เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    หนึ่งกระบี่สะบั้นดารา.

    "ข้าขอถามพวกเจ้าจะยอมหักแขนตัวเองหรือตาย?"

     

    คำกล่าวที่สุดแสนจะยิ่งผยองนี้ดังกังวานไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ เหล่าอัจฉริยะที่โอบล้อมเย่หยุนซีเอาไว้ร่างกายสั่นเทาราวกับถูกสะกดข่มด้วยประกาศิตแห่งสวรรค์อันเด็ดขาด หลังจากนั้นไม่นานนัก! พวกมันก็เริ่มถูกแช่แข็งจากสภาพอากาศที่เหน็บหนาวเกินพรรณนา

     

    "บัดซบ! เจ้ากล้ารึ!!"

     

    เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี จูฮั่วเฉินจึงรีบบินเข้าไปขวาง จิตอสูรวิหคเพลิงอมตะสยายปีกอย่างงดงามพร้อมทั้งปลดปล่อยเปลวเพลิงสีชาดพยายามต่อต้านปราณน้ำแข็งสุดขั่วของอีกฝ่าย

     

    "เหอะ! เจ้าคิดว่าตนเองวิเศษมาจากไหน!!"

     

    เย่หยุนซีคำรามด้วยน้ำเสียงดุร้าย ดวงตาทอประกายจิตสังหาร ทักษะย้ำอัสนีถูกเรียกใช้งาน ร่างกายของเขาพลันกลายเป็นเส้นแสงสายฟ้าพุ่งตรงเข้าซัดหน้าเหล่าอัจฉริยะจนปลิวกระเด็นทะลุกำแพงห้องโถงอย่างน่าอนาถ แม้แต่จูฮั่วเฉินที่เป็นผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิขั้น 9 ก็ยังต้องถอยร่นไปไกลเพราะแรงปะทะอันน่าสะพรึงนี้

     

    "ปั้งๆๆๆ"

     

    "เฮ้ยๆ เอาจริงดิ นี่มันทรงพลังยิ่งกว่า แม่นางซีซวนที่ครองครองจิตอสูรระดับสวรรค์เหมือนกันอีกไม่ใช่หรือไง"

     

    ฟ่านอวี่แห่งนิกายมังกรฟ้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตระหนกตกใจกับสถานการณ์เบื้องหน้า หอการค้าจันทราปรากฏอัจฉริยะฟ้าประทานระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

     

    "หึ! ไม่ว่ามันจะวิเศษมาจากไหน แต่การทำร้ายเหล่าอัจฉริยะมากมายจนบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ!!" ซูหยางที่นั่งอยู่ข้างๆเค้นเสียงเย็นชา

     

    เย่หยุนซีที่ยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศเหนือสนามประลองหัวเราะร่า ก่อนจะเหลือบสายตาเย้ยหยันหันมองไปยังร่างซูหยาง "หากเจ้ามีปัญหากับการกระทำของข้าก็อย่าพูดให้มากความ ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ารุ่นเยาว์อัจฉริยะแห่งวิหารเทพยุทธ์จะมีน้ำยาสักแค่ไหน"

     

    "บูม!!"

     

    เมื่อสดับวาจาดูถูกเหยียดหยามของอีกฝ่าย ซูหยางก็ได้ระเบิดพลังออกมาอย่างเกรี้ยวกราด "ดี ดีมาก! ในเมื่อเจ้าอวดดีนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้เจ้าตายไปพร้อมกับความอวดดีนั้น"

     

    "เหอะ เข้ามา!!"

     

    เย่หยุนซีกวักมือเรียกพลางแสยะยิ้มเย้ยหยัน แต่ทว่าทันใดนั้น! ร่างของจูฮั่วเฉินก็พลันพุ่งทะยานเข้าจู่โจมเขาราวกับคนบ้า นัยน์ตาเต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะและจิตสังหาร

     

    "กล้าดียังไงมาเมินข้า! ไอ้สวะชั้นต่ำ!" มันคำรามอย่างคุ้มคลั่ง จิตอสูรวิหคเพลิงอมตะสยายปีกอีกครั้ง จากนั้นกลายเป็นชุดเกาะสีแดงฉาน 5 ชิ้นปกคลุมร่างกายเอาไว้

     

    "ปั้ง"

     

    "เหอะ ลงไปนอนหมอบก็ดีอยู่แล้ว เจ้าจะรนหาที่ตายไปใย"

     

    ปัดป้องการโจมตีอย่างง่ายดาย เย่หยุนซีหมุนตัวเตะเข้าไปที่ก้านคอของอีกฝ่ายจนปลิวเด็นทะลุกำแพงโถงใหญ่เหมือนกับอัจฉริยะคนอื่นๆที่โดนไปก่อนหน้า พร้อมทั้งสะบัดมือหนึ่งครา สรรสร้างโซ่น้ำแข็งหลายเส้นพุ่งเข้าหาซูหยางที่บัดนี้กำลังเคลื่อนกายเข้าใกล้

