หลังจากเลิกงานแล้ว อบเชยรีบเก็บข้าวของเอกสารลงกระเป๋าเดินตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ทันที เนื่องจากวันนี้มีงานหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิตย์แห่งชาติ
อบเชยจึงขอหัวหน้างานเลิกงานก่อนเวลาเพื่อจะไปซื้อหนังสือนิยายรักสุดโปรดที่ตั้งใจจะซื้อั้แ่ปีที่แล้วแต่นิยายขายดีดันหมดก่อนจึงทำให้อบเชยสั่งพรีออเดอร์ไม่ทัน
ครั้งนี้คุณนักเขียนดันประกาศว่านำมาเพิ่มเนื้อหาใหม่บอกว่าทำมาจำหน่ายที่งานหนังสือเพียงหนึ่งร้อยเล่มเท่านั้น ครั้งนี้อบเชยจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด ชายหนุ่มจึงรีบเคลียร์งานและขอลาใน่บ่ายของวันเพื่อที่จะไปงานหนังสือ
ร่างบางตรงดิ่งไปยังรถของตัวเองก่อนจะสตาร์ทรถและขับมันออกไป ดีที่งานหนังสือนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานของชายหนุ่มมากนัก เขาขับเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงแล้วหน้างานแล้ว
“สาธุ พึ่งบุญพึ่งวาสนา ขอให้ลูกช้างไปซื้อหนังสือทันด้วยเถิด” อบเชยได้แต่ ภาวนาให้หนังสือเล่มที่เขาอยากได้ยังขายไม่หมด
“พี่เจได พี่ธีโอ พี่ไซออน สุดที่รักทั้งสามของอบเชย อย่าเพิ่งหมดนะรออบเชยก่อน เ้าพระคุณ ถ้าวันนี้อบเชยซื้อหนังสือทัน อบเชยจะเอาผ้าสามสีมาพันรอบพี่ ๆ สามีทั้งสามของอบเชยเลยพร้อมกราบไหว้เช้าเย็นเลยเพี้ยง”
เมื่อรถของอบเชยขับเข้าไปจอดที่ลานจอดรถเท่านั้นแหละ ร่างบางจึงรีบคว้าถุงผ้าที่จะนำไปใส่หนังสือติดมาได้เพราะคิดว่ามางานหนังสือทั้งทีคงต้องหาตุนหนังสือไว้อ่านกันสักหน่อย
สองขารีบวิ่งเข้าไปในงาน เมื่อไปถึงจึงรีบมองหาบูธที่จัดงานของพี่เจได พี่ธีโอ และพี่ไซออนทันที
“…” มองซ้าย
“...” มองขวา
อยู่ไหนหว่า งานหนังสือก็จัดบูธด้วยกันหลากหลายมีแต่เื่ที่ดัง ๆ ทั้งนั้นที่มาออกงาน เล่นเอาเงินกระเป๋าบัญชีอบเชยคนนี้สั่นระริก ๆ ไปเลย
อ๊ะ อยู่นั่นเอง ป้ายไวนิ่วหนุ่มหล่อทั้งสามหน่อ ยืนฉีกยิ้ม เก๊กหน้าหล่อยิ้มให้ลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อหนังสือนิยายเด่นหราอวดความหล่อทำเอาป้ายด้านข้างที่ขายความสวยเกือบดับไปเลย
แถมพระเอกของเื่หล่อขนาดที่ว่ามดยังต้องดับ นั่นคือพี่เจไดนั่นเอง ส่วนนายเอกชื่ออบเชย ซึ่งที่ร่างบางเลือกซื้อเพราะนายเอกมีชื่อเหมือนกันกับตนและเพราะหน้าตาของพระเอกที่หล่อล่อตาล่อใจจนต้องซื้อเก็บและคุณนักเขียนยังบอกอีกว่ามีความลับอยู่ในเล่มไม่มีเนื้อหาในอีบุ๊กเพราะไปเนื้อหาเพิ่มมา
ยังดีที่หนังสือยังคงเหลือและยังไม่หมดไปเสียก่อน อบเชยเลยรีบตรงดิ่งไปหยิบหนังสือและเดินไปจ่ายตังค์ทันที
“พี่ครับเอาเล่มนี้ครับ”
อบเชยยื่นหนังสือนิยายให้กับพนักงานขาย
“ว้าว น้องตาถึงนะคะเนี่ย ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ ตอนท้าย ๆ พระเอกแซ่บมากเลยค่ะ พี่อ่านแล้ว” พี่คนขายแอบกระซิบบอกกับชายหนุ่ม
“แฮะ แฮะ ครับ” อย่าสปอยล์สิพี่ เดี๋ยวไม่ตื่นเต้น อบเชยพูดขึ้นในใจ
“น้องก็เป็สาวกวายเหรอคะเนี่ย”
“ใช่ครับพี่ ผมถึงขั้นลางานมาซื้อเลยกลัวหมดก่อน”
“ใกล้หมดแล้วละค่ะ มีคนมาเหมาจากบูธไปเกือบหมดแล้วด้วยเหลือไม่ถึงสิบเล่มเอง” พี่พนักงานบอกชายหนุ่ม
“งั้นผมคงรอดแล้ว” อบเชยคุยเล่นกับพี่พนักงาน
“น้องไม่สนใจดูเล่มอื่นไปด้วยเหรอ”
“เอ่อ ยังดีกว่าครับ เอาเล่มนี้ก่อน” พนักงานยื่นหนังสือที่คิดตังค์มาให้ เนื่องจากทางบูธไม่มีถุงใส่หนังสือให้ อบเชยจึงต้องเตรียมถุงผ้ามาด้วย เพราะบางบูธก็ไม่มีถุงใส่ให้
“ขอบคุณครับ”
หนังจากได้หนังสือมาแล้ว อบเชยจึงเดินดูหนังสือในบูธต่าง ๆ ไปอีกสองสามบูธและซื้อหนังสือนิยายเก็บไว้อ่านอีกสองสามเล่ม ก่อนจะเดินออกจากงานหนังสือเพื่อหาข้าวกินต่อแต่คงจะซื้อข้าวกลับไปกินที่คอนโดละนะ จะได้อ่านนิยายที่ซื้อมาไปด้วยเลย
ตื่นเต้นจัง อยากอ่านไม่ไหวแล้ว อบเชยรีบมองหาร้านข้าวใกล้ ๆ ก่อนจะแวะซื้อและหิ้วมันกลับไปยังรถของตัวเอง ชายหนุ่มได้ส้มตำและไก่ย่างกับบ้าน จากนั้นจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดให้ไวพี่เจไดรออบเชยอยู่
อ๊ะ ก่อนจะขึ้นห้อง อบเชยลืมว่าน้ำที่ห้องหมดแล้ว จึงหันหลังกลับเดินไปซื้อน้ำที่เซเว่นและได้ขนมติดไม้ติดมือมาด้วยอีกนิดหน่อย กะว่าคืนนี้จะอ่านหนังสือนิยายเื่นี้ให้จบภายในคืนเดียวไปเลย เพราะพรุ่งนี้เป็วันหยุดตรงกับเสาร์-อาทิตย์พอดีเลยไม่ต้องไปทำงาน ก็อ่านนิยายข้ามวันข้ามคืนไปเลยลูกพี่
อบเชยสู้ตาย !!
อบเชยเป็ผู้ชายที่ชอบอ่านนิยายวายมาก ๆ หนังสือจากที่เพื่อนสาวในบริษัทเป็สาววายแทบจะทั้งแผนก นั่นทำให้อบเชยที่เป็ผู้ชายเพียงคนเดียวในแผนกของตนนั้นได้รับอิทธิพลนี้ไปด้วยจากเพื่อนสาวโต๊ะข้าง ๆ พูดกรอกหูชายหนุ่มในทุก ๆ วัน ว่าพระเอกนิยายหล่อมากฟิวจีบหนุ่มหน้าหวานตะมุตะมิ หลงจนอยากได้มาทำสามี
เธอจึงยัดเหยียดหนังสือนิยายที่เธออ่านแล้วมาให้กับอบเชย บอกให้ลองกลับไปอ่านดูเผื่ออยากลองเปิดโลกใหม่ ๆ ดูบ้าง ซึ่งตอนนั้นอบเชยเองกำลังเบื่ออยู่พอดี จึงรับนิยายที่เพื่อนสาวให้มากลับไปด้วย พอหยิบมันมาลองอ่านดูก็เหมือนจะสนุกดี และเห็นว่ามันมีแบบอีบุ๊กด้วยก็เลยลองหาเื่อื่น ๆ อ่านไปด้วยไปอีก ยิ่งอ่านก็เหมือนยิ่งติด จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่า ความรักของชายรