ตอนที่ 41 ...คนบ้า
เมื่อแยกย้ายจากทุกคนแล้ววายาเข้ามาอยู่ในห้องพักของตัวเองที่เยว่เหลียงaจัดเตรียมไว้ให้เป็นไปตามที่เขาบอกเอาไว้ทุกอย่าง เพราะแม้ว่าเรือนสี่ประสานหรือซื่อเห่อยวนจะดูเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณจากภายนอก แต่ภายในห้องหับต่าง ๆ กลับถูกตกแต่งปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างน่าประทับใจสายตาของเธอสอดส่องไปทั่วห้องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ผนังด้านหนึ่งฝั่งตรงข้ามกับเตียง เธอเห็นรูปเขียนพู่กันจีนแขวนเอาไว้รูปหนึ่ง เป็นรูปของดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าเวิ้งว้าง และมีเงาสะท้อนของจันทร์ดวงเดียวกันอยู่บนผืนน้ำด้านล่าง พร้อมตัวหนังสือภาษาจีนหลายแถว วายารู้ว่ามันเป็นบทกลอนของกวีในสมัยราชวงศ์ถังคนหนึ่งที่ชื่อว่าจางจิ่วหลิง ขุนนางผู้ซื่อสัตย์ในรัชสมัยของถังเวียนจงฮ่องเต้เธออ่านมันและถอดความในใจออกมาได้ว่าจันทราลอย เต็มดวง เหนือสาครสาดแสงผ่อง เรืองรอง ส่องทั่วสรวงดวงแดคู่ ถูกแยกห่าง ร้างพลัดพรากห้วงคำนึง ยืดยาวลาก ผ่านราตรีดับประทีบ หลงเหลือเพียง ความมืดมิดอาภรณ์หนา มิอาจปิด ร่างสั่นหนาวดวงบุหลัน ข้าเพียงขอ ฝากเรื่องราวก่อนหลับตา ซุกกายยาว หวังฝันดีการวิงวอนแก่ดวงจันทร์ การพรรณนาถึงคนที่อยู่ห่าง ดวงใจสองดวงที่ถูกพรากในคืนเหน็บหนาวที่ยาวนาน วายาคิดตาม แล้วก็รู้สึกถึงความหวังริบหรี่ของกวีที่แฝงอยู่กับเนื้อหา...ดวงจันทร์ ...เยว่เธอล้มตัวลงนอนลงบนเตียงนุ่มที่ปูทับด้วยผ้าปูที่นอนสีขาว กลิ้งไปมาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ ห้องอาบน้ำนี้น่าจะเป็นส่วนที่ถูกสร้างเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ในห้องของซื่อเห่อหยวน เพราะรูปแบบของห้องอาบน้ำที่เป็นเรื่องเป็นราวนั้นไม่ได้ปรากฏอยู่ในบันทึกโบราณฉบับไหนมาก่อนอ่างอาบน้ำตั้งอยู่ที่มุมห้องด้านหนึ่ง เธอเอื้อมมือไปเปิดก๊อกน้ำอุ่นเพื่อเติมเต็มอ่าง ความร้อนของน้ำที่ไหลออกมาจากท่อน้ำสัมผัสเข้ากับความเย็นของอากาศในห้องจนกลายไปเป็นไอน้ำลอยฟุ้งทั่วห้องอาบน้ำไปหมดวายาเดินไปยืนอยู่หน้ากระจกที่ขึ้นฝ้า และค่อย ๆ เปลื้องผ้าออกทีละชิ้น เสื้อแจ็คเก็ตของคาลถูกถอดออกเป็นชิ้นแรก เธอหยิบมันขึ้นมากอด เอาหน้าซุกอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็แขวนมันไว้ที่ราวตากผ้าจากนั้นเธอก็ปลดกระดุมกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอออก แล้วก็ค่อย ๆ ปล่อยให้มันไหลลงไปกองตรงปลายเท้าสองมือของเธอจับที่ชายเสื้อกล้ามรัดรูปสีแดง แล้วก็ดึงขึ้น เธอถอดมันแล้วปล่อยให้มันร่วงหล่นลงบนพื้นปทุมถันที่เคยเบียดเสียดอยู่ในพื้นที่คับแคบนั้นบานสะพรั่งทันทีเมื่อปราศจากพันธนาการของเสื้อกล้ามรัดรึง ปลายทั้งสองข้างชี้ออกไปด้านหน้าอย่างได้รูปทรง วายาเอามือของเธอไปเช็ดฝ้าบนกระจกออก ความเย็นของสัมผัสทำให้เธอรู้สึกสะดุ้งจนขนลุกเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ถอยมือของเธอออกมาจากกระจก เลื่อนมือผ่านส่วนนูนงดงามของตัวเองผ่านหน้าท้องที่แบนราบไปยังกางเกงในสีดำตัวน้อยที่ด้านล่าง เธอค่อย ๆ ถอดมันออกไปกองรวมกับกองเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆเธอจ้องมองร่างกายผิวสีน้ำตาลแดงของตัวเองในกระจกแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ“...