แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ยามบ่ายของวันแล้วแต่แสงแดดสาดส่องลงมากลับไม่ได้ร้อนแรงอย่างที่คิดกลับกันบรรยากาศออกจะร่มรื่นและดูน่าอภิรมย์อย่างยิ่งเสียด้วยซ้ำสายลมพัดผ่านต่างคลอเคลียให้ความรู้สึกแสนผ่อนคลายที่สุดเหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยแท้
เปร้ง!เสียงของเหล็กกระทบเข้ากับบางอย่าง เป็นผลให้ลูกกลมๆนั้นลอยขึ้นไปกลางอากาศก่อนที่จะตกลงไปยังสนามที่เขียวขจีด้านล่างในระยะที่ห่างพอสมควร
แปะ! แปะ!เสียงปรบมือของเหล่าผู้คนจำนวนหนึ่งดังขึ้นประสานเสียงกัน ชื่นชมยินดีกับวงสวิง
“ตีได้สวยมากเลยค่ะ!”แคดดี้สาวในชุดสีเขียวอ่อนพูดชมพลางปรบมือให้อย่างรวดเร็ว เหล่าคนที่อยู่รอบๆก็พูดจาไม่ต่างจากเธอเลยแม้สักคนเดียว
ตึก! ตึก!บางคนกำลังวิ่งไปทางพวกเขาด้วยอาการเร่งรีบ ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองกันอย่างสงสัยแล้วพบว่ามีคนชุดดำคนหนึ่งวิ่งเข้าไปกระซิบข้างหูเจ้าของวงสวิงเมื่อกี้ขับให้ใบหน้าอันแสนปีติกลับเป็นบูดแดงด้วยอาการขุ่นเคือง
“แกะว่ายังไงนะ!พวกมันทำงานพลาดงั้นเหรอ!”
ชายฉกรรจ์ตัวโตที่แต่งกายด้วยกางเกงขาสั้นสีขาวกับเสื้อโปโลลายขวางสีแดงสลับขวาบนหน้าสวมแว่นตากันแดดสุดเท่อยู่และมีเอกลักษณ์ที่สุดคือหนวดเขี้ยวที่งอขึ้น
เมื่อทุกคนได้ยินรวมถึงแคดดี้สาวสวยต่างพากันตกใจและรีบเดินถอยออกมาจากวงสนทนาทั้งคู่อย่างรู้งาน
“ขะ ขออภัยครับท่านหัวหน้าตอนนั้นแผนกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ตะ แต่มีใครบางคนเข้ามาขัดขวางเสียก่อน”ชายวัยกลางคนไว้ทรงผมสกินเฮดสีทองและใบหน้ามีรอยแผลที่ปากพูดขึ้นด้วยท่าทางเกรงกลัวคนตรงหน้า
ผลัวะ!ชายหนวดเขี้ยวชกเข้าใบหน้าลูกน้องจนล้มลงไปกับพื้น
“ไหนแกบอกว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้อย่างดีแล้วไงวะ!”เขาตวาดหัวเสียเอาผ้าเช็ดมือมาเช็ดเลือดที่ติดกับมือตัวเอง
“พะ พวกผมเตรียมการไว้อย่างดีแล้ว ตะแต่ว่า...” ชายทรงผมสกินเฮดสีทองที่ล้มลงรีบลุกขึ้นมาโค้งตัวรายงานต่อ
“แกจะบอกว่ามีไอ้บ้าคนหนึ่งเข้ามาทำลายแผนเราได้งั้นเหรอทั้งที่ไอ้พวกนั้นมีอาวุธหนักครบมือเนี้ยนะ!” ชายหนวดเขี้ยวพูดด้วยน้ำเสียงโมโห
“คะ ครับ”
“ไอ้พวกเศษสวะ แล้วตอนนี้พวกมันอยู่ไหน!?”ชายหนวดเขี้ยวพูดเสียงดังจนน้ำลายกระเด็น
“พะ พวกมันถูกตำรวจจับไปทั้งหมดครับ”พูดเสร็จเขาก็เกร็งตัวรับแรงกระแทก
“ว่าไงนะ!”ชายหนวดเขี้ยวเบิกตากว้างยกเท้าถีบชายตรงหน้าไปอีกหนึ่งที
ไม่มีใครสักคนที่ออกตัวห้ามการกระทำของคนผู้นี้เลยเพราะกลัวจะโดนหารไปกับชายชุดดำไปด้วย
“แกรีบหาทางปิดปากพวกมันให้เร็วที่สุดไม่งั้นแกและครอบครัวแกตาย!!!”
