เมื่อทรรศกรมาถึงบ้าน เขารีบเล่าเื่ราวต่างๆ ให้ภรรยาฟังทันที
“ทำไมคุณถึงยอมช่วยท่านประธานล่ะ ในเมื่อเขานอกใจและไปหมั้นกับคุณหลินผิงไปแล้วด้วย” ปั้นหยาเจ็บใจแทนหมอพัศน์
“ผมยอมรับนะว่าผมเข้าข้างผู้ชายด้วยกัน และผมก็เชื่อว่าคุณหลินผิงเป็คนจัดฉากและเป็คนส่งข้อความลึกลับไปบอกหมอพัศน์ให้มาโรงแรม ทำให้หมอพัศน์ได้เห็นเหตุการณ์ทันเวลาพอดี ซึ่งมันเป็ไปไม่ได้หรอกที่มันจะประจวบเหมาะขนาดนั้นน่ะ” ทรรศกรกล่าว
“แล้วทำไมท่านประธานต้องถึงขั้นไม่ทำงานทำการ แล้วออกมาคุ้มครองหมอพัศน์แบบนี้ล่ะ” ปั้นหยาสงสัย
“ท่านประธานเล่าว่า คุณหลินผิงเล่นตามตื๊อเขาแทบทุกวันจนไม่เป็อันทำงานทำการ ไม่เพียงเท่านั้นยังก่อกวนคนอื่นในบริษัทอีกด้วย ท่านเลยตัดสินใจหนีโดยอ้างว่าไปทำงานที่ต่างประเทศแทน แล้วมอบหมายงานทั้งหมดให้รองประธานทำ โดยทั้งคู่คอยติดต่อคุยงานกันอยู่เรื่อยๆ และที่ท่านประธานตัดสินใจมาเป็บอดี้การ์ดให้หมอพัศน์ ก็เพราะว่ามีข่าวจากพรรคัแดงแจ้งว่าคุณหลินผิงจะไปก่อกวนถามที่อยู่ท่านประธานกับหมอพัศน์ ดีไม่ดีอาจถึงขั้นทำร้ายร่างกายก็เป็ได้” ทรรศกรเล่าความเป็มา
“ไม่คิดว่าลูกสาวมาเฟียจะน่ากลัวขนาดนี้นะคะ” ปั้นหยากล่าว
******************************************************
วันนี้หมอพัศน์ไม่มีเวร เลยกลับบ้านแต่วัน เธอนั่งคุยกับยายสักครู่ ยายก็ไปนอนก่อน หมอพัศน์เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เธอเลยเผลอนอนหลับอยู่หน้าทีวี
ธนพัฒน์รู้ดีว่าหมอพัศน์เป็คนขี้เซา หากหลับแบบนี้ คาดว่าจะนอนที่โซฟาถึงเช้า ดังนั้นเขาเลยอุ้มหมอพัศน์ไปนอนที่ห้องของเธอดีๆ เขาวางเธอบนเตียงอย่างนุ่มนวล พร้อมกับแอบจูบหน้าผากเบาๆ แล้วก็ออกไปจากห้องทันที เพราะกลัวตัวเองห้ามใจไว้ไม่อยู่
พอเช้าวันรุ่งขึ้น หมอพัศน์รู้สึกตัวตื่น ก็แปลกใจว่าทำไมตัวเธอถึงอยู่ในห้องตัวเอง เพราะเธอจำได้ว่าเธอน่าจะหลับอยู่หน้าทีวี
แต่พอเดินลงมาก็พบเพียงแต่ยายคนเดียวนั่งรอทานข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“นายพัฒน์พงศ์ไปไหนแล้วคะ” หมอพัศน์รีบถาม
“อ้อ เห็นออกไปวิ่งั้แ่เช้าแล้ว เห็นว่าต้องออกกำลังกายทุกวันน่ะ นั่นไงมาพอดีเลย” ยายกล่าว
“ผมขอโทษครับ ผมวิ่งไกลไปหน่อยเลยทำให้มาถึงที่นี่ช้า” พัฒน์พงศ์กล่าว
“พอดีเลยต่างหาก มาทานข้าวกันเถอะ” ยายชวนทานข้าว
พัฒน์พงศ์เลยรีบไปอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าว
หมอพัศน์รู้สึกคันปากมากอยากถามเื่เมื่อคืน แต่เธอคิดว่ามันไม่น่าจะเป็ไปได้ที่บอดี้การ์ดอย่างเขาจะกล้าอุ้มเธอไปนอนที่ห้อง เธอเลยยอมปล่อยผ่านเื่นี้ไป
บอดี้การ์ดขับรถพาหมอพัศน์ไปทำงาน เมื่อมาถึงโรงพยาบาล อยู่ดีๆ นายพัฒน์พงศ์ก็รีบผลักหมอพัศน์หลบะุปืน โดยเอาตัวเข้ากันะุให้
“ที่แท้ก็มีบอดี้การ์ดประจำตัว ช่างดวงแข็งจริงๆ นะ” หลินผิงกล่าว
“นี่มันผิดกฎหมายนะ ทำไมถึงกล้าทำแบบนี้” หมอพัศน์รีบลุกขึ้นมาพร้อมกับต่อว่า
“ฉันแค่อยากทักทายเล่นเท่านั้น พี่ธนพัฒน์อยู่ที่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้” หลินผิงกล่าว
“พวกเราตัดขาดกันแล้ว และไม่มีวันติดต่อกันอีก เธอถามผิดคนแล้วล่ะ” หมอพัศน์กล่าว
“แน่ใจหรอ ยังไงฉันก็เป็เมียเขาแล้ว หวังว่าเธอจะไม่คิดแย่งสามีชาวบ้านหรอกนะคุณหมอ” หลินผิงแสดงความเป็เ้าของ
“ฉันไม่เคยคิดอยากแย่งสามีใคร และเธอก็ไม่ควรอวดเบ่งบารมีแบบนี้ด้วย ระวังจะได้ไปอยู่ในคุก แทนที่จะได้ไปอยู่กับสามีตัวเองล่ะ หลินผิง” หมอพัศน์กล่าว
“ช่างปากกล้าเสียจริงนะ หมอพัศน์ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ พวกเรากลับ” หลินผิงสั่ง
“คุณไม่เป็อะไรใช่มั้ยครับ” พัฒน์พงศ์เป็ห่วง
“พาฉันไปแจ้งตำรวจ ฉันคงยอมอยู่เฉยไม่ได้แล้ว” หมอพัศน์กล่าว
นายพัฒน์พงศ์เลยจำต้องพาหมอพัศน์ไปแจ้งตำรวจ โดยหากถ้าเธอและทุกคนในครอบครัวมีอันเป็ไปหรือได้รับาเ็ ก็ให้ตำรวจเพ่งเล็งคนของพรรคัแดงไว้ก่อน ซึ่งข่าวนี้รู้ไปถึงหูของหลินผิงและหัวหน้ามาเฟีย ดังนั้นหัวหน้ามาเฟียจึงสั่งห้ามลูกสาวและลูกน้องทุกคนยุ่งเกี่ยวกับหมอพัศน์ เพราะเขาไม่อยากถูกตำรวจเพ่งเล็ง มันจะทำให้เสียการใหญ่เสียเปล่าๆ
ดังนั้นต่อมาหมอพัศน์จึงไม่จ้างบอดี้การ์ดต่อ เธอไม่อยากทำตัวเด่นไปมากกว่านี้และไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บตัวแทนเธอเหมือนกับชลนาศอีก
“ยังไงก็ขอให้คุณดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะครับ” พัฒน์พงศ์กล่าว
“ขอบคุณมากนะนายพัฒน์พงศ์ที่คอยดูแลฉันมาตลอด” หมอพัศน์กล่าว
“หากคุณ้าความช่วยเหลือสามารถโทรบอกผมได้ทุกเมื่อนะครับ” พัฒน์พงศ์มอบเบอร์โทรคนละเบอร์กับของธนพัฒน์ให้เธอ
“อื้อ นายไปเถอะ” หมอพัศน์รับมาเก็บไว้อย่างดีเผื่อมีประโยชน์ในวันข้างหน้า
ธนพัฒน์จำต้องแอบไปทำงานข้างกายหัวหน้ามาเฟียแทน เพราะคิดว่าหากอยู่ใกล้ตัวหัวหน้า เขาน่าจะรู้ข่าวและป้องกันเหตุร้ายได้ทัน เขาเลยใช้ชื่อพัฒน์พงศ์เข้าไปเป็ลูกน้องที่อยู่ข้างกายท่าน
แม้ว่าธนพัฒน์จะสามารถปกป้องชีวิตคนรักไว้ได้ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องสูญเสียคนรักให้ชายอื่นอยู่ดี