บทที่ 50 หมื่นแผนปะทะขุนนิน
ทุกคนตกใจกับการอวยยศครั้งนี้ถามว่านี่เกินไปไหมกับการอวยยศเป็นขุนในครั้งเดียวคำตอบคือไม่เกินไปเลยคิดดูว่าต้องใช้เวลากี่ปีคนอื่นถึงจะสามารถสร้างตำราเรียนขึ้นมาแล้วยังสร้างตำราถึงหกปีในครั้งเดียวที่สำคัญที่สุดคือศาสตร์การคำนวณที่ล้ำสมัยของนินที่จะสามารถต่อยอดไปในด้านต่างที่ต้องใช้หลักการคำนวณมาเกี่ยวข้องจะถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดเลยทางกรมศึกษายังคิดตีพิมพ์หนังสือคณิตศาสตร์แยกขึ้นมาขายให้คนทั่วไปได้ศึกษาด้วยแน่นอนว่านี่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้นินด้วย ทั้งนี้เมื่อขุนหลวงจะอวยยศให้เขาถึงชั้นขุนจึงไม่เกินไปนักอันที่จริงมันอาจไปถึงขั้นยศหลวงได้เลยแต่นั่นอาจมีคนคัดค้านขึ้นมาได้เพราะนินมีความดีความชอบแค่ครั้งเดียวดังนั้นขุนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ลุงเทียมเห็นท่าทางนินที่ยังนิ่งอยู่ก็กล่าวขึ้น
มหาดเล็กเทียม “รับไปสิ” นินได้สติก็รับมันตอนนี้เขาเป็นขุนแล้วเสียอย่างนั้น นี่ไม่เหมือนที่คุยกันเลยนี่แบบนี้เขาก็ทำอะไรเงียบๆ ไม่ได้แล้วไหมแล้วและท่านเจ้าคุณมอบสินน้ำใจตามธรรมเนียมให้แก่มหาดเล็กเทียมทุกคนยังตกใจไม่หายเลย จากนั้นก็มีคนกล่าวชื่นชมไม่ขาดปาก
ป่าน “เป็นไปได้ไงจากคนป่าเป็นขุนเลยหรือ” หมื่นเทพถึงกับอ้าปากค้าง
หมื่นเทพ “บัดซบข้าพยายามแทบตายกว่าจะมีโอกาสได้ทำผลงานทว่ามันกลับได้มาง่าย” ที่จริงหมื่นเทพก็แค่ยอมรับไม่ได้ถ้าเทียบกันแล้วดูแลทูตกับสร้างตำราความดีความชอบของหมื่นเทพก็ไร้ความหมายไปในทันทีส่วนความทุ่มเทไม่ต้องพูดถึงต่างกันอย่างชัดเจนใครจะทำแบบนินได้อีก หลังจากที่ฟังทุกคนชื่นชมแล้วไหมแก้วก็กล่าว
ไหมแก้ว “เริ่มงานเถอะ” พิธีหมั้นก็ดำเนินต่อนินหยิบกล่องขึ้นมาเขาเปิดออกก็มีแหวนสามวงทำเอาทุกคนตกใจนี่เป็นเหตุผลที่นินเงินหมดเพราะเขาแอบไปสั่งทำแหวนมานั่นเอง
พิม “ทำไมมีแหวนมากขนาดนี้” นินยิ้มแล้วกล่าวออกมา
นิน “ก็แน่สิตรงกลางแหวนที่มีเพชรประดับคือแหวนแต่งงานไว้ใช้ออกงานส่วนแหวนที่ทำจากทองคำขาวดูเรียบๆ นี้คือแหวนหมั้นเราจะใส่ไว้ตลอดเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีเจ้าของแล้ว” พิมประหลาดใจ
