สวรรค์นิรันดร์กาล

    ทำข้อตกลงกับเทพกระบี่

            ในตอนนี้หลายคนชักอาวุธกันออกมาแล้วพวกเขาพากันมองไปยังคนของนิกายเทพกระบี่ด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่านิกายเทพกระบี่เสียสติไปแล้วพวกเขาถึงขั้นคิดจะฮุบเอาสมบัติไปคนเดียว

            “พวกเรารีบออกไปตอนนี้กันเถอะ”ถันโจวกล่าว

            “ข้าคิดว่ามันไม่ทันแล้วละการที่เจ้าพวกนั้นมันอดทนมานานและพึ่งมาเผยแผนการตอนนี้เท่ากับพวกกองกำลังของนิกายเทพกระบี่ได้มาถึงแล้ว”หญิงสาวกล่าว

            “นิกายเทพกระบี่พวกเจ้าคิดจริงๆงั้นเหรอว่ามีวังสวรรค์หนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้หอสมบัติของพวกเราเองก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าวังสวรรค์หรอกนะเพราะคิดให้ดีว่ากำลังหาเรื่องใครอยู่”ถันโจวคำราม

            “เจ้าโง่ตอนนี้โลกกระบี่ถูกปิดกั้นต่อให้เจ้าตายแล้วใครจะไปรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าเจ้าแล้วอีกอย่างไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีประตูโบราณถึงจะหายถึงตอนนี้พวกข้าสามารถหาข้อแก้ตัวมากมายให้กับหอสมบัติได้ไม่ยาก”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่กล่าว

            “ยอดเยี่ยมจริงๆนิกายเทพกระบี่ของพวกเจ้าหยิ่งยโสขึ้นทุกวันโดยไม่ไว้หน้ากองกำลังของพวกเราแบบนี้ดี ถ้างั้นวันนี้ก็มาสู้ตายกันเลย” หญิงสาวที่เงียบกล่าวระเบิดพลังออกมา

            ฉางเฟิงที่อยู่ไม่ใกลตกใจเขาคิดไม่ถึงว่านางเป็นถึงจักรพรรดิเทพขั้นที่9 และยังแข็งแกร่งมากกว่าเจ้าเมืองเสียอีก

            “ไม่คิดว่าหอสมบัติจะยังซ่อนไพ่ตายเอาไว้อีกแต่ไม่เป็นไร เพื่อกระบี่เทพนับร้อยมันถือว่าคุ้ม” ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่กล่าว

            “พวกเจ้านิกายเทพกระบี่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยยังเป็นพวกน่ารังเกียจเหมือนเดิม” ในตอนนั้นเองเสียงชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น

            สระกระบี่สั่นสะเทือนพร้อมกับแยกออกมาเผยให้เห็นกระบี่เล่มหนึ่งลอยขึ้นมาพร้อมกับมีร่างวิญญาณร่างหนึ่งกำลังถือกระบี่อยู่

            “เทพกระบี่นั่นคือเทพกระบี่เจ้าของสุสาน เทพกระบี่จ้าวนภา” มีคนจำรูปลักษณ์ของเทพกระบี่เจ้าของสุสานได้จึงกล่าวขึ้น

            “เจ้ายังไม่ตายงั้นเหรอ”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่ตกใจ

            “ไม่หรอกข้าตายแล้ว แต่ข้ายังหลงเหลือจิตวิญญาณเอาไว้เพื่อสักวันจะได้ล้างแค้นพวกเจ้า”เทพกระบี่จ้าวนภากล่าว

            “เหอะในเมื่อตายไปแล้วก็ไม่มีอะไรน่ากลัว วันนี้สมบัติทั้งหมดของเจ้าจะเป็นของพวกเรา”

            “เหอะน่าขัน อย่างเจ้าไม่มีปัญญานั่นหรอก”