“คะ ครับผมจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด”ชายทรงผมสกินเฮดสีทองพยักหน้าเลิกลั่น
“ก็รีบไปสิวะ!!!”ชายหนวดเขี้ยวใช้มือชี้ไล่
เขาทำตามคำสั่งและโทรหาคนรู้จักในกรมทันด่วน
“มันเป็นไอ้บ้าคนไหนกล้ามาขวางทางแผนการของข้าคนนี้!”
เปร้ง!ชายหนวดเขี้ยวส่งลูกกอล์ฟชนเข้ากับแผงกั้นเสียงดังสนั่นใบหน้าแดงก่ำไปด้วยโทสะจนเผลอหักท่อนเหล็กที่ถือขาดเป็นสองท่อนแคดดี้กับผู้คนก่อนหน้าต่างพากันหนีห่างไม่เข้าใกล้
“ซ่อนตัวให้ดี อย่าให้ข้าเจอ!”
…
ตัดมาทางด้านตัวการทำลายแผนชายหนวดเขี้ยว
ท่ามกลางเหล่าผู้คนที่กำลังเดินขวักไขว่ไปมากันอย่างแน่นหนาภายในห้างฯแห่งนี้ทุกคนที่ผ่านไปมาต่างมองไปยังร่างของชายหนุ่มที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงสแลคขายาวสีดำพร้อมกับสวมรองเท้าหนังราคาแพงไว้ที่เท้ากำลังเดินเคียงข้างกับหญิงสาวแสนสวยโดยเขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกแล้วใช้ชายเสื้อปกปิดรอยฉีกขาดจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
แม้การแต่งกายจะดูไม่เรียบร้อยแต่หน้าตาของชายดังกล่าวที่เกลี้ยงเกลาและหล่อเหลารับกับทรงผมที่ถูกเช็ทผมขึ้นไปทำให้เห็นดวงตาสีทองทั้งสองข้างที่สุกสกาวจนชวนเสน่หาทำเอาหล่าหญิงสาวน้อยใหญ่และผู้ชายเดินผ่านไปผ่านมาให้หันมามองจนคอเคล็ดกันเลยทีเดียว
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับเห็นก้มหน้าทำหน้าแดงมาตั้งแต่ในรถแล้ว” จินที่เอาสองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างเดินไปตามทางและหันมาพูดกับโซอึนที่เอาแต่เงียบ
“คะ คะ!? ปะ เปล่าค่ะ” โซอึนส่ายหน้าที่แดงเป็นลูกมะเขือเทศ
“งั้นเหรอครับ...หน้าดูแดงๆ นะครับไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”จินโน้มตัวลงไปในระยะประชิดและสำรวจสิ่งผิดปรกติบนใบหน้าเธอ
เสียงลมหายใจและกลิ่นกายอ่อนๆของจินกระทบเข้าโสตประสาทการรับรู้ทั้งห้าของโซอึนทันทีเธอเผลอถอยหลังและเอียงคอหลบเล็กน้อยมองการกระทำของจินนิ่งด้วยใบหน้าตื่นๆ
กะ ใกล้เกินไปแล้วโซอึนกระสับกระส่ายภายในใจทันที
กรี๊ด!!!
“!?” ทั้งสองผละออกจากกันหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนรอบข้างเขาเห็นเหล่าผู้คนมากมายต่างเข้ามามุงดูพวกเขาทั้งสองและบางคนถึงกับหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่าย
“พวกคุณกำลังถ่ายละครกันอยู่เหรอคะ?”เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งร้องถามขึ้นมาจากฝูงชน
“เปล่าหรอกครับ”อาการของจินเรียกได้ว่างงในงงที่สุด
“ไม่จริงมั้ง...พวกคุณน่าจะเป็นดารากันทั้งคู่แน่ๆ”ชายอีกคนมองจินตาขวางกล่าวด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้
“ยังไงผมขอทางไปหน่อยนะครับ”จินยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า จนเธอทำสายตาเหม่อลอยแต่ร่างกายของเธอก็ขยับตัวหลีกทางให้แต่โดยดี
“ไปกันเถอะครับ”จินหันมามองโซอึนที่กุมหน้าอกตัวเองหายใจแรงถี่ๆ
หมับ!ชายหนุ่มรีบเอามือไปจับแขนของเธอและพาเดินออกจากที่ตรงนั้นไป
“เขายิ้มให้ฉันด้วยล่ะแก”หญิงสาวบอกเพื่อนข้างกายพลางมองไปยังแผ่นหลังของจินด้วยสายตาที่โหยหาบางอย่างจากตัวเขา
“โอ้! นางฟ้านางสวรรค์แม่ยอดยาหยีของพี่!” ชายหน้าตาน่ากลัวพูดขึ้นและทำมือไปทางโซอึนราวกับว่าตัวเองกำลังแสดงละครเวทีอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ใครเป็นยอดยาหยีของแกวะ!”ชายอีกคนทักท้วงอย่างหาเรื่อง
“แล้วทำไมวะ เรื่องข้า!แกสะเออะอะไรด้วย!” ฝันสลายพร้อมกับความเดือดดาล
“พูดงี้ก็สวยดิ สักฝุ่นป่ะล่ะ!?”เขากระชากคอเสื้อชายตรงหน้าเข้ามา
“แก!” ชายหน้าโหดง้างหมัดและ
ผลัวะ!แล้วการชกต่อยกันที่ไม่รู้ว่าต้องการอะไรก็ดำเนินขึ้นจนชุลมุนและลามไปทั่วเดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องยกกำลังคนเข้ามาห้ามปรามจึงจะสงบลง
จินและโซอึนเมื่อออกจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่มาได้ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปยังร้านกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังร้านหนึ่งการมาของทั้งสองทำให้เหล่าพนักงานสาวต่างรีบเดินเข้ามานำเสนอสินค้าและโปรโมชั่นกันทันทีแต่พอเห็นจินยิ้มให้และส่ายหน้าเป็นการให้สัญญาณว่าอยากขอเวลาส่วนตัวในการเลือกชมเองยิ่งพวกเธอเห็นโซอึนมาด้วยทุกคนเลยหยุดชะงักและกลับเข้าที่ตัวเองกันอย่างสงบเรียบร้อย
“ขอโทษที่ต้องรบกวนที่ต้องให้มาช่วยเลือกของขวัญให้เพื่อนผมนะครับ”จินเดินตามโซอึนที่กำลังเดินดูกระเป๋าพูดขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะอีกอย่าง...ทางนี้ก็ชอบเดินดูอะไรแบบนี้อยู่แล้ว” โซอึนพูดขึ้นตอบจินแต่สายตาของเธอยังมองไปยังเหล่ากระเป๋าหลากหลายรูปทรงและหลากหลายสไตล์ตามชั้นวาง
“แต่ไม่ทำอะไรกับชุดคุณจินก่อนเหรอคะ”
“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวค่อยกลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้านเอา” จินก้มมองดูกางเกงตัวเองหากไม่นับตรงชายเสื้อปิดทุกอย่างก็ยังดูโอเคอยู่
“อย่างนั้นเหรอคะแล้วเพื่อนคุณจินเป็นคนแบบไหน จะได้หากระเป๋าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเธอได้---”โซอึนหันมาถามจิน แต่เธอเผลอถอยหลังไปไม่รู้ตัว
จินที่ทำหน้าใคร่รู้และเดินตามโซอึนอยู่ใกล้ๆพอเธอหันกลับมาก็ชนเข้าที่หน้าอกของจินพอดิบพอดี
“ขอโทษครับพอดีผมไม่ค่อยมีโอกาสมาเดินแบบนี้เท่าไหร่ เลยทำการศึกษาไปด้วย”ชายหนุ่มก้าวหลังถอยหนึ่งก้าวกล่าวขอโทษไปด้วย
พนักงานสาวหลายคนที่เห็นต่างเอามืออดกุมใบหน้าที่ร้อนผาวของตัวเองไม่ได้เมื่อเห็นฉากหวานแหววตรงหน้า
“รู้ได้ไงว่าเป็นผู้หญิงครับ”จินได้ยินโซอึนเรียกสรรพนามนั้นขึ้นแกล้งถามออกไป
“คุณจินพาเข้าร้านกระเป๋าผู้หญิงก็ต้องเป็นผู้หญิงอยู่แล้วสิคะ หรือไม่ใช่?”
“อาจจะเป็นผู้ชายก็ได้นะครับ”
“อะไรนะคะ!”โซอึนเบิกตากว้างขึ้นมาราวกับเป็นเรื่องน่าตกใจที่สุด
“ล้อเล่นครับ เธอเหรออืม...เธอเป็นคนดูไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ ออกจะเย็นชาหน่อยๆ แล้วก็ตัวเล็กๆอืม...น่าจะประมาณนี้นะครับ” จินทำหน้าทะเล้นให้เธอทีหนึ่งก่อนจะจับคางตัวเองครุ่นคิดภาพลักษณ์ของเจ้าตัว
โซอึนได้เห็นมุมอีกด้านของจินก็เผลอมองอย่างไม่วางตา
“งะงั้นเหรอคะ...อันนี้น่าจะเหมาะกับเธอนะ” โซอึนแนะนำกระเป๋าโท้ททรงสี่เหลี่ยมสีฟ้า
กระเป๋าทำจากผ้าไนลอนดูทนทานและให้ความคล่องตัวไปในเวลาเดียวกันขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปกำลังพอดีอีกทั้งด้วยสีโทนฟ้าดำทำให้มันค่อนข้างสุภาพใช้ได้หลายโอกาสจินพยักหน้าเห็นด้วยกับไอเดียของโซอึน
“สวยดีนะครับ แล้วของคุณโซอึนล่ะ”จินหยิบกระเป๋าที่โซอึนเลือกให้มาถือแล้วถามเธอกลับ
“ฉันด้วยเหรอคะ?” โซอึนชี้ที่ตัวเองอย่างมึนงง
“ใช่ครับ เลือกเลยผมซื้อให้”จินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ทำเอาโซอึนหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง จนเผลอก้มหน้าลง
“จะดีเหรอคะ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับถือว่าเป็นการปลอบขวัญที่เจอเรื่องเมื่อเช้ากับต้องมาเดินช่วยผมเลือกกระเป๋าให้อีก” จินยังคงคะยั้นคะยอให้เธอเลือกมาสักใบ
“งะ งั้นก็ได้ค่ะ”สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้แล้วเดินไปเลือกกระเป๋าตามต้องการ
เธอเลือกเป็นแนวเดียวกันกับที่เธอเลือกให้จินแต่กระเป๋าใบนั้นเป็นกระเป๋าหนังสีน้ำตาลอ่อนและด้านในเป็นสีดำเหมาะกับการเอาไปทำงานซึ่งมันก็ดูเข้ากับเธอเป็นอย่างดี พอได้ตามที่ต้องการจินให้เธอนั่งรอแถวนั้นแล้วเขาก็เดินไปจ่ายเงินแก่พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน
“มากับคุณแฟนเหรอคะ เหมาะสมกันดีนะคะ”หญิงสาวในชุดพนักงานของร้านเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“หื้ม...เปล่าหรอกครับแต่ก็ขอบคุณนะครับ” จินออกตัวปฏิเสธ แต่เขาก็ยิ้มขอบคุณเธอที่ชมพวกเขาจนเธอต้องเคลิ้มไปกับรอยยิ้มราวกับเทพบุตรของจินเพื่อนพนักงานของเธอเมื่อเห็นท่าทางสติหลุดของเพื่อนตัวเองแล้วก็ต้องเข้ามาช่วยในการดำเนินการชำระแทน
พอชำระเงินเสร็จสิ้นเรียบร้อยหมดแล้วเขาก็เดินไปหาโซอึนที่นั่งรอไม่ไกลด้วยถุงกระดาษสองใบสีดำสวยที่บรรจุกระเป๋าไว้ด้านในแต่ยังไม่ทันจะเดินไปได้ครึ่งทางฉับพลันสายตาก็ประสานเข้ากับใครบางคน
จินเริ่มทำหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทั้งทีทำเอาโซอึนมองจินกับผู้หญิงคนนั้นด้วยใบหน้าสงสัย
“เจอกันที่นี่ตลอดเลยนะจิน”หญิงสาวหน้าตาดูดีคนหนึ่งทัก
“นั่นนะสิ โลกมันกลมเกินไปแล้ว ว่าไหม”