พิม “นี่มันประเพณีบ้านนายหรือ” นินส่ายหน้าบ้านผมผูกข้อไม้ข้อมือก็จบแล้วนี่เป็นวิธีของพวกฝรั่งที่ผมจำมาน่ะ “พิมพยักหน้าจากนั้นนินก็สวมแหวน
” ช้าก่อน “จากนั้นก็มีคนเดินเข้ามาถ้าไม่ใช่หมื่นไวยจะเป็นใครเขาเดินพากลุ่มคนเข้ามาหนึ่งในนั้นเป็นสตรีค่อนข้างสวยทุกคนมองไปที่หมื่นไวยท่านเจ้าคุณถึงกับหน้ากระตุกมองไปยังพระยาพิชัยณรงศ์เขาเองก็ทำหน้าประหลาดใจออกมา
พระยาพิชัยณรงศ์ “ไอ้เวรแกจะสร้างเรื่องอะไรเลิกก่อกวนได้แล้ว” มันรีบกล่าว
“ท่านพ่อเรื่องนี้ลูกยอมไม่ได้จะให้แม่พิมโดนหลอกไม่ได้” พระยาพิชัยณรงศ์ชะงักไป
” เกิดอะไรขึ้นหลอกแม่พิมหรือ “เขาหันไปหาท่านเจ้าคุณ
” ให้เขาพูดไปข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่ามันเรื่องอะไร “ไหมแก้วพูดออกมา
ไหมแก้ว “พ่อไวยเข้าใจอะไรผิดหรือไม่ใครหลอกพิม” ทุกคนมองไปที่พิมนินเผยยิ้มออกมา
นิน “พอดีเลยฉันก็ไม่ได้อยากหมั้นนี่” เขากำลังจะดึงแหวนที่สวมครึ่งนิ้วแล้วออกมาแต่พิมหยุดเขาไว้
พิม” ถ้าเอาออกนายตายแน่จนกว่าความจริงจะกระจ่างห้ามขยับ “แน่นอนไม่ใช่เพราะนางอยากแต่งกับเขาจนหน้ามืดแต่เพราะมีคนมาก่อเรื่องในบ้านถ้าคล้อยตามง่ายๆ จะทำให้ทั้งครอบครัวเสียหน้าอีกอย่างแค่คำพูดไม่กี่คำก็สั่นคลอนแล้วนางจะหมั้นกับเขาเพื่ออะไร ยังดีที่นางไม่ได้ให้ทางคุณตาและคุณยายรวมถึงญาติฝั่งพ่อมาด้วยเพราะแค่งานหมั้นก็ป่วนขนาดนี้แล้วทั้งพวกท่านแก่แล้วเดินทางมาบ่อยๆ คงแย่
นิน” คุณนี่มันจริงๆ เลยนะ “พิมกลอกตา
พิม” อยากให้คุณพ่อเสียหน้าหรือไงคิดอะไรของนาย “นินชะงักไปเขาลืมข้อนี้ไปเลยต่อให้ไม่อยากหมั้นแต่ไหนแต่ถ้างานล่มลุงคงเสียหน้ามาก
นิน “เป็นผมที่คิดน้อยไป” พิมกลอกตา เขาหันมาทองหมื่นไวย
นิน “พี่ชายมาหยุดงานหมั้นคนอื่นมันไม่เหมาะกระมัง” พูดจบเขาก็สวมแหวนลงไปที่นิ้วนางของพิม เมื่อไวยเห็นแบบนั้นก็โกรธ
“ไอ้เวรแกยังกล้าอีกหรือ” ทุกคนมองไปที่หมื่นไวย น้องสาวของเขารีบเอ่ยห้าม
นุชนาถ “พี่บ้าไปแล้วหรือหยุดเดี๋ยวนี้” หมื่นไวยที่ดื่มไปพอสมควรแล้วหรือจะหยุด
หมื่นไวย” ไอ้นินเอ็งรู้จักผู้หญิงคนนี้หรือไม่ “แน่นอนว่าหมื่นไวยไม่รู้เรื่องที่นินเพิ่งอวยยศมาก่อนจึงเรียกเขาว่าไอ้แบบนี้ นิ้วของเขาชี้ไปที่ร่างสตรีคนนั้น
นิน” ใช่รู้จักทำไมรึ “มันหัวเราะออกมา
หมื่นไวย “ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมว่ามันรู้จัก” เขาหันไปถามสตรีคนนั้น
หมื่นไวย “แล้วเจ้ารู้จักเขาไหม” นางพยักหน้า
” ใช่สิก็พวกท่านมารับข้าเพาะเขาสั่งมาไม่ใช่หรือ “หมื่นไวยได้ยินก็ดีใจจนเนื้อเต้นเขาอาจหยุดงานหมั้นได้แล้วกระมัง
หมื่นไวย” น้องพิมไอ้นินมันมีผู้หญิงอยู่แล้วน้องยังจะแต่งกับมันอยู่ไหม “ท่านเจ้าคุณถึงจะหน้ากระตุกทุกคนขมวดคิ้วมองนินอย่างไม่พอใจส่วนพิมยังคงสงบมองนินรอคำอธิบาย ข่าวใหม่นี้กลบข่าวอวยยศของเขาโดยสิ้นเชิง
นิน “นี่พี่ชายผมรู้จักเธอแต่จะมาพูดมั่วๆ ว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉันไม่ได้นะแม่หญิงจะเสียหายได้” หมื่นไวยหัวเราะ
หมื่นไวย “ยังจะไม่ยอมรับอีกแกพาเธอไปที่บ้านพักข้าราชการแถมสองวันก่อนแกก็เข้าบ้านพักนั้นไปด้วยกันอยู่ด้วยกันจนถึงเช้า” ทุกคนเริ่มส่งเสียงออกมา
นิน “นี่แอบสืบเรื่องของผมหรือ “หมื่นไวยเผยยิ้มออกมา
“แกยอมรับแล้วใช่ไหม” นินพยักหน้า
นิน “ใช่ผมไปนอนที่บ้านพักจริงๆ เพราะวันนั้นไปทำธุระที่เมืองหลวงแถมผมยังถูกทิ้งให้กลับเองอีกตอนนั้นไม่มีรถกลับแล้วนี่ผมก็ต้องนอนบ้านพักข้าราชการสิ” มหาดเล็กเทียมยิ้มเจื่อนเขาลืมเรื่องไปส่งนินจริงๆ หมื่นไวยมองไปที่พิม
หมมื่นไวย” เห็นไหมชายหญิงอยู่ด้วยกันน้องพิมคิดว่าอย่างไร “พิมมองไปที่นินและแม่หญิงคนนั้น
พิม” เรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่ “นินหน้ากระตุก
นิน” ปกติมาถึงขั้นนี้คุณควรจะเข้าใจผิดแล้วถอนหมั้นกับผมไม่ใช่หรือ “พิมกลอกตา
พิม” จะพูดหรือไม่” นินยิ้มแห้งๆ แล้วยืนขึ้นพร้อมดึงพิมขึ้นมา
นินมองไปที่แม่หญิงคนนั้นแล้วมองไปยังทุกคนเขาเห็นสายตาหลากหลายมองมาที่เขาหลายคนกำลังซุบซิบหลายคนก็เป็นห่วงเขา
เกด “มีอะไรกันจริงหรือไม่” ดารินขมวดคิ้ว
ดาริน” ไม่น่าจะใช่นะเขาเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย “จันกลอกตา
จัน” พวกเจ้าไม่รู้อะไรพี่ไวยเนี่ยแหละเป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องพิมกับพี่เทพไม่รู้ว่าครั้งนี้เขาจะก่อเรื่องอีกไหม “นุชนาถที่ร้อนใจอยู่แล้วรีบพูด
นุชนาถ” อย่ากล่าวหาพี่ชายข้าสิ “จันกลอกตา
จัน” ข้าได้ยินพี่ไวยพูดออกมาเองไม่เชื่อเจ้าไปถามพี่เจ้าได้เลย “นุชนาถตกใจไม่คิดว่าพี่ชายจะน่าไม่อายเพียงนี้
” พี่นะพี่ทำบ้าอะไรเนี่ยทำตัวน่าขายหน้าจริงๆเป็นชายแต่ให้ร้ายสตรี “มะลิขยับเข้าไปถามสามีตัวเอง
” พี่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน “แสนจึงกล่าวออกมาด้วยเสียงเบา
แสน” ดูไปเถอะสนุกแน่ “มะลิตีไปที่ไหล่สามี
มะลิ” เรื่องเจ้านายมันเรื่องสนุกๆ ได้อย่างไร “แสนยิ้มแห้งๆ
แสน” ไม่มีอะไรหรอกผู้หญิงคนนี้น่ะคือ “เขากระซิบให้มะลิฟังส่วนตาลก็กำลังฟังทองอธิบายอยู่เช่นกัน
ตาล” หมื่นไวยนี่หาเรื่องขายหน้าจริง “นินหันไปหาแม่หญิง
นิน” ข้าส่งคนไปรับไม่พบเธอเลยคิดว่าไม่อยากมาเสียอีก” ทุกคนเริ่มสนใจพิมมองนินอย่างสงสัยนางรอคำอธิบายอยู่นะ แม่หญิงคนนั้นจึงตอบแบบสบายๆ
“อันที่จริงข้าก็แปลกใจอยู่แล้วเพราะพวกเขาพาข้าไปแต่งตัวเสียสวยเลยคิดว่าเจ้าจัดการให้เสียอีกที่ไหนได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายเจ้าเสียนี่” นินยังไหล่
นิน “ทำร้ายอะไรกันข้ายังไม่เป็นไรเลยนี่” เขาหันไปหันไปมองพิม
นิน “แม่หญิงคนนี้ชื่อวาสเป็นคนที่ผมช่วยมาจากไอ้ช้างไงและเราเคยเจอกันตอนที่ลุงถูกโจรจับตัวไปน่ะเธอเดินทางมาบอกข่าวสำคัญกับลุงและบาดเจ็บผมพาไปโรงหมอแล้วรับเข้าสังกัดผมจึงพาเธอไปบ้านพักจะให้มาพักที่นี่ได้ไงจริงไหม” พิมพยักหน้า
พิม “แล้วไป” หมื่นไวยไม่เชื่อ
“จะเป็นไปได้ไงมีคนเห็นว่าเอ็งอุ้มแม่หญิงคนนี้เข้าไปในโรงหมอด้วย” นินกลอกตา
นิน “ก็นางสลบไปไงจะให้นางเดินไปเองได้ไงวันนั้นลุงก็อยู่ด้วย” หมื่นเทพสีหน้าบิดเบี้ยว
หมื่นเทพ” บ้าจริงที่แท้แบบนี้เองหรือ” หมื่นไวยชี้ไปทางนินพระยาพิชัยณรงศ์สังเกตท่านเจ้าคุณนานแล้วแสดงว่าที่นินพูดเรื่องจริงแต่ไม่ยอมลงมือเพราะว่าให้หน้าแกเขาหาทางลงให้ลูกชาย
หมื่นไวย “ทั้งสองโกหกอย่างไปเชื่อ...พวกเขาแอบเป็น...”คำว่าคู่รักยังไม่ทันออกมา ผลักกก หมื่นไวยโดนพระยาพิชัยณรงศ์ถีบ
“ยังไม่หยุดอีกขายหน้าหมดแล้วเอาตัวลูกพี่พวกเอ็งออกไป” ลูกน้องหมื่นไวยหามตัวลูกพี่ออกไปนุชนาถเอามือปิดหน้าโชคดีที่แม่ไม่ได้มาไม่งั้นคงอายกว่านี้ จากนั้นพระยาพิชัยณรงศ์ก็กล่าวขออภัยทุกคน นินจัดโต๊ะให้วาสไปนั่งกับพวกทอง จากนั้นพิธีก็ดำเนินต่อนินท่านเจ้าคุณและคุณหญิงอวยพรทั้งสอง
ไหมแก้ว” ถึงแม้จะแค่หมั้นแต่ก็เหมือนแต่งกันแล้วแม่ต้องการให้ทั้งคู่เรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างหนึ่งปีนี้เพื่อที่เวลาแต่งจริงจะได้ไม่ขัดเขินกันต่อไปนี้ก็ฝากแม่พิมด้วยนะพ่อนิน “นินยิ้มเจื่อนๆ
นิน” คุณป้าพูดอะไรครับเนี่ยใครดูแลใครยังไม่รู้ “ท่านเจ้าคุณกลอกตา
” พิมถึงแม้ว่าไอ้นินมันจะแปลกๆ ไปบ้างแต่มันเป็นคนจริงใจไม่อย่างนั้นพ่อคงไม่ให้มันแต่งกับลูกหรอกพ่อหวังว่าลูกจะหนักแน่นเหมือนอย่างเช่นวันนี้ไม่เชื่อคำคนง่ายๆ “ที่แท้ที่ท่านเจ้าคุณไม่ลงมือเพราะจะทดสอบจิตใจทั้งคู่นี่เองพิมพยักหน้า
พิม” เจ้าค่ะลูกทราบแล้ว “จากนั้นทั้งสองก็กราบเท้าทั้งสองคน ส่วนมหาดเล็กเทียมเป็นตัวแทนฝ่ายเจ้าบ่าวแบบไม่ให้เขาตั้งตัวเลย
“ข้าขอให้ทั้งสองครองคู่กันจนแก่เฒ่านะ” ทั้งสองกราบเท้าลุงเทียมก็เป็นอันจบพิธีต่อมาก็เป็นการร่วมรับประทานอาหารกันอาหารถูกยกออกมา เป็นเมนูสุดแปลกตาทุกคนให้ความสนใจมากโดยเฉพาะต้นเครื่องพจน์ กลิ่นหอมฉุนพริกที่มาจากพวกด้านหลังมันคืออะไรกันเขาสนใจมาก
” ทำไม เราไม่ได้อาหารแบบนั้น “บ่าวคนหนึ่งกล่าวออกมา
” วันนี้คนมาเยอะมากเจ้าค่ะเราจึงต้องทำอาหารขึ้นมาเสริมเป็นอาหารง่ายๆ มาเสริมเจ้าค่ะ “ต้นเครื่องพจน์ขมวดคิ้ว
” ข้าต้องการแบบนั้นชุดหนึ่ง “บ่าวคนนั้นลำบากใจแต่นินกล่าวขึ้น
นิน” เอามาให้เขา “บ่าวพยักหน้าแล้วเดินไปนินมองไปที่จันทร์วาด
นิน” เธอจะได้รู้ว่าพรสวรรค์น่ะเป็นอย่างไร “จันทร์วาดแค่นเสียง
จันทร์วาด “เหอะ…พูดไปเถอะ” พิมกลอกตาใสแล้วดึงเขาออกมา
พิม” นายจะไปทะเลาะกับผู้หญิงทำไมกัน “นินกลอกตา
นิน” ผมเกือบตายเลยนะคุณ “จันทร์วาดยักไหล่
พิม” เรื่องของนางเราคุยกันแล้วนี่ว่าผู้หญิงก็ต้องผู้หญิงจัดการ “จันทร์วาดเงยหน้าขึ้น
จันทร์วาด” หมายความว่าอย่างไร “พิมยิ้มออกมา
พิม” มันแน่อยู่แล้วงานแข่งทำอาหารไง “จันทร์วาดดวงตาเป็นประกายต้นเครื่องพจน์ก็เผยยิ้มออกมาเช่นกันเขาคิดว่ามีโอกาสก้าวข้ามได้แล้วด้วยงานครั้งนี้นินมองพิมแล้วดึงเธอไปคุย
นิน “เอาจริงหรือคุณมีเวลาหรืออีกอย่างคุณจะแข่งกับต้นเครื่องหลวงเนี่ยนะ” พิมกลอกตา
พิม “ข้าจะลงแข่งที่ไหนกันคุณแม่ต่างหากจะเปิดร้านก็ต้องสร้างชื่อสิ” นินพยักหน้า
นิน “ก็จริง” นี่ถือว่าเป็นการโปรโมทชั้นดีเลยนี่
นิน “คุณนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ” พิมยิ้มแล้วขมวดคิ้วถามนิน
พิม “นั่นมันอะไรน่ะไอ้กลิ่นฉุนๆ พร้อมกลิ่นใบกะเพราน่ะ” นินยิ้ม
นิน “นี่เรียกว่าผัดกะเพราไงอร่อยนะ” พิมมองนินอย่างตกใจ
พิม “นายคิดเองหรือ” นินพยักหน้า
นิน “แน่นอนสิเมนูนี้ทำง่ายผมเคยทำกินในป่าบ่อยอร่อยมากนะแต่ในป่าเครื่องปรุงจำกัดต่อมาผมเลยปรับปรุงจนมันอร่อยขึ้นแต่พ่อมาอยู่ในมือคุณป้ามันจึงสมบูรณ์น่ะ” พิมดวงตาเป็นปนะกายก่อนที่นางจะถามต่อนินก็เดินไปตรงกลางแล้วพูดออกมา
พิม “ทำอะไรเนี่ย” นินกล่าวออกมาเสียงดัง
ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนใจอาหารที่ถูกส่งออกมาเรื่อยๆ พวกเขางุนงงกับอาการแปลกตาสองสามอย่างนี้ทุกคนยังไม่ได้กินไม่ใช่อะไรเพราะชามช้อนรวมไปถึงข้าวสวยยังไม่ได้ออกมาเสิร์ฟแต่เป็นกับข้าวที่มาก่อนบนโต๊ะของแขกผู้มีเกียรติจะอาหารชาววังอย่างหมูโสร่ง ต้มจิ๋วเนื้อ หรือแกงเขียวหวาน แต่ว่าของพวกนี้เขากินบ่อยแล้วจึงสนใจอาหารของพวกที่อยู่รอบๆ เรือนมากกว่า
นิน “ทุกท่านครับเป็นเกียรติมากที่ทุกท่านมางานหมั้นของผมรวมไปถึงเรื่องที่ไม่คาดคิดอย่างการอวยยศของผมด้วยเนื่องจากแขกมามากเกินกว่าที่เราคิดไว้อาหารจึงไม่พอผมและคุณป้าจึงคิดเมนูไม่ขึ้นมาที่ง่ายและอร่อยไม่แพ้อาหารชาววังเลยทว่ามันอาจจะเผ็ดไปหน่อยเด็กๆ อาจจะทานยากนิดหนึ่ง “ทุกคนมองไปที่อาหาร
นิน” เมนูแรกชื่อว่าผัดกะเพรา “ทุกคนมองไปที่อาหารบนโต๊ะข้าวสวยก็ถุกนำมาว่าบนโต๊ะของพวกเขาแล้ว โต๊ะไทยนั้นข้าวจะใส่มาในโถข้าวพร้อมฝาปิดให้แขกตักแบ่งใส่จานกันเองดังนั้นเมื่อทุกคนได้มาจึงตักแบ่งกันอย่างรวดเร็วแล้วรองชิมดูก็ตกใจกับรสชาติแปลกใหม่นี้
“อร่อยมาก” มีคนตะโกนออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทุกคนเห็นถ้วยน้ำปลาที่วางอยู่ทว่ามีพริกอยู่ด้วยก็ลองตักคลุกข้าวก็ประหลาดใจ
ดาริน” คุณแม่เจ้าคะน้ำปลานี่รสไม่เหมือนน้ำปลาเลยนะเจ้าคะ “สุดาลองชิมก็พบว่ามันอร่อยแค่น้ำปลาคลุกข้าวยังอร่อยถึงเพียงนี้เชียว
สุดา” นี่มันอะไรกัน “นางหันไปถามนิน
สุดา “ขุนนินนี่เรียกว่าอะไรหรือ” ได้ยินคนเรียกขุนเขาก็ทำหน้าประหลาด
นิน “คุณป้าเรียกผมนินเฉยๆ ก็ได้ครับ” สุดายิ้ม
นิน “สิ่งนี้คือพริกน้ำปลาช่วยชูรสอาหารครับเป็นการปรุงแบบพิเศษทำให้รสชาติของมันกลมกล่อมขึ้นครับ” ต้นเครื่องพจน์ขมวดคิ้วคิดไม่ถึงว่ายังมีวิธีเช่นนี้อยู่อีกคิดไม่ถึงว่าเครื่องปรุงจะเอามาทำเช่นนี้ได้อีก” มีคนหนึ่งกำลังจะนำกุ้งเข้าปากนินจึงพูดออกมา
นิน “ส่วนอีกจานคือกุ้งเผาครับวิธีการกินก็ง่ายมาก” เขาให้แสงส่งกุ้งให้เขากุ้งที่นำมาเผากำลังพอดีน่ากินสุดๆ แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายไหลแล้วขนาดตัวของมันยาวถึงสี่นิ้วเลยทีเดียวเป็นกุ้งแม่น้ำที่คัดมาอย่างดี
นิน “ทำแบบนี้ครับ” กุ้งที่ปอกเปลือกออกแล้วทว่ายังมีหัวติดอยู่เขาค่อยๆ แกะหัวออกทำให้เห็นมันกุ้งเยิ้มออกมา
นิน” ข้างๆ จานกุ้งพวกท่านจะเห็นถ้วยน้ำสีเขียวอ่อนกลิ่นของมันก็สามารถทำให้น้ำลายแตกฟองแล้วใช่ไหมครับสิ่งนี้คือน้ำจิ้มซีฟู้ดครับตักขึ้นมาเล็กน้อยใส่ลงไปบริเวณมันกุ้งจากนั้นก็ใช้ช้อนตัก “เขาทำให้ทุกคนดูนินใช้ช้อนตักมันกุ้งเข้าปากดวงตาเขาก็เป็นประกาย
นิน” คุณป้าร้ายกาจมากแค่แนะนำนิดหน่อยทำน้ำจิ้มได้อร่อยเพียงนี้เลย “เขาร้องออกมา
นิน” เชี่ยโคตรอร่อย “แน่นอนว่าสัตว์ในโลกนี้มีรสชาติดีกว่าในโลกของเขามากบวกกับน้ำจิ้มที่มาจากฝีมือยอดยุทธ์อย่างคุณป้าทำให้มันอร่อยมาก ทุกคนหัวเราะเมื่อเห็นนินเสียอาการ แต่พอพวกเขาได้ชิมก็อุทานออกมาเช่นกัน
จันทร์วาด” มันจะแค่ไหนกันเชียว “นางลองกินทั้งกะเพราก่อนจากนั้นดวงตานางก็ตกตะลึงไป
” นี่มัน “ตนเรื่องพจน์ลองดูบ้างก็ตกใจ
ต้นเรื่องพจน์ “อร่อยมาก…อร่อยอะไรอย่างนี้” นินเผยยิ้มออกมา จากนั้นทั้งสองก็ลองกินกุ้งแล้วทำตามก็ตกใจ หัวกุ้งที่พวกเขาเคยทิ้งมันทุกครั้งกลับมามีชาติที่อร่อยเพียงนี้ยังน้ำจิ้มนี่ด้วย ต้นเครื่องพจน์รู้สึกพ่ายแพ้
ต้นเครื่องพจน์” ทำไมกันเจ้าคิดเมนูใหม่หลายอย่างพร้อมกันได้อย่างไร “นินหัวเราะออกมา
นิน “นี่ลุงคงไม่รู้อะไรสินะถ้าคนเราหัวตันๆคิดอะไรใหม่ๆ ไม่ออกต้องออกเดินทางไปที่อื่นบ้างยกตัวอย่างนะในเรื่องทำอาหารแต่ละพื้นที่ก็มีอาหารแตกต่างกันไปเรียนรู้จากพวกเขาแล้วเอานำมาแก้ไขหรือบางทีอาจเกิดแรงบันดาลใจทำให้คิดเมนูใหม่ๆ ขึ้นมาได้ไง” ทุกคนเห็นด้วย พระยาสุนทรกล่าวออกมา
