หานยี่หรงที่ออกมาเดินตามหาเสี่ยวมี่แมวสีขาวของเขาก็เดินมาเรื่อยจนมาหยุดที่ศาลาหลังเล็กเห็นว่าด้านในมีคนนั่งอยู่จึงได้เดินมาดูก็พบว่าเป็พี่สะใภ้กับเ้าแมวตัวอ้วนที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนชายผ้าของอีกฝ่ายอย่างสบายใจ
“พี่สะใภ้ เสี่ยวมี่มารบกวนท่านหรือ?” แม้อีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าตนเองแต่ด้วยสถานะที่เป็อยู่ในตอนนี้ทำให้หานยี่หรงต้องปฎิบัติตัวอย่างนอบน้อม
“ไม่เลยเ้าค่ะ ข้าไม่ได้ถูกรบกวนอะไร” มู่ถงเหยารีบปฏิเสธแต่ก็อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าทางที่ดีไม่ควรให้แมวของเขามาเดินเตร็ดเตร่แถวนี้อีกเพราะกลัวว่าหานอี้เซินเห็นเข้าแล้วจะเกิดเื่ขึ้นได้
“เช่นนั้นข้าก็ค่อยโล่งอกหน่อยเ้าอ้วนนี่ชอบหนีออกมาเที่ยวเสมอข้าเองก็กลัวว่ามันจะไปรบกวนพี่ใหญ่เข้า คงต้องหากรงมาคอยใส่ไว้แล้วจะได้หนีเที่ยวไม่ได้อีก”หานยี่หรงคาดโทษเ้าแมวอ้วนที่ยังนอนอวดพุงอย่างไม่รู้สึกตัว
“ก็ดีเหมือนกันนะเ้าคะ หากหลุดออกไปนอกจวนคงจะแย่”แต่ก่อนจะหลุดออกไปนอกจวนอาจจะโชคร้ายเจอกับหานอี้เซินก่อนก็ได้
มู่ถงเหยาอุ้มเ้าตัวนุ่มนิ่มที่ทำตัวไร้กระดูกไปส่งให้หานยี่หรงที่ยืนรออยู่นอกศาลามู่ถงเหยารู้สึกประทับใจเล็กน้อยที่เขาทำเช่นนี้เพราะหากเขาเดินเข้ามาในศาลานางก็คงจะรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อยน้องสามีกับพี่สะใภ้อยู่ในศาลาด้วยกันตามลำพังคงจะไม่เหมาะสมสักเท่าไร
หานยี่หรงรับเ้าตัวอ้วนไว้แล้วก็เดินจากไปมู่ถงเหยายืนรอจนร่างสูงเดินหายไปเมื่อหันกลับมาก็ต้องสะดุ้งใที่เห็นหานอี้เซินกำลังยืนอยู่ด้านหลังของนางั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้
หานอี้เซิน!! ท่านได้โปรดอย่าทำตัวเหมือนผีเช่นนี้จะได้หรือไม่แค่นี้หัวใจของนางก็ทำงานหนักมากแล้วนะ!
“ทะ ท่านพี่กลับมาั้แ่เมื่อใดหรือเ้าคะไม่เห็นมีคนมาบอกข้าเลย”มู่ถงเหยาปรับลมหายใจให้เป็ปกติได้แล้วก็เอ่ยถามเสียงอ่อนโยนทั้งที่ยังรู้สึกใจเต้นระรัวไม่หาย
“เมื่อครู่นี้เอง...”หานอี้เซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างเช่นเคย “ว่าแต่เมื่อครู่เ้าคุยกับใครอยู่หรือ”
“น้องรองเ้าค่ะ เขามาตามแมวกลับเรือน” พูดจบมู่ถงเหยาลอบมองปฏิกิริยายาของอีกฝ่ายแต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะปกติดี
“อย่างนั้นหรือ แมวของน้องรองนี่ช่างซุกซนจริงๆต่อไปคงจะปล่อยให้เถลไถลเช่นนี้อีกไม่ได้แล้ว เอาเข้ามา”หานอี้เซินว่าจบคนของเขาก็กำลังลากจูงสิ่งมีชีวิตที่ดูใหญ่โตเข้ามา
โฮ่ง!!!
นะ นี่มันอะไรกัน! ร็อตไวเลอร์หรือ!? มู่ถงเหยามองเ้าตัวใหญ่ขนสีดำเป็เงามันเลื่อมดูแล้วเหมือนมันน่าจะตัวใหญ่กว่านางซะอีกนะ
“นี่เป็บรรณาการจากเผ่าซานฮ่องเต้พระราชทานให้ข้ามาเลี้ยงไว้ดูเล่นอย่างไรหากเ้าเหงาๆก็พามันออกไปเดินเล่นได้” หานอี้เซินพูดราวกับว่าเ้าตัวที่อยู่ตรงหน้านางเป็ชิวาวาหรือไม่ก็ชิสุที่ดูตัวเล็กน่ารักนี่เขาไม่ได้กำลังแกล้งกันอยู่ใช่หรือไม่
หรือว่าเขาจะลอบสังหารนางด้วยอาวุธตัวนี้กันดูจากสายตาเครื่องบรรณาการที่มองมาก็รู้ได้เลยว่ากำลังมองอาหารอยู่แล้วจะให้นางเอาตัวไปประเคนถึงปากมันอย่างนั้นหรือ
โฮ่ง!!
“ดูเหมือนว่ามันจะอยากทำความรู้จักกับเ้านะ”
ใช่ที่ไหนเล่า! มันหิวต่างหากดูน้ำลายที่ไหลย้อยจากข้างปากของมันสินี่คงไม่ได้เห็นนางแล้วเกิดเปรี้ยวปากขึ้นมาหรอกนะ
“ทะ ท่านพี่ มันกำลังหิวอยู่หรือเปล่าเ้าคะอย่างไรพามันไปกินให้อิ่มท้องก่อนค่อยพามาทำความรู้จักกันก็ยังไม่สายนะเ้าคะ”
“ไม่ลองลูบหัวมันดูหน่อยหรือ”หานอี้เซินยังพยายามให้มู่ถงเหยาทำความรู้จักกับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่
“ไม่ ไม่ดีกว่าเ้าค่ะ ท่านพี่กลับมาเหนื่อยๆ ข้าพาท่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าไปกันเถอะเ้าค่ะ”มู่ถงเหยาไม่อยากคุยเื่นี้ต่อเพราะกลัวว่าจะถูกบังคับให้ทำความรู้จักกับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่จึงได้แสร้งเปลี่ยนไปคุยเื่อื่นแทนทั้งยังเกาะแขนอีกฝ่ายพาเดินออกไปทันที
เมื่อเดินกลับมาถึงห้องมู่ถงเหยาก็ช่วยหานอี้เซินเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อเช้าฮูหยินรองให้คนมาบอกเื่หนึ่งกับนางคิดว่าคงต้องบอกกับเขาสักหน่อยถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะรู้เื่นี้ก่อนนางแล้วก็เถอะ
“ท่านพี่ เมื่อเช้าฮูหยินรองให้คนมาบอกว่าอีกไม่กี่วันหลานสาวของนางจะมาอยู่ที่จวนของเราด้วยเ้าค่ะเห็นว่าครอบครัวของนางเสียชีวิตหมดแล้วเหลือนางอยู่ตัวคนเดียว ฮูหยินรองจึงคิดจะให้มาอยู่ด้วยสักพักแล้วค่อยจัดหาที่ทางให้ใหม่เ้าค่ะ”
หากลองนึกไปถึงเนื้อเื่ในนิยายหญิงสาวผู้นี้ก็คือตัวประกอบที่มีไว้เพื่อให้หานอี้เซินรู้สึกรำคาญจนต้องกำจัดทิ้งเป็บทแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“อืม” คำตอบรับแสนสั้นของหานอี้เซินทำให้มู่ถงเหยารู้ว่าเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับเื่นี้สักเท่าไรนางจึงไม่คิดจะพูดเื่นี้ต่อ
“ท่านพี่ พรุ่งนี้ข้าอยากออกไปเดินเล่นที่ตลาดเ้าค่ะ”แม้ครั้งก่อนเขาจะรับปากนางแล้วก็ตามแต่อย่างไรก็ต้องบอกให้เขารับรู้ไว้ด้วย
“อืม อยากได้เงินเพิ่มหรือไม่” หานอี้เซินไม่ได้มีท่าทางไม่พอใจทั้งยังใจดีให้เงินเพิ่มด้วย
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้ามีพอแล้ว ขอบคุณท่านพี่เ้าค่ะ”นางไม่กล้ารับของจากเขาง่ายๆและจะไม่หลงเชื่อความใจดีนี้ของเขาด้วยเพราะเขาไม่เคยใจดีกับใครนอกจากมู่ไช่อิงน่ะสิ