The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่100 บุกดันเจี้ยน7

              เรเวลเดินมุ่งหน้าไปยังริมทะเลสาบฝั่งผู้ชาย..จนกระทั่งมาถึงจุดวางถุงนอนของเขากับรูอัน

              ‘เห้ออ…นอนดีกว่าแหะ..’

              ตัวเขาถอดเกราะเบาออกแล้ววางลงข้าง

              ความรู้สึกเบาสบายเริ่มปรากฎขึ้น

              ‘อืมมม...ยังไม่นอนดีกว่า’

              เขาเก็บชุดเกราะใส่กระเป๋าเวทย์มนต์..แล้วเดินไปเรื่อยๆตามริมชายฝั่ง..จนกระทั่งไปเจอโขดหินริมทะเลสาบจำนวนมาก

              ณ ตำแหน่งนี้มีโขดหินสูงชันกว่าที่อื่นวางเรียงรายอยู่บนพื้นทรายซึ่งใช้เป็นที่กำบังได้อย่างดี…ประกอบกับดันเจี้ยน ณ เวลานี้ค่อนข้างมืดสนิท..มีเพียงแค่อนุภาคแสงสีเขียวคล้ายแสงหิ่งห้อยลอยอยู่เต็มอากาศเท่านั้น 

              เรเวลค่อยๆนั่งลงบนโขดหิน ณ ตำแหน่งหนึ่ง

              เขานั่งลงแล้วมองผิวน้ำริมทะเลสาบยามค่ำคืนอยู่เพียงลำพัง

              ‘ตอนนี้เอลิเซ่ทำอะไรอยู่กันนะ’

              ผมนั่งคิดถึงเรื่องราวของเอลิเซ่และคฤหาสน์ร้างแห่งนั้น

              ตัวเธอสูญเสียความทรงจำงั้นหรอ?..

              “อึก..”

              ผมเอามือจับไปที่หน้าอกตัวเอง..เพราะรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย

              ภาพของเอลิเซ่ที่ร้องไห้ในวันนั้น...ทำไมกันแน่นะ….

              “ชิ..” เรเวลกัดฟันแน่น

              ช่างมันเป็นไรล่ะ…ไม่ว่าใคร..ก็ไม่จริงใจกับฉันสักคน..ในตอนแรกก็เข้าหาด้วยความใจดี..แต่พอตอนหลังก็ทอดทิ้งแบบไม่เหลียวแล...ฉันน่ะ…ฉันน่ะ…      

              “เรเวลนายยอมรับเถอะ..ว่านายตัดเอลิเซ่ไม่ขาด” 

              มีเสียงหนึ่งกระซิบข้างหูเขา

              น้ำเสียงนั้นระบุไม่ได้ว่าเป็นชายหรือหญิง

              “!"

              เรเวลสะดุ้งแล้วหันไปด้านหลัง

              ภาพที่เห็นตอนนี้มีเพียงแค่อากาศอันว่างเปล่า..กับอนุภาคแสงสีเขียวเท่านั้น

              “แกเป็นใครน่ะ!!..” เรเวลตะโกนขึ้นทันที

              สายลมอันเย็นเฉียบลอยวูบผ่าน

              “ฉันคือกระจกที่สะท้อนจิตใจของนายไงล่ะ"

              น้ำเสียงของตัวตนปริศนาเริ่มดังก้องขึ้น

              “อย่ามาพูดบ้าๆนะ…แน่จริงโผล่ออกมาซะ..”

              เรเวลมองไปยังอนุภาคแสงสีเขียวจำนวนมากที่ลอยอยู่รอบตัว

              “ถ้านายรู้สึกเศร้าใจนัก..ทำไมไม่ลองทิ้งชีวิตในที่แห่งนี้ดูล่ะ…”

              น้ำเสียงเริ่มเย็นเฉียบและชวนให้ขนลุกราวกับประสาทหลอน

              “ความตายน่ะ..น่าหลงไหลนะ”

              ไอเย็นลอยวูบผ่านตัวเรเวลไปหลายครั้ง..แต่เหงื่อกลับไหลออกมาไม่ยอมหยุด

              ‘ชิ..บ้าเอ้ย..มันอยู่ไหนกันแน่นะ…ทำไมสัมผัสพลังเวทย์ไม่ได้เลย’

              “ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่สิ..มอบชีวิตให้ฉันสิ..”

              เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆพยายามตั้งสติ

              “ทั้งนายและเพื่อนของนายน่ะ…จะไม่มีใครรอดไปได้หรอก”

              เด็กหนุ่มหลับตา..พยายามรวบรวมสมาธิและอ่านทิศทางกระแสของพลังเวทย์แบบละเอียด

              "ฉันคือกระจกสะท้อนจิตใจของนาย..เรเวล"

              เสียงชวนให้รู้สึกหลอน..ยังดังก้องอยู่ข้างหูไม่ยอมหยุด

              ตอนนั้นเองรู้สึกได้ถึงบางอย่างโอบกอดจากทางด้านหลัง

              “!”

              เรเวลลืมตาขึ้นมองไปยังแขนข้างนั้นที่โอบกอดเขาจนเลยมาด้านหน้า

             แขนสีน้ำตาล..เหี่ยวย่น…และมีรอยจุดสีดำ

             “หง่าา..หงับบบ”

              ขากรรไกรปริศนาพุ่งกัดลงไปตรงหัว

              เด็กหนุ่มใช้ศอกกระทุ้งไปด้านหลังแล้วก้มหลบได้แบบฉิวเฉียด

              “โฮกกกก……”

              มีบางสิ่งบางอย่างที่กอดเขาจากด้านหลัง…พยายามกินศีรษะของเขา

              ‘มานาโซน-ไฟเยอร์แอเรียล’

              เปลวไฟลุกไหม้ท่วมตัวเรเวล

              เขากระชากแขนที่กอดเขาออกแล้วหมุนตัวเตะอย่างแรง

              “ฮั่ก..”

              ศัตรูปริศนาถูกเตะเข้าที่คอ

              เรเวลรีบกระโดดถอยห่าง

              ‘อาร์ติเฟกซ์-หอกศักดิ์สิทธิ์โฮลี่เจวาลิน’

              ‘เวทย์ไฟ…’

              ตอนที่กำลังจะร่ายสกิล..ศัตรูได้หายตัวไป

              ผ่านไปสักพัก…ลอยกัดพุ่งลงบนหินจนแตกกระจาย

              เรเวลกระโดดหลบได้แบบฉิวเฉียด

              “แกพรางตัวเก่งดีนักใช่ไหม..ถ้างั้นเจอนี่หน่อย”

              ‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’

              คมดาบครีบฉลามสีแดงพุ่งไปยังอากาศว่างๆที่หนึ่ง

              ‘ฉับ..’

              ของเหลวสีเขียวกระฉูดออกมา

              “ฮีๆๆๆๆ…….ฮากกกก….”

              มีเสียงร้องคร่ำครวญจากอากาศอันว่างเปล่า..หลังจากนั้นร่างกายของศัตรูค่อยๆปรากฎขึ้น

              “ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ๆๆๆๆ…”

              ร่างกายสูง 1.5 เมตร

              หัวใหญ่มนคล้ายแท่งบางอย่าง

             เขี้ยวแหลมคมและน้ำลายไหลออกจากปาก

              มือ2ข้างยาวจนผิดปกติ..ขาสั้น..ลำตัวยาว

              สิ่งมีชีวิตนี้ยืน2ขาคล้ายมนุษย์

              “ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ๆๆๆๆๆ…”   

              “โผล่หัวออกมาจนได้นะ..”

              เรเวลพุ่งเข้าไปหวังใช้หอกแทง

              สิ่งมีชีวิตนั้นหายตัวไปแบบลึกลับ..ทำให้การโจมตีปกติของเขาพลาด

              “หงับบบบบ..”

              คมเคี้ยวพุ่งกัดลงมา

              เรเวลกลิ้งตัวหลบได้ทัน..ทำให้รอดพ้นอันตราย

              สิ่งมีชีวิตนี้สามารถอำพรางพลังเวทย์ตัวเองได้..แต่จะปรากฎพลังเวทย์ออกมาเฉพาะตอนที่มันเลิกอำพรางตัว และในจังหวะนั้นต้องหลบการโจมตีของมันแบบเร่งด่วนที่สุด

              ‘เวทย์ไฟ-ไลน์นิ่งไดร์ฟ’

              ศัตรูรีบพรางตัวอีกครั้ง

              ‘คัตเตอร์สเปียร์’

              คมดาบครีบฉลามติดตามเป้าหมายอัตโนมัติ

              ‘ฉึก..’

