บทที่ 122 อย่ามาจับข้า
หลี่ชิงหมินและทหารของหวงซีเฉิงได้กินอาหารมื้อใหญ่ขององค์รัชทายาทด้วย เดิมทีแล้วองค์รัชทายาทต้องการเชิญว่าที่ฮูหยินใหญ่หวงซีเฉิงไปร่วมมื้ออาหารด้วยกัน อย่างไรก็ตาม...เมื่อนึกถึงสายตาของแม่ทัพผู้นั้น เขาก็เปลี่ยนใจ รอจนกว่าแม่ทัพใหญ่ผู้นั้นจะกลับมา แล้วค่อยชวนทั้งสองคนมาร่วมพูดคุยกัน หรือไม่ก็เป็นเขาที่เดินเข้าไปหาคงจะดีกว่า
อาหารที่ทำโดยคนขององค์รัชทายาทค่อนข้างดี ไม่เหมือนกับการเดินทางร่วมขบวนกันในครั้งก่อนที่แยกอาหารระหว่างเชื้อพระวงศ์ ชนชั้นสูง และทหารทั่วไป ครานี้พระองค์ต้องการแสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายและความเสียสละของตนเอง เพื่อต้องการเอาอกเอาใจแม่ทัพใหญ่
พระองค์รู้ว่าแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ให้ความสำคัญกับพวกพ้องมากขนาดไหน เกรงว่าถ้าทำไม่ดีต่อทหารของเขา จะทำให้ตนเองถูกมองข้ามไปได้
ระยะเวลาอีกไม่นานหลังจากนี้ พระองค์รู้ว่าการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งองค์จักรพรรดิคงจะดุเดือดมากขึ้น เสด็จพ่อก็เริ่มมีอายุและได้ยินจากหมอหลวงว่ามีโรคประจำตัวที่ทำให้นอนไม่หลับสนิทเวลากลางคืน หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปก็มีแต่จะอันตรายมากขึ้น ทางที่ดีจำเป็นต้องหยุดว่าราชการไปก่อน
เขาไม่รู้หรอกว่าตำแหน่งองค์จักรพรรดิจะเปลี่ยนแปลงไปในวันไหน ทว่า...ตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนนั้นยังคงต้องเลือกจากองค์ชายทั้งหลายนี้
หากเขาที่เป็นองค์รัชทายาทไม่ถูกเลือก จะต้องทำให้ตำแหน่งของเขาสั่นคลอนแน่! ช่วงนี้เขาเสียผู้สนับสนุนตัวใหญ่จากตระกูลพระชายาไป ย่อมต้องดูแลตนเองและรีบหาผู้สนับสนุนรายใหม่ ถึงแม้แผนการของเขาดูจะราบรื่นดี จากการที่คุณหนูจางเริ่มเอนเอียงมาทางเขา ถึงอย่างนั้น...ก็ยังไม่แน่ว่าตระกูลจางจะทุ่มสุดกำลังเพื่อสนับสนุนเขาขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิหรือไม่ เขาไม่สามารถวางใจได้มากเกินไปจริงๆ
“อาหารอร่อยจนทำให้เจ้าพอใจหรือไม่?” หวงซีเฉิงเพิ่งกลับมา เป้าหมายของเขาก็คือหลี่ชิงหมินเท่านั้น
เห็นคนตัวเล็กกำลังนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยกับข้ารับใช้ของตนเอง หวงซีเฉิงก็โบกมือไล่ ส่งผลให้ฝูเซ่าไม่กล้าอยู่รบกวนเจ้านายทั้งสองอีก
ข้ารับใช้ที่เมื่อก่อนมักจะขวางหน้าระหว่างหวงซีเฉิงและหลี่ชิงหมิน บัดนี้เปลี่ยนไปเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่เสียแล้ว ฝูเซ่ายังจำได้ดีเกี่ยวกับข้อสงสัยและการแสดงออกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวของเจ้านาย ดังนั้นเขาจึงต้องการเปิดโอกาสให้คุณชายของเขาได้มีโอกาสสนิทสนมกับว่าที่สามีมากขึ้น
หลี่ชิงหมินเลิกคิ้วมองดูคนที่เพิ่งปรากฏตัว เขามองดูถ้วยของตนเองและพบว่าเขาเสียมารยาทไปบ้าง แทนที่จะรอกินอาหารกับหัวหน้าขบวนเดินทาง เขากลับรีบกินก่อนแล้วปล่อยให้หัวหน้าขบวนต้องอดอยาก
“เอ่อ ข้า....ข้าจะให้คนนำอาหารมาให้” ได้ยินหลี่ชิงหมินพูดเช่นนั้น ซีเฉิงก็ไม่ได้ว่าอะไร เขายังพยักหน้ารับกลับไปด้วยซ้ำ
ทหารที่อยู่ใกล้ทำงานรวดเร็วมาก เขารีบลุกขึ้นยืนแล้วอาสารีบไปนำอาหารมาให้ท่านแม่ทัพของตนเองทันที ไม่ลำบากให้หลี่ชิงหมินต้องออกคำสั่งต่อใคร
อันที่จริง เขาเองต้องการที่จะลุกหนีตั้งแต่ที่ท่านแม่ทัพปรากฏตัวแล้ว แค่เกรงว่ามันจะเป็นการเสียมารยาทเกินไป ทหารหลายคนรีบกินให้อิ่มแล้วรีบไปทำงาน เปิดโอกาสให้พวกเขาสองคนอยู่ใกล้กันอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของหวงซีเฉิง เขารู้สึกว่าตนเองสมควรต้องมอบรางวัลให้ทหารเหล่านี้หลังจากเสร็จภารกิจ แต่คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็คือคนตัวเล็กข้างกายของเขา
ชิงหมินถอนหายใจออกมา มองดูพวกทหารที่กำลังรีบไปทำงานของตนเอง รู้สึกว่ากองทัพของอาณาจักรเซินที่นำโดยหวงซีเฉิงนั้นเคร่งเครียดเกินไป แม้แต่เวลาพักผ่อนก็ยังมีน้อยเหลือเกิน ทว่าเขาก็เข้าใจ หากไม่แข็งแกร่งเพียงนี้ ไม่ฝึกหนักเช่นนี้ จะปกป้องอาณาจักรเซินและประชาชนได้อย่างไร
สองคนจึงกลายเป็นว่าได้นั่งกินอาหารร่วมกันอยู่เงียบๆ องค์รัชทายาทตั้งใจจะมาหาพวกเขาทั้งสองคนก็ยังต้องยืนรอ ไม่กล้าที่จะเข้ามารบกวนช่วงเวลาดีๆนี้ เขารู้ดียิ่งกว่าใครว่าแม่ทัพใหญ่ให้ความสำคัญกับว่าที่ฮูหยินของตนขนาดไหน พระชายาของเขาที่เกิดเรื่องขึ้นเช่นนี้ ไม่ต้องสืบให้มากความก็ยังรู้ว่าเป็นเพราะนางล่วงเกินคุณชายหลี่
แน่นอนว่าท่าทางเช่นนั้นขององค์รัชทายาทถูกหลี่ชิงหมินมองเห็นมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ดังนั้นหลังจากที่หวงซีเฉิงกลับมา เขาจึงได้พูดถึงเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง
“องค์รัชทายาทดูท่าอยากจะมาพูดคุยกับท่าน”
“หึ” หวงซีเฉิงแค่นหัวเราะออกมา ในความคิดของเขา องค์รัชทายาทผู้นี้ไม่ต้องการคุยกับเขาต่างหากที่จะแปลก
