ทันทีที่พชรและพริมาสบตากันขวัญเนตรก็พลันกลายเป็อากาศธาตุไปโดยปริยาย แต่แน่นอนล่ะว่า คนอย่างขวัญเนตรไม่ยอมปล่อยให้พชรมองตาผู้หญิงคนไหนได้นานนักหรอก!
“ใครอะ เพชร”
“ขวัญกลับไปก่อนนะ”และก็เป็อีกครั้งที่ขวัญเนตรไม่ได้คำตอบที่้าและที่ทำให้เธอวูบโหวงตรงกลางอกก็คือคนถูกถามไม่...แม้กระทั่งจะหันมามองหน้าเธอ
“อะไรนะเพชร!?ให้ขวัญกลับหรอ!?” ขวัญเนตรยังคงถามย้ำคำและเรียกร้องความสนใจด้วยการกระชากแขนชายหนุ่มเบาๆ ซึ่งพชรก็เพิ่งได้สติจากภวังค์ความดีใจที่ได้เจอกับพริมา จึงหันกลับมามองหน้าขวัญเนตรที่กำลังหงุดหงิดและงุนงงจากการที่จู่ๆ เธอก็โดนไล่กลับบ้านในสภาพอารมณ์ค้างแบบนี้ อันที่จริง ถ้ามีคนมาที่บ้านก็ขึ้นไปอยู่ด้วยกันและดำเนินเพลงรักต่อที่ห้องนอนก็ได้เพราะทุกครั้งที่แม่ของเพชรอยู่บ้าน เขาและเธอก็ทำแบบนั้น
“นี่ไหมเป็น้องข้างบ้านที่เราเคยอยู่กับแม่ก่อนจะย้ายมาที่นี่ พอดีไหมเค้าสอบเข้ามหา’ลัยใกล้ ๆ บ้านเราได้ แม่ก็เลยให้ไหมมาพักอยู่ที่นี่วันนี้เราคงไม่สะดวกแล้วล่ะ ต้อง...ดูแลน้อง” คนพูดเหลือบมองไปทางพริมานิดๆ “ตามที่แม่โทรมาสั่งเมื่อกี้น่ะ ขวัญกลับไปก่อนนะเดี๋ยวเรากดแอปเรียกแท็กซี่ให้”
“อะไรนะ! เพชรจะไม่ขับรถไปส่งขวัญด้วยหรอ ทำไมอะ ผู้หญิงคนนี้มันสำคัญมากเลยหรือไง”ขวัญเนตรพูดพลางตวัดสายตาเขียวปั้ดไปทางคนที่เป็ต้นเหตุของเื่ทันทีซึ่งสายตาแบบนั้น ก็ทำเอาพริมาถึงกับผวาเล็กน้อย
“ไม่เป็ไรค่ะพี่...พี่เพชรแค่ไปส่งไหมที่ห้อง เอ้ย! ไม่ใช่ ๆ แค่บอกไหมว่าห้องของไหมอยู่ตรงไหนก็พอค่ะไหมไม่อยากรบกวนมาก” แม้พริมาจะเป็เด็กเรียนไม่เคยมีความรักหรือคบหากับใครมาก่อน แต่ก็พอรู้ว่า ตัวเองเป็ต้นเหตุที่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าต้องหงุดหงิดจากอาการหึงหวง
“ตอแหล! ถ้าไม่อยากรบกวนแล้วจะหอบเสื้อผ้ามาอยู่ที่นี่ทำไม!ทำไมไม่ไปหาเช่าหอพักอยู่ล่ะ”
นั่นไงกรุ่นกลิ่นากลางบ้านได้เริ่มขึ้นแล้วสิพชรรู้ดีว่าหากไม่รีบจัดการเสียั้แ่ตอนนี้เขาอาจจะต้องเป็คนพาพริมาไปหาแม่ของเขาที่โรงพยาบาลเป็แน่เวลาขวัญเนตรถูกไฟหึงครอบงำ เธอทำได้ทุกอย่างนั่นล่ะแม้แต่เื่ที่เขาเองก็คาดไม่ถึง
“ใจเย็นก่อนนะขวัญเรากับไหมเป็พี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานาน แล้วพ่อของไหมก็เป็เพื่อนสนิทกับแม่เรามัน...ก็เหมือนคนในครอบครัวนั่นแหละ อย่าหึงเลยนะ แบบเนี้ย ไม่ใช่สเปกเราหรอกน้า...อย่าคิดมาก วันนี้กลับไปก่อนนะ ไว้ครั้งหน้า เราชดเชยให้” พชรพูดพลางหยิบกระเป๋าสะพายและโอบประคองขวัญเนตรที่ยังส่งสายตาหาเื่ให้กับพริมาไม่เลิกให้ค่อย ๆ เดินออกจากบ้านไปถกเถียงกันต่อที่หน้าบ้านก่อนจะต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์สี่สูบคันใหญ่ไปส่งขวัญเนตรอยู่ดีเพราะทนกับความงอแงไม่ไหว
พริมานิ่วหน้ามองสองหนุ่มสาวซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ออกไปพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโทรบอกผู้เป็พ่อว่าตนมาถึงบ้านของน้านวลอย่างปลอดภัยแล้วพริมาเดินไปนั่งพักเหนื่อยที่โซฟากำลังจะกดเบอร์โทรสายตาของเธอก็ถูกดึงไปความสนใจไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่นอนนิ่งอยู่ในถังขยะใบเล็ก
ถุงยางใช้แล้ว!
ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วเบิกโพลงขึ้นด้วยความใเคล้าความประหลาดใจกับเื่ไม่คาดฝันที่ต้องมาเจอ
...จัดกันในห้องรับแขกกลางวันแสก ๆ เนี่ยนะ อึ๋ย...พริมาคิดในใจและก็ต้องสะดุ้งโหยงตัวแทบลอยขึ้นไปนั่งบนพนักพิงโซฟาเพราะพชรวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคว้าเอาถังขยะใบนั้นออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็วพริมาชะโงกออกไปมองทางหน้าต่างเห็นพชรโยนถังขยะใบเล็กนั้นทั้งใบทิ้งลงถังขยะใบใหญ่ของชุมชนที่อยู่เลยจากหน้าบ้านไปนิดหน่อยด้วยท่าทางหัวเสียอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเดินไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งจอดอยู่สุดสายตาไกลกว่าที่พริมาจะมองเห็นแล้วก็บิดคันเร่งขี่มันออกไป
แม้พริมาจะรู้สึกใกับการพบกันครั้งแรกระหว่างเธอกับพชรที่ไม่ได้เจอกันมานานเกือบสิบปีแต่ท่าทีลุกลี้ลุกลนของพชรก็ทำให้เธอแอบอมยิ้มน้อย ๆ ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว รุ่นพี่ใจดีที่บุคลิกอ่อนปวกเปียกไม่ค่อยสู้คน มีแต่โดนเพื่อนแกล้งทุกวันในวัยเด็กคนนั้น พอโตมาจะหล่อและเท่ขนาดนี้เลยหรอสายตาคมที่สบตาเธอทันทีที่เธอก้าวเข้ามาในบ้าน ทำให้เธอรู้สึกหวิวไหวบริเวณท้องน้อยอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็นะ มันก็ไม่น่าแปลกใจหรอกที่พี่เพชรของเธอจะมีแฟนแล้ว แถมยังสวยแซ่บอย่างกับซุป’ตาร์สายเซ็กซี่บนหน้าปกนิตยสารอีกต่างหากพินิจพิเคราะห์ได้ดังนั้นก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมา
...คิดบ้าไรเนี่ย!? โทรหาพ่อดีกว่า..ว่าแล้วสมองก็สั่งให้นิ้วมือกดเบอร์โทรที่้าทันที
“พ่อไหมมาถึงบ้านน้านวลแล้วนะ”
[เอ้อ...ถึงไวเหมือนกันนะเนี่ยแสดงว่ารอบนี้รถทัวร์ขับเร็ว แล้วเป็ไงบ้างลูก บ้านน้านวล พออยู่ได้มั้ย]
“บ้านสวยมาก อยู่ได้สบายเลยพ่อแถมตอนที่ไหมเข้ามาในบ้านนะ เจอเื่เซอร์ไพรส์ด้วยล่ะ” พริมาลดเสียงลงต่ำเม้าท์อย่างมันปากเพราะเธอสนิทกับผู้เป็พ่อมากั้แ่ที่แม่เสียไปตอนเธออายุประมาณสิบห้าปีพ่อลูกคุยกันได้ทุกเื่
[เื่เซอร์ไพรส์อะไรล่ะลูก]
“ไหมเจอพี่เพชรพาผู้หญิงมาซั่มที่บ้านอะพ่อ”
[ฮะ! เห็นตอนที่เค้ากำลัง...เลยหรอ]ผู้เป็พ่อถามกลับด้วยน้ำเสียงเชิงกระซิบตามแบบฉบับของคนที่กำลังจับกลุ่มนินทาบุคคลที่สามอยู่
“เปล่า พ่อ!ไหมไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นนะแค่เห็นถุงยางใช้แล้วทิ้งอยู่ในถังขยะข้างโซฟาห้องรับแขก แล้วพี่เพชรก็วิ่งตาลีตาเหลือกมาเอาถังขยะทั้งใบไปทิ้งทั้ง ๆ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์คันอย่างใหญ่ออกไปส่งแฟนแล้วนะ สงสัยคงลืมว่าเก็บหลักฐานไม่หมด ฮามากอะพ่อ” พริมาเล่าไปหัวเราะไป
[เออเนอะ ตอนนี้ไอ้เพชรก็คงโตเป็หนุ่มแล้วไม่ธรรมดาเลยเว้ยเฮ้ย ในห้องรับแขกสว่างโล่งโจ้ง ๆ เนี่ยนะ นิสัยแบบนี้ มันคงได้จากพ่อมันมาแน่ๆ ไม่ใช่มาจากน้านวลหรอก]
แววตาของพริมาหม่นลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินความคิดเห็นของผู้เป็พ่อเท่าที่เธอรู้มา พ่อของพชรมีนิสัยเ้าชู้ ไร้ความรับผิดชอบทิ้งน้านวลและพชรไปั้แ่พชรลืมตาดูโลกได้ไม่กี่เดือนเท่านั้นทั้งยังไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดู มีเพียงน้านวล พยาบาลสาวตัวเล็ก ๆที่ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวอยู่คนเดียว ส่วนพ่อของพชรก็มีภรรยาใหม่ไปเรื่อย ๆข่าวล่าสุดที่ได้รู้ คือย้ายไปอยู่กับภรรยาคนปัจจุบันทางภาคเหนือและไม่ได้กลับมาเยี่ยมเพชรกับแม่อีกเลย
...เ้าชู้เหมือนพ่องั้นหรอ? ทำไมรู้สึกไม่ค่อยดีเวลาที่ได้ยินประโยคนี้เลยนะเธอไม่โอเคกับผู้ชายที่มีพฤติกรรมเ้าชู้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว…พริมานึกในใจ
“ก็คงจะอย่างนั้นแหละพ่อน้านวลใจดีน่ารักจะตายไป ขนาดเลิกกับพ่อพี่เพชรไปตั้งหลายปีมาถึงตอนนี้ยังไม่มีสามีใหม่เลย”
[น้านวลเค้าก็คงจะรักไอ้เพชรมากนั่นแหละเลยไม่อยากดึงใครเข้ามาให้ไอ้เพชรรู้สึกว่าจะมาแย่งความรักไป ก็เหมือนพ่อนี่ไงที่ไม่เคยรักใครอีกนอกจากแม่ของไหมแล้วก็ไหม ยัยตัวแสบของพ่อ]
พริมายิ้ม เพราะพ่อรักเธอมากจริง ๆ นั่นแหละตอนเธอสอบติดมหาวิทยาลัยที่นี่ เธอแอบเห็นพ่อยืนน้ำตาคลอที่เธอจะต้องมาเรียนในเมืองใหญ่ต้องอยู่ไกลกัน แต่พ่อก็ตามใจเธอ ยอมให้เธอเข้ามาเรียนโชคดีที่น้านวลกลับไปดูสวนมะม่วงที่จ้างพ่อของเธอดูแลให้ เลยชวนเธอมาอยู่ที่บ้านด้วยกันโดยไม่คิดเงินค่าเช่าเลยสักบาทเธอเองก็รู้สึกว่าน้านวลเป็เหมือนแม่อีกคนหนึ่งเพราะครอบครัวเธอและครอบครัวของน้านวลสนิทกันมากทั้งพ่อและแม่ของเธอต่างเป็เพื่อนสนิทกับน้านวลมาั้แ่ตอนเรียนและเธอเองก็ออกไปเล่นกับพชรแทบจะทุกวัน ยอมรับเลยว่า่เวลานั้นเป็หนึ่งใน่เวลาที่เธอมีความสุขมาก
หลายครั้งหลายคราที่เธอเป็เหมือนฮีโร่หญิงตัวน้อยที่คอยเข้าไปจัดการเหล่าเด็กอันธพาลที่ชอบมาล้อพชรว่าเป็ลูกไม่มีพ่อและแกล้งเขาต่างๆ นานา แต่พชรก็ไม่ได้โต้ตอบ แต่ถึงจะพยายามโต้ตอบก็สู้หมาหมู่กลุ่มใหญ่ไม่ได้หรอกที่พชรบอบบางแบบนี้ อาจเป็เพราะถูกเลี้ยงดูโดยแม่ผู้อ่อนโยนมาั้แ่เล็ก จึงขาดความกล้าหาญและหนักแน่นของผู้ชายที่เด็กหลายคนได้มาจากพ่อซึ่งพี่เพชรไม่มี เหตุการณ์ล่าสุด เด็กอันธพาลพวกนั้นถึงขนาดจับกลุ่ม รุมวิ่งไล่ พชรจนสะดุดหกล้มหน้าอกถูกเศษกระถางแตกแทงเข้าไปจนลึก เย็บตั้งแปดเข็ม พชรร้องไห้ไม่อยากไปโรงเรียนอีกเลยแม้แต่น้านวลก็ยังอ่อนใจ น้านวลไปโรงเรียนเพื่อแจ้งให้ทางโรงเรียนจัดการแต่ทางโรงเรียนก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากเชิญผู้ปกครองของเด็ก ๆ เ่าั้มารับทราบพฤติกรรมและจบลงด้วยการประนีประนอม โดยทุกคนมองว่ามันก็เป็แค่เื่เด็กทะเลาะกันแต่หัวอกคนเป็แม่ของเด็กที่ถูกรังแกไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียวการถูกบูลลี่ั้แ่วัยเด็กมีผลต่อความคิดและพฤติกรรมของเด็กคนนั้นไปจนโตพ่อและแม่ของเธอเห็นใจน้านวลมาก แม่จึงให้พ่อไปคุยกับพชร พร้อมกับสอนวิธีป้องกันตัวและย้ำกับพชรว่า
เกิดเป็ผู้ชายต้องเข้มแข็ง โตขึ้นจะได้ปกป้องแม่ซึ่งก็คือน้านวลและคนที่ตัวเองรักได้
“เพชรไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นลูก! ถ้าพวกมันมาทำเราก่อน เราก็มีสิทธิ์สู้มัน เพชรเป็ลูกผู้ชาย ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็งกล้าหาญที่จะปกป้องตัวเองและคนที่เพชรรักนะลูก เอางี้ ลุงเนี่ย นักเลงเก่าลุงจะสอนวิชาป้องกันตัวให้เพชร เพชรจะได้ไม่ต้องไปกลัวไอ้พวกนั้นอีกแล้วถ้าคราวหน้า มันยังมาแกล้งเพชรก่อนอีกนะ เพชรสู้มันเลยนะลูก ลุงนี่แหละ จะไปหาคุณครูกับแม่ของเพชรเองจะไปยืนยันกับคุณครูว่าเพชรไม่เคยแกล้งใครก่อน ส่วนขากลับนะลุงจะไล่เตะตูดไอ้เด็กพวกนั้นให้วิ่งป่าราบเลย แต่เพชรต้องสัญญากับลุงนะว่าจะไม่เอาวิชาที่ลุงสอนไปรังแกใครเพชรต้องใช้มันเพื่อปกป้องตัวเองและคนที่เพชรรักเท่านั้นนะลูก”
สิ้นคำจากพ่อของเธอพลันรอยยิ้มก็ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กชายตัวเล็ก มือป้อม ๆปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มและพยักหน้า แววตาเปี่ยมล้นด้วยความหวังและความกล้าหาญที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง
“คับลุง เพชรสัญญาคับ”
ด้วยความไว้วางใจที่พชรมีต่อพ่อของเธอเขาจึงรวบรวมความกล้าหาญขึ้นมาได้อีกครั้งตั้งใจว่าต่อไปนี้จะสู้คนและไม่ยอมให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ อีก แต่ฝึกได้ไม่เท่าไรน้านวลก็ย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลในเมืองใหญ่เพราะรายได้ที่ดีกว่าและน้านวลก็อยากให้พชรได้เรียนโรงเรียนดีๆ ซะก่อน แต่ก่อนจะบอกลาโรงเรียนเก่าพชรก็สร้างวีรกรรมที่คุณครูและเพื่อนร่วมชั้นคาดไม่ถึงนั่นก็คือการยกขาถีบหน้าเด็กชายที่ชอบตบกระบาลเขาราวกับเป็ของเล่นซ้อมมือ แถมยังขโมยดินสอแท่งโปรดของเขาไปโยนทิ้งถังขยะอีกจนหงายหลังร้องไห้จ้าไปฟ้องคุณครูประจำชั้น สุดท้ายพ่อของเธอก็ต้องไปโรงเรียนพร้อมกับน้านวลตามที่ได้สัญญากับพชรไว้จนได้ตอนกลับพ่อของเธอยังโชว์เก๋าด้วยการยืนมองหน้าเด็กเกเรและพ่อของเด็กคนนั้นด้วยสายตาและท่าทางที่พร้อมบวกทุกเวลาจนพ่อลูกคู่นั้น รีบสาวเท้าเดินกลับไปขึ้นรถอย่างรวดเร็วมือหนาสากของพ่อจับมือป้อม ๆ ของพชรไว้แน่น เธอยังจดจำรอยยิ้มและแววตาเปล่งประกายที่พชรเงยมองพ่อของเธอได้แม่นสายตาชื่นชมที่ลูกผู้ชายรุ่นเล็กจ้องมองลูกผู้ชายรุ่นใหญ่ราวกับเป็ซูเปอร์ฮีโร่ในหนังการ์ตูนตอนเช้า
ด้วยเหตุการณ์นั้นน้านวลจึงมั่นใจว่าเป็เื่ที่ดีที่พชรจะได้ย้ายโรงเรียนไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าแต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็อย่างที่น้านวลคิดไว้ ทุกครั้งที่กลับไปดูสวนมะม่วงและที่ทางที่บ้านเกิดก็มักจะมาเล่าให้พ่อของเธอฟังอยู่บ่อย ๆ ว่า พชรเริ่มทำตัวเกเรไม่สนใจเื่การเรียน ล่าสุดก็ไปก่อเื่ทะเลาะวิวาทจนต้องดรอปไปปีนึงและเปลี่ยนมาเรียนสายอาชีพแทนแต่ก็ไม่วายยังทำตัวให้น้านวลเป็ห่วงอยู่เรื่อย ๆพชรยังวนเวียนอยู่ในวงโคจรของเหล้าเบียร์ บุหรี่ เที่ยวเล่น เื่ผู้หญิง รวมทั้งการต่อยตีทะเลาะวิวาทไม่เว้นแต่ละวันพ่อของเธอก็ได้แต่ปลอบใจ ว่ายังดีที่พชรยังไม่ดำดิ่งจนไปใช้ยาเสพติด่เวลาวัยรุ่นก็เป็แบบนี้ คิดได้เมื่อไรก็คงจะเปลี่ยนพฤติกรรมไปเอง เป็พ่อเป็แม่คน จะเหนื่อยที่จะสอนลูกหรือประคับประคองลูกไม่ได้หรอก
[ไหม ไหม ฮัลโหล ยังอยู่หรือเปล่าลูกฮัลโหล]
พริมาคิดนานจนลืมคนที่อยู่ปลายสาย “ยังอยู่พ่อไหมแค่คิดอะไรไปเรื่อยอะ งั้นไหมไปพักก่อนนะพ่อ เย็น ๆ เดี๋ยวไหมโทรไปคุยใหม่”
[ก็ได้ลูก ดูแลตัวเองดี ๆ นะไปอยู่บ้านเขาก็อย่าไปทำให้เ้าของบ้านเค้าหนักใจมีอะไรช่วยน้านวลหรือพี่เพชรเค้าได้ก็หยิบจับช่วยเขานะลูก ระวัง ๆเ้าเพชรเอาไว้บ้างก็แล้วกันนะ พ่อว่าไอ้เพชรนี่มันไม่ธรรมดา หนุ่มสาวอยู่ใกล้กันมากๆ มันจะห้ามใจกันไม่อยู่ เราเป็ผู้หญิงจะมีค่าหรือไม่มีค่ามันก็ขึ้นอยู่กับการวางตัวของเราเองนะลูกจำคำพ่อไว้นะ]
“รับแซ่บค่า!” พริมาว่า ก่อนจะวางสายแล้วเอนหลังหลับตาพิงพนักโซฟาเพื่อพักเหนื่อยจากการเดินทางรอให้เ้าของบ้านหนุ่มกลับมาแล้วค่อยขึ้นไปเก็บของบนห้องจะดูมีมารยาทกว่าการเดินขึ้นไปเปิดประตูหาห้องเอง