ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 112 สภาวะสงบนิ่งสูงสุด!

    บทที่ 112 สภาวะสงบนิ่งสูงสุด!


       “พลังทั้งหมดของฉัน?” สายฝนเผลอพูดออกมา เป็นเวลาเดียวกันสัญชาตญาณความกลัวตายพลันทำงานอีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีความคิดมากมายปรากฏขึ้นในหัวสายฝน


       ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีเคยบอกกับเขาว่าการเข้าสภาวะสงบนิ่งสูงสุดมันสามารถทำให้เขาหลบการโจมตีจากระดับเหนือกว่าเขาหนึ่งระดับได้อย่างง่ายดาย


       ในเวลาแบบนี้ หากสายฝนเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งสูงสุดได้ ตัวเขาจะหลบการโจมตีของโครงกระดูกยักษ์ได้ง่ายกว่านี้ ปัญหาคือสายฝนไม่อาจเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งสูงสุดได้ถ้ายังกลัวตายอยู่ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีบอกมาแบบนั้น การตัดความกลัวออกไป มันยากมากสำหรับสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่มนุษย์อย่างเดียวที่ไม่สามารถตัดความกลัวออกไปได้ กระทั่งเทพเจ้ายังไม่สามารถ


       เมื่อสัญชาตญาณความกลัวตายทำงาน สายฝนก็ไม่สนใจอะไรอีก สิ่งที่เขาสนใจเพียงอย่างเดียวคือชีวิตตนเอง เขาต้องไม่ตาย ตัวตนจะต้องไม่หายไปตลอดกาล สายฝนตัดสินใจใช้สภาวะสงบนิ่งสูงสุด ปัญหาการเข้าสำหรับเขาในตอนนี้มันไม่อาจขัดขวางเขาให้เข้าสภาวะสงบนิ่งสูงสุดได้


       ความตายอยู่ตรงหน้า สายฝนจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด ไม่ว่าจะเป็นเทพหรือปีศาจ มันก็ไม่มีทางขัดขวางเขาได้ เพราะกลัวตาย สายฝนจึงตัดความกลัวตายทิ้งไป ถ้าไม่ตัดออกก็จะเข้าสภาวะสงบนิ่งสูงสุดไม่ได้ ยามปกติ เขาคงไม่อาจตัดความกลัวตายไปได้ง่ายๆแบบนี้ แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันบังคับให้เขาทิ้งความกลัวตายไป


       วินาทีถัดมาสภาวะสงบนิ่งสูงสุดพลันทำงาน สัมผัสรับรู้สายฝนขยายอาณาเขตจนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายในม่านความมืด ไม่มีสิ่งใดสามารถหลุดรอดออกจากการสัมผัสของเขาได้ เวลานี้ในสายตาสายฝนดาบพลังงานมืดเพลิงฟ้าครามนั้นช้ามาก


       แน่นอน ไม่ใช่แค่ดาบศัตรูเท่านั้นที่ช้า ตัวเขาเองก็ช้าเช่นกัน โชคร้าย ถ้าก่อนหน้านี้หนึ่งวินาทีเขาเข้าสภาวะสงบนิ่งสูงสุด สายฝนอาจจะยังสามารถหลบการโจมตีของโครงกระดูกยักษ์ทันเวลา เพราะเขารู้ว่ามันจะโจมตีตอนไหน


       ‘ต่อให้ฉันจะไม่เร็วฉันก็หลบการโจมตีของโครงกระดูกยักษ์ได้’ มองดาบพลังงานมืดเพลิงฟ้าครามที่ใกล้เข้ามาด้วยแววตาสงบนิ่ง ฉับพลันความสามารถอักษรลี้ลับ“สับสน”ทำงาน สายฝนไม่ทราบแน่ชัดว่าแน่ชัดว่ามันจะหยุดโครงกระดูกยักษ์ได้กี่วินาที เขาไม่คอยลองกับเป้าหมายที่เป็นระดับสองชั้นสูง สิ่งที่สายฝนรู้แน่ชัดคือตราบใดที่เขาใช้ความสามารถอักษรลี้ลับ“สับสน” ถึงเป็นระดับสองก็ไม่อาจต่อต้านได้


       หลังใช้อักษรลี้ลับ“สับสน” โครงกระดูกยักษ์พลันชะงักค้าง เพลิงสีฟ้าครามดับทั้งหมด ดาบพลังงานมืดหายไป ม่านความมืดสลายหายไป เปิดทางหนีให้กับสายฝน ผีเสื้อเทพธิดาราตรีและสายฝนตกตะลึง


       หลุดออกจากสภาวะสงบนิ่งสูงสุด สายฝนรู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นมาทันที เขาจะไปรอแปดนาทีทำไมทั้งๆที่แค่ใช้อักษรลี้ลับ“สับสน” มันก็หายไปเรียบร้อยแล้ว บัดซบจริงๆ! ทำไมเรื่องแค่นี้ตัวเขาถึงคิดไม่ได้ คิดเช่นนั้นสายฝนก็อยากจะบ้าตาย


       “โครตบัดซบ!” สายฝนกล่าวจบพลันรีบวิ่งไปยังจุดสิ้นสุดอาณาเขตวงแหวนเลือด ความสามารถอักษรลี้ลับ“สับสน”มีเวลาจำกัด ยิ่งเป้าหมายแข็งแกร่งกว่าเขามากเท่าไหร่ เวลาที่อักษรลี้ลับ“สับสน”ทำงานก็จะน้อยลง โครงกระดูกยักษ์เป็นพระดับสอง สายฝนเป็นระดับหนึ่ง ระยะห่างพลังของทั้งสองกว้างใหญ่มาก โครงกระดูกยักษ์น่าจะขยับได้ในอีกไม่นาน


       สายฝนวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดโดยไม่กลัวเรี่ยวแรงจะหมด ตอนนี้แม้สภาวะสงบนิ่งสูงสุดจะหายไปแล้วแต่พลังสายเลือดเทพปีศาจยังคงอยู่ ตราบใดที่มันทำงายอยู่ เรี่ยวแรงเขาจะไม่มีวันหมด สายฝนจะสามารถวิ่งไปทั่วดาวเคราะห์โลกได้โดยไม่ต้อยหยุดพัก เพราะงั้นไม่ต้องกล่าวถึงวิ่งไปยังจุดสิ้นสุดอาณาเขตวงแหวนโลหิตเลย


       ‘พลังออร่าราชาวัวครึ่งปลา’ สายฝนใช้ความสามารถพลังออร่าเกินขีดจำกัด ปกติย่อมไม่อาจทำได้ ทว่าเวลานี้พลังสายเลือดทำงานอยู่ พลังสายเลือดได้ไปยกระดับพลังออร่าให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม แน่นอน มันไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นมากมายอะไร ใช้หลบการโจมตีจากโครงกระดูกยักษ์ก็ยังลำบากอยู่ จำเป็นต้องใช้สภาวะสงบนิ่งสูงสุดช่วย


       โฮกกกกกกกก!


       อักษรลี้ลับ“สับสน”หยุดทำงาน โครงกระดูกยักษ์ก็ได้คำรามออกมาด้วยเสียงอันดัง ตอนนี้มันกำลังโกรธเกรี้ยว ม่านความมืดที่มันต้องใช้พลังงานมืดจำนวนมากเพื่อสร้างขึ้นมากลับถูกทำให้สลายหายไปโดยมนุษย์ที่แสนอ่อนแอ อีกอย่างการสูญเสียม่านความมืดไปเป็นผลให้ตัวมันสูญเสียพลังงานมืดจำนวนมหาศาล เสียเยอะยิ่งกว่าตอนสร้างม่านความมืดอีก แล้วนี่จะไม่ทำให้โครงกระดูกยักษ์โกรธเกรี้ยวได้อย่างไร?


       ‘มนุษย์ผู้ชายคนนี้ต้องตาย!!’ โครงกระดูกยักษ์ใช้งานทักษะเพลิงสีครามอีกครั้ง มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดไปทางสายฝน ความเร็วสูงสุดของโครงกระดูกยักษ์นั้นเร็วมาก เพียงไม่นานมันก็มาถึงตัวมนุษย์เพศชายผมดำซึ่งสามารถสลายทักษะมันได้


       หวึด! ตูมมมม! ไม่รอช้า ดาบพลังงานมืดขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นมา โครงกระดูกยักษ์จับดาบและฟาดใส่จุดที่สายฝนอยู่ ไม่หยุดอยู่แค่การโจมตีครั้งแรก ตูมมมม! ฟาดครั้งที่สอง ตูมมมมมม! ฟาดครั้งที่สาม ตูมมมมมม ฟาดครั้งที่สี่ ตูมมมมมมมม! ฟาดครั้งที่ห้า โครงกระดูกฟาดดาบไม่ยอมหยุดแสดงให้เห็นว่ามันต้องการสังหารสายฝนแค่ไหน


       ผ่านไปหนึ่งนาทีโครงกระดูกยักษ์ก็หยุดฟาดดาบ จับจ้องไปยังบริเวณที่เมื่อครู่มันโจมตี ไม่มีสิ่งมีชีวิต มีเพียงพื้นทราย คล้ายกับว่ามนุษย์เพศชายผมดำถูกดาบพลังงานมืดกลืนกินไปแล้ว โครงกระดูกยักษ์รู้สึกแปลกๆ สัญชาตญาณกำลังบอกมันว่ามนุษย์คนนั้นไม่มีทางตายง่ายๆแน่


        ฉับพลันโครงกระดูกยักษ์รีบมองไปยังที่อื่น มันค้นพบสายฝนอย่างรวดเร็ว เขาในตอนนี้ยังคงสภาพเช่นเดิม ไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มแม้แต่น้อย เขาสามารถหลบการโจมตีจำนวนมากของโครงกระดูกยักษ์ได้! สายฝนทำตามที่ผีเสื้อเทพธิดาราตรีบอก เขาใช้พลังทั้งหมดที่ใช้ได้ในสถานการณ์นี้จนถึงขีดสุด


       สายฝนไม่คาดคิดมาก่อนว่าตัวเขาไม่เคยใช้พลังของตัวเองได้ถึงขีดสุดเลย เขาคิดมาเสมอว่าตนเองใช้พลังทั้งหมดได้ถึงขีดสุดแล้ว พลังทั้งหมดไม่อาจใช้งานได้มากกว่านี้อีก


       ‘ฉันประเมินพลังของฉันตํ่าเกินไป!’ สายฝนซึ่งอยู่ในสภาวะสงบนิ่งสูงสุดกล่าวขึ้นภายในใจ เมื่อครู่ขณะเขาดึงความสามารถสูงสุดของพลังแต่ละอย่างออกมา สายฝนพบว่าพวกมันแข็งแกร่งกว่าที่ตัวเขาคิดใว้มาก


       ‘เหมือนว่าฉันจะได้เจอวิธีทำความเข้าใจอักษรลี้ลับอย่างรวดเร็วแล้วด้วย’ สายฝนคิด ไม่นานมานี้ตอนเขาหลบการโจมตีจากโครงกระดูกยักษ์ สายฝนก็คิดบางอย่างขึ้น ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่แต่ก็ควรลองดูก่อน


       จังหวะที่สายฝนกำลังยืนคิดอยู่นั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้น โฮกกกกกกกก! โครงกระดูกคำราม มันโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นสายฝนมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตาย มนุษย์เพศชายผมดำคนนี้จะตายยากเกินไปไหน? มันที่เป็นระดับระดับสองทำไมถึงไม่อาจสังหารอีกฝ่ายซึ่งเป็นระดับหนึ่งได้อย่างง่ายๆ? ทำไมกัน?!


    ---


    จบบทที่ 112 สภาวะสงบนิ่งสูงสุด!



    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน