เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่เจ็ดสิบแปด Epilogue เส้นทางของเดียรัจฉานวิชา

    ตอนที่เจ็ดสิบแปด Epilogue เส้นทางของเดียรัจฉานวิชา

    พี่คูชูเลนแห่งไอริชหรือพี่หมาคูแห่งจักรวาลFate stat Night ได้กล่าวเอาไว้ว่ายิ่งมีคำสาบาน geassมากเท่าไร ก็เท่ากับว่าเรายิ่งเก่งกล้ามากขึ้นเท่านั้น

    ครับ อย่างที่ตำนานว่าไว้ล่ะครับ

    พี่หมาคูตายอนาถเพราะคำสาบานข้อห้ามสองอย่างขัดกัน

    ในข้อห้ามทานเนื้อหมากับห้ามปฏิเสธการประลองและการห้ามปฏิเสธอาหารที่คนมอบให้

    คำสาบานสามอย่างบังคับให้พี่หมาคูนั้นต้องทำผิดคำสาบานไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่งและพี่แกก็เลือกทำผิดข้อทานเนื้อหมาและเสียชีวิตไป

    ดังนั้นผมทำข้อยกเว้นในคลำว่า

    สามารถทานได้หากเป็นการทานเพื่อยาหรือเพื่อต่อชีวิต

    อันเป็นข้อยกเว้นตามหลักศาสนาต่างๆให้ทานเนื้อต้องห้ามได้หากเป็นการต่อชีวิตผู้ศรัทธา

    หากเป็นข้อยกเว้นในหลักศาสนาพุทธที่สามารถฉันเนยต่างๆได้เพ่อต่อชีวิตหรือทานเป็นโอสถมันดีพอสำหรับพระพุทธเจ้า

    มันก็น่าจะดีพอสำหรับเงื่อนไขของคลำของผมเช่นกัน

    ผมจะได้ไม่ต้องกังวลในเรื่องการทานเลือดงูในการเพิ่มพลังของผมแต่ผมคงต้องทำให้เรื่องยุ่งยากมากขึ้นโดนการต้องทำให้มันเป็นยาโดยการนำมาดองเหล้าก่อนนั่นเอง

    นี่ล่ะเส้นทางของเวทย์และคาถา

    เราอยู่ได้ด้วยการเล่นคำLiteralism และการเดินไปตามขอบเขตของกฎล้วนๆแบบศรีธนญชัย

    “เมื่อวังสุกดิก อั๊วมารำวงเมื่อวันสุกดิกอั๊วมารำวง”

    เจ๊กฮงด้วยความเป็นคนงกอยู่แล้วได้จังหวะได้ทานเหล้าและอาหารฟรีแกก็ใส่ไม่ยั้ง

    ไอ้ห้อยไอ้โหนก็เช่นกัน

    อาจารย์คงก็สูบบุหรี่ทีละหกมวนอย่างสบายใจ

    บาบูและบาบอนหลังจากเปรี้ยวปากมานานจากการที่ต้องเตรียมการหลายวันก็คว้าเหล้าคนละไหไก่คนละตัวกินกันอย่างสำราญ

    ส่วนไอ้เจิดเป็นคนเดียวที่พยายามเฝ้าดูแลตะเคียนมองอย่างดีโดยไม่เมาไปก่อน

    “เสียดานแทนลูกพี่จริงๆที่ดื่มเหล้าไม่ได้ดังนั้นพวกเราต้องดื่มแทนลูกพี่หน่อย ดื่ม”

    “อั๊วดื่มด้วย”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนแซวผมที่ดื่มเหล้าไม่ได้และมีเจ๊กฮงมาเสริมด้วย

    ผมเลยถีบไอ้ห้อยไอ้โหนคนละทีอย่างอ่อนโยน

    “ฮา ฮา ฮา ฮา”

    “ลูกพี่ตีลหนักอีกแล้ว”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนก็หัวเราะผสมโรงไปกับคนอื่นเช่นกัน

    ทุกคนมีความสุขมีแต่หลวงพ่อที่นั่งสมาธิอยู่ในวัด

    จิ้งจกได้ตกลงมาหน้าหลวงพ่อ

    “จิ้งจกสองตัวกินหางกันเอง เฮ้อ”

    หลวงพ่อที่หลับตาอยู่ก็สามารถกล่าวได้ราวกับมองเห็น

    “เดียรัจฉานวิชานำมาแต่ความเดือดร้อนมาให้”

    ในภาพฝาผนังข้างโบสถ์มีภาพของเสือที่เป็นเจ้าป่าได้ล่าเนื้อใต้อุ้งเท้าแต่ห่างไปเล็กน้อยก็มีนายพรานถือปืนเล็งอยู่!!!

    ใต้ภาพนั้นมีตัวอักษรเขียนว่า

    “เมื่ออ่อนไปก็ถูกเขาข่มเหงเมื่อแข็งนักก็มักมีเวร”

    เดียรัจฉานแม้มีอำนาจแต่ด้วยสันดานของมันจะกัดกินกันเองเสมอ

    ...

    “ดูสิพี่นงพะงาไอ้เจิดป่าวประกาศไปใหญ่ว่าชนะไอ้ขามได้เดี๋ยวมันต้องมาอวดพวกเราแน่พวกเราต้องไล่มันไปไกลไกลกันนะพี่”

    “ใช่ใช่ มาถึงบ้านแม่จะเอาน้ำร้อนสาดให้”

    นงพะงากับผกากรองกล่าว

    นี่คือนิสัยของแม่หญิงสารขัณฑ์ไม่ใช่หญิงสาวที่อ่อนโยนตามแนวแดนอาทิตย์อุทัย

    จนพวกโอตคุคงจะสงสัยว่า แม่หญิงนิสัยอย่างนี้เราจะไปจีบพวกนางทำไมหรือพวกพระเอกนิยายสารขัณฑ์นั้นนิสัยแบบไซโตะหลุยส์ศูนย์สนิทที่ชอบให้ภริยาทำร้ายตนเอง?