ห้าร้อยยี่สิบเจ็ดปี” จากนั้นเธอก็ยิ้ม พลางสัมผัสร่างกายส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเธอด้วยปลายนิ้วรูปร่างของวายาเป็นรูปร่างของนักรบที่แข็งแกร่ง ทรวดทรงทุกโค้งเว้าของเธอเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่เขม็งเกร็ง ไหล่ของเธอไม่ได้บอบบางเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ แต่ผ่าเผยและแข็งแกร่ง กระนั้นเธอก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ชวนหลงใหล ราวกับนักรบอเมซอนในเทพปกรณัมของกรีกแม้เธอจะตัดผมบ๊อบสั้นรับกับใบหน้าและมีท่าทีที่โผงผาง นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอสูญเสียเสน่ห์ของความเป็นหญิงไปได้เลยเธอสัมผัสหน้าอกของเธอเบา ๆ พลางคิดไปถึงหน้าอกของนอร่าผู้ชายชอบผู้หญิงหน้าอกใหญ่ทุกคนหรือเปล่านะ...คาลจะแล้วเธอก็รู้สึกถึงความร้อนวาบจากภายในร่างกายของตนเอง ความร้อนที่ทำให้ใจของเธอสั่นไม่เป็นจังหวะ มือของเธอเริ่มอยู่ไม่สุขจนเลื่อนลงไปจับบริเวณท้องน้อยของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว แต่พอปลายนิ้วของเธอสัมผัสเข้ากับไรขนเบื้องล่าง เธอก็รีบชักมือกลับราวกับถูกจับได้ว่าทำความผิดเธอสะบัดหน้าแรง ๆ อยู่สองสามทีจนผมบ๊อบของเธอปัดไปมาจนยุ่งไปหมด จากนั้นก็มองหน้าตัวเองในกระจกแล้วพูดว่า“...คนบ้า”จากนั้นก็เดินเข้าไปยังอ่างน้ำที่ถูกเติมจนปริ่มเธอก้าวขาเรียวยาวของเธอข้ามผ่านขอบอ่างน้ำ แล้วก็ค่อย ๆ จุ่มตัวลงไปในน้ำอุ่นอย่างช้า ๆอุณหภูมิของน้ำที่สัมผัสผิวกายท่ามกลางความเหน็บหนาวทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เธอเอนหัวพิงกับขอบอ่างแล้วก็หลับตา...จากนั้นเธอก็เคลิ้มหลับไป.............................................................พอผมเก็บของในห้องเสร็จ ผมก็เริ่มรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำ จึงตัดสินใจจะออกไปเดินสูดอากาศเย็น ๆ นอกห้องให้หัวโล่งเสียหน่อยต้องยอมรับว่าภายในห้องกับภายนอกนั้นมีความแตกต่างกันมากอย่างที่ผมคาดไม่ถึงบรรยากาศภายนอกที่ยังคงกลิ่นไอของความเก่าแก่โบราณจากวัฒนธรรมจีนหลายพันปี กับภายในห้องที่ถูกตกแต่งให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเป็นไปตามที่เยว่เหลียงบอกเอาไว้จริง ๆพอออกมาจากห้อง ผมก็ยืนอยู่นิ่ง ๆ ครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงเปิดน้ำจากทางฝั่งห้องของวายา จึงตัดสินใจว่าไม่รบกวนการพักผ่อนของเธอดีกว่า เขาจึงออกเดินสำรวจเรือนสี่ประสานด้วยตัวเองพอเขาเดินตามทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปในบ้านเรื่อย ๆ ก็พบว่ามันกว้างใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มากนักภาพความทรงจำของเขาเกี่ยวกับบ้านจีนโบราณคือบ้านที่มีลานกว้างอยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยอาคารต่าง ๆ อยู่รอบ ๆ เป็นทรงสี่เหลี่ยมหลังจากพ้นหมู่ตึกด้านแรกที่เยว่เหลียงแจ้งเป็นที่นัดหมายในตอนเย็นไปแล้ว เขาพบว่าด้านในยังมีลานกว้างอยู่อีกหลายลาน ซึ่งมีลักษณะการจัดวางสิ่งก่อสร้าง และอาคารต่าง ๆ แทบจะไม่ต่างกันเลยสิ่งที่เชื่อมส่วนต่าง ๆ ของบ้านเข้าด้วยกันคือทางเดินซึ่งอยู่ทางด้านหลังของผมผมเดินลึกเข้าไปในตัวบ้านเรื่อย ๆ สิ่งที่น่าแปลกใจมาก ๆ คือบ้านนี้เงียบมาก เงียบจนเหมือนไม่มีใครอยู่เลย แต่ว่าตามลานบ้านกลับไม่มีเศษใบไม้หรือฝุ่นผงใด ๆ ตกหล่นอยู่ตามพื้นเลย แปลว่าต้องมีคนคอยปัดกวาดมันอยู่เสมอ ๆครู่หนึ่งผมเห็นการเคลื่อนไหวที่หางตาอยู่แวบหนึ่งตรงหัวมุมทางเดินผมหันไปมองตามทิศทางนั้น แต่ก็ไม่พบเห็นอะไร ด้วยความความสงสัย จึงตัดสินใจที่จะเดินไปตามทิศทางนั้นทางเดินพาผมไปยังลานกว้างอีกลานหนึ่งที่แตกต่างจากลานอื่น ๆ ก่อนหน้าที่ผมพบเห็นลานนี้มีขนาดกว้างขวางกว่าลานอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด ตรงกลางลานยังมีรูปเขียนของสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งซึ่งผมไม่คุ้นตาประดับไว้อยู่สิ่งมีชีวิตนั้นยืนบนพื้นด้วยขาสี่ขา ที่ปลายขาแต่ละข้างคือกรงเล็บแหลมคม ส่วนหัวมีลักษณะคล้ายกับสิงโต แต่กลับมีเขาโง้งสองข้างยาวขึ้นไปจากส่วนตา แผงคอสีเหลืองทองปกคลุมรอบหัวใหญ่โตนั้น และลากยาวไปตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงปลายหาง ตามลำตัวของสิ่งมีชีวิตนั้นปกคลุมด้วยเกล็ดหนาสีแดงมองไปคล้ายชุดเกราะของนักรบโบราณ ในปากของสิ่งมีชีวิตนั้นประดับไปด้วยแถวของฟันแหลมยาวสองแถวแยกเป็นบนล่าง คาบเอาไว้ด้วยทรงกลมสีเหลืองนวลอยู่ระหว่างฟันทั้งสองแถวผมเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ รูปวาดนั้น ย่อตัวลงด้วยความสงสัยใคร่รู้ ปลายนิ้วของผมสัมผัสเข้าที่ลายเส้นของรูปวาดอย่างแผ่วเบา ผมรู้สึกถึงมานาที่ไหลวนเวียนอยู่ภายในนั้นอย่างสงบนิ่ง เป็นความสงบนิ่งเหมือนคลื่นลมทะเลก่อนเกิดพายุคลั่ง และผมกลับคุ้นเคยกับมานานั้นอย่างน่าประหลาดใจร่องรอยจืดจางปรากฏขึ้นตามรูปวาดบนพื้นอยู่เป็นหย่อม ๆ แสดงว่ารูปนี้ถูกวาดขึ้นมานานแล้ว และคงต้องผ่านลมผ่านฝนมาหลายขวบปี“นั่นคือเหนียนครับ”เสียงของเยว่เหลียงดังขึ้นมาจากด้านหลังของผม “เยว่เหลียง เอ่อ สวัสดีครับ”ผมตกใจเหมือนกับเด็กถูกจับได้ว่าแอบกินขนม“พอดีผมเก็บของเสร็จแล้วรู้สึกว่าง ๆ ก็เลยออกมาเดินเล่น แล้วพอรู้ตัวอีกทีผมก็โผล่มาตรงนี้...”“ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่นี่ไม่ใช่ที่หวงห้ามอะไร และคุณก็สามารถเดินเข้ามาถึงที่นี่ได้ ย่อมไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนครับ”...ที่เยว่เหลียงพูดหมายถึงอะไร เข้ามาถึงที่นี่ได้? “พอดีใกล้เวลานัดหมายแล้ว ผมไม่เห็นคุณอยู่ในห้องก็เลยมาตามน่ะครับ งั้นเราไปกันเลยดีมั้ยครับ”ใกล้ถึงเวลาแล้ว? นี่ผมยังรู้สึกว่าผมเดินออกมาจากห้องไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง ผมยกนาฬิกาสมาร์ทโฟนเรือนเก่าบนข้อมือที่ปรับเวลาแล้วขึ้นมาดูก็พบว่านี่เป็นเวลาเกือบจะหกโมงตามนัดหมายอย่างที่เยว่เหลียงบอก เวลาผ่านไปรวดเร็วอย่างน่าแปลกใจจริง ๆ“ดะ ได้ครับ ไปกันเลย”“ตามผมมาได้เลย”เยว่เหลียงพาผมเดินออกจากลานกว้างนั้นผ่านเส้นทางที่ผมไม่คุ้นตา ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เส้นทางที่ผมเดินมาก่อนหน้านี้แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร“เอ่อ คุณเยว่เหลียง ผมอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเหนียน สิ่งนั้นคืออะไรเหรอครับ”“ก่อนอื่น ไม่ต้องพูดสุภาพกับผมแล้วก็ได้คาล คุยกันเหมือนที่คุยกับคนอื่น ๆ กันดีกว่า”เยว่เหลียงบอกกับผม ผมพยักหน้าตอบรับให้กับเขา “ตกลงเยว่เหลียง”เขายิ้มให้กับผม“เหนียนคือสิ่งมีชีวิตในตำนานของคนจีนที่มีอิทธิฤทธิ์น่ากลัวมาก ๆ ชนิดหนึ่ง เซเปียนส์ในสมัยก่อนหวาดกลัวเหนียนมาก ๆ เลยสร้างเรื่องราวมากมายของเหนียนมาหลอกเด็ก ๆ ของพวกเขา แต่เรื่องที่แพร่หลายที่สุดคงเป็นเรื่องของเหนียนกับวันขึ้นปีใหม่ ตำนานเล่าว่าปกติแล้วเหนียนจะนอนพักอยู่ใต้ท้องทะเลตลอดระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม และจะมีเพียงคืนวันปีใหม่เพียงคืนเดียวเท่านั้นที่เหนียนจะโผล่ขึ้นมาจากท้องทะเล ในค่ำคืนนั้นเหนียนจะกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่างรวมไปถึงเซเปียนส์ด้วยอย่างตะกละตะกลาม เหล่าเซเปียนส์ที่หวาดกลัวต่างไม่รู้ว่าจะรับมือกับเหนียนได้อย่างไรจึงต่างหลบซ่อนอย่างมิดชิดอยู่ในบ้าน และเฝ้าภาวนาว่าจะไม่ใช่บ้านของตัวเองที่เหนียนจะบุกเข้าไป...” เยว่เหลียงพักหายใจเล็กน้อย จากนั้นก็พาผมเลี้ยวไปสู่เส้นทางที่ผมเริ่มคุ้นเคยมากขึ้น“เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวนเวียนนานแสนนานท่ามกลางความหวาดกลัวของเซเปียนส์ แต่แล้วในวันสิ้นปีวันหนึ่ง ก่อนที่เหนียนจะขึ้นมาจากท้องทะเลเพื่อล่าเหยื่อเหมือนที่เกิดขึ้นมาตลอดทุกคืนสิ้นปี ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เป็นทางผ่านของเหนียน ชายชราผู้หนึ่งที่มีหนวดเคราสีขาวยาวได้เดินทางเข้ามายังหมู่บ้านแห่งนั้น เขาอาสาตนที่จะเป็นผู้กำหราบเหนียนเพื่อประโยชน์สุขของชาวบ้าน เขาเลือกบ้านหนึ่งหลังที่รู้ว่าเป็นเส้นทางผ่านของเหนียน จากนั้นก็เข้าไปนั่งรออยู่ในบ้านอย่างเงียบ ๆ ชาวบ้านต่างคาดเดากันว่าชายชราคนนั้นคงต้องเป็นเหยื่อสังเวยแก่ความหิวโหยของเหนียนอีกหนึ่งรายอย่างแน่นอนแล้วพระอาทิตย์ก็เลื่อนลับขอบฟ้า” จบตอนที่ 41