     

    "คิดว่าโซ่ง่อยๆนี่จะพันธการข้าได้? หึ! ช่างเพ้อฝัน"

     

    "หนึ่งดาบพิฆาตมาร"

     

    ซูหยางหยุดชะงักฝีเท้ายืนตระหง่าน ชูดาบสีทองอร่ามขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะลงมือฟาดฟันไปด้านหน้าปลดปล่อยคลื่นการโจมตีสีทองหมายทำลายล้างโซ่น้ำแข็งและชายหนุ่มผู้ยิ่งผยองให้สิ้นซากไปพร้อมๆกัน

     

    "เหอะ ช่างน่าผิดหวัง"

     

    สัมผัสได้ถึงกระแสพลังสีทองที่พุ่งมาทางตน เย่หยุนซีมิได้มีท่าทีร้อนรนเลยสักนิด เขาเพียงดึงกระบี่เล่มหนึ่งออกจากแหวนมิติและฟาดฟันคลื่นพระจันทร์เสี้ยวสีขาวเข้าหักล้างการโจมตีของอีกฝ่ายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น

     

    "เปรี้ยง!"

     

    "มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!!" ซูหยางเริ่มเกิดความรู้สึกหวาดหวั่น มิอาจวางมาดสูงส่งได้อีกต่อไป ทักษะหนึ่งดาบพิฆาตมารของมันมีพลังอำนาจเพียงพอที่จะกำราบระดับมหาจักรพรรดิขั้นต้นได้ แต่ทว่าในเวลานี้กลับถูกทำลายโดยการเหวี่ยงกระบี่ส่งๆของชายหนุ่มเบื้องหน้า

     

    "อืม หมดเวลาสนุกแล้ว"

     

    "หนึ่งกระบี่สะบั้นดารา"

     

    เย่หยุนซีบีบอัดลมปราณธาตุหยิน 8 ส่วนของตนเองเข้าไปในตัวกระบี่ระดับฟ้า จากนั้นฟาดฟันออกมาจนเกิดเป็นคลื่นกระบี่พระจันทร์เสี้ยวทมิฬขนาดใหญ่ แผ่กลิ่นอายแหลมคมราวกับว่าจะตัดผ่าได้ทุกสรรพสิ่ง

     

    "แย่แล้ว มันเร็วเกินไป!!" ซูหยางถึงกับหน้าซีดตัวสั่น

     

    "คุ้มกันนายน้อยๆ!!" มหาจักรพรรดิ 2 ท่าน รีบใช้ทักษะจิตอสูรผสานร่างและพุ่งเข้าไปขวางการโจมตีโดยไม่รอช้า

     

    ในเวลาต่อมา! เสียงระเบิดก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับร่าง 3 ร่างที่ปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทางดูน่าอนาถยิ่ง เหลือเพียงแค่เย่หยุนซีที่ยังคงลอยนิ่งอยู่เหนือสนาม

     

    เหล่าอัจฉริยะที่นั่งชมสถานการณ์ถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ

     

    รุ่นเยาว์ระดับจักรพรรดิขั้นกลางและขั้นปลายนับสิบพ่ายแพ้ให้กับชายหนุ่มเพียงผู้เดียว นี่มันช่างน่าเหลือเชื่อจนเกินไป

     

    "มีใครอยากจะประลองกับข้าอีกหรือไม่" เมื่อจัดการศัตรูจนหมด เย่หยุนซีตะโกนถามเสียงดัง........แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับกลายเป็นความเงียบงัน ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับมา

     

    "ในเมื่อไม่มีใครอยากสู้กับข้าแล้ว เช่นนั้นก็พอแต่เพียงเท่านี้" บุรุษหนุ่มหันไปพยักหน้าให้ตงฟางเซียนเอ่อร์ในทันที ก่อนที่ทั้งสองจะพากันบินออกจากห้องโถงท่ามกลางสายตายำเกรงของเหล่าอัจฉริยะ

     

    ส่วนทางด้านรุ่นเยาว์ที่โดนเย่หยุนซีซัด พวกมันล้วนแต่อยู่ในสภาพไม่สู้ดี โดยเฉพาะซูหยางกับจูฮั่วเฉิน ที่หนึ่งคนนอนพงาบๆเพราะแรงระเบิด ส่วนอีกคนสลบคาเท้า เรียกได้ว่างานเทศกาลชุมนุมผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์คราวนี้ ถือเป็นเทศกาลที่อัปยศและเลวร้ายที่สุดของพวกมัน