            “สหายน้อยข้ามีข้อตกลงอยากจะเสนอกับเจ้า” เทพกระบี่จ้าวนภาหันมาทางฉางเฟิงและสื่อสารทางจิตทันที

            “ข้อเสนออะไร”

            “ข้ารู้ว่าพลังจิตของเจ้านั้นแข็งแกร่งมากและถึงระดับเทพแล้วแต่ถูกผนึกเอาไว้เท่านั้นดังนั้นข้าจะช่วยเจ้าหลายผนึกนั่นและช่วยเจ้าควบคุมพลังจิตนั้นไว้เพื่อแลกกับเจ้าต้องช่วยข้าสังหารเจ้าบัดซบนั่นให้หมด”

            “ท่านล้อเล่นอีกฝ่ายคือจักรพรรดิเทพส่วนข้าเป็นแต่เซียนต่อให้พลังจิตของข้าคลายออกก็ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้อยู่ดี”

            “แน่นอนว่าข้าจะมอบพลังที่เหลือของข้าทั้งหมดให้กับเจ้าทำให้เจ้ามีพลังต่อสู้เทียบได้กับจักรพรรดเทพขั้นที่9 ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่หลังจากเวลาหมดวิญญาณของข้าจะแตกสลายหายไปตลอดกาลส่วนเจ้าก็จะรู้สึกอ่อนล้าอย่างมากแต่มันก็คุ้มเพราะเจ้าจะสามารถใช้พลังดั่งเดิมของเจ้าได้”

            “พวกท่านถามความเห็นข้าหรือยัง”ทันใดนั้นเสียงของภาพสวรรค์นิรันดร์ก็ดังขึ้น

            “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าฟังพวกเราอยู่แต่สิ่งที่ข้าเสนอก็ไม่ได้เลวร้ายใช่ไหมละแถมยังเป็นประโยชน์ต่อเด็กคนนี้ด้วย”

            “ย่อมได้แต่ถ้าเจ้าคิดตุกติกขึ้นมาข้าจะทำลายวิญญาณของเจ้าทิ้งทันที”

            “ไม่มีปัญหาแต่เดิมข้าก็ตายแล้วและข้าก็ไม่คิดจะยึดครองร่างของเขาหรอกข้าแค่ต้องการจะแก้แค้นเท่านั้นและหลังจากแก้แค้นเสร็จกระบี่เล่มนี้ข้ามอบให้เจ้า แม้มันจะยังไม่สมบูรณ์และเป็นกึ่งระดับพระเจ้าแต่มันก็ทรงพลังมากกว่ากระบี่เทพมาก”

            “ดีในเมื่อมีประโยชน์กับข้า ข้าก็ขอลองสักตั้ง” ฉางเฟิงกล่าว

            คนอื่นๆไม่รู้เลยว่าฉางเฟิงและเทพกระบี่จ้าวนภาคุยอะไรกันเห็นเพียงทั้งสองสบตากันและยืนนิ่งเท่านั้น

            “พวกเราไม่อาจจะรอเวลาได้อีกไม่งั้นกำลังเสริมของศัตรูจะมาพวกเราต้องรีบสังหารศัตรูกลุ่มนี้ให้หมดก่อน”ผู้อาวุโสนิกายพิษเป็นคนแรกที่ลงมือ

            เขตแดนพิษกระบี่ออกไปปกคลุมคนของนิกายเทพกระบี่ทันที

            “ทักษะเล็กน้อยคิดว่าพวกข้าไม่มีทางรับมือเลยหรือยังไง”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่โจมตีออกไปกระบี่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงหยางที่รุนแรงและแผดเผาทำลายควันพิษทั้งหมดในพริบตา

            “บ้าเอยเจ้าถึงกับมีเพลิงวิเศษ” ผู้อาวุโสนิกายพิษตกตะลึง

            “พวกเราลุยพร้อมกันเลย”ผู้อาวุโสสมาคมผู้ใช้พลังจิตเองก็ลงมือ

            หลายคนเองก็เข้าใจสถานการณ์ดีถ้าไม่ลงมือตอนนี้รอให้กำลังเสริมของอีกฝ่ายมาถึงพวกเขาจะต้องลำบากแน่

