ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังมองเหตุการณ์ตรงหน้านิ่งในหัวใจอันล้ำลึกของพระเ้าแผ่นดินกลับรู้สึกว่านี่เป็ทางออกที่สมเหตุสมผลยิ่งนักกับคนอวดดีเช่นองค์หญิงต่างแดนผู้นี้ใช้ไก่ตัวเดียวก็พอไม่สมควรจะต้องให้พระองค์ลงโทษใครอีก
“เ้า!”กูฮาน่าชี้ไปที่ซานซาน นางจำได้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะว่าเด็กน้อยตรงหน้าคลายเชือกที่ผูกไก่ไว้กับตัวเองออกเ้าไก่บ้าตัวนั้นก็ไม่มีทางบินมาก่อเื่ราวขี้รดหัวนางหรอก
“นังเด็กคนนี้เ้าพูดจาขอไปทีอะไร เห็นอยู่ว่าเป็เ้าที่ปล่อยไก่ออกมา ถ้าเ้ายังมัด มันไว้กับตัวจะมีหรือที่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น”ยิ่งพูดยิ่งของขึ้นกูฮาน่า กวาดแส้ ที่อยู่ในมือพี่ชายคนรอง ขึ้นมาแล้วตั้งใจจะฟาดไปที่นางหนูซานซาน ดีที่องค์ชายรองซยงหนูคว้ามือนางไว้ทันเสียก่อนไม่เช่นนั้น งานนี้ ก็คงจะพังไม่เป็ท่า
ยังดีที่การ์คูจานไม่ใช่เป็คนที่ตามใจน้องสาวจนไม่ลืมหูลืมตาเหมือนกับพี่ชายของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันเกินกว่าที่จะควบคุมได้แล้วหากแส้ที่ กูฮาน่าถืออยู่ฟาดลงไปโดยใครสักคนต่อหน้าฮ่องเต้ของแคว้นเซี่ย เขาก็แน่ใจว่าเื่การเจริญสัมพันธไมตรีในรอบนี้จะประสบความล้มเหลว และอาจจะถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด
ถึงแม้ว่าการ์คูจานจะไม่ใช่คนที่้าริเริ่มสร้างสัมพันธไมตรีกับแคว้นเซี่ย แต่เขาก็ไม่้าให้การเดินทางไปครั้งนี้สูญเปล่าและหากการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว อย่างน้อยก็ต้องมีเหตุผล ที่รับได้ว่าเหตุใดทั้งสองแคว้นจึงไม่สามารถที่จะคบหาเป็มิตรเป็ได้
และเหตุผลที่ว่าหนังก็ต้องไม่ส่งผลร้ายต่อกลุ่มคนในทะเลทราย เพราะหากชื่อเสียงด้านความดุร้ายของพวกเขาทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่านี้ต่อไปก็อาจจะไม่สามารถซื้อของที่จำเป็จากตลาดหรือพ่อค้าคนใดที่มาจากแคว้นเซี่ย นี่เป็ผลกระทบระยะยาวทางอ้อมถึงอย่างไรพวกคนแขวงอื่นก็ยังเห็นว่าชนเผ่าในทะเลทราย อย่างพวกซยงหนูมีดุร้ายโเี้ ป่าเถื่อน จึงไม่ค่อยมีใครอยากจะคบหาสมาคมด้วยนะพ่อค้าแม่ขายก็ไม่ยากที่จะขายสินค้าของตนให้กับพวกเขา
ถึงแม้จะโตมาในทะเลทรายั้แ่เด็กๆแต่การ์คูจาน ก็ใฝ่ฝันที่จะมีชีวิตที่มีแต่ความสะดวกสบาย แล้วสิ่งที่เรียกว่าความสะดวกสบายก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ในทะเลทรายที่มีแต่ความแร้นแค้น มีทั้งข้อจำกัดในเื่ของอาหารและบ้านเมืองที่อยู่อาศัย พวกเขาจะมีชีวิตที่ร่ำรวยและฟุ้งเฟ้อได้เช่นไรกันต่อให้เป็กษัตริย์ เป็หัวหน้าเผ่า หรือเป็คนร่ำรวยที่สุดในเผ่า ใช้ชีวิตหรูหราอย่างไรก็ไม่อาจจะเทียบได้กับชีวิตที่ดีงามของผู้คนในแคว้นเซี่ยแม้แต่ปลายเล็บ
“ปล่อยข้านะ!”กูฮาน่ายังไม่ยอม นางพยายามยื้อยุดฉุดเอาแส้กลับคืนมา
คราวนี้การ์คูจานเองก็ทนไม่ไหวกับเื่ไร้สาระที่น้องสาวทำเขาดึงน้องสาวเข้ามาแล้วก็ฟาดใบหน้าไปฉาดใหญ่
“ท่านตบข้า!”ผู้หาหน้าปากคอสั่นน้ำตาคลอ ไม่คาดคิดว่าตนเองจะโดนพี่รองตบหน้าขนาดนี้
องค์ชายของพวกซยงหนูไม่ยินยอมให้น้องสาวโวยวายอะไรเพิ่มแล้ว เขาส่งสัญญาณให้ เหล่าองครักษ์ ดึงตัวกูฮาน่าออกไปสงบสติอารมณ์ก่อนจะหันมาทำความเคารพกับฮ่องเต้เซี่ยเส้าคัง
“กระหม่อมดูแลน้องสาวไม่ดีสร้างปัญหา แก่พระองค์ั้แ่วันแรกที่ได้พบกัน ขอพระองค์ทรงอย่าถือสาหาความน้องสาวของกระหม่อม โดนตามใจเสียจนเคยตัวอีกอย่างนี้เป็การออกมาท่องโลกกว้างครั้งแรกของนาง ต่อไปย่อมจะมีเื่ที่กระทำอย่างโง่เขลาเบาปัญญาอีกมากนักต่อไปกระหม่อมจะควบคุมดูแลนางอย่างเข้มงวดมากกว่าเดิม เื่ครั้งนี้ขอฝ่าาอย่าถือสานางเลยพะยะค่ะ”เขาทำสีหน้าละอายใจอย่างสุดซึ้งท่าทางเช่นนี้นับว่าพอจะกู้ความรู้สึกของฮ่องเต้และคนอื่นๆ ขึ้นมาได้บ้าง
เดิมทีฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังพยายามหาทางลงและจบเื่นี้แต่โดยดี เมื่อครู่พระองค์กำลังนึกจะสังเวยชีวิตไก่เพื่อแคว้นเซี่ยอยู่พอดีก็กลับมีทางลงที่ดีกว่ามาให้ เมื่อสถานการณ์เป็เช่นนี้พระองค์จึงไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด ไม่คิดจะถือสาหาความสตรีหน้าไม่อายคนหนึ่งยอมตอบรับ ทางลงที่องค์ชายรองของแคว้นซยงหนูมอบให้
ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังแย้มพระสรวลก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ
“คนหนุ่มสาวก็เป็เช่นนี้แหละยังอ่อนต่อโลกและจำเป็ที่จะต้องให้คำชี้แนะให้มาก เื่ครั้งนี้คนของทางเราก็มีส่วนผิดด้วย ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าให้เลิกแล้วต่อกันดีหรือไม่”ฮ่องเต้กล่าวอย่างรวบรัด
“กระหม่อมขอบพระทัยในความเมตตาของพระองค์”องค์ชายรองซยงหนูรีบตอบรับทันที เขาเองก็หวังว่าผลจะออกมาเป็เช่นนี้และนี่ก็ดีมากแล้ว
การ์คูจานสนทนากับฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังอีกหลายประโยคก่อนจะลาออกไป โดยที่ฝ่าาตกลงว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้แก่พวกเขาอีกในสองวันข้างหน้า ใน่ระยะเวลานี้ก็ให้พวกเขาพักผ่อนไปก่อนเพราะว่าเดินทางไกลมา อาจจะยังเหนื่อยล้ากันอยู่
พวกซยงหนูจากไปแล้วโดยมีข้าราชสำนักที่ทำหน้าที่ดูแลพวกเขาเป็คนนำพวกเขากลับยังที่พัก และตลอดเวลาเวลาที่คนของแคว้นซยงหนูอาศัยอยู่ในแคว้นเซี่ย ก็จะมีข้าราชสำนักกลุ่มนี้คอยติดตาม อำนวยความสะดวกสบายให้
ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังหันมาทางคนที่เหลือในท้องพระโรงพระองค์กลอกตาเล็กน้อยก่อนจะออกคำสั่งให้นางหนูซานซานลุกขึ้นได้ เด็กน้อยที่ถือไก่น้อยที่รอดตายราวปาฎิหารย์มองไก่ในมองด้วยดวงตาเป็ประกาย ฮ่องเต้นึกขำในใจจึงแกล้งเอ่ยว่า
“ปะาต่อดีหรือไม่”
ซานซานน้อยสะดุ้งหันทางฝ่าาแล้วส่ายหน้าเร็วๆ ราวกับว่าคนที่ยกไก่ขึ้นมาเมื่อครู่ไม่ใช่นางฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังรู้สึกว่านางหนูตัวเล็กนี่น่าสนใจดีพระองค์ไม่ได้เจอเ้าตัวเล็ก ๆ แบบนี้มานานแล้ว จึงมีใจจะเอ่ยปากอีกสักหน่อย
“ถึงคนพวกนั้นจะไม่เอาความพวกเ้าแล้วแต่เราก็ยังเห็นว่าพวกเ้ามาสร้างความวุ่นวายในวัง เห็นทีต้องหาคนรับผิดชอบกระมัง”เอ่ยเสร็จก็หันไปมองเหมยฮวาอย่างพิจารณาทันใดนั้นเองในสายตาของพระองค์ก็เห็นไก่ตัวหนึ่งถูกยื่นเข้ามา
ฮ่องเต้ ....
