ภาคที่1 ตอนที่38 คนดินแดนเซียน
“กู่ตง!”หม่าตุงและเฉาหลางที่เห็นกู่ตงถูกสังหารต่อหน้าต่อตาก็ตะโกนเสียงดังลั่นพวกเข้าจ้องมองเฟิงอี้อย่างแค้นเคืองในทันที
มีที่ไหนบางหรือที่บุรุษมิชมชอบสตรีผู้งดงามหม่าตุงเลยเฉาหลางความจริงแล้วนั้นต่างแอบชมชอบกู่ตงอยู่ลับๆแต่พวกเขามิได้แสดงออกมาบัดนี้นางได้ถูกศัตรูสังหารต่อหน้าต่อตาพวกเขาจักมิโกรธเคืองได้เช่นไร
“ร่างแยกรึ? หึ มิเลว"เฟิงอี้พลันปลดปล่อยเส้นสายอัสนีสีทองออกมาจากฝ่ามือที่ทะลุผ่านหน้าอกของกู่ตงฉับพลันนั้นร่างของกู่ตงก็พลันระเบิดออกแตกสลายเป็นเถ้าถ่านพุ่งกระจายไปทั่วทิศ
“หุหุ เป็นบุรุษที่เย็นชาเหลือเกินเจ้ามิรู้จักถนอมบุปผาเลยหรือไง?”เสียงของกู่ตงดังขึ้นก่อนที่ร่างของนางจักค่อยๆปรากฏตัวออกมาจากพื้นหิมะ
“ข้ามิเคยได้เสียร่างแยกไปเลยแม้แต่คราเดียวเจ้าเป็นคนแรกที่ทำให้ร่างแยกของข้าถูกทำลาย”วิชานี้คือวิชาร่างแยกเสมือนจริงของกู่ตงเป็นวิชาที่สามารถสร้างร่างแยกที่เหมือนกับตัวจริงได้ทุกส่วนเป็นการแบ่งเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณออกมาควบคุมร่างแยกดุจดั่งเหมือนกับว่าเป็นตัวเองจริงๆ
“ที่ข้าสงสัยคือเจ้าไปได้วิชานี้มาจากที่ใด? มิใช่สิเจ้าฝึกฝนได้สำเร็จได้เช่นไร?”เฟิงอี้หรี่ตาจ้องมองกู่ตงและเริ่มที่จักสนใจนางขึ้นมาบ้างแล้วเพราะวิชานี้คือวิชาเซียนของเซียนหมื่นตัวตนที่เฟิงอี้เคยพบเจอเมื่อช่วงชีวิตก่อน
“เจ้ารู้จักวิชานี้เช่นนั้นหรือ?!”กู่ตงขมวดคิ้วในทันทีนางจ้องมองเฟิงอี้ด้วยสายตาที่สับสนเพราะนอกจากศิษย์พี่และคนในแดนเซียนแล้วในโลกใบเล็กธรรมดานี้มิน่าจักมีใครรู้จักนี่นา
“หรือว่าเจ้าจักเป็นคนของดินแดนเซียน…ขออภัยข้ามิได้มิเจตนาจักเป็นอริต่อท่านสหายโปรดอภัยให้ข้าที่เสียมารยาทก่อนหน้า…”กู่ตงมองเฟิงอี้ด้วยสีหน้ากังวลและเริ่มที่จักหวาดกลัวขึ้นมานางรีบถอยกายหลีกหนีจากเฟิงอี้อย่างรวดเร็วในฉับพลันทันที
เพราะคนในดินแดนเซียนที่ลงมาท่องโลกใบเล็กธรรมดานั้นเป็นศิษย์ของเซียนแห่งดินแดนเซียนทั้งนั้นรวมถึงตัวนางเองก็เป็นศิษย์ของเซียนหมื่นตัวตนด้วยเช่นกัน
เป็นที่ต่างรู้กันดีว่าศิษย์เซียนแต่ละคนนั้นก็มีแต่อัฉริยะที่แข็งแกร่งสุดแสนวิปลาสเช่นนั้นแล้วผู้ที่มาจากดินแดนเซียนจักมิเป็นอริต่อกันหากมิมีเหตุจำเป็นจริงๆ
‘ที่แท้นางมากจากดินแดนเซียนจริงๆเสียด้วย’เฟิงออี้ครุ่นคิดก่อนที่จักจ้องมองไปทางกู่ตงสองสามครั้งก่อนที่จักเลิกสนใจเพราะเฟิงอี้รู้ดีว่านางจักมิมีทางลงมืออีกแล้ว
คนของดินแดนเซียนที่ลงมาท่องโลกใบเล็กธรรมดาเพื่อบ่มเพาะฝึกประสบการณ์นั้นแล้วจักมิลงมือต่อคนในดินแดนเซียนด้วยกัน
‘แต่ข้ามิใช่คนดินแดนเซียนหรอก หึหึ’มิว่าจักเป็นช่วงชีวิตก่อนหรือช่วงชีวิตนี้เฟิงอี้ก็มิได้กำเนิดในดินแดนเซียนหรอกเฟิงอี้กำเนิดในโลกใบเล็กธรรมดานี่แหละแต่ทว่าด้วยความที่เฟิงอี้พากเพียรจึงสามารถเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับเทพอันสูงส่งได้แล้วจึงเหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนแห่งเทพ!
