ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 62 เสียงครวญเหนือสายน้ำ

    ลมเหนือพัดกระหน่ำโบกผืนธงตระกูลฮวาให้สะบัดกวัดแกว่งเหนือป้อมผาเหล็กเสียงผ้าไหมปะทะลมดังก้องดังสัญญาณแห่งชัยชนะที่กลับกลายเป็นบทเพลงโศกสลดธุลีดินจากสนามรบยังไม่ทันจางหาย องครักษ์เว่ยกลับยืนตรงเกร็งด้วยความเคร่งเครียดหน้าค่ายบัญชาการ 


    "ค้นทั้งป่าทั้งเขาแล้วไม่พบแม้เงารางของซีเออร์เลยหรือ?" เสียงฮวาเจิ้นก้องกังวาล ดวงตาอันอ่อนล้าสั่นระริก แต่


    ท่าทางยังคงองอาจ"แม่น้ำสายนี้...หากนางยังมีชีวิตอยู่..." 


    จิ้นอ๋องยืนนิ่งเป็นแท่งศิลาแววตาเหม่อมองสายน้ำเชี่ยวที่พัดพาความหวังสุดท้ายของเขาไปภาพความทรงจำคืนนั้น ร่างบางของฮวาเสี่ยวซีที่อ่อนระทวยใต้มือเขา เสียงครางเบาๆที่ดังก้องในความมืด ทำให้เขากำหมัดจนเล็บจิกเลือดออกจากฝ่ามือ 


    "ท่านอ๋อง"ฮวาเจิ้นก้มคำนับอย่างเคร่งขรึม "ศึกสงบแล้ว ขอให้เตรียมพระราชดำเนินกลับนครหลวงตามรับสั่ง"

    คำพูดดังกล่าวเหมือนมีดกรีดหัวใจจิ้นอ๋องรู้ดีว่าการจากไปครั้งนี้หมายถึงการละทิ้งโอกาสสุดท้ายที่จะตามหานางแต่ฎีกาสงบศึกจากเป่ยหม่านที่ส่งมานั้นชัดเจน


    องค์หญิงสามพระองค์ สาวงามสามร้อย ยามากมายและเงินชดเชยหนึ่งล้านห้าแสนตำลึง สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนสิ่งที่เขาสูญเสียไปได้แม้แต่น้อย 


    หมอหลวงเฒ่าตรวจร่างกายจิ้นอ๋องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม


    "เป็นพิษราคะนารี...เช่นเดียวกับท่านแม่ทัพ" 


    ฮวาหยางสะดุ้งเห็นร่างบิดาเริ่มสั่นเทา กางเกงขาสั้นเริ่มตึงขึ้นอย่างน่าอับอาย


    "ท่านพ่อ!" 


    "อย่า...อย่ามอง..."ฮวาเจิ้นครางออกมา ขณะที่ภาพไป๋หลินหญิงสาวผู้งดงามผุดขึ้นในความทรงจำทรวงอกอวบอิ่ม

    ยอดแดงชวนให้เขาหลงใหล 


    หมอหลวงรีบยัดยาระงับพิษเข้าปากแม่ทัพ

    "ท่านอ๋องก็ต้องรับประทานด้วย" 


    จิ้นอ๋องกลืนยาด้วยความยากเย็นแต่ร่างอันกำยำของเขายังคงตื่นตัว ภาพฮวาเสี่ยวซีในคืนนั้นชัดเจนราวกับอยู่ตรงหน้าผิวเนียนนุ่มใต้ฝ่ามือ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของนาง เสียงครางที่ทำให้เขาลุ่มหลง 


    "ท่านอ๋อง!"ฮวาหยางจ้องตาแดงก่ำ "หากน้องสาวข้าตาย..." 


    "ข้าจะตามหานางจนกว่าจะพบ"จิ้นอ๋องตอบด้วยเสียงสั่น "แม้ต้องใช้ทั้งชีวิต"


    ระหว่างทางกลับนครหลวงขบวนทัพอันยาวเหยียดเคลื่อนผ่านเส้นทางคดเคี้ยวริมแม่น้ำจิ้นอ๋องทรงม้าอยู่กลางขบวน แต่พระทัยกลับเหินห่างออกไปทุกย่างก้าวทุกครั้งที่ขบวนหยุดพัก พระองค์มักจะแยกพระองค์ไปยังโขดหินริมน้ำหรือใต้ร่มไม้ใหญ่ที่เงียบสงัด


    ท่ามกลางความเงียบนั้นองค์หญิงแห่งเป่ยหม่านทั้งสามพระองค์ต่างพากันส่งสายตามองพระองค์ด้วยความหวัง

    "ท่านอ๋องเพค่ะ..."องค์หญิงน้อยที่สุดเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหวานละมุน ขณะย่างเท้าเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง

    "ขอประทานอภัยที่ข้าทรง..."


    พระนางสวมชุดสีชมพูอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีตเน้นพระวรกายอันอ่อนช้อย ผมยาวประบ่าแต่งแต้มด้วยดอกไม้ป่าริมพระโอษฐ์แดงชาดเบิกบาน แต่ดวงพระเนตรกลับแฝงความกลัวเอาไว้


    "อากาศยามเย็นช่างหนาวเหน็บนัก"พระนางเอื้อมพระหัตถ์อันบอบบางออกมา ถือถ้วยน้ำชาที่อบไอน้ำ "ข้านำน้ำชามาถวาย..."


    จิ้นอ๋องเงยพระพักตร์ขึ้นสายพระเนตรที่เคยอบอุ่นกลับเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง "วางไว้แล้วไปซะ"

     

    "แต่..."พระนางสะดุ้ง พระหัตถ์สั่นจนน้ำชาในถ้วยกระเพื่อม

     "ข้าปรารถนาจะรับใช้..."


    "ออกไป!"พระสุรเสียงดังขึ้นกึกก้อง จนองค์หญิงน้อยถอยหลังไปสองก้าว พระพักตร์ขาวซีด

    เบื้องหลังองครักษ์เว่ยเข้ามาเคารพ


    "ท่านอ๋องควรจะพักผ่อนแล้ว พรุ่งนี้ต้องเดินทางต่ออีกไกล"

    จิ้นอ๋องลุกขึ้นยืนพระองค์เหลือบมององค์หญิงน้อยที่กำลังสั่นสะท้านสุดท้ายก่อนหันหลังเดินจากไปภาพของฮวาเสี่ยวซีผุดขึ้นในความทรงจำอีกครั้ง นางไม่เคยยอมสยบง่ายดายเช่นนี้ ไม่เคยพูดจาอ่อนหวานเพื่อประสงค์สิ่งใด

    ใต้แสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้พระองค์ทรงหยิบผ้ารัดหน้าอกสีฟ้าอันบอบบางของฮวาเสี่ยวซีขึ้นมาเบาๆผืนผ้ายังคงเก็บกลิ่นหอมจางๆ ของนางไว้อย่างเหนียวแน่น ดุจดังวิญญาณที่ยังไม่ยอมจากไป


     

    พระองค์ทรงหลับพระเนตรลงภาพสุดท้ายของนางในความทรงจำปรากฏชัดเจนราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น  เสื้อผ้าเปียกชุ่มติดร่างอันบอบบางๆที่กำลังดิ้นรนต่อสู้กับกระแสน้ำเชี่ยวกรากผมยาวของนางกระจายเป็นเส้นสายในน้ำดุจเงาประดับมรกต มือน้อยๆ ยื่นขึ้นมาโบกสะบัดไปมาเหนือน้ำเพ่ื่อขอความช่วยเหลือกลางอากาศอย่างอ่อนแรง


    ผืนผ้าที่กุมอยู่ในพระหัตถ์บัดนี้รู้สึกหนักหน่วงราวกับก้อนตะกั่วพระองค์ทรงสัมผัสลวดลายปักอย่างประณีตด้วยปลายนิ้วราวกับกำลังลูบคลำเรือนร่างอันบอบบางของนางอีกครั้งผ้าผืนบางๆ ผืนนี้ผ้าผืนนี้เคยโอบอุ้มทรวงอกอันอวบอิ่มของนางไว้อย่างอบอุ่นส่งความรู้สึกอันวาบหวามเข้าสู่ฝ่าพระหัตถ์ราวกับเรือนร่างอันอบอุ่นของหญิงสาวยังคงสิงสถิตอยู่


    พระองค์ทรงหลับพระเนตรลงช่างประหลาดใจเหลือเกินที่ผืนผ้าธรรมดาสามารถเก็บรักษาความทรงจำได้มากมายถึงเพียงนี้ความอุ่นของผิวหนังนางความนุ่มนวลของทรวงอกอันอวบอิ่มที่เคยโอบกอดผืนผ้านี้ไว้อย่างแนบชิด กลิ่นหอมจางๆของดอกไม้ป่าที่นางชอบใช้ชโลมร่างกาย


    แต่บัดนี้...ความอบอุ่นนั้นได้จางหายไปแล้วเหลือเพียงความเย็นชาที่ทำให้พระหทัยหดหนาวผ้าผืนนี้ที่เคยโอบอุ้มความมีชีวิตชีวาของนางกลับว่างเปล่าและไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ดุจดังผีเสื้อที่สูญเสียปีกอันสวยงามไปแล้ว


    "เสี่ยวซี..."พระสุรเสียงกระซิบออกมาอย่างเจ็บปวด "หากนางยังมีชีวิตอยู่...ขอเพียงให้ข้ามีโอกาสได้ชดใช้..."

    แสงจันทร์สาดส่องผ่านผืนผ้าสร้างเงารูปทรงอันคุ้นเคยราวกับนางกำลังยืนอยู่ตรงนั้นแต่เมื่อพระองค์ทรงยื่น

    พระหัตถ์ออกไปสัมผัสก็พบเพียงความว่างเปล่าและความเย็นของค่ำคืน...


    "เสี่ยวซี..."พระสุรเสียงกระซิบออกมาอย่างเจ็บปวด ภาพความทรงจำทำให้พระอุระบิดเบี้ยวอย่างทรมานพระองค์ทรงกุมผ้าผืนนั้นแน่นขึ้น จนพระองคุลีเริ่มสั่นระริก


    แสงจันทร์ส่องผ่านผ้าบางสีฟ้าสร้างเงารูปทรงอันคุ้นเคยราวกับนางกำลังยืนอยู่ตรงนั้นแต่เมื่อพระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปสัมผัสก็พบเพียงความว่างเปล่าและความเย็นของค่ำคืน..


    "นางต้องรอด..."พระองค์กระซิบกับสายลม "ข้าจะตามหานางจนสุดขอบฟ้า"

    ขณะเดียวกันองค์หญิงน้อยกลับไปยังกระโจมของพระนางด้วยพระพักตร์เปื้อนน้ำตาพระนางรู้ดีว่าหากไม่สามารถเอาพระทัยจิ้นอ๋องได้ พระชะตาของพระนางและเหล่าหญิงสาวอีกสามร้อยคนจะตกต่ำเพียงใด


    "อย่าท้อแท้ไปน้องหญิง" องค์หญิงองค์โตกล่าวปลอบ"เรายังมีเวลาอีกหลายวันก่อนถึงนครหลวง"


    แต่ในความมืดมิดของค่ำคืนนั้นแต่ละองค์ต่างรู้ดีว่าโอกาสของพวกนางริบหรี่ดั่งแสงหิ่งห้อยยามค่ำ..


    แต่จิ้นอ๋องกลับเห็นเพียงภาพฮวาเสี่ยวซีที่จางหายไปในสายน้ำเขาคุกเข่าอ้อนวอนต่อสวรรค์

    "ขอเพียงให้นางปลอดภัย...ข้าจะขอสละทุกสิ่ง..."


    ลมค่ำพัดผ่านราวกับคำตอบจากฟากฟ้า...

    บนเส้นทางกลับเมืองหลวง 


    ขบวนม้าศึกเคลื่อนผ่านทุ่งกว้างจิ้นอ๋องขมวดคิ้วขณะมองไปยังขบวนสตรีจากเป่ยหม่านที่เดินตามหลัง


    "ท่านอ๋อง"องครักษ์เว่ยกระซิบ "องค์หญิงเป่ยหม่านขอเข้าเฝ้า..." 


    "ปฏิเสธ"เขาตอบสั้นๆ โดยไม่แม้แต่จะเหลียวมอง 


    ตลอดระยะทางจากเมืองเฉิงหยางจนเกือบถึงนครหลวงองค์หญิงเป่ยหม่านทั้งสามพระองค์ต่างพยายามเข้าถวายตัวกับจิ้นอ๋องตลอดการเดินทางแต่ทุกครั้งที่เข้าใกล้ จิ้นอ๋องกลับมีแต่จะถอยห่าง


    กลางดึกคืนนั้นเมื่อทุกคนหลับใหล จิ้นอ๋องคุกเข่าต่อหน้าพระจันทร์"ขอเพียงให้นางปลอดภัย...ข้าจะยอมแลกทุกอย่าง"


    ที่มุมค่ายหนึ่งหมอหลวงเฒ่าก้มตรวจสมุนไพรอย่างเร่งรีบ"ต้องเตรียมยาให้ทันก่อนพิษลุกลาม"


    แสงตะเกียงสลัวสาดส่องลงบนใบสมุนไพรที่แผ่กระจายอยู่บนผืนผ้าใบหมอหลวงเฒ่าหนังมือหยาบกร้านก้มลงตรวจสอบอย่างเร่งรีบเสียงครืดคราดของใบไม้แห้งดังขึ้นทุกครั้งที่ท่านพลิกดูด้วยความละเมียดละไม 


    "ต้องเตรียมยาให้ทันก่อนพิษลุกลาม..."เสียงกระซิบของท่านแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความกังวล 


    นิ้วที่เคยคลุกคลีกับยามานานปีกำลังคัดสรรสมุนไพรอย่างชำนาญ- โสมแดงเพื่อบำรุงกำลัง เกสรบัวหลวงเพื่อดับพิษร้อนเห็ดหลินจือเพื่อปรับพลังลมปราณ ทุกอย่างต้องถูกต้องตามสัดส่วนมิเช่นนั้นอาจไม่เพียงแต่รักษาไม่ได้ แต่ยังเร่งให้พิษร้ายแผ่กระจายเร็วขึ้น 


    "ท่านหมอ..."เสียงกระซิบของลูกมือรุ่นหนุ่มสะกิดให้ท่านเงยหน้าขึ้น 

     

    "อย่ามารบกวนข้าในขณะนี้"หมอหลวงตวาดเสียงดัง แต่สายตายังจดจ่ออยู่กับสมุนไพร 

    "แต่ท่านแม่ทัพเริ่มมีอาการอีกแล้ว..." 


    หมอหลวงเฒ่าหยุดนิ่งชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจยาวและคว้าขวดยาสีดำที่เตรียมไว้ใกล้ตัว"นำยานี้ไปให้ท่านแม่ทัพทันที อย่าให้ขาดแม้แต่มื้อเดียว" 


    มือของท่านสั่นเล็กน้อยขณะส่งขวดยาให้ลูกมือเห็นได้ชัดว่าความเหน็ดเหนื่อยเริ่มเข้าครอบงำร่างที่อายุอานามเกินหกสิบปีนี้แล้วแต่ความรับผิดชอบที่มีต่อชีวิตแม่ทัพและองค์ชายทำให้ท่านไม่สามารถหยุดพักได้ 


    "ส่วนท่านอ๋อง..."ท่านหันกลับไปมองสมุนไพรที่ยังเตรียมไม่เสร็จ"ต้องเพิ่มปริมาณโสมขึ้นอีกสองเท่าร่างของท่านอ่อนแอกว่าที่คิด..." 


    เสียงลมพัดผ่านช่องกระโจมทำให้เปลวไฟของตะเกียงกระพริบเหมือนจะเตือนถึงเวลาที่กำลังร่อยหรอลงทุกขณะหมอหลวงเฒ่าก้มลงทำงานต่อด้วยความเร่งด่วน เงาของท่านที่สะท้อนบนผนังกระโจมดูใหญ่โตและโดดเดี่ยวในค่ำคืนอันเงียบสงัด 


    "ขอเพียงให้ทันเวลา..."เสียงกระซิบของท่านผสมผสานกับเสียงบดสมุนไพรที่ดังเป็นจังหวะ"ขอเพียงให้ทัน..."  

    คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668