    ...

    ครูวิพอได้ยินข่าวก็รู้สึกไม่เชื่อถือตนเองเป็นคนที่จบการศึกษาจากเมืองนอกเช่นกัน

    “คุณเจิดเชื่อเรื่องงามงายแบบนี้ด้วยหรือนี่?”

    ครูวิเอียงคออย่างสงสัยขณะเขียนไดอารี่บรรยายความในใจของตนเองที่มีละอองดาวประดับอยู่แวววาว

    ...

    ไอ้ขามนั้นสวดมนต์นอนหลับอย่างปรกติไม่ได้คิดอะไรแต่อย่างใด

    มันถึงได้ร่างกายใหญ่โตสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรเพราะไม่มัวฟุ้งซ่านแต่นอนหลับอย่างเต็มอิ่มร่างกายถึงได้เติบโตเต็มที่

    ...

    ณ เกาะแห่งหนึ่งในแกรนด์ไลน์ เอ๊ย ซุ้มเสือป่าน

    บรรดาแก๊งโจรก็กินเหล้าเมายากันมีทั้งคนที่กลืนไฟกับคนที่กินมีดดาบแสดงให้คนในวงเหล้าดูกันและมีคนที่เปรียบมวยกันอยู่ด้วย

    “อุ๊บ๊ะ ไม่ต้องเอาข่าวนี้มาบอกข้าหรอกแค่ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่มีใครทาบรัศมีเสือป่านได้หรอก”

    เสือป่านที่ทานเหล้ากล่าวขึ้นมาในวง

    สร้างความงุนงงให้กับคนที่ทานเหล้าอยู่ด้วยกัน

    “ไม่มีอะไร ทานต่อทานต่อโหงพรายมันคาบข่าวมาบอกว่ามีคนดีมีวิชาดาวรุ่งดวงใหม่มาน่ะ แต่พวกเอ็งก็รู้ดินแดนแถบนี้ข้าเสือป่านนั้นคุม”

    เสือป่านได้ดื่มเหล้าจากไหอีกครั้ง

    “มามา ใครทานไม่หมดถือว่าไม่ให้เกียรติข้าฮา ฮา ฮา””

    แต่ละคนก็ชูเหล้าฉลอง

    ชะโย ชะโย ชะโย

    กันอีกครั้ง

    ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่การที่ไอ้เจิดมีข้อห้ามคลำเรื่องเหล้ากลายเป็นเรื่องที่คนนึกไม่ถึงเพราะทุกคนขี้เมากันหมดนั่นเอง

    เปรี้ยง

    ลูกน้องเสือป่านคนหนึ่งที่สักมังกรได้ชกคนเก้าคนสิบคนจนล้มลงไม่มีใครเอาลง

    “ถ้าหากพี่ป่านไม่ว่าอะไรข้าว่าจะไปเปรียบมวยกับเจ้าหนุ่มต่างบางนั้นอยู่เหมือนกัน”

    ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่สักมังกรคนนั้นกล่าว

    “ฮา ฮาก็ไปสิ ยอดเพชร เกล็ดมังกรแดงที่ไม่มีใครเปรียบมวยชนะได้”

    ยอดเพชรเกล็ดมังกรแดงก็ยิ้มอย่างดีใจ

    ซึ่งหากไอ้เจิดรู้คงบอกว่า

    นี่คือคนที่โดนไอ้ขามยิงตายหลังจากที่ชกแพ้ไอ้ขามมันนี่หว่า?

    เพราะหากให้กล่าวตามตรง

    คนในซุ้มเสือป่านนั้นโดนไอ้ขามยิงตายหมด

    ...

    ณ อีกเกาะหนึ่งในแกรนด์ไลน์ เอ๊ยอีกซ่องโจร

    “ดีมาก ข้าจะรีบลงมือ”

    เสือดำ

    เจ้าของซุ้มโจรอีกแห่งหนึ่งนั้นต่างกับเสือป่าน

    เขาต้องการแข่งกับเสือป่านตลอดมาให้ทุกคนมองว่าเสือดำนั้นเหนือกว่าเสือป่านให้ได้

    เลยใช้วิธีไปเกะกะระรานชาวบ้านแทนที่จะไปสู้กับเสือป่านตรงๆให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

    “พวกเอ็ง เตรียมตัวไว้ให้ได้ข้าจะพาพวกเอ็งไปปล้นบ้านกำนันแจ่มเพื่อเอาชื่อ”

    เมื่ออ่อนไปก็ถูกเขาข่มเหงเมื่อแข็งนักก็มักมีเวร

    นั้นเป็นความจริงเสมอในโลกที่ผู้คนคิดว่าตนเองอยู่ในเกมส์Grand Theft Auto

    ที่หากเจอใครมีชื่อเสียงก็จะต้องไปจัดการคนคนนั้นเพื่อเอาชื่อเสียง

    แตกต่างจากแนวคิดเศรษฐศาสตร์พื้นฐานที่คิดว่าคนเราต้องลงทุนไปในสิ่งต่างๆเพื่อผลประโยชน์

    ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นผลประโยชน์เช่นกันแต่ไม่ใช่ด้านตัวเงินเพราะเป็นผลประโยชน์ในด้านชื่อเสียง

    หากสามารถปล้นบ้านกำนันแจ่มได้

    ชื่อเสียงของเสือดำก็จะดังไปทั้งบาง!!!

    จบเล่มหนึ่งโปรดติดตามเกิดใหม่เป็นไอ้เจิดในเล่มสองต่อไปครับ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน