หนิงเอ๋อที่กำลังเครียด กอดกับลู่เอิน ผู้คนก็วิ่งพล่านไปทั่วถึงข่าวการสวรรคตของฮองเฮาฟางซิน
“ท่านแ....”
หนิงเอ๋อเกลือบเผลอหลุดออกมา
นางตกใจมาก เพราะในใจนางอยากเจอแม่สักครา แม้ไม่รู้ว่าจะเข้าไปทางไหนได้ นางหาใช่คนคิดแค้นแบบหนิงเซียน นางไม่โทษมาดาตน เพราะถ้ามองเกมการเมือง มารดาไม่อาจให้ใครรับรู้ตัวตนของพวกนางพี่น้องได้ จะสังหารเสียให้สิ้นก็ได้ แต่มารดาก็ไม่ทำ
นี่มันวันสิ้นหวังนี่กระไร ชายคนรักที่เพิ่งสารภาพรักกันหอมหวานก็โดนแย่งชิงไปไม่นานต้องตกเป้นของสตรีอื่นกลับมาได้ยินว่ามารดาแท้ๆ ตกตาย ใจนางแทบพังพินาศ
ชาวบ้านัยงมีอีกข่าวครึกโครม
แต่งตั้งพระนางหนิงเซียนเป็นฮองเฮา
ผู้คนงุนงง โดยเฉพาะพวกขุนนางน้อยใหญ่ นางผู้นี้เป็นใคร เพียงข้ามคืนก็แทนที่ฮองเฮาได้ ฟังว่าเป็นภรรยาน้อยของเกาเฉิงที่โง่งม ของมีตำหนิในสายตาชนชั้นสูง ไหนเลยได้เป็นถึงฮองเฮา
แต่หนิงเอ๋อกับตาเป็นประกาย
ลู่เอินกล่าว
“ราชสำนักจะแย่มั้ยนะ เกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาท?”
“คุณชายคะ เรามีทางออกแล้ว”
“ทางออกใด?”
“ชื่อคนเหมือนกันได้ แต่ศักยภาพในการครอบงำบุรุษเพศจนล่มเมือง ไม่มีทางเลียนแบบกันได้โดยง่าย”
“เซี่ยวเอ๋อ เจ้าพูดอะไร ค่อยตั้งสติ บอกกล่าวข้า”
“พี่สาวข้าค่ะ นางแน่ๆ นางมอบกายให้เกาเฉิง ภรรยาน้อยคนโง่นั้น ครอบงำฝ่าบาทจนขึ้นเป็นฮองเฮา นี่คือพลังอำนาจของเรือนร่างพวกเราพี่น้องค่ะ”
ลู่เอินแทบไม่อยากเชื่อ แต่หากเรื่องนี้มีเค้าความจริงไม่น้อย หรือนี่คือความลุ่มหลงโงหัวไม่ขึ้นที่หนิงเอ๋อกลัวเขาจะได้รับ
“เราเข้าเฝ้าฮองเฮากันเถอะค่ะ ขอให้นางกล่อิมฝ่าบาทยกเลิกราชโองการ”
“เอาแบบนั้นเลยเหรอ?”
“ท่านไม่ทำ ข้าทำเอง ท่านต้องเป็นของข้า”
สาวใช้ในบ้านล้วนได้ยินบทสนทนาชุดหลังนี้
หากนี่คือความจริง หนิงเอ่อคือน้องสาวของฮองเฮา นับว่าจากนี้อย่าหวังว่าสาวใช้ที่อิจฉาริษยาคนใดจะแตะต้องนาง
ลู่เอินเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของนาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางแสดแววตาเอาจริงไม่ยอมอะไรอีก
“ตกลง ข้าจะพาเจ้าเข้าวัง พรุ่งนี้เลย แต่....”
หนิงเอ๋อไม่ยอมแล้ว นางขอสู้ด้วยทุกสิ่งที่มี นางจูบลูเอินไปหนึ่งที
“แต่อะไรคะ?”
“ป...เปล่า ไม่มีอะไร”
“ดีค่ะ งั้นเราไปกันพรุ่งนี้”
เพียงจูบ ลู่เอินก็ยากจะปฏิเสธ หากที่สาวนางเก่งกาจและมีพลังในด้านนั้นมากกว่านางจริงๆ การทูลขอเปลี่ยนแปลงดำรัสคงไม่เกินความเป็นไปได้
....
พิธีดำเนินไปครึ่งวันตั้งแต่เช้า
แต่ไม่มีการบีบคั้นนางกำนัลและขันทีน้อยใหญ่ให้จัดงานใหญ่โต แค่ใช้ข้าวของที่เคยทำพิธีเดิมมาทำโดยไม่ยึดติดเรื่องมาก นี่คือคำของของฮองเฮาองค์ใหม่
ผู้คนถวายบังคมฮองเฮา
เมื่อเสร็จพิธี
ฝ่าบาททรงคุยงานราชกิจกับพวกองค์ชาย แน่นอนว่าไม่มีองค์ชายห้าที่เมาและเอาแต่กกสตรีซึ่งแน่นอนอีกว่าเขาแกล้งทำ
นางกำนัลกล่าว
“ทูลฮองเฮา แม่ทัพเซียวขอพบเพคะ แจ้งว่ามีสตรีนางหนึ่งอยากพบพระนางมาก”
นางหรี่ตาครุ่นคิด
[ใครกัน ข้าไม่อยากรับแขก แต่ไม่รู้ทำไมสตรีนางนี้ข้ารู้สึกว่าต้องพบให้ได้]
“เรียกพวกเขาเข้ามา”
...
ครู่ใหญ่ ขันทีจึงออกไปวังชั้นนอก ไปพานางสามัญชนนี้ตามลู่เอินที่เป็นขุนนางบู๊เข้ามา
“ถวายบังคมฮองเฮาพระเจ้าข้า” / “ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ”
“ลุกขึ้น”
“ขอบพระทัย”
“ไต้เท้าเซียวผู้อาจหาญ มีใครจะขอพบข้า”
“เซี่ยวเอ๋อ เดินเข้ามาอีก”
ฮองเฮาขมวดคิ้ว
“ฮองเฮาเพคะ”
“เซี่ยวเอ๋อ”
หนิงเซียนเข้ามาจับๆ ตามเนื้อตัวจับแก้มจับหน้า
“เจ้าจริงๆ ด้วยน้องพี่”
“พี่ใหญ่”
ทั้งคู่กอดกันถึงกับร่ำไห้
“เจ้าโดนใครรังแกมั้ย?”
“ไม่ค่ะ คุณชายดูแลข้า”
“อา..ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เมตตาน้องข้า ข้าเหลือนางแค่คนเดียว”
“พี่ใหญ่ ท่านลำบากมากแน่ๆ”
“ไม่เท่าเจ้า ข้าอยู่กินสบายมาตลอด เจ้าน่าจะรู้ อ้อ มาเป็นสนมด้วยกันในวังสิ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
“พี่ใหญ่ ข้าเจอคนที่จะมอบทุกอย่างให้แล้ว”
“เขา?”
“ค่ะ”
หนิงเซียนสำรวจลู่เอิน
“ตาถึง....เจ้ามีที่พึ่งแล้ว”
“นี่แหล่ะ พี่ใหญ่ช่วยข้าทีสิ ฝ่าบาทจัดการหมั้นให้เขากับองค์หญิง ข้าอยากได้เขา ข้าไม่ยอมนะ”
หนิงเอ๋อพออยู่กับพี่สาวที่ห่างกับแค่ไม่กี่อึดใจในตอนคลอด ก็งอแงร่ำร้องอ้อนขอราวกับเด็กน้อยขอมารดาซื้อขนมของเล่น
ล่เอินถึงกับยิ้มออกมา
“ดูท่านแม่ทัพ..น้องข้าไม่รู้จักโต คงทำท่านปวดหัวไม่น้อย”
“ฮองเฮาทรงกล่าวเกินไปแล้ว นางกลับช่วยเหลืองานข้าได้มากหลาย ข้าได้แค่หวัง ตอบแทนนางด้วยความรักทั้งหมดที่มี”
“ฮึ..ชีวิตข้าต่างจากเจ้า แต่เมื่อเป็นเช่นนี้พี่ใหญ่จะช่วยเจ้าสักครู่ฝ่าบาทจะเสร็จราชกิจ จะมาหาข้าแล้วอยู่ทั้งวัน ข้าจะขอให้ พวกเจ้ารอข่าว”
“เย้ๆ จริงๆ นะ”
“เฮ้อ เจ้านี่... แต่ให้ฝ่าบาทเห็นเจ้าไม่ได้เจ้าคล้ายข้า แม้ไม่บำเรอบุรุษได้เท่าข้า แต่ถ้าต้องตาเจ้าขอพ่วงอีกคน คุณชายเจ้าคงตายทั้งเป็น”
“พี่ใหญ่”
“อะไรจ้ะ?”
“ระวังเฉินเซียว”
“ข้าพอรู้เล่ห์เฒ่าสารพัดพิษนี้มาบ้าง เจ้าวางใจ”
............
.....
ตำหนักรัชทายาท
เฉินเซียวปรี่เข้ามาหา
“องค์ชายมีอะไรด่วน?”
“แย่แล้ว แย่แน่ๆ ท่านอำมาตย์”
“ค่อยพูด อะไรแย่”
“เสด็จพ่อออกราชโองการใหม่ ยกเลิกการหมั้นของเซียวลู่เอินกับน้องหญิงข้า บอกว่าเขามีคู่หมั้นหมายแล้ว หากให้หมั้นกับน้องสาวข้าจะเป็นการที่ราชวงศ์รังแกผู้น้อย ศักดิ์ศรีองค์หญิงจะแย่งบุรุษของสตรีสามัญชนไม่ได้”
“ฝ่าบาทถึงกับเปลี่ยนรับสั่ง ใครยุยง”
“ต้องเป็นฮองเฮาใหม่แน่ๆ นางว่าอะไรเสด็จพอทำตามหมดเลย แย่แล้ว”
“นางไม่ได้เป็นศัตรูกับเจ้า จะแย่ได้ยังไง”
“แต่นางช่วยทางเจ้าเซียวลู่เอินนะ”
“เขาอาจจะทูลขอความเมตตาฮองเฮา ฮองเฮาเพิ่งมาราชสำนัก อาจต้องการขุนนางสนับสนุน ไม่แปลกที่จะออกตัวช่วยคนตระกูลใหญ่แบบเขา เราใช้แผนนี้ต่อไม่ได้ ก็หาทางอื่น อย่าจมอยู่กับแผนแค่แผนเดียว”
“อ่า....ครับ”
เฉินเซียวเอามือลูบคเราแล้วกล่าว
“อืม....พระนางหนิงเซียน”
.......................................
“เยี่ยมมาก!”
เสียงตบหัวพนักพิงเก้าอี้ดังขึ้นในหมู่ตึกสกุลเซียว เจ้าของเสียงที่กล่าวคือสวีซูเม่ย
“เซี่ยวเอ๋อ เจ้านี่หอบบุญอะไรมา ในยามคับขัน พี่สาวเจ้าถึงกับไต่เต้าไปถึงตำแหน่งฮองเฮา”
“ค่ะ นายหญิ....เอ่อ...ท่านแม่ โชคเข้าข้างข้าจริงๆ”
ลู่เอินขมวดคิ้วกล่าว
“แบบนี้พระนางยิ่งน่าห่วง ในราชสำนักมีการแก่งแย่งสูง”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณชาย พี่หนิงเซียนของข้า นางไม่ธรรมดา เกรงว่าพวกบรรดานางสนมต่างหากที่น่าห่วง เดิมทีข้ายังเคยแอบคิด ถ้านางได้เป็นสนมจริงๆ ราชสำนักส่วนในระส่ำแน่ๆ มิคาด นางเข้าวังคราเดียวเป็นถึงฮองเฮา”
“แต่นางไม่มีโอรส ถึงมีก็โตไม่ทันพวกองค์ชายรุ่นปัจุบัน”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าดึงนางมาสนับสนุนองค์ชายฮุ่ยฺซิ่วได้ เมื่อนั้นพวกเราก็จะแข็งแกร่ง”
หมากบนกระดานพลิกอย่างสิ้นเชิง การมาของตัวละครตัวเดียวถึงกับเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทั้งหมด
ตกเย็น
เซี่ยวหลินกับเซี่ยวหนิงเข้ามายินดีกับหนิงเอ๋อ
จากนั้นพวกสาวใช้ในบ้านล้วนมาประจบนาง
กลุ่มที่ริษยานางที่เคยออกตัวไปก่อนหน้าถึงกับวางตัวไม่ถูก ได้แต่ภาวนาไม่ให้หนิงเอ๋อถูกใจเจ็บ
“เซี่ยวหลิน พี่เซี่ยวหนิง คืนนี้ข้าไม่นอนที่ห้องนะ พวกท่านนอนเตียงข้าได้”
เซี่ยวหลินกล่าว
“อ้าว พี่ไม่นอนกับเราแล้วจะไปนอนไหนคะ?”
เซี่ยวหนิงตีไหล่นางเบาๆ
“นี่ เจ้าไม่รู้ความเลย พี่หนิงเอ๋อของเจ้าก็นอนห้องคุณชายน่ะสิ”
“
“อ๊า...แบบนี้เอง งั้นพวกข้าไม่กวนนะ”
..........
ลู่เอินอ่านหนังสือในห้องหนิงเอ๋อเปิดประตูเข้ามา ถือจานรองเทียน แล่ววางลงบนโต๊ะ
จากนั้นเดินมาแกะมือที่อ่านหนังสือของลู่เอินออก แล้วนั่งหย่อยก้นลงที่ตักของเขา
ลู่เอินแข็งขึ้นมาทันทีเขาหอมกลิ่นกายนาง สูดดมแนบจมูกที่ซอกคอนาง
“วันนี้ตัวเจ้านุ่มมาก”
“ข้าสวมเสื้อแค่ชั้นเดียว .... พี่ลู่เอิน”
เพียงกล่าคำเรียกนี้ออกมา เปลวเทียนไม่ทันดับ ทุกสิ่งก็โหมโรมรันจนไม่อาจหยุดได้อีกแล้ว เขาและนางไม่รอถึงวันแต่งงานอีก เสื้อผ้าทั้งคู่ไม่ทราบกระจัดกระจายแต่เมื่อใด ทุกสิ่งที่มือและปากของเขาจะปรนให้นางได้ล้วนทำทั้งสิ้นกับทุกจุดทุกสัดส่วนบนกายนาง รอบขบจ้ำเกิดขึ้นทั่วตัวไล่ตั้งแต่คอ เนินเต้าถันต้นแขน ชายโครง สีข้าง แผ่นหลังหน้าท้อง ง่ามขาหนีบ พับนอกพับในขา แก้มก้น และ...เนินลับที่นางหวงที่สุดฃราวกับว่าเขากลัวผู้อื่นแย่งชิงหมายตีตราจับจองทั้งหมดก่อน
สิ่งที่ต้องลองชิมเพื่อต้อสู่กับความลุ่มหลง เขาก็ชิม หนิงเอ๋อดิ้นพล่าน ขยำจนที่มักเกล้าผมเขาหลุดกระจุยกระจาย น้ำหวานนี้หอมหวานชื่นใจ นิ้วที่ชำแรกถึงภายในควานเค้นจนนางดิ้นไม่เป็นผู้เป็นคน เลือดบริสุทธิ์ที่ติดมือ เขาปาดเช็ดกับผ้าเช็ดหน้านาง
จากนั้นก็ทำการสอดใส่ความเป็นชายที่ร่อนระอุเข้าไป ภายในของนางเองกลับร้อนเร่ากว่าทั้งคู่ไม่ยั้งความนึกคิดจริตอะไรอีก เสียงร่ำร้องไม่เกรงใจผู้คน ทำเอาเซี่ยวหนิงกับเซี่ยวหลินที่นอนห้องข้างๆไม่ได้หลับนอน
นางรับน้ำร้อนสุขสมของเขาไปไม่รู้มากน้อยเท่าใด ยามต่อสู้แย่งชิงอำนาจ ไม่กล้าคิดมีบุตรธิดา นางกินยาคุมกำเนิดที่ร่ำเรียนมาจากอาจารย์ไว้แล้ว
ลู่เอินเค้นทุกหยาดหยดจริงๆ แม้ว่ารับปากนางไว้ว่าไม่เกิน 4 น้ำ แต่นี่คือครั้งแรกของนางกับเขา ครั้งแรกของทั้งคู่ ต่างคนต่างเพิ่งได้ลิ้มรสเพศตรงข้าม นางยอมมอบให้เขาเท่าที่เขาต้องการ
กว่าเสียงจะสงบ จนยามอิ๋น (ราวๆ ตีสามจนเกือบตีห้า)
ถึงจะเงียบสงบ
เซี่ยวหนิงกับเซี่ยวหลินเพิ่งจะได้นอนจากการได้ยินเสียงมาตลอด พวกนางเองก็สุดทานทน ใช้มือล้วงของตนจนเสียความบริสุทธิ์ให้มือตนเอง
คาดว่าจะดับได้วันหน้าต้องมอบให้บุรุษที่เป็นหน่วยต่อสู้ของคุณชายสักคน แต่เซี่ยวหลินเล็งลู่ฉีไว้
เกือบจะเที่ยง
ทั้งคู่กันออกมารับทานอาหารเที่ยง ป้อนกันหยอกกันน่ารักน่าอิจฉา
สวีซูเม่ยกล่าว
“เป็นอย่างไร ลู่เอินใช่ลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นหรือไม่”
“ไม่ทราบสิคะท่านแม่ ต้องถามพี่ลู่เอินเขา”
ลู่เอินกล่าว
“ย่อมต้องหลงครับท่านแม่ แต่ข้ามีสติพอ และนางก็คอยเตือนข้า ไม่พากันเสียงาน”
สวีซูเม่ยยิ้ม
“ดี ....ฤกษ์แต่งเจ้าไวที่สุดคือมะรืน เร็วไปมั้ย?”
“ไม่ครับ ข้าอยากแต่งวันนี้เลยด้วยซ้ำ”
“ฮึ...ไหนว่ายังมีสติ ดูเจ้า หลงเมียตั้งแต่ยังไม่เข้าพิธี”
นางหันมาหาว่าที่สะใภ้
“จากนี้ช่วยเค้าหน่อยนะ นอกจากเรือนใหญ่ของข้า ทั้งบ้านฝากเจ้า ข้าจะได้พัก”
“ค่ะ ท่านแม่”
จากนั้นสวีซูเม่ยเรียกบ่าวไพร่บริวารทั้งหมด ประกาศว่าหนิงเอ๋อคือนายหญิง ส่วนนางเป็นนายหญิงใหญ่นอกจากบ่าวอาวุโสส่วนตัวของนาง นอกนั้นล้วนต้องฟังคำสั่งนายหญิงหนิงเอ๋อ
หนิงเอ๋อเปลี่ยนชุดเสื้อผ้า สวีซูเม่ยไม่ยอมให้นางสวมชุดสาวใช้อีก
“ข้าต้องพาเจ้าตัดชุดเพิ่ม ถ้าฮองเฮาเกิดเสด็จมาเยี่ยมเจ้า พบว่าบ้านเราเลี้ยงเจ้าไม่ดี จะโดนตำหนิเอา”
“ท่านแม่กล่าวเกินไปแล้ว พี่ใหญ่น่ะ เห็นรอยยิ้มข้า นางก็รู้แล้วล่ะค่ะ ว่าพวกท่านดีกับข้าขนาดไหน”
หนิงเอ๋อเรียกเซี่ยวหงส์มาพบ และสาวใช้ทุกคน
“ก่อนข้าจะมา ฟังว่าในรุ่นเดียวกัน เจ้าดูและทุกอย่างในส่วนนี้”
“ค...ค่ะ นายหญิง..”
“อืม... ข้าไว้ใจเจ้าได้มั้ย?”
“อ..เอ่อ...ข้า.....จะทำตามคำสั่งท่านทุกอย่างค่ะ”
“ดี.. ข้าให้เจ้าเป็นหัวหน้าสาวใช้รุ่นเด็กสาวแทนน้าเมิ่งฟาง นางจะดูแลแค่ส่วนของนายหญิงใหญ่และบางเรื่องของคุณชายพวกเจ้า”
ทุกคนอึ้ง และยังงง
“มีอะไรสงสัยมั้ย”
“ท่าน ให้ข้า...ดูแลจริงๆ เหรอคะ?”
“ไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใคร พวกเจ้าอยู่กันแบบพี่แบบน้อง ดูแลกันไว้ให้ดี อย่ารังแกกัน อย่าริษยากัน เราอยู่บ้านเดียวกันต้องช่วยเหลือกันถึงจะถูก ใครรังแกพวกเจ้า ข้าจะปกป้องเอง ส่วนเจ้า เซี่ยวหงส์ เจ้าต้องปกป้องทุกคนในนี้ เข้าใจมั้ย”
“เข้า..เข้าใจค่ะนายหญิง”
เซี่ยวหงส์สำนึกตื้นตัน ก้มลงคุกเข่า
“ลุกขึ้นเถอะ เรื่องเล็กน้อยในบ้านฝากเจ้า มีอะไรติดขัดเสียหาย ต้องใช้จ่ายมาแจ้งข้า ไว้ข้าจะสอนเจ้าทำบัญชีรับจ่ายง่ายๆ จะได้ดูแลอะไรได้มากขึ้น”
“ค่ะ”
“ส่วนพี่เซี่ยวหนิงกับเซี่ยวหลิน อยู่ช่วยงานส่วนตัวข้า ส่วนเรื่องส่วนตัวคุณชาย ข้าดูแลเองห้ามใครยุ่ง”
ทั้งสองยิ้ม
“ค่ะ นายหญิง”
[มะรืนหลังวันแต่งข้า ข้าจะช่วยคุณชายสู้ศึกในราชสำนักเต็มกำลังล่ะนะ]