              “เฮี้ยกกกก…”

              เสียงร้องแปลกๆชวนสยองปรากฎขึ้น

              โหมดพลางตัวของศัตรูถูกยกเลิกชั่วคราว

              เรเวลถีบพื้นแล้วพุ่งเข้าไปฟันเป้าหมายจนขาดสองเสี่ยงในทันที

              เลือดสีเขียวสาดกระจายเต็มพื้น..ร่างของศัตรู2ท่อนค่อยๆสลายหายไป..เหลือแต่เพียงดรอปไอเท็มคล้ายผ้าคลุมแปลกๆทิ้งเอาไว้

              ‘โช้ง..เช้งง…ฟิ้วว…ตู้มมม’

              เสียงต่อสู้ดังมาจากที่ไกลห่าง

              เรเวลรีบมองไปทะเลสาบฝั่งตรงข้าม

              “แย่แล้ว!…ต้องรีบไปช่วย”

              เด็กหนุ่มใช้แอเรียลบินข้ามทะเลสาบไปในทิศทางตรงดิ่ง

              *************************

              #ณ ชายฝั่งทะเลสาบอีกตำแหน่งหนึ่ง#

              เหล่านักเรียนห้องS กำลังร่วมมือกันต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง

              “ย้ากกกกกกกก…”

              มอนสเตอร์หายตัวเพื่อหลบการโจมตี

              “ชิ..”

              หลายคนพยายามอัดสกิลใส่..แต่ไม่โดนแม้แต่น้อย

              สถานที่ๆเคยจัดปาตี้สังสรรค์รอบกองไฟบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสนามรบอันดุเดือด

              “ขอชีวิตๆๆๆ..ขอร่างกายๆๆ”

              มอนสเตอร์ตัวหนึ่งโผล่มาด้านหลังแล้วกัดเข้าเป็นที่ศีรษะของนักเรียนชายคนหนึ่ง

              “อ้ากกกกกกกก..”

              หลังจากนั้นไม่นานมอนสเตอร์ตัวนั้นก็หายตัวเข้าไปในร่างกายของชายคนนั้นราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว...นักเรียนชายคนนั้นดวงตาเปล่งแสงสีแดงฉานแล้วขยับปากด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป

              ‘เวทย์ดิน-อัลติเมทแกรนคัตเตอร์’

              เขาโจมตีใส่พวกเดียวกันในทันที

              ‘ฟิ้ววว..วืบบบ…ฉับบๆๆๆๆๆ’

              “เห้ยยยย…แกจะบ้าป่าวนี่มันพวกเดียวกันนะ!!…อึก..” นักเรียนอีกคนถูกโจมตีจนลอยกระเด็น

              มอนสเตอร์อีกตัวโผล่จากอากาศอันว่างเปล่า…เข้าโผกอดนักเรียนที่ลอยกระเด็นไว้แล้วกัดเข้าไปที่ศีรษะ

              "หงับ…” 

              เกราะหน้าผากได้ป้องกันคมเขี้ยวเอาไว้..แต่ว่านักเรียนคนนั้นก็สูญเสียสติทันทีที่มอนสเตอร์กัดแล้วหายตัวเข้าไปในร่าง

              ผู้คนที่ถูกมอนสเตอร์กัด..ต่างไล่โจมตีเพื่อนคนอื่นๆด้วยกันอย่างบ้าคลั่ง

              นักเรียนคนหนึ่งหลบการโจมตีของมอนสเตอร์และเพื่อนตัวเองด้วยความร้อนรน

              “ยะ…อย่าบอกนะว่า..มะ..มะ..มอนสเตอร์พวกนี้นอกจากจะพูดภาษามนุษย์ได้แล้วมันยังสิงร่างได้ด้วยน่ะ!!!..”

              เมื่อ10นาทีก่อนหน้านี้ขณะกำลังกินอาหารมื้อค่ำแล้วตั้งวงดื่มคุยสนุกสนานรอบกองไฟ ก็ได้มีเสียงกระซิบบางอย่างเกิดขึ้น...แล้วก็มีมอนสเตอร์โผล่มาโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว…หลายคนที่ถูกกัดก็ได้สูญเสียสติไปราวกับไม่ใช่มนุษย์

              ลูน่ากับเซเลน่าพยายามหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ไปเรื่อยๆ

              เซซิเลียพยายามร่าย<อาณาเขตแห่งส่วนดอกไม้>...แต่มอนสเตอร์ก็โผล่มาโจมตีเรื่อยๆทำให้การร่ายสกิลถูกขัดตลอด

              ตอนนั้นเองมีนักเรียนคนหนึ่งที่ถูกสิงโจมตีใส่เซเลน่าจากด้านหลัง

              เซเลน่าก้มตัวหลบ..แล้วหมุนตัวใช้หมัดเสยแบบอัพเปอร์คัทเข้าไปที่คาง

              ทันทีที่นักเรียนคนนั้นลอยกระเด็นเซเลน่าใช้เขาเป็นโล่กำบังแล้วร่ายสกิล

              ‘เวทย์ไฟ-โซลิดวิง’

              ปีกแห่งวิหคเพลิงปั่นกระแทกอย่างรุนแรงต่อเนื่อง..การโจมตีดุจพายุอันดุเดือดได้พัดพานักเรียนที่ถูกสิงหลายคนกระเด็นไปกระแทกตามโขดหินและต้นไม้…..เกราะโลหะถูกการโจมตีจากสกิลเสียดสีจนเกิดสะเก็ดไฟ

              มอนสเตอร์กระเด็นออกมาจากตัวของนักเรียนที่ถูกสิงแล้วกระอักเลือดสีเขียวออกมา

              “หึ..กะแล้วว่าการสิงร่างมันก็คือเวทย์มนต์ประเภทหนึ่งนี่เอง”

              เซเลน่าพูดแบบนั้นแล้วหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ต่อ

              การสิงของมอนสเตอร์สามารถแก้ไขได้ด้วยสกิลลบล้างเวทย์มนต์..ฉะนั้นจึงไม่ใช่ปัญหา..แต่ปัญหาคือ…

              ‘บ้าเอ้ยย..กระจุกตัวกันหลายคนแบบนี้นี่สู้ยากชะมัด…ถ้า 1-1 และมีคนอยู่น้อยๆในที่โล่งๆละก็..คงไม่มีปัญหาแบบนี้แน่’

              เซเลน่าใช้หมัดเสยมอนสเตอร์1ตัว…แต่มอนสเตอร์อีกตัวก็โผล่มากัดที่ขา

              ฝันแหลมคมเสียดสีกับเกราะขาจนเกิดสะเก็ดไฟ

              ‘ยะ..แย่แล้วถูกมันสิงแน่!!..’

              ตอนนั้นเองมีนักเรียนคนหนึ่งพุ่งมาโจมตีเซเลน่า

              “น่ารำคัญจริงโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย”

              เซเลน่าใช้ขาข้างที่มอนสเตอร์กำลังกัดอยู่เตะเข้าที่ลำตัวของนักเรียนคนนั้น

              มอนสเตอร์หลุดออกจากขาแล้วปลิวไปพร้อมกับนักเรียนที่ถูกสิง

             “หึ..ค่อยยังชั่ว..ดูเหมือนถ้าไม่ถูกกัดที่หัวจะไม่ถูกสิงงั้นสินะ”

              ทางฝั่งเซซิเลียตัวเธอกำลังหลบการโจมตีของมอนสเตอร์5ตัวและนักเรียนคนอื่นๆกว่า10คนที่ถูกสิง

              มอนสเตอร์หายตัวไปมา..ผลุบๆโผล่ๆสลับไปเรื่อยๆ

              ‘จะทำยังไงดี..สัมผัสพลังเวทย์ของศัตรูไม่ได้เลย..แถมคนที่ถูกสิงก็เป็นเพื่อนร่วมห้องของเราด้วย...ถ้าเกิดทำร้ายพวกเขาไปละก็…’

              เธอคิดในใจอย่างร้อนรนพร้อมกับเหงื่อที่ไหลซึมออกมาตามหน้าผาก

              มอนสเตอร์ตัวหนึ่งโผล่มาตรงจุดอับของเซซิเลีย

              “อ้ะะ….!”

              เซซิเลียถูกบางอย่างโฉบเข้าแล้วพาบินขึ้นไปบนอากาศ

              “เอ๊ะ!..เรเวล”

              “ค่อยยังชั่ว..เธอไม่เป็นอะไรสินะ..”

              เรเวลอุ้มเซซิเลียในท่าอุ้มเจ้าหญิงขณะบินบนอากาศด้วยแอเรียล

              “ไม่เป็นไรค่ะ..ขอบคุณนะคะ..ว่าแต่คุณปลอดภัยดีใช่ไหม”

              “ก็เกือบโดนมันเล่นแล้วเหมือนกัน…แต่ดูเหมือนมอนสเตอร์พวกนี้จะบินไม่ได้..ฉะนั้นหากมีจำนวนมากๆเราโจมตีพวกมันจากบนอากาศจะปลอดภัยกว่านะ…”

              “แต่ถ้าทำแบบนั้นเพื่อนห้องเราจะโดนลูกหลงไปด้วยนะคะ..แถมมอนสเตอร์พวกนั้นสามารถสิงร่างมนุษย์ได้ด้วย”

              “เอ๊ะ!..สิงร่างงั้นหรอ!?” 

              เรเวลดูตกใจเล็กน้อย…แต่เขาก็พูดออกไปต่อ

              “ไม่ต้องห่วงหรอก..เธอแค่ใช้<เมล็ดต้นไม้โลก>ปาไปผนึกพวกนั้นไว้ให้หมดก็พอ..”

              “เข้าใจแล้วค่ะ"

              'เวทย์พืช-เมล็ดต้นไม้โลก'

              'เวทย์พืช-เมล็ดต้นไม้โลก'

              เมล็ดพืช 5เมล็ดปรากฎขึ้นที่มือข้างซ้ายและข้างขวา รวมกันเป็น10เมล็ด

              เซซิเลียปาเมล็ดลงไปข้างล่างทันที

              มอนสเตอร์ที่หายตัวเพื่ออำพรางตัวตน..ถูกเมล็ดต้นไม้โลกกระแทกใส่แล้วโดนผนึกในพริบตา..ส่วนนักเรียนคนอื่นๆที่ถูกสิงก็ถูกผนึกด้วย

              ‘เวทย์ไฟ-โซลิดวิด'

              เซเลน่าโจมตีใส่ซ้ำ..ผ่าทั้งต้นไม้โลกและมอนสเตอร์ไปพร้อมๆกัน

              เซซิเลียเรียกเมล็ดต้นไม้โลกออกมาแล้วปาใส่เรื่อยๆจากบนอากาศ

             “เซซิเลียเธอใช้เอเรียลบินแล้วปาเมล็ดพืชคอยสนับสนุนอยู่ตรงนี้นะ….เดี๋ยวฉันจะลงไปสู้ข้างล่างเพื่อลดจำนวนมันให้เร็วขึ้น”

              “แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าสู้ข้างล่างมันไม่ปลอดภัยไม่ใช่หรอคะ?”

              “ก็ตามนั้นแหละ…แต่มันก็มีข้อยกเว้นล่ะนะ”

              เรเวลตะโกนลงไปข้างล่างทันที

              “ทุกคน!!….มอนสเตอร์พวกนี้ต้องใช้สกิลที่ติดตามอัตโนมัติเท่านั้นนะ..ถึงจะโจมตีโดนน่ะ” 

              “นี่นายตาบอดหรือไง..ฉันก็ทำอยู่เนี่ย” ลูน่าตะโกนด่ากลับ

              เพราะตัวเธอก็ยิงกระสุนที่มีผลติดตามอัตโนมัติสังหารมอนสเตอร์หลายตัวมาตั้งนานแล้ว…แต่แค่จำนวนมันเยอะมากก็เท่านั้นเอง

              เรเวลลงมาเหยียบบนพื้น…แล้วร่ายสกิล<ไลน์นิ่งไดร์ฟ> ผสานกับ <มานาโซน-ไฟเยอร์แอเรียล>

              อนุภาคแสงสีเขียวรอบตัวกลายเป็นเชื้อพลังเวทย์ขับดันในการใช้มานาโซนทำให้ผลลัพธ์ของมันรุนแรงขึ้นอย่างมาก

              เรเวลพุ่งเข้าไปฟันมอนสเตอร์อย่างรวดเร็วก่อนที่ศัตรูจะอำพรางตัว

              การโจมตีด้วยปลายหอกเทวทัณฑ์สร้างความเสียหายทางกายภาพที่ไม่ธรรมดา

              มอนสเตอร์ถูกปลายหอกคมกริบฟันขาดเป็นเสี่ยงๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาสกิลแม้แต่น้อย

              “ย้ากกกกก..”

              ‘ฉับบ..’

              “ฮี่กกกกกกกกกก…”

              มอนสเตอร์ร้องคร่ำครวญแล้วสลายหายไป

              เรเวลหลบมอนสเตอร์ที่โจมตีเข้ามา..แล้วใช้ปลายหอกแทงทะลุหน้าอก

              มอนสเตอร์ที่เหลืออาศัยจังหวะที่หอกเรเวลถูกตรึงแน่น…กระโดดเข้ามาโจมตี

              ‘เวทย์ไฟ-เบิร์สแลนซ์’

              ปลายหอกเปล่งแสงแล้วเกิดระเบิดอย่างรุนแรง

              “ตู้มมมมมมมมมมมม”

              มอนสเตอร์ที่ถูกหอกแทง..ระเบิดเป็นเสี่ยงๆจากภายใน…ส่วนมอนสเตอร์ที่กระโจนเข้ามาลอยกระเด็นไปด้วยแรงระเบิด

              “!”

              ลูน่าเห็นดังนั้นจึงรีบชูปืน1กระบอกขึ้นฟ้า

              ‘เวทย์แสง-กระสุนแสงดาวตก’

              เกิดอักขระวงเวทย์สีเหลืองรอบตัวมอนสเตอร์ที่ลอยกระเด็น

              'เปรี้ยงงง!'

              ดาวตกแสงผ่าลงมาราวกับสายฟ้า..ทะลุร่างกายมอนสเตอร์หลายตัวจนสิ้นชีวิตในทันที

              ห้องSคนอื่นๆที่ไม่มีสกิลติดตามอัตโนมัติและมีสเตตัสความเร็วที่ไม่สูงพอ..จึงอาศัยจังหวะโจมตีมอนสเตอร์ตอนที่ถูกผนึกโดยต้นไม้โลกของเซซิเลียแทน

              ไม่นานนักมอนสเตอร์ปริศนาก็ถูกจัดการลงจนหมด..ส่วนนักเรียนที่ถูกสิงก็ถูกสกิลลบล้างเวทย์มนต์ของเซเลน่าโจมตีใส่..จนหลุดออกจากร่าง..แล้วก็ถูกตัวเธอจัดการ

              “เห้อ..จบสักทีนะครับ” 

              “นึกว่าชั้นนี้จะไม่มีมอนสเตอร์ซะอีก”

              รูอันกับชีน่าทำได้แค่หลบและวิ่งหนีอย่างเดียว..พวกเขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก..เมื่อความวุ่นวายจบลง

              “ท่านเซซิเลียคะ..มอนสเตอร์ตัวเมื่อกี้เลเวลประมาณไหนหรอคะ” 

              นักเรียนหญิงคนหนึ่งถาม…เธอคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่ต่อสู้เรื่อยมาแล้วรอดจากการถูกสิงมาได้

              “ก็ประมาณนี้แหละค่ะ” 

              เซซิเลียแสดงข้อมูลของมอนสเตอร์ที่ตัวเองเห็นให้ดู

              ตัวเธอยื่นฝ่ามือมาด้านหน้า

              ปรากฎหน้าจอแสง3มิติพร้อมตัวอักษร

              -----------------------------

              [โกสต์อิลูชั่น]

              มอนสเตอร์: LV33

              เผ่า: วิญญาณ

              รายละเอียด: มอนสเตอร์สิ่งสู่และปั่นปวนจิตใจ

              ------------------------------

              “ทำไมรายละเอียดของมันดูแปลกๆจังแหะ..แล้วมอนสเตอร์พวกนี้ไม่ใช่ผู้พิทักษ์ดันเจี้ยนงั้นหรอ?” เรเวลเดินมามองแล้วถามเซซิเลียแบบนั้น

              “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ..แต่เลเวลมันมากกว่ามอนสเตอร์ในชั้นที่2,3,4 อยู่ 1เลเวล”

              “หือ?..เพิ่มมาแค่1เลเวลแต่ความสามารถเพิ่มขึ้นมหาศาลเลยนะ”

              “คงเพราะความสามารถของมันเริ่มเข้าใกล้เลเวล40มากขึ้นล่ะมั้งคะ”

              “พูดง่ายๆคือพวกมันเข้าใกล้การเป็นสัตว์ปีศาจมากขึ้นสินะ..”

              เรเวลกล่าวแล้วเดินเข้าไปเก็บดรอปไอเท็มของมอนสเตอร์ [โกสต์อิลูชั่น]

              ส่วนรูอันกับชีน่าเริ่มทยอยรักษาคนอื่นๆที่บาดเจ็บ

              “เจ้ากระต่าย..ชุดเกราะของนายไปไหน?” ลูน่าถาม

              “ฉันถอดเก็บไว้ในกระเป๋าเวทย์มนต์น่ะ..แบบว่าใส่ตลอดเวลาแล้วมันอึดอัด”

              “งั้นหรอ…แต่ฉันว่านายใส่มันดีกว่านะ..เพราะชั้นนี้เองก็ไม่ได้ปลอดภัย100%เหมือนกัน”

              “อืมเข้าใจแล้ว..ขอบใจนะที่เป็นห่วง”

              หลังเรื่องราววุ่นวายจบลงสมาขิกในห้องจึงตกลงกันใหม่ว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะนำถุงนอนมานอนในระยะใกล้กันเพื่อความปลอดภัยจากมอนสเตอร์..แต่ทั้งนี้ยังคงแบ่งโซนชายหญิงเหมือนเดิม…โดยจะมีการผลัดเวรกันเฝ้ายามครั้งละ2คนทุกๆ1ชั่วโมง

              “พวกเราจะขยายเวลาพักเป็น15ชั่วโมงนะคะ..แต่ละคนจะต้องได้เฝ้ายามคนละ1ชั่วโมง ซึ่งใน1ชั่วโมงนี้จะมีคนเฝ้ายามอยู่ด้วยกัน2คน” เซซิเลียเสนอตารางผลัดเวรกันเฝ้ายาม"

              “พูดง่ายๆคือใน 1 ชั่วโมงจะมีคนเฝ้าเวรอยู่2คน..พอหมดชั่วโมงนั้นแล้ว 2คนนั้นก็ไปนอน..แล้วให้อีก2คนซึ่งเป็นคิวถัดไปมาเฝ้าเวรแทน..อย่างงั้นสินะครับ” รูอันถามเพื่อความชัวร์

              “ใช่แล้วค่ะ..คุณรูอัน..แต่ว่าคุณรูอันกับคุณชีน่าไม่ต้องเฝ้าเวรก็ได้นะคะ..เพราะผู้ใช้อาร์ติเฟกซ์สายรักษาซึ่งไม่มีสกิลโจมตี..เฝ้าเวรไปก็เปล่าประโยชน์..ฉะนั้นพวกคุณพักให้เต็มที่เถอะค่ะ”

              “เข้าใจแล้วครับ/เข้าใจแล้วค่ะ”

              “เอ่อ..ถ้างั้นห้องเราจะเหลืออยู่แค่ 30 คน ที่ต้องเฝ้าเวร ซึ่งจะแบ่งได้ทั้งหมด 15 คู่ พอดีสินะ..แล้วใครจะคู่ใครล่ะ?” เซเลน่าถาม

              “ก็จับคู่กันตามอัธยาศัยไงคะ ><” เซซิเลียกล่าวจบแล้วเข้าไปกอดแขนเรเวล

              “วะ..เหวออ….” เรเวลตกใจเสียหลักเล็กน้อย….

              หลังจากนั้นสมาชิกในห้องแต่ละคนก็เริ่มจับคู่กัน…จนเหลือแค่ลูน่ากับเซเลน่าเท่านั้นที่ไม่มีคู่

              “ฉันต้องคู่กับเธอสินะ..ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเวิ้งว้างละกัน” เซเลน่ากล่าว

              “หึ..” ลูน่ากอดอกแล้วหันหน้าไปด้านข้าง

             

              

               

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน