บทที่ 12
ตอน แอบฟัง
“อืม สั่งให้คนเร่งตามหานางแต่ต้องจับเป็เท่านั้น...แล้วเื่นี้อย่าให้ฝ่าารู้เด็ดขาด”
หานอิงหลิวสั่งเฉียบขาดในหนเดียวนายทหารรีบเดินกลับไปโดยที่ไม่เอ่ยถามอะไรต่อสักคำ
ท่านแม่ทัพหันกลับมาหายายแก่ดังเดิมก่อนจะเก็บกระดาษวาดรูปของตนเองไว้อย่างดีพลางเอ่ยอธิบายอย่างไม่ใส่ใจนัก “จับฏน่ะ เื่นี้ท่านน่าจะรู้อยู่แล้ว”
ซื่อฝานพยักหน้าเออออตามนางมองั์ตาสีแดงเข้มคู่นั้นซึ่งเมื่อมองเข้าไปดีๆแล้วจะเห็นได้ว่ามีความกังวลปนดีใจอยู่ไม่น้อย
แต่ถ้าจับตัวได้แล้วไม่ไปรายงาน...เ้าคิดจะทำอะไรกันแน่หานอิงหลิว
ชายหนุ่มเห็นหญิงชราขมวดคิ้วยืนนิ่งเหมือนคิดอะไรบางอย่างจึงเอ่ยหยอกล้อไปทันควัน
“ทำหน้าเช่นนั้นยายแก่อย่างท่านก็เป็ฏรึ?”
คำพูดคำจาทำเอาซื่อฝานขนลุกวาบเหมือนแมวตกน้ำฝ่ามือเหี่ยวฟาดต้นแขนแม่ทัพเต็มแรง หานอิงหลิวรีบลุกหนีกุมแขนตนเองอย่างไว “ท่านแก่แล้วแท้ๆแต่มือกลับหนักยิ่งกว่าบุรุษอกสามศอกอีก!โหดร้ายยิ่งนัก”
“ถ้ายังไม่หยุดพูดข้านี้แหละจะหักกระดูกเ้า!”ซื่อฝานถลึงตาพร้อมลั่นคำขู่ออกมาอย่างไว
“ท่านกล้ารึ!”
“กล้าสิ!”
“ท่านแม่ทัพ” เสียงหวานเอ่ยเรียกชายหนุ่มอยู่หน้าประตูทำให้ซื่อฝานกับหานอิงหลิวระงับอารมณ์จบศึกครั้งนี้ทันที
“วันนี้เรียนเท่านี้เถิดเ้าจะไปไหนก็ไป” หญิงชรารีบไล่คนตรงหน้าออกไปให้เร็วที่สุดถ้าเกิดว่าถูกจับได้คงไม่ได้ปะทะแค่ฝีปากแน่
ก่อนไปหานอิงหลิวไม่ลืมที่จะแลบลิ้นปริ้นตาให้ยายแก่อีกสักยกแล้วจึงวิ่งออกไปยายแก่ง้างมือเตรียมโยนพู่กันอยู่รอมร่อ
โชคดีไปนะท่านแม่ทัพ โชคดีไป…
หนึ่งเค่อไม่ทันได้พ้นผ่าน
หลิวเหว่ยเดินออกจากห้องพร้อมถือเล่มสองต้นฉบับมาให้ยายแก่ตรวจดูซื่อฝานรับตัวเล่มมาพร้อมนั่งลงข้างแท่นน้ำชาก่อนจะทำมือเป็สัญญาณให้อีกฝ่ายนั่งลงเช่นกัน
สายตาสั้นยาวไม่เท่ากันนั้นเพ่งมองเก็บรายละเอียดงานในมืออย่างถี่ถ้วน “เก็บงานได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเลยนะ”หญิงชราเอ่ยชม พร้อมยื่นงานให้อีกฝ่าย “รูปเล่มของเล่มที่สองนี้ต้องลำบากเ้าแล้ว”
“ข้ายินดีที่จะทำ”หลิวเหว่ยตอบอย่างมุ่งมั่นแววตาคู่นั้นของชายหนุ่มแฝงไปด้วยความซื่อสัตย์เต็มเปี่ยม
ซื่อฝานเห็นแววตาเช่นนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าคนผู้นี้ไม่มีความฝันหรืออย่างไร
“เ้าไม่มีความฝันที่อยากทำรึ”
นางถามจากใจจริง
“ความฝัน?…” หัวคิ้วได้รูปค่อยๆขมวดกันติดกัน “ข้าจำเป็ต้องมีด้วยรึ?”
“…”
ซื่อฝานได้ฟังเช่นนั้นก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกไปพักใหญ่เมื่อเอ่ยออกมาขนาดนี้ใช่ว่าหญิงชราจะดูไม่ออกว่าเขาคนนี้คงผ่านเื่ราวร้ายๆมามากซื่อฝานพลันนึกดีใจที่ตนเองพอมีประสบการณ์ดูแลคนในทีมอีสปอร์ดอยู่บ้าง
“มีไว้ก็ดีนะ” นางเอ่ยตอบ
หลิวเหว่ยจ้องหญิงชรานิ่งงัน “เมื่อก่อน…ข้ามี…”ความฝันในวัยเยาว์หลิวเหว่ยไม่เคยเอ่ยกล่าวให้ผู้ใดฟังแม้แต่บิดามารดาแท้ๆก็ไม่เคยทว่าอย่างไรเขาก็พร้อมที่เล่าให้คนตรงหน้าได้รับรู้เพราะนางเป็แม่ทัพฝู...ไม่!เพราะนางเป็คนที่พร้อมจะรับฟังตนต่างหาก… “ความฝันข้าคือข้าอยากขึ้นเป็เซียน…ต่อจากนั้นก็เป็เทพ…และได้แต่งงานกับนางผู้เป็ที่รักที่ข้าแอบรักมานานต่อให้นางเป็มารข้าก็จะแต่งกับนาง”
แววตาซื่อสัตย์พลันเหม่อลอยน้ำตาใสเอ่อคลอทว่าริมฝีปากยังคงบอกกล่าวต่อไป “ั้แ่ข้าตั้งความฝันข้าก็หัดฝึกปรือทุกวันแต่ก็ไม่ลืมที่จะไปหานางทุกวัน…แต่แล้ววันหนึ่งนางกลับไปแต่งงานกับบุรุษอื่น…หลังจากนั้นมาข้าก็ทิ้งความฝันแล้วไปสมัครเข้ากองทัพของบุรุษที่นางแต่งงานด้วยข้าได้ตำแหน่งคนครัว…ไม่มีผู้ใดมองความสามารถของข้าแต่ข้าก็มองในแง่ดีอย่างน้อยก็ได้เห็นนางอยู่ไกลๆในยามวางแผนให้กองทัพ”
เื่เล่าของหลิวเหว่ยใช่ว่าซื่อฝานจะไม่รู้นางรู้ดี หลิวเหว่ยเล่าต่ออีกเล็กน้อย “จนเจอท่าน…ท่านแม่ทัพฝูได้เจอข้าท่านแม่ทัพเห็นความสามารถของข้าและช่วยข้าไว้หลังจากนั้นความฝันของข้าคือติดตามรับใช้นางตลอดไป”
“…นั้นเรียกว่าความฝันได้หรือไม่”
ชายหนุ่มเคลื่อนสายตาสบประสานกับสายตาสั้นยาวไม่เท่ากันของยายแก่ทันใดหญิงชรายิ้มตอบ
“คงได้…แต่คงไม่ใช่ตลอดไป”
ซื่อฝานพยายามตอบให้เป็กลางมากที่สุดนางไม่แน่ใจว่าคำพูดของเขาหมายถึงติดตามในด้านไหนกันแน่และหนำซ้ำนางยังมั่นใจได้เต็มร้อยเลยว่าหลิวเหว่ยคงรู้แล้วว่ายายแก่ตรงหน้าเป็ท่านแม่ทัพของตนทุกอย่างสังเกตได้ที่การกระทำถึงร่างนี้จะแก่แต่สายตาสั้นยาวก็ช่างสังเกตพอจะเก็บรายละเอียดได้บ้าง
หญิงชราลุกขึ้นถอนหายใจพร้อมเอื้อมมือตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ “ข้าจะออกไปข้างนอกเ้าไม่ต้องตามมาละ”
ร่างแก่เดินออกไปนอกจวนก่อนจะปิดประตูให้เสร็จสรรพทิ้งให้หลิวเหว่ยอยู่กับงานต้นฉบับในมือเขารู้ว่าท่านแม่ทัพฝูคงไม่อยากให้เอาทั้งชีวิตมาทิ้งไว้กับนางแต่บางครั้งการที่ได้ช่วยเหลืออะไรนางสักอย่างมันทำให้จิตใจเขาสงบอย่างบอกไม่ถูกชายหนุ่มก้มมองต้นฉบับที่นางยื่นให้เมื่อครู่ก่อนจะลูบหน้าปกนั้นอย่างเบามือ “ทุกอย่างที่ข้าทำล้วนแต่เต็มใจความฝันนั้นก็เช่นกัน”
ใบไม้เขียวขจีโบกสะบัดพัดไปตามแรงลม หญิงชรายืนเหม่อมองอยู่เงียบๆถึงแม้จะมาอยู่จวนแม่ทัพได้หลายวัน ทว่าน้อยนักที่นางจะออกมาเดินเล่นเพราะในแต่ละวันนั้นต้องคอยสอน ต้องคอยเก็บงานวาดของเล่มต้นฉบับอยู่เป็ประจำการที่ได้ออกมาจากห้องแคบๆช่างทำให้ยายแก่เช่นนางมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง
ซื่อฝานยืนจ้องใบไม้พวกนั้นเหมือนกับมองเื่ราวที่ตนเองจากมาการแข่งขันทั้งหมดที่ตนพร่ำฝึกให้ลูกทีมกลับต้องปล่อยวางหญิงชราค่อยๆหลับตาลงพลางสูดกลิ่นอายกลางธรรมชาติเข้าเต็มปอดทิ้งเื่ทั้งหมดไว้เื้ัทำสมองให้โล่งปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่นางไม่คิดจะทำอะไรทั้งนั้น
แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังของใครบางคนดังขึ้นใกล้ริมโสต
เสียงชายหนุ่มปริศนา “เ้าปรารถนาสิ่งใด?”
เสียงหญิงสาวปริศนา “สิ่งนั้นมันยากที่จะปรารถนาแต่ถ้าปรารถนาเลือกเกิดได้...ข้าอยากเกิดในที่ที่ข้าสามารถใช้ชีวิตปกติเื่เทพเซียนเป็เพียงตำนาน มีชีวิตสุขสบายทำสิ่งที่อยากทำ”
เสียงกระซิบชายหญิงบทสนทนานั้นช่างลึกลับมิอาจรู้ได้ว่าเป็เสียงของผู้ใดมันลอยมาตามลมแต่ซื่อฝานมั่นใจได้ว่ามิใช่เสียงของคนในจวนนี้เป็แน่
เสียงนี้...พวกเขาเป็ใครกัน?
“ท่านพี่!”
ซื่อฝานตื่นจากภวังค์หันไปมองทางต้นเสียง
แต่ฉันว่าเสียงนี้ใช่ของคนในจวนนี้แน่ล่ะ
ร่างชราย่างเท้าเบาเดินเข้าใกล้จวนไม้หลังใหญ่อย่างอดไม่อยู่ซื่อฝานคอยๆยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างหน้าต่างเพื่อแอบฟังบทสนทนาของคนทั้งสอง
“ทำไมท่านถึงสั่งให้จับเป็นางเล่า!?”จือเฟิงถามพร้อมเอ่ยแนะอย่างหงุดหงิด “ที่จริงคนอย่างนางท่านไม่ควรจับเป็เลยด้วยซ้ำ!นางเป็ฏหักหลังท่านสมคบคิดกับเผ่า์ทำให้เราเสียกำลังพลไปตั้งเท่าไรฝ่าาไม่รับสั่งให้ท่านไปตายก็ดีแค่ไหนแล้ว!”
หญิงชราเป็ผู้รับฟังที่ดีไม่น้อยคำพูดเช่นนั้นนางคาดเดาได้ไม่ยากเลยว่า ‘นาง’ ที่ว่ามานั้นเป็ใครถ้าไม่ใช่‘ฝูซื่อฝาน’ อย่างตัวเอง
“ฮวาจือเฟิง!!!”
น้ำเสียงตวาดของหานอิงหลิวดังสนั่นทำเอายายแก่ถึงกับหัวใจจะวาย
ไม่บ่อยนักที่หานอิงหลิวจะเรียกนางได้ดุดันและรำคาญใจเช่นนี้จือเฟิงยืนอึ้งน้ำตาคลอเบ้า ทว่าวาจากระแทกแดกดันไม่ได้จบเพียงเท่านั้นคนร่างสูงเดินเข้าหาจือเฟิงด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“ถ้าข้าจะฆ่านางข้าฆ่านางต่อหน้าเ้าแน่นอน!”ดวงตาสีแดงเข้มดั่งสีเืจ้องมองเข้าไปั์ตาของหญิงสาวอย่างเดือดพล่าน“พอใจหรือยัง!?”
ยายแก่ยืนอึ้งก่อนจะรีบพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบเชียบ “ถ้าอยู่ที่นี่ต่อข้าจะอายุสั้นไหมเนี่ย”ซื่อฝานรีบจ้ำอ่าวเดินออกจากจวนแม่ทัพไปทันควัน
เผ่า์ ณ ห้องโถงใหญ่
“รายงาน!” องครักษ์คนสนิทของเง็กเซียนฮ่องเต้คุกเข่าข้างหนึ่งลงทันใดพร้อมเอ่ยรายงานเสียงดังฟังชัด“ท่านเซียนจวินเสี่ยวเซียนสืบได้ความแล้วว่าดาบตำนานของเผ่า์อยู่ที่เผ่ามารพะย่ะค่ะ”
“ข้าไม่้าดาบแต่ข้า้าคนถือดาบเล่มนั้นไม่แน่ว่าคนผู้นั้นจะเป็คนเก่าคนแก่ในกาลก่อนก็เป็ไปได้” เจี้ยนเซียวเมิ่งเอ่ยออกมาจากใจจริง“ข้าหวังว่าคนผู้นั้นจะเป็ท่านองค์มหาเทพที่ใครๆก็บอกว่าท่านร่างแตกสลายจากไปไม่มีวันกลับแต่ข้าเชื่อว่าท่านยังอยู่...” ชายหนุ่มจ้องมององครักษ์ตรงหน้าพร้อมเอ่ยสั่งการ“เ้าไปสืบมาว่าดาบนั้นอยู่ในมือผู้ใดกันแน่...เป็ไปได้ให้พาตัวคนมาหาข้า...”