            “ลงมือเถอะ”หญิงสาวกล่าว

            ตอนนี้คนทั้งหมดมุ่งโจมตีคนของนิกายเทพกระบี่ทันที

            “กางค่ายกลหมื่นกระบี่”

            นิกายเทพกระบี่เปิดใช้ค่ายกลสังหารออกมาทันทีค่ายกลนี้เป็นค่ายกลเทพที่ทรงพลังสามารถสังหารระดับเทพหรือจักรพรรดิเทพได้

            “พวกมันเตรียมตัวมาดีขนาดนี้แสดงว่าพวกมันวางแผนเอาไว้แล้ว”เจ้าเมืองขมวดคิ้ว

            ค่ายกลหมื่นกระบี่ไม่เพียงแต่มีพลังโจมตีที่น่ากลัวพลังป้องกันเองก็ถือว่าใช้ได้ขนาดรวมพลังโจมตียังยากที่จะจัดการ

            “อดทนไว้อีกไม่นานผู้อาวุโสสูงสุดก็มาถึงแล้ว”

            คนของนิกายเทพกระบี่พากันใช้พลังทั้งหมดป้องกันทันที

            “ฮ่าฮ่า กระบี่เทพนับร้อยเล่มต้องเป็นของนิกายเทพกระบี่” เสียงคำรามดังขึ้น

            ชายชราคนหนึ่งพุ่งเข้ามาพร้อมกับรอบๆร่างกายมีกระบี่เซียน9 เล่มและกระบี่เทพ 1 เล่ม ซึ่งกระบี่ทั้ง 10 ปลดปล่อยกลิ่นอายสังหารออกมา

            “สื่อฉวนพวกเจ้ามันบ้าไปแล้ว” ผู้อาวุโสนิกายพิษคำราม

            “ฮ่าฮ่า โลกกระบี่แห่งนี้เป็นของพวกข้า ซึ่งพวกข้าไม่อนุญาติให้พวกคนนอกอย่างพวกเจ้ามามีอำนาจมากกว่าพวกข้าหรอกวันนี้ข้าจะตัดกำลังของพวกเจ้าด้วยการสังหารพวกเจ้าทั้งหมด” สื่อฉวนยิ้มอย่างโหดเหี้ยม

            “คิดว่าข้าจะยอมงั้นเหรอ”แต่ในตอนนั้นเองกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งออกไปหาสื่อฉวนด้วยความเร็ว

            สื่อฉวนหน้าเปลี่ยนสีและใช้กระบี่ทั้ง10 เล่มเข้าปะทะกับกระบี่ที่พุ่งเข้ามา

            “น่าขันกระบี่เซียนพวกนั้นจะต้านกระบี่ของข้าได้อย่างไร”

            ฉางเฟิงพุ่งออกมาพร้อมกับรอบๆปรากฎกระบี่เทพ9 เล่มส่วนกระบี่เล่มที่โจมตีออกเป็นเป็นกระบี่กึ่งพระเจ้า

            “เปรี้ยง!!!!!”กระบี่เซียนทั้งหมดถูกทำลายในพริบตาส่วนกระบี่เทพก็กระเด็นออกไป

            “ม่ายยกระบี่ของข้า บัดซบเจ้าเป็นใครกัน” สื่อฉวนคำรามด้วยความโกรธ

            “เจ้าจะสนใจทำไมในเมื่อพวกเจ้าตั้งใจจะสังหารพวกข้าทั้งหมดอยู่แล้วเพราะงั้นวันนี้พวกข้าก็จะไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แม้แต่คนเดียว”ฉางเฟิงในตอนนี้ปลดปล่อยแรงกดดันที่น่ากลัวออกมาราวกับว่าคนตรงหน้าคือเทพกระบี่แห่งยุคคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน