เธอ…” คุนถามขึ้นอย่างสงสัย “ไม่เหนื่อยเลยเหรอ”
“ก็เหนื่อยนะ” ปอยตอบเรียบๆ
“นี้เหนื่อย…แล้วเหรอ…” ดาวแทรกตามมาอีกคน “อย่างพวกพี่นี้…ที่เรียกว่าเหนื่อยค่ะ”
“เพราะน้องปอย…เกิดและโตที่นี่ละมั้ง” วิษณุพอจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง ขณะที่ชันกายลุกขึ้นนั่ง “เลยขึ้นลงเขาบ่อยๆ แล้วไม่เหนื่อย นี้ถ้าพี่ได้น้องปอยเป็แฟนนะ พี่จะให้พาเดินขึ้นเขาลงเขาทุกวันเลย จะได้ไม่เหนื่อยแบบนี้”
“นี้ก็แอ๊วไม่เลิก!” ดาวยกมือที่อิดระโหยโรยแรงฟาดไปที่แผ่นหลังวิษณุอย่างเต็มแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มันทำได้เพียงให้วิษณุสะดุ้งเท่านั้น “ไม่เอาอะไรแล้วมั้งในชีวิตเนี้ยะ”
ทว่าขณะที่ทั้งสี่กำลังพูดคุยอยู่นั้นเอง ก็มีสามเณรน้อยรูปหนึ่งเดินมาหาทั้งสี่ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“หลวงปู่ท่านรออยู่ พวกโยมตามเณรมา”
ทั้งหมดหันมองไปยังสามเณรน้อยเป็ตาเดียว ขณะที่ดาวเป็คนแรกเอ่ยขึ้น
“รออยู่เหรอคะเณร” ดาวยกมือประนม “ท่านรู้เหรอคะ ว่าพวกเรามาหา”
“ใช่” สามเณรน้อยพยักหน้า “เณรก็รู้”
“โหว…ศักดิ์สิทธิ์แท้ นี้ขนาดลูกศิษย์ยังขนาดนี้ อาจารย์จะขนาดไหน” วิษณุยกมือไหว้ท่วมหัว “เกิดมาไม่เคยเจอของจริงขนาดนี้มาก่อนเลย ท่านคงมีอภิญญาตาทิพย์แน่ๆ”
“ตาทิพย์เหรอ?” สามเณรน้อยมุ่นคิ้ว “ก็พวกพี่เดินขึ้นดอยมาขนาดนี้ ใครอยู่บนนี้ก็ต้องเห็นรึเปล่า ไม่เห็นต้องมีตาทิพย์อะไรเลย”
คุนปล่อยเสียงหัวเราะกากออกมา ก่อนจะพูดตัดบทขณะเดินไปหาสามเณรน้อย
“จริงครับเณร” ว่าพลางก็หันมามองวิษณุและคนอื่นๆ “อย่าไปสนใจพวกงมงายไร้สาระเลยครับ ว่าแต่กุฎิหลวงปู่ท่านอยู่ที่ไหนครับ”
“ทางนี้” สามเณรน้อยผายมือไปยังกุฏิไม้กึ่งปูนเล็กๆ หลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านขวาวิหารโบราณเก่าแก่โบราณหลังไม่ใหญ่ไปกว่ากันมากนัก “ตามเณรมานะ”
“ครับ” คุนพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามสามเณรน้อยไป
“สาธุ…” วิษณุส่งเสียงดัง ยกมือไหว้ท่วมหัว “ขอให้ไอ้คุนมันได้เจอจะๆ เจอจังๆ สักครั้งเถอะครับ เดี๋ยวลูกบวชให้เลย”
“อย่าไปพูดแบบนั้นพี่” ปอยสะดุ้ง “โบราณว่าไว้ ว่าบนเื่บุญเื่บวชนะมันศักดิ์สิทธิ์มากนะพี่”
“ก็ดีซิน้องปอย” ดาวเสริมขึ้นอย่างฉุนเฉียว “มันจะได้ไม่ว่าเราเสียๆ หายๆ แบบนี้อีกไง”
“เอาเลย!” คุนหันหลังกลับมายิ้มเย้ยหยัน “ขอให้เจอจริงๆ เถอะ ผีเผออะไรไร้สาระ มีแต่พวกเพ้อเจ้อเท่านั้นแหละที่เชื่ออ่ะ”
ปอยจ้องมองคุนเขม็ง ก่อนจะพึมพำเสียงดัง
“ถ้าพี่บวช หนูขอรับเป็เ้าภาพนะ”
“พี่ด้วย” ดาวส่งเสียงฮึดฮัด ขณะลุกขึ้นยืนตาม
“เออ…” วิษณุเองก็ลุกตามขึ้นมาอีกคน ขณะที่พูดขึ้น “ขอให้มันเจอจังๆ สักทีเถอะ รับรองว่าพี่บวชแน่นอน”
ทั้งสามหายใจฟืดฟาด ดวงตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ขณะจ้องมองใบหน้าอันแสนยียวนกวนประสาทของคุน ก่อนที่จะเดินตามไปยังกุฏิหลังน้อยที่มีพระภิกษุชรารออยู่
ขณะทั้งหมดคลานเข่าตามสามเณรน้อยเข้าไป สามเณรน้อยก็ได้แยกตัวไปนั่งข้างๆ พระภิกษุชรา ที่อายุราวๆ 60-70 พรรษา ซึ่งกำลังหลับตาในท่านั่งขัดสมาธิ ทั้งหมดก้มกราบอย่างนอบน้อม ขณะที่ท่านเองก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบๆ ออกมา
“มากั๋นได้สาที” พระภิกษุชรามองดูพวกเขาที่นั่งประนมมือไหว้ระหว่างอก ก่อนจะหันไปพูดกับปอย “ป่อแม่สู คงจะสบายดีน่ออีหล้า”
“จ้าว…ตุ๊ป่อ” ปอยตอบกลับ พลางยกมือขึ้นจรดหน้าผาก “ตุ๊ป่อหยังมาบ่าบอกไผเลยจ้าว ว่ามาอยู่วัดนี้”
“กู่อย่างมันย่อมมีเหตุมีผลของมัน” ท่านตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยความเมตตา ก่อนจะหันมองไปยังคุน “ขับรถขับรา ก็อย่าได้ขาดสติ เื่บางอย่าง บ่อหันก็ใจว่ามันจะบ่อมี” ขณะที่พูด ท่านก็ยิ้มน้อยๆ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาเช่นเดิม ก่อนที่จะมองไปที่วิษณุ “คนรักคู่ครองมันเป็เื่ของบุญของกรรมที่เคยผูกพันกันมา เล่นนักก็บ่อดี แต๊นักก็บ่อได้” ขณะที่วิษณุคล้ายกับกำลังนิ่งอึ้งกับคำพูดนั้นอยู่เอง ท่านก็หันไปพูดกับดาวต่อทันที “ความเชื่อ ความศรัทธานั้นเป็สิ่งที่ดี แต่ควรจะเชื่อแต่พอดี เชื่อในสิ่งที่ถูกที่ต้อง บ่อควรสุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่งเกินไป อยู่ในทางสายกลางได้ เป็ดีที่สุด”