การเดินทางร่วมกันครั้งนี้นับเป็นเจตนาขององค์จักรพรรดิเลยก็ว่าได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่เห็นประโยชน์ของเรื่องนี้ คงจะถือว่าทำให้องค์จักรพรรดิผิดหวังแล้ว
“ข้าคิดว่าตอนนี้เป้าหมายของพระองค์ก็คือตระกูลจางและตระกูลหวงของท่าน เพื่อที่จะแทนตำแหน่งพระชายาที่ว่างอยู่ คุณหนูจางหลิวอี้นับว่าเหมาะสม แถมข้าก็ยังรู้สึกว่านางเองก็ต้องการตำแหน่งนั้นเหมือนกัน” หลี่ชิงหมินแอบมองใบหน้าของหวงซีเฉิงเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้คนได้พูดแล้วว่าคุณหนูจางผู้นั้นได้ล้มหมากเดิมแล้วเริ่มเดินหมากใหม่ แต่เป็นเขาเองที่ไม่เชื่อสนิทใจ ดังนั้นหลังจากที่ตรวจสอบด้วยตนเอง หลี่ชิงหมินจึงเข้าใจว่าหมากกระดานใหม่ที่หวงซีเฉิงพูดถึง ก็คือตำแหน่งของพระชายาในองค์รัชทายาทนี้เอง
“อืม ตระกูลจางเห็นด้วยกับการที่จะสนับสนุนองค์จักรพรรดิ”
“จริงหรือ? ถ้าอย่างนั้นทำไมตอนแรกพวกเขาสนับสนุนให้เข้าหาท่านล่ะ เดิมทีข้าคิดว่าพวกเขาไม่ต้องการจะเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์ เลยให้บุตรีมองตำแหน่งในจวนท่านแม่ทัพแทน”
“ตระกูลจางมีความคิดมากเกินไป พวกเขาเปรียบเทียบผลได้เสียระหว่างข้ากับองค์รัชทายาท”
“โอ้ แปลว่าตอนแรกท่านได้คะแนนนำหรือ?”
“คะแนนนำ....”
หวงซีเฉิงหรี่ตามองดูคนตัวเล็ก ทุกวันนี้คุณหนูในตระกูลใหญ่ทั้งหลายล้วนได้รับคำสั่งเหมือนกันเพื่อที่จะวิ่งไล่ตามเขาและมาอยู่ในตำแหน่งฮูหยินรองให้ได้ จะมีคนที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับว่าที่สามีของตนเองอย่างชิงหมินหรือ? หากเป็นสาวงามผู้อื่น ตอนนี้คงต้องรีบวางแผนช่วยกันกำจัดมดปลวกเหล่านั้นออกไปแล้ว
แน่นอนว่าซีเฉิงไม่ได้ลำบากที่จะทำลายแมลงเหล่านั้นด้วยตนเอง แต่เขาแค่อยากจะหัวเราะให้กับความเฉยเมยของเจ้าเด็กแสบคนนี้
“เอ่อ ข้าหมายถึง...ตระกูลจางก็ยังคิดจะเลือกท่านมากกว่าองค์รัชทายาทในครั้งแรก แปลว่าตำแหน่งฮูหยินรองของท่านคงมีคนเห็นประโยชน์ไม่น้อยเลย” ชิงหมินรีบแก้ตัว เขาพูดเหมือนกับการเล่นสนุกในคราแรก คงจะทำให้คนไม่พอใจกระมัง
“ตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทยังเป็นแค่ตำแหน่งเท่านั้น หากเขาไม่สามารถขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิได้ ภายหลังจะมีแค่สองทางเลือก หนึ่งคือประหารทั้งจวน หรือสอง....การถูกเนรเทศ ซึ่งไม่ว่าจะแบบไหน ทุกคนก็ไม่ต้องการที่จะรับความเสี่ยงนี้เอาไว้ เว้นแต่ตระกูลที่เป็นพันธมิตรกันอยู่แล้ว”
“อ่อ เหมือนกับตระกูลพระชายาองค์รัชทายาทเดิม...”
“ใช่ ดังนั้นตำแหน่งฮูหยินรองของแม่ทัพใหญ่จึงน่าสนใจสำหรับตระกูลจางที่ยังวางตัวไม่ชัดเจน”
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมนางจึงเปลี่ยนใจง่ายดายยิ่ง”
“..............” ซีเฉิงมองดูคนตัวเล็ก การที่จะมาเป็นฮูหยินรองของเขา คงจะมีเพียงคนโง่เท่านั้นที่ต้องการมัน
แม้ว่าภายนอกจะดูดีและล่อตาล่อใจมาก ตำแหน่งฮูหยินรองของแม่ทัพใหญ่อาณาจักรเซินที่มีฮูหยินเอกเป็นบุรุษ .... อ่า ไม่ว่าใครก็คงจะวาดฝันถึงมันกันทั้งนั้น เพียงแต่....แม่ทัพใหญ่ที่ว่านั่นไม่ใช่คนทั่วไป แต่เป็นปีศาจเช่นเขาต่างหาก
เหมือนกับที่จางหลิวอี้คิด เขาไม่มีทางปล่อยให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ไปอย่างแน่นอน ก่อนที่ใครสักคนจะกลายมาเป็นคนของเขาได้ อย่างนั้นก็ต้องรอดูว่าจะสามารถผ่านคมดาบของเขาแล้วยังรอดชีวิตอยู่หรือไม่ ยิ่งกับคนที่ต้องการเข้ามาเพื่อกดข่มชิงหมินของเขา เขาจะทำให้พวกมันรู้เองว่าการอยู่ไม่สู้ตายนั้นเป็นเช่นไร
โชคร้ายที่จางหลิวอี้ผู้นี้ฉลาดและเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะมี “ไก่” ที่สามารถเป็นตัวแทนในการ “เชือด” ให้ดูแล้ว น่าเสียดายจริงๆ...
“แต่ตอนนี้นางก็เลือกตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทแล้ว นางยังพูดดีต่อข้าด้วย นางกล่าวว่าให้ข้าเอ่ยถามท่านเกี่ยวกับความรู้สึกของท่านโดยตรง ข้าคิดว่านางน่าจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา” หลี่ชิงหมินคิดถึงคำของจางหลิวอี้แล้วก็หัวเราะแบบจนปัญญาออกมา
หวงซีเฉิงเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูด
“แล้วนางเข้าใจสิ่งใดผิด”
“เอ่อ ก็เล็กๆน้อยๆ นางคงคิดว่าพวกเราเป็นคู่รักหยวนหยางกันกระมัง”
“งั้นหรือ? แล้วพวกเราไม่ใช่?” ซีเฉิงเอ่ยถามกลับทันควัน คำถามนี้ทำให้คนที่กำลังยิ้มอย่างสนุกสนานชะงักไป
“แล้วพวกเราใช่หรือ?” คนตัวเล็กเอียงคอเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“นั่นสิ” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของซีเฉิง หลี่ชิงหมินก็ถอนหายใจออกมา เขารู้สึกว่าเจ้าคนตัวโตนี้ก็กำลังมองว่าความคิดของจางหลิวอี้เป็นเพียงเรื่องตลกเหมือนกัน ทว่า..ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรไร้สาระอีก หวงซีเฉิงก็หาคำพูดที่เหมาะสมออกมาได้แล้ว
“นับว่านางเป็นคนฉลาดอยู่บ้าง”
“หือ?”
“คุณหนูจางผู้นี้มีหัวคิด ตอนนี้พวกเรายังไม่ใช่คู่รักหยวนหยาง ไม่ได้แปลว่าอนาคตจะไม่ใช่”
“อนาคตหรือ?”
“ตอนนี้เจ้าคงจะมองข้าเป็นดั่งสหายกระมัง แต่ในอนาคต...เมื่อพวกเราได้ยินอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยา อย่างไรก็ต้องเปลี่ยนสถานะจากสหายเป็นคู่รักหยวนหยางเช่นที่เจ้าว่า” หวงซีเฉิงอธิบาย
“.....................” แต่คำพูดนี้ทำให้หลี่ชิงหมินพูดไม่ออก
“ถึงข้าอยากจะเป็นคู่รักหยวนหยางกับเจ้าตั้งแต่ตอนนี้ แต่เกรงว่าเจ้าคงจะยังไม่พร้อม ดูจากสีหน้าของเจ้าแล้ว...คำตอบของข้าคงเป็นเรื่องที่เจ้าคาดไม่ถึงกระมัง”
“อ่อ อือ ก็....” หลี่ชิงหมินเห็นสายตาของคนที่จ้องมา หัวสมองที่ขาวโพลนของเขารู้สึกว่าต้องตอบอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหาคำพูดอะไรออกมาได้
เขาเพียงเปรยๆเรื่องคุณหนูจางออกมาเท่านั้น ไม่ได้คิดเตรียมใจจะเอ่ยถามเช่นที่คุณหนูจางแนะนำเลย คิดไม่ถึงว่าหวงซีเฉิงจะเป็นฝ่ายพูดมันออกมาทั้งหมด
อะไรคือเป็นคู่รักหยวนหยาง เขากับซีเฉิงเนี่ยนะ!!
“หึ ตกใจมากหรือ?” เห็นคนตรงหน้าเดี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวหุบปากราวกับปลาตัวน้อยที่ถูกดึงออกมาจากบ่อน้ำ หวงซีเฉิงก็รู้สึกเอ็นดูมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
เขายื่นมือออกไปก่อนจะจับแก้มของหลี่ชิงหมินเบาๆ ภาพที่ทั้งสองแสดงต่อกันเช่นนี้ปรากฏในสายตาของทุกคน และมันก็ทำให้พวกเขาได้แต่ตะลึงค้างตามๆกันไป ขนาดองค์รัชทายาทที่เตรียมจะเข้ามาทักทายพวกเขาทั้งสองตามแผนการก็ยังต้องหยุดเท้า มองดูความอ่อนโยนที่แม่ทัพใหญ่กำลังมอบให้ว่าที่ฮูหยินของตนเองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
จริงอยู่ที่เขารู้ว่าแม่ทัพใหญ่ให้ความสำคัญกับว่าที่ฮูหยินคนนี้มาก ถึงอย่างนั้น...เขาก็ไม่คิดว่าตัวตนของแม่ทัพใหญ่จะมีมุมที่อ่อนโยนเช่นนี้อยู่ด้วย มันเหมือนกับว่า...แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่ปีศาจ แต่เขาก็คือคนผู้หนึ่ง!
การกระทำเช่นนี้ขัดกับภาพลักษณ์ของเขามากจริงๆ
“ท่านอย่า....อย่าจับแก้มข้าเช่นนี้” หลี่ชิงหมินไม่เคยปฏิเสธสัมผัสของหวงซีเฉิงมานานแล้ว ตั้งแต่ที่เขาถูกอุ้มไปทางนั้นทีทางนี้ที การที่ร่างกายของพวกเขาแนบชิดกันมันเป็นเรื่องที่เขาเคยชินไปเสียแล้ว ทว่า...หลังจากที่คนตรงหน้ากล้าพูดจาล่อแหลมออกมาเช่นนั้น หัวใจไม่รักดีของเขาก็สั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก
มือร้อนของหวงซีเฉิงกลับร้อนระอุเหมือนกับไฟที่กำลังลวกเขา หลี่ชิงหมินเกือบจะตะโกนออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะความเขินอายแล้ว ดีที่เขาทำเพียงปัดมืออีกฝ่ายออกไปเท่านั้น ไม่อย่างนั้นคงจะรู้สึกอับอายมากขึ้นเป็นแน่
……………………………………