“แล้วขุนนินเคยเดินทางไปมาแล้วกี่ที่หรือ” นินยิ้มออกมา
“นิน” ถึงผมจะไม่เคยเดินทางแต่ผมมีปาก “ทุกคนหัวเราะออกมา
พระยาสุนทร” หมายความว่าแค่ถามก็รู้แล้วหรือ “นินหัวเราะ
นิน” ก็ต้องหลอกล่อหน่อยสิครับใครเขาจะบอกตรงๆ ในหนึ่งเมืองย่อมมีคนจากภาคอื่นๆ มาอยู่ไม่น้อยนี่ครับบ้างหนีสงครามมาบ้างก็แต่งเข้ามาจากภาคอื่นๆ ถามๆ ไปเดี๋ยวก็ได้ข้อมูลที่เราต้องการนั่นแหละอย่างผมนี่ไงมาจากภาคเหนือย่อมรู้เรื่องอาหารเหนือมากมายไม่ใช่หรือ “ทุกคนพยักหน้าพระยาสุนทรใช้ความคิดแล้วพยักหน้านินกล่าวต่อ
นิน “เมนูสุดท้ายคือแกงส้มแน่นอนว่านี่ไม่ใช่แกงส้มถั่วไปเพราะมันคือแกงส้มผักกระเฉดใส่ไข่ชะอมที่หนานุ่มพิเศษทุกคนได้กินก็ร้องออกมาว่าอร่อย ตอนนี้โต๊ะแขกผู้มีเกียรติไม่อยากกินอาหารชาววังแล้วขออาหารแบบใหม่ทั้งหมดจนไหมแก้วจนใจบอกว่าของไม่พอ ผัดกะเพรารสชาติเผ็ดร้อนและกุ้งรวมไปถึงแกงส้มทำให้ทุกคนพึงพอใจมาก และมันปลุกไฟแห่งการเอาชนะของต้นเครื่องหลวงขึ้นมาเพื่อจะเอาชนะไหมแก้วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะที่ทุกคนกำลังเช็ดปากรอของหวานนั้นเองเสียงก็ดังออกมาพร้อมกับร่างคนที่ปรากฏขึ้นแล้วจะคว้างข้อมือของพิมไปซึ่งนินจับมือของพิมอยู่ในขณะนั้น
“สารเลวกล้าจับมือน้องพิมงั้นรึ” ทว่านินดึงพิมมาไว้ด้านหลังมันชักปืนจ่อหัวนินส่วนนินก็เร็วพอปิ่นบนศีรษะของพิมหายไปแล้วจ่อที่คอชายตรงหน้า นินเผยรอยยิ้มร้ายออกมาเมื่อเห็นแววตาดุร้ายคนตรงหน้า
นิน “แน่จริงก็ยิงมาสิกล้าๆ หน่อยแค่ขู่ข้าไม่กลัวหรอก” สีหน้าของชายคนนั้นก็เย็นช้าไม่แพ้กัน
“มึงท้ากูหรือ” นินยิ้มออกมา
“แล้วมึงกล้าไหมเล่า “ท่านเจ้าคุณตะโกนออกมา
” ไอ้แผนเอ็งคิดจะทำอะไรในบ้านของข้า “ใช่แล้วเขาคือหมื่นแผนจอมเวทย์หนุ่มนั่นเอง นินเผยรอยยิ้มออกมาเขาไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด…
ถึงตอนที่ 50 แล้วนะครับตอนหน้าจะมีการเก็บเหรียญแล้วนะครับจะลง 2 ฟรี 1 ไปจนจบเรืื่องนะครับขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับหากมีคนอื่นผมจะเขียนไปจนจบแต่ถ้าคนอ่านน้อย อาจจะกลับไปเขียนแนวจีนแบบเดิม เรื่องนี้ผมกะไว้ว่านะเขียนภาคแรกสัง 200-400 กว่าตอนไม่รู้ว่าจะเกินไหมโปรดติดตามตอนต่อไป ติชมได้ครับขอบคุณครับ