บิดาและมารดาของเฟิงอี้ในช่วงชีวิตก่อนแม้จักเกิดในดินแดนเซียนก็ตามแต่ทว่าก็ได้มาคลอดเฟิงอี้ไว้ในโลกใบเล็กธรรมดาอยู่ดีและยังเลี้ยงดูเฟิงอี้ในโลกใบเล็กธรรมาจนเติบใหญ่จึงพาเฟิงอี้ไปยังดินแดนเซียน
“กู่ตงเจ้ายังมิตาย…ร่างแยก?…ดินแดนเซียน?”เฉาหลางและหม่าตุงเกิดความสงสัยขึ้นมาในทันที่ว่าสิ่งที่เรียกว่าร่างแยกและดินแดนเซียนคืออันใดพวกมันมิเคยทราบมาก่อนเลยว่าสิ่งเหล่านี้คืออันใด
“พวกท่านมิจำเป็นต้องรู้จักเป็นการดีกับตัวพวกท่านมากกว่า…”กู่ตงเอ่ยเพียงเท่านี้นางก็ถอยออกไปจากบริเวณนี้อย่างเงียบๆและในมินานนางก็จมลงพื้นหิมะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ดะเดี๋ยวก่อนเจ้าจักไปที่ใดกู่ตง…”หม่าตุงเอ่ยปากแต่ทว่ากู่ตงหาได้สนใจไม่เพราะนางถอยออกไปจากตรงนี้ตั้งนานแล้ว
“ดินแดนเซียน…เฮ้อ”เฉาหลางถอนหายใจออกมายาวเหยียดเขามองไปยังบริเวณที่กู่ตงหายไปแล้วทำสีหน้าปลดปลง
“ข้ากับนางต่างกันเกินไป…”ว่าแล้วเฉาหลางก็หันไปจ้องมองยังเฟิงอี้ด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมและเผยกลิ่นอายสังหารออกมาอย่างท่วมท้นมิปิดบัง
“ข้าก็มิได้มีความแค้นส่วนตัวอันใดกับเจ้า…แต่ทว่าเจ้าสังหารศิษย์ในสำนักปื๋อฉางข้าก็จำเป็นต้องลงมือ…ตาย!”เฉาหลางเอ่ยขึ้นก่อนที่จักควงหอกด้วยท่วงท่าที่แคล่องแคล่วและดุดัน
“เหอะ! ฝีมือเช่นพวกเจ้าจักให้ข้าตายหรือ?”เฟิงอี้เค้นเสียงก่อนที่จักตั้งท่ารับมือกับการโจมตีของหม่าตุงและเฉาหลางที่ส่งออกมา
ปัง! ตูม! ตูม!
ขณะเดียวกันนั้นบุรุษผมดำอาภรณ์สีดำทมิฬหน้าตาธรรมดามองการต่อสู้ด้วยสายตาราบเรียบเขาคือหางหยู่ทันใดนั้นเองเขาก็เอ่ยปากขึ้น
“คนผู้นี้แข็งแกร่งจนเกินไปแต่ทว่าข้าก็ต้องลงมือ”ว่าแล้วหางหยู่ก็พลันร่างกายเลือนหายกลมกลืนไปกับธรรมชาติ
ฟิ้ว!
“หืม?”เฟิงอี้สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังของตนอย่างไร้ที่มามันเป็นการมาที่เงียบเชียบเป็นอย่างมากหากว่าเป็นผู้อื่นแล้วคงมิสามารถตรวจพบได้เพราะขนาดเฟิงอี้เองก็ยังตรวจพบได้เมื่อสิ่งนั้นมาถึงรอบตัวบริเวณสองเมตร
มันเป็นการโจมตีที่ส่งกลิ่นอายทำลายล้างที่ไร้ปราณีสายหนึ่งและมันยังเป็นการโจมตีที่เป็นอันตรายต่อจิตวิญญาณอีกด้วย! หากการโจมตีนี้ถึงตัวของเฟิงอี้จักต้องทำให้เฟิงอี้บาดเจ็บมิน้อยเป็นแน่
“เจ้าหาที่ตายงั้นหรือ?”ทว่าฉับพลันรอบข้างพลันราวกับว่ามีแรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาลหางหยู่ที่ลงมือจู่โจมเฟิงอี้นั้นพลันวิสัยทัศน์รอบข้างกลายเป็นมืดลงเมื่อจ้องมองไปยังเฟิงอี้ก็พลันกลายเป็นใบหน้าขนาดใหญ่ของเฟิงอี้ที่แสยะยิ้มด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายหาประมาณ
“เฮือก!”หางหยู่พลันจิตใจหนักอึ้งร่างกายราวกับถูกภูเขากดทับเอาไว้เหงื่อพลันไหลออกมาจากร่างกายของหยางหยู่อย่างมิอาจห้ามได้
นี่คือแรงกดดันทางจิตวิญญาณระดับเทพที่เฟิงอี้ปลดปล่อยออกมาหากว่าจิตวิญญาณของเฟิงอี้มิได้กำลังฟื้นตัวอยู่คาดว่าหยางหยู่คงจิตวิญญาณแตกสลายไปแล้ว!
สวบ!
ชั่วพริบตานั้นเฟิงอี้มิได้หยุดเฉยพลันซัดฝ่ามือออกไปหาศีรษะของหยางหยู่ทันใดนั้นมือของเฟิงอี้ก็ปลดปล่อยเส้นสายอัสนีสีทองออกมาพร้อมกับกลื่นอายทำลายล้างมหาศาล
แซด! ผลัวะ!
ศีรษะของหางหยู่พลันระเบิดออกมาราวกับหม้อปั้นดินเผาที่แตกกระจายแต่ทว่ากลับมิมีแม้แต่โลหิตที่สาดกระเซ็นเพราะถูกเส้นสายอัสนีสีทองผลาญทำลายจนหมดสิ้น!
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…
R I P หางหยู่ผู้มีบทอันน้อยนิด…สงสาร…