“เชิญปะาเพคะ”ซานซานน้อยตัดสินใจสละเ้าไก่กุ๊กอีกครั้ง เมื่อภัยมาเยือน...
ไก่กุ๊ก ....
ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังมุมปากกระตุกนางหนูคนนี้ช่างเป็คนที่ไหลไปได้เรื่อย ๆ จริง ๆไม่แปลกใจเลยที่คบค้ากับนางหนูฮวาฮวาได้
“เอาล่ะเื่นี้เราพูดแล้วว่าให้เลิกแล้วต่อกัน ก็ว่าไปตามนั้น พวกเ้าออกไปได้แล้ว เรารู้สึกเหนื่อยอยากพักผ่อน”ฮ่องเต้ไล่ดื้อ ๆ ทั้งอย่างนั้น พระองค์ลุกขึ้นจะเสด็จกลับตำหนักก่อนจะออกไปหันไปทางเหมยฮวา
“ฝากบอกพ่อครัวด้วยว่าให้เข้ามาทำอาหารในวันงานเลี้ยง”
“เพคะ”เหมยฮวารับคำเสียงดังฟังชัด พ่อครัวในที่นี้ย่อมหมายถึงลุงฟงและทีมงาน แต่ก่อนที่ฮ่องเต้จะเดินออกไป(อีกครั้ง) นางก็ร้องเรียกด้วยเสียงสดใส
“ขึ้นป้ายได้ไหมเพคะ”นางหมายถึงป้ายโฆษณาในภายหลังว่า พ่อครัวที่ทำอาหารในวังรอบนี้มาจากโรงเรียนสอนทำอาหารหมู่บ้านสกุลมู่นี่เป็ชื่อเสียงที่ดีทำให้มีคนเข้ามาเรียนในโรงเรียนสอนทำอาหารของพี่สาวนางมากขึ้น
“ได้”ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังเอ่ยขณะที่เดินออกไป พระองค์ไม่ทรงหันมามองด้วยซ้ำ เพราะวางใจแล้วว่าถ้าเป็กลุ่มของหลันหลันเหมยฮวา หากจะ้าใช้ประโยชน์จากพระองค์พวกนางเป็คนรู้ขอบเขตยิ่งนัก
ฮ่องเต้เสด็จไปแล้วซานซานน้อยถึงกับเข่าอ่อนทีเดียว นางหันกลับไปมองเ้ากุ๊กอย่างรังเกียจแต่แล้วกลับพูดว่า
“เ้าจะติดตามข้าหรือไม่ถ้าจะตามก็ตามมา ไม่ตามก็รอถูกปะาที่นี่ได้เลย” ว่าแล้วนางก็ลุกขึ้นหันไปมองเหมยฮวาที่ตอนนี้ยืนตัวลีบ ๆ แถมเอานิ้วจิ้ม ๆ กันอีก แต่เด็กน้อยอายุห้าขวบก็รู้หรอกนะว่าบางเื่ก็ยุ่งไม่ได้บางเื่ก็ไม่ควรไปแทรก เพราะตอนนี้พี่สาวข้างบ้านนางคนนั้นกำลังจะเจอการอบรมสั่งสอนจากคุณชายคนโปรดน่ะสิ
“เฮ้อ...ข้าเป็เด็กห้าขวบที่ควรจะมีปัญหาอย่างเด็กห้าขวบ และควรจะใช้ชีวิตอย่างเด็กห้าขวบ”ว่าแล้วนางก็คว้าคอเ้าไก่หมับ แล้วอุ้มเดินออกไปรอด้านหน้าท้องพระโรงพลางคิดว่าถึงนางจะอายุน้อย ก็รู้หรอกว่าตรงไหนอันตรายไม่อันตราย
สายตาของนายท่านสกุลลู่น่ากลัวเกินไปแล้ว!!