
“เอาละเมื่อแนะนำสมาชิกทีมช้างแดงครบทุกคนแล้ว ผมขอแนะนำผู้นำองค์กรทั้งหมด 13 สาขา” สมาชิกทีมช้างแดงทุกคนมองไปทางมือที่จอร์ดี้ผายออกเพื่อแนะนำผู้นำองค์กร
“ท่านแรกโมฮาเหม็ด มูราจ ดาอี ผู้นำองค์กรสาขาอิหร่าน” ชายวัยกลางคนโพกหัวด้วยผ้าสีขาว ไว้หนวดไว้เครายาวถึงบริเวณคอ รูปกายอ้วนใหญ่
“มาร์ค กาเซีย ผู้นำองค์กรสาขาอาร์เจนตินา” ผู้นำหนุ่มผิวกายสีขาว ตัวสูงชะลูด ใส่ชุดสูท เขาเป็ผู้นำองค์กรเมื่อไม่กี่เดือนมานี้
“อมิเลีย เจสซีก้า ผู้นำองค์กรสาขาเยอรมนี” สาวไว้ผมยาวสีทองเป็สง่า มัดรวบผมต่ำครึ่งหัวไว้ด้านหลัง ปล่อยอีกครึ่งล่างด้านหลังแผ่สยายคลอเคลียที่ไหล่และแผ่นหลัง
“ซานโต้ วานาตาเบะ ผู้นำองค์กรสาขาสเปน” ชายชาวญี่ปุ่นวัยใกล้เกษียณ ใส่แว่นหนาเนื่องจากสายตายาว สวมใส่ชุดสูทสีดำเข้ม
“สมพงศ์ ณ อยุธยา ผู้นำองค์กรสาขาอิตาลี” ชายร่างท้วมหัวเถิก เป็ชายที่มีบุคลิกที่ดี ดูอบอุ่น ซึ่งต่างกับรสนิยมส่วนตัวของเขามาก เพราะสมพงศ์เป็โอตาคุตัวยง
“ลูเซียโน ทิมมี่ ผู้นำองค์กรสาขารัสเซีย” สาวรูปร่างท้วม สวมแว่นสีชมพู ใส่ชุดสีชมพู เธอชื่นชอบสีชมพูมาก ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตล้วนมีสีชมพูเกือบทั้งหมด
“จู่เยิ่น หวังผวน ผู้นำองค์กรสาขาจีน” ชายวัยกลางคน ผู้สุขุมนุ่มลึก เป็อีกบุคคลที่มีอิทธิพลในประเทศจีนมาก เพราะหวังผวนเป็ลูกชายของหนึ่งในนายพลของกองทัพจีน
“อิกาโล่ บาเย ไบยี่ ผู้นำองค์กรสาขาไนจีเรีย” ชายหัวโล้นผิวสี ใบหน้ามีแต่ริ้วรอยแผล แสดงถึงการมีประสบการณ์ในการทำงานมาก รูปร่างสูงใหญ่ราว 196 เิเ เป็ผู้นำองค์กรที่มีความสูงมากที่สุดในขณะนี้
“เอ็ดเวิร์ด จอน ทรัมป์ ผู้นำองค์กรสาขาคิวบา” ชายผิวขาวราวไข่มุก ผมสีทอง ใบหน้ากลม รูปกายท้วมสมบูรณ์ แววตาของเขาเศร้าโศก เพราะเขากับสตราสนิทสนมกันมาก วันนี้เขาแต่งกายด้วยชุดสีขาว มองแล้วสะอาดตา
“สมชาย แซ่เฮ้ง ผู้นำองค์กรสาขาอียิปต์” ชายชาวไทย วัยเจ็ดสิบสามปี ถือเป็ผู้นำองค์กรที่อายุมากที่สุดและดำรงตำแหน่งยาวนานมากที่สุดกว่ายี่สิบสองปี
“ซามู ลือดี ผู้นำองค์กรสาขาอินเดีย” ผู้นำหนุ่มผิวกายเป็สีแทนสุขภาพดีดั่งกับแสงแรกยามรุ่งอรุณ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นมากเหลือเกิน
“และอาชูร่าผู้นำองค์กรสาขาแอลจีเรียเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ที่สาขานั้น ส่วนเมสันผู้นำองค์กรสาขาไทยหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่”
.
.
.
.
หลังจากจบการประชุม จอร์ดี้กับทีมช้างแดง เดินทางไปสถานีตำรวจตามที่ได้นัดหมายกับสารวัตรไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงสถานีตำรวจ จอร์ดี้ให้ทีมช้างแดงรออยู่ชั้นหนึ่งส่วนตัวเองรีบเดินขึ้นบันไดไปหาสารวัตรในห้องทำงานที่ชั้น 2 โดยทันที “ก๊อก ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้สารวัตรที่กำลังมีสมาธิกับการเขียนรายงานอยู่ก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกล่าว “เชิญครับ” (การพูดคุยในสถานีตำรวจเป็ภาษาอังกฤษทั้งหมด)
“สวัสดีครับท่านสารวัตร คนร้ายยอมพูดหรือยังครับ”
“วันนี้คดีเยอะมากผมขอตรวจดูก่อนนะครับ” สารวัตรเลื่อนลิ้นชักโต๊ะทำงาน เขาหยิบแฟ้มคดีที่มีความหนาประมาณครึ่งไม้บรรทัดออกมาเปิดดู “คนร้ายไม่พูดอะไรออกมาเลย ถามอะไรไปก็ไม่ตอบ นั่งเหม่อลอยตลอดเวลา”
“แล้วรู้หรือยังครับว่าคนร้ายเป็ใคร”
“ชาร์ลส์ อาร์เธอร์ เขาเป็พลเรือเอกของกองทัพอังกฤษ หายตัวไปจากบ้านพักที่ลอนดอนเมื่อ 8 เดือนก่อน ส่วนคนร้ายอีกคนที่เสียชีวิตเมื่อวานนี้ ชื่อว่า จอร์จ รูเบน เขาเป็พลอากาศเอกของกองทัพอิสราเอล หายตัวไปขณะปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนเมื่อ 6 เดือนก่อน ทั้งคู่ถือเป็บุคคลหายสาบสูญ ตอนนี้ผมได้ดำเนินการติดต่อสถานทูตเพื่อเรียกให้ญาติพี่น้องและครอบครัวของคนร้ายมาเผื่อว่าคนร้ายจะยอมใจอ่อนและสารภาพ”
“ผมขอไปดูคนร้ายได้ไหมครับสารวัตร”
“ได้สิ” หลังจากจบการสนทนาสารวัตรกับจอร์ดี้ออกจากห้องทำงานและเดินลงบันไดมาชั้นล่างสุดพร้อมกับสารวัตร
เมื่อก้าวเท้าลงบันไดขั้นบนสุด จอร์ดี้พูดว่า “สารวัตรครับ ผมขออนุญาตพาเพื่อนผู้าเ็ไปดูหน้าคนร้ายด้วยนะครับ”
“อย่าวุ่นวายและที่สำคัญห้ามทำร้ายร่างกายเด็ดขาด”
“ไม่ต้องห่วงครับสารวัตร”
.
.
.
.
ณ ห้องสอบสวน
สารวัตร จอร์ดี้ ทีมช้างแดงทั้งสิบสามคน และเ้าหน้าที่ตำรวจอีกสามนาย ทุกคนอยู่ในห้องที่ด้านข้างติดกระจกสามารถมองเห็นและได้ยินเสียงจากห้องสอบสวนได้ชัดเจน โดยคนร้ายที่อยู่อีกห้องนึงซึ่งไม่สามารถมองเห็นผ่านกระจกและไม่ได้ยินเสียงจากอีกห้องนึงได้ คนร้ายนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่มีพนักพิงเป็เบาะสีเขียวแก่มองแล้วชวนให้เอามือไปััเบาะอันเนียนนุ่ม มือทั้ง 2 ข้างของคนร้ายใส่กุญแจมือวางอยู่บนโต๊ะสแตนเลสสีเงิน คนร้ายมองตรงไปทางกำแพง โดยสีหน้านิ่งเฉย เหมือนไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเองพึ่งกระทำลงไป
“เขานั่งอย่างนี้ตลอดเวลาเลยหรือป่าวค่ะ มีลุกขึ้นยืน เดิน หรือขอเข้าห้องนํ้าบ้างไหมค่ะ” อุจิวะ คุโรเนโกะเอ่ยถามสารวัตรที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ไม่มีเลย นั่งอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา ตอนเอาอาหารหรือนํ้าไปให้ก็ไม่กิน นั่งเหม่อลอยอยู่อย่างนั้น”
“ท่านจอร์ดี้ค่ะ ขอคุยด้วยหน่อย” คุโรเนโกะเอ๋ยขึ้น ก่อนที่คุโรเนโกะจะเดินออกจากห้องไป โดยจอร์ดี้เดินตามหลังมาติดๆ คุโรเนโกะเดินไปหยุดที่สุดทางเดิน เพื่อหาที่เงียบๆคุยกับจอร์ดี้ และไม่อยากให้เ้าหน้าที่ตำรวจได้ยินเื่ที่จะคุยกัน
“มีอะไรเหรอคุโรเนโกะจัง”
“พูดภาษาไทยดีกว่านะค่ะ เ้าหน้าที่ตำรวจแปลไม่ออกแน่นอน”
“เข้าใจละ”
“ฉันว่ามีบางอย่างผิดปกตินะค่ะ”
“หมายถึงอะไร ผมไม่เข้าใจ”
“ก็ปกติการที่ฝั่งพระเอกจับคนร้ายได้ คนร้ายมักจะพูดกวนประสาท หรือบอกถึงแผนการที่พวกเขาภาคภูมิใจให้ฝั่งพระเอกฟังแล้วพูดปิดท้ายเท่ๆว่า แกช่วยใครไม่ได้เหรอ แต่คนร้ายคนนี้ไม่พูดอะไรเลย มันผิดวิสัยของตัวร้ายเอามากๆ ถ้ามองในอีกแง่มุมนึงคนแต่งนิยายอยากสร้างคาแรคเตอร์แปลกใหม่ ไม่ซํ้าใคร ให้ผู้อ่านจดจำ หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คงเป็ การฉีกแนวตัวร้ายเลยก็ว่าได้”
“นี้เธอ.....นี้เธอ คิดว่าผมว่างมากใช่ไหม”
“ฉันล้อเล่นค่ะ เห็นท่านจอร์ดี้เครียดๆอยากให้ผ่อนคลายบ้างค่ะ”
“เห้ออออ....อย่าหาว่าผมสอนเลยนะ ผมไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ การเล่นมุขตลกควรมีมารยาท รู้กาลเทศะ เวลาไหนควรเล่นเวลาไหนไม่ควรเล่น และที่สำคัญต้องมีสัมมาคาราโอเกะ”
“เอ่ย...เอะ...เอ๊ะ”
“ที่คุณเรียกผมออกมาคงมีเหตุผล ไม่ได้จะเล่นมุกอย่างเดียวใช่ไหม”
“ค่ะ ฉันเคยเห็นอาการคล้ายลักษณะนี้มาก่อนตอนยังเป็หมอประจำสาขาที่คิวบา คนร้ายเหมือนไม่รู้สึกตัว คนร้ายอาจตกอยู่ในโลกเสมือนจริงที่ถูกสร้างขึ้น”
“มนุษย์ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ”
“ทำได้ค่ะ แต่ต้องมีพลังจิตที่แข็งแกร่งและมีความเชี่ยวชาญในการควบคุมพลัง”
“คนที่มีพลังจิตในองค์กรเราตอนนี้เสียชีวิตไปทั้งหมดแล้ว คนนอกองค์กรเท่าที่มีรายชื่อก็มีแต่ ฮูเซน โอบา ที่มีพลังจิตแต่เขาออกจากองค์กรเราไปนานกว่า 12 ปีแล้ว ครั้งล่าสุดที่ได้ติดต่อกันก็เมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ตอนนั้นโอบาบอกว่าอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่นั้นก็หลายปีแล้ว ตอนนี้ไม่รู้ว่าโอบาอาศัยอยู่ที่ไหน ถ้าเป็คนนอกองค์กรที่มีพลังจิตมีความเป็ไปได้น้อยมากๆที่จะควบคุมพลังตัวเองได้อย่างถูกต้อง”
“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ”
“คุยอะไรกันครับทั้งสองคน” ซากุไร ยามิ รองหัวหน้าทีมช้างแดงเปิดประตูออกมาจากห้องสอบสวน เดินมาหาทั้ง 2 คนที่กำลังยืนคุยกันอยู่ และทักทายด้วยคำพูดภาษาอังกฤษ
“คุโรเนโกะจังได้เบาะแสเพิ่มนะ เดี๋ยวรายละเอียดผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง”
ตูม!!! เสียงดังคล้ายะเิพร้อมความสั้นไหวของตัวอาคาร ทันใดนั้นเสียงระบบป้องกันสถานีตำรวจก็เตือนขึ้น หนุ่มใหญ่ ชายวัยใกล้เกษียณและหญิงสาวหันหน้ามองตากัน ในขณะนี้เ้าหน้าที่ตำรวจเดินสวนกันไปมาอย่างสับสน ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ทว่าในเวลาต่อมาเ้าหน้าที่ตำรวจมาลุมล้อมห้องสอบสวน ที่ทีมช้างแดงอยู่ในนั้น จอร์ดี้ คุโรเนโกะและยามิรีบวิ่งไปดูห้องสอบสวนโดยทันที
“เกิดอะไรขึ้นครับสารวัตร” เ้าหน้าที่ตำรวจเอ่ยถามด้วยนํ้าเสียงอันเป็กังวล
“ะเิ จู่ๆหัวของคนร้ายก็ะเิ”
“สารวัตรเป็อะไรไหมครับ” “มีใครได้รับาเ็ไหมครับ” “มีใครเป็อะไรไหมครับ” เสียงเ้าหน้าที่ตำรวจที่มุงดูเอ๋ยถามผู้ที่อยู่ในห้องสอบสวนด้วยความเป็ห่วง “ให้เรียกรถพยาบาลไหมครับสารวัตร”
“ดีเหมือนกัน”
“ตอนแรกผมนึกว่าเราจะได้สารวัตรคนใหม่แล้วซะอีกฮาๆฮาๆ” เ้าหน้าที่ตำรวจนายนี้พูดก่อนที่เ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ยินจะหัวเราะตาม
สภาพห้องสอบสวนเละเทะ กำแพงเป็รู ผนังตกลงมาบางส่วน สภาพคนร้ายเหลือเพียงกระดูกชิ้นเล็กๆ ร่างส่วนใหญ่สลายไปพร้อมกับแรงะเิ สภาพห้องสอบสวนเต็มไปด้วยเืของคนร้ายกระจายเต็มไปหมด เป็ภาพที่สยองมาก
“ก่อนะเิเกิดอะไรขึ้นบ้างค่ะ” คุโรเนโกะพูดขึ้น
“ไม่มีอะไรผิดปกติเลย จู่ๆหัวของคนร้ายก็ะเิเอง ไม่มีใครเข้าใกล้ หรือพูดคุยกับคนร้ายเลย”
แย่ละสิ คนร้ายเสียชีวิตไปพร้อมกับเบาะแสที่จะหาตัวผู้บงการ แล้วเราจะทำยังไงต่อไปละเนี่ย แถมความสามารถพิเศษของเราต้องมีการััร่างกายกับมนุษย์เท่านั้นถึงสามารถอ่านความคิด ความรู้สึก ดูความทรงจำ แต่ตอนนี้กับใช้งานไม่ได้ การที่จะหาคนทรยศก็ล่าช้าไปอีก ไม่รู้ว่าใครในองค์กรของเราจะเป็ศพรายต่อไป เราต้องหยุดยั้งการลอบทำร้ายในครั้งต่อไปให้ได้ “คุโรเนโกะ คุโรเนโกะ”
“เอะ....ค่ะคุณยามิ”
“เหม่ออะไรอยู่ ตอนนี้สารวัตรให้ทุกคนที่ไม่ใช่เ้าหน้าที่ตำรวจออกจากโรงพักแล้ว รีบไปกันได้แล้ว”
“ค่ะ”
.
.
.
.

ณ ประเทศไทย
ฝ้ายที่กำลังนั่งรออาจารย์อยู่ในห้องเรียนก็รู้สึกง่วนนอนขึ้นมา จนเผลออ้าวปากหาว “เทอมหน้าถ้าเลือกเวลาลงทะเบียนเรียน่บ่ายได้คงจะดี เรียน่เช้าแล้วง่วงมาก”
“แต่อากาศตอนเช้าก็สดชื่นเหมือนกันนะ” ฟ้าใสตอบ
“มันก็ใช่ละ”
“ลองปรับเวลานอนดูดิ นอนให้เร็วขึ้นตอนเช้าจะได้ไม่ง่วง”
“อยากนอนเร็วอยู่เหมือนกันแต่ติดที่ซีรี่ย์มันสนุกจนหยุดดูไม่ได้เลย”
“โถ่…เอ๊ะ แยมกับข้าวปั้นมาแล้ว”
“อืม”
.
.
.
.
สิบห้านาทีผ่านไป อาจารย์ยังไม่มาอีกหรือวันนี้อาจารย์ติดประชุมกันนะ แต่ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้ไปนั่งเล่นชิวๆที่ห้องสมุด ที่นั้นแอร์เย็นมาก มีที่ชาร์จแบตมือถือ ที่สำคัญยืมปลั๊ก 3 ตาได้ ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยนี้บริการดีสุดๆอย่างคราวที่แล้วชวนฝ้าย แยมและข้าวปั้นมาด้วย นั่งเล่นั้แ่บ่ายโมงถึงสี่โมงครึ่ง (13:00-16:30 น.) ชาร์จแบตมือถือและแท็บเล็ตจนแบทเต็มทำให้ประหยัดไฟที่บ้านไปอีก 5555 รู้สึกเห็นแก่ตัวยังไงไม่รู้
“ทุกคนค่ะ เมื่อกี้อาจารย์ส่งข้อความผ่านทาง We chat มาบอกแนนว่า วันนี้ย้ายอาคารเรียนไปเรียนที่ศูนย์เรียนรวมสามค่ะ ห้องสองศูนย์สาม รีบไปกันเลยนะอาจารย์รอนานแล้ว” แนนเฮดเจอร์การตลาดภาคปกติกล่าวเสียงดังฟังชัด และเก็บหนังสือใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องเรียนไป
“แนนพูดผิดหรือป่าวศูนย์เรียนรวม 3 กำลังก่อสร้างอยู่นิน่า” ฟ้าใสพูดขึ้น
“แกจำผิดแล้วอาคารที่กำลังก่อสร้างอยู่เป็ศูนย์เรียนรวม 4” แยมเอ่ย
“ดีนะที่ฟ้าใสไม่ไปโต้แย้งแนน ไม่งั้นหน้าแตกแน่ๆ” ฝ้ายพูดพร้อมอมยิ้ม
“เอานะ รีบไปกันเถอะ” ฟ้าใสพูดก่อนที่ทั้งสี่คนจะเดินออกจากห้องไป
ในขณะที่สหายทั้งสี่กำลังเดินลงบันได “พวกแกเคยไปอุทยานแมลงกันหรือยัง” ฝ้ายว่า
“ไม่เคย อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเหรอ” ฟ้าใสถาม
“อยู่ในมหาวิทยาลัยเรานี้ละ”
“เห้ยยย จริงดิ ว่างๆไปกันไหม”
“ไปๆ ยังไม่เคยเข้าไปเลย”
“อ้าวนึกว่าแกเคยไปแล้ว”
“วันที่มามอบตัว ฉันหาสถานที่มอบตัวไม่เจอเลยขับรถวนไปเรื่อยๆแล้วบังเอิญขับรถผ่านอุทยานแมลง”
“แยมกับข้าวปั้นมาด้วยกันป่าว” ฟ้าใสชวนเพื่อนทั้งสอง
“วันไหนอะ” แยมกล่าว
“เสาร์นี้เป็ยังไง”
“เสาร์อาทิตย์กลับบ้าน” แยมกล่าว
“กลับบ้านเหมือนกัน” ข้าวปั้นบอก
“โถ่น่าเสียดาย” ฟ้าใสพูดด้วยนํ้าเสียงที่แสดงความผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน