“นายท่าน เป็อย่างไรบ้าง”เสียงที่ไม่คุ้นหูขององครักษ์คนหนึ่งดังขึ้น
เฟิงฮวาหันไปมองตาม พลางคิดในใจว่า คนผู้นี้...พูดได้หรือนี่ก่อนหน้านี้นางไม่เคยได้ยินเขาเอ่ยอันใดเลย
“อืม…มิเป็ไร” แม้น้ำเสียงจะลดความเ็าลงเล็กน้อยแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามฝ่าาหันมามองเฟิงฮวา แต่ครั้งนี้สายตาฉายแววกระอักกระอ่วน
นางเห็นดังนั้นก็เข้าใจได้ทันที เขาจำเื่เมื่อคืนได้สินะคิดแล้วก็พลันหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย ‘เพราะข้าประมาทเลินเล่อต่อเศษไม้ที่พวกเ้าเอามาทำฟืนหรอกน่าถึงเกิดเื่เช่นนี้’ นางรีบเบี่ยงเบนความสนใจทันที
“เ้าแซ่เฉิง ร่างกายของเ้าถูกพิษมาหรือ”ทันทีที่นางเอ่ยประโยคนี้จบ องครักษ์ทั้งสี่ก็มีท่าทีแข็งกร้าวขึ้นเจ็ดแปดส่วนบรรยากาศชวนน่าอึดอัดยิ่งนัก
‘ใช่จริงๆ ด้วย’ นางคิดในใจหลังจากที่จับััได้
“ดูท่า กล้วยไม้พันปีที่พวกเ้า้าก็คงเกี่ยวข้องกับเื่นี้เหมือนกัน”
องครักษ์ต่างมองหน้ากันไปมา แล้วก็หันไปมองฝ่าาเขาพยักหน้าเล็กน้อยเป็เชิงอนุญาตให้พวกเขาบอกสถานการณ์บางส่วนกับนางได้
“ข้าเป็หัวหน้าองครักษ์ของนายท่าน ชื่อจิวหรง ไม่ขอปกปิดแม่นางนายท่านของพวกเราถูกพิษที่ยังไม่มีทางรักษากล้วยไม้พันปีเป็ตัวเลือกหนึ่งของพวกเราในการยับยั้งพิษแม้จะมิรู้ว่าได้ผลหรือไม่"สีหน้าของเขาออกอาการเศร้าเล็กน้อยแต่ก็รีบเปลี่ยนกลับมาเป็ปกติ
นางละสายตาจากจิวหรงไปมองบุรุษผู้เป็เ้านาย “เ้าเฉิงเ้าโดนพิษอะไรมาหรือ เท่าที่ข้ารู้กล้วยไม้พันปีไม่ได้ใช้เป็ยาแก้พิษนี่นา”
ผ่านไปไม่นานก็มีคำพูดจากปากฝ่าาออกมาหนึ่งคำ “ซิงเจียว”น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่งปราศจากซึ่งความหวาดหวั่นใดใด
แต่กลับเป็เฟิงฮวาเองที่ใไม่น้อย พิษซิงเจียวหรือเป็ชนิดที่จัดได้ว่าร้ายแรงอันดับต้นๆ อันตรายอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับสตรีเช่นนางโดยมิรู้ตัวนางเงยหน้ามองพระจันทร์บนฟ้าทันที‘โชคดีที่ผ่านพ้นจันทร์เต็มดวงมาแล้วระยะหนึ่ง อีกสามคืนก็จะเป็คืนเดือนมืด’
ฝ่าาเห็นกิริยาของนางก็รู้ทันทีว่านางรู้จักพิษชนิดนี้เขายกคิ้วเล็กน้อย ‘หรือนางอาจจะรู้วิธีแก้พิษ’
“พวกเ้าทั้งหมดถอยออกไปก่อนข้ามีเื่ต้องคุยกับเ้าเฉิง…ตามลำพัง”
ฝ่าาพยักหน้า จากนั้นเหล่าองครักษ์ก็ถอยห่างออกไป
เฟิงฮวาเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน “เื่เมื่อคืน ข้ารู้ว่าเ้าจำได้เอ่อ เ้าได้…แตะต้อง…”
"ข้ามิได้แตะต้องส่วนล่างของเ้า…"
นางได้ยินดังนั้นก็พลันโล่งใจ
ทว่าไม่นานฝ่าาก็กล่าวต่อพร้อมกับสายตาเ้าเล่ห์จ้องมาที่ตัวนาง"แต่ส่วนข้างบนนั้น…"
หาา...เฟิงฮวายกมือขึ้นมาปิดหน้าอกโดยทันทีนางหน้าแดงขึ้นมาอีกคราแล้ว หันไปถลึงตาใส่เขา ‘เ้ามัน…ไอ้คนชั่วช้าลามกกล้าพูดจาออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร’
ก่อนที่จะค่อยๆ สงบสติอารมณ์แล้วเอ่ยต่อ “อะฮึ่มอืม…เมื่อคืนคงเป็เพราะกลิ่นไม้หอมชนิดหนึ่งองครักษ์ของเ้าเก็บไม้มาทำฟืนแล้วบังเอิญหยิบติดมาด้วยควันของไม้ชนิดนั้นทำให้มีอาการเคลิบเคลิ้มลุ่มหลง สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างข้ากับเ้าเมื่อคืนมิได้เป็ความตั้งใจ ก็ให้ถือซะว่าไม่มีอันใดแล้วกัน...”นางกล่าวรวดเดียวให้จบโดยเร็วที่สุด และเปลี่ยนไปคุยเื่พิษต่อ
“เ้าพอรู้หรือไม่ ว่าได้รับพิษซิงเจียวมาได้อย่างไร”
“ข้าไม่รู้ หมอที่รักษาบอกว่าได้รับมานานแล้วแต่พึ่งจะมากำเริบไม่นานนี้”
“อืม…ถึงกับใช้กิเลนไฟระงับพิษเลยหรือแสดงว่าไม่มีทางรักษาอื่นแล้วสินะ”
สีหน้าฝ่าาชะงักเล็กน้อย แต่ก็กลับเป็เรียบเฉยตามปกติดังเดิม“คงมิอาจปกปิดคนอย่างเ้าได้ ดูออกแต่แรกอยู่แล้วสินะ”
นางเหล่ตาใส่เขา ‘มิแปลกใจเลยว่าทำไมถูกวางยาพิษ บุรุษอย่างเ้าคงไปเผลอทำให้ใครไม่พอใจเข้ากระมัง หึ หึ…ขอร้องข้าสิเ้าเฉิงเผื่อข้าจะเห็นใจช่วยเ้า’
เหมือนเขาจะอ่านความคิดนางออก เอ่ยแค่เพียงว่า“เ้าเองก็ต้องตามหากล้วยไม้พันปีเหมือนกันสินะ”
เฟิงฮวาเลิกคิ้วขึ้นมาแทนคำตอบ 'ฉลาดดีนี่'
“ข้าก็ฆ่าเ้าแล้วแย่งมาก็พอ”คำพูดนี้แฝงจิตสังหารถึงห้าหกส่วนบ่งบอกว่าเขา…มิได้พูดเล่น
หาา…เฟิงฮวาอ้าปากค้าง แต่ในพริบตาก็เปลี่ยนมาเป็ยิ้มหวาน‘ไอ้คนเลวเฉิงอี้ จิตใจช่างอำมหิตโดยแท้ข้าขอให้เ้าพิษกำเริบกระอักเืตายไปในเร็ววัน’
“ได้อย่างไรๆคนอย่างเ้าไม่น่าใช่ประเภทที่อยากฆ่าก็ฆ่าหรอกกระมัง ข้ารู้”นางเอ่ยสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดออกมา ด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
เขาเพียงยกยิ้มมุมปากเหยียดหยันเท่านั้น
“เป็เพราะกิเลนไฟที่เ้าใช้เพื่อต้านพิษผลข้างเคียงของมันทำให้อวัยวะแกนกลางใช้การไม่ได้”นางพูดพร้อมกับเบิกตาจ้องมองไปที่ตรงนั้นของเขาอย่างตั้งใจ 'จิ๊จิ๊ จิ๊ น่าเสียดาย'
สีหน้าของเขามืดคล้ำลงอีกแล้ว ‘สตรี สายตาเ้ามองตรงนั้นได้หรือเหตุใดหน้าไม่อายเยี่ยงนี้’
นางทำเป็ไม่เห็นสีหน้าของเขา “กล้วยไม้พันปีที่เ้าอยากได้คงจะเอามาช่วยส่วนนั้นละสิ” เฮ้อออ นางส่ายศีรษะไปมาแล้วยังยิ้มเยาะใส่เขาด้วย
‘เ้า…กล้ามากที่มาเยาะเย้ยข้าเช่นนี้คงไม่อยากมีลมหายใจแล้วสินะ’ พลังภายในวูบหนึ่งกระแทกเข้าใส่นางทันทีแต่เหมือนเขาไม่ได้ตั้งใจใส่แรงเต็มที่นางหมุนตัวะโขึ้นอย่างรวดเร็วก็หลบได้สบาย พลังนั้นจึงลอยไปกระแทกต้นไม้ทางด้านโน้นแทน'โครม'
“เ้าบ้าเฉิง…ไอ้สารเลว” นางะโด่าเขาพร้อมกับค่อยๆลอยลงสู่พื้น
‘พรู่ด’ ไม่นานฝ่าาก็กระอักเืออกมาหนึ่งคำสายตายังคงจ้องไปที่นางอย่างเคียดแค้น เขาได้แต่เอามือกุมหน้าอกไว้
เหล่าองครักษ์เห็นจากไกลๆ เพียงแค่ว่า กำลังภายในกระแทกใส่แม่นางเฟิงนางะโหลบได้ทัน แล้วก็ะโด่าฝ่าา แต่พอเห็นฝ่าากระอักเืพวกเขาทั้งสี่คนก็ไม่สนใจสิ่งใดแล้ว รีบะโเข้าไปหาทันที
“นายท่าน…” จิวหรงประคองเขาเอาไว้สายตามีทั้งความใปนกับความสงสัย ‘ท่านทำอะไรฝ่าาของพวกเรากัน แม่นางเฟิงทำไมจึงเป็เช่นนี้’
“ข้ามิได้ทำอะไรเลย เป็นายของพวกเ้าที่ออกแรงเองข้าคงจะลืมบอกไปว่ากิเลนไฟเป็พิษที่ต้านพิษแต่ถ้าถูกทำให้กำเริบจนเกินพอดีก็จะลมปราณยุ่งเหยิงเช่นนี้อันที่จริงก่อนใช้มันพวกเ้าต้องรู้สิ” นางยืดอกอย่างได้เปรียบ “เมื่อครู่ข้ารึอุตส่าห์ใจดีให้เ้ากินยาระงับพิษไว้เอ่อ…กล้วยไม้พันปี เห็นทีคงต้องรีบตามหาเสียแล้ว”
สีหน้าของเหล่าองครักษ์ยิ่งกังวลมากขึ้น ทันทีที่นางพูดจบ
“แม่นาง นายท่านของพวกเราจะเป็อะไรร้ายแรงหรือไม่”
“มิเป็อะไรหรอก เดินลมปราณปรับสภาพพื้นฐานไปก่อนสองสามวันนี้อย่าออกแรงหรือใช้วรยุทธ์มากเกินไปก็พอ”
‘เอ๋…สองสามวันนี้อย่าออกแรงหรือใช้วรยุทธ์มากเกินไป’นางทวนคำพูดในใจ รู้สึกเหมือนเคยพูดประโยคนี้มาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าพูดกับใครที่ไหน
‘แต่ก็ช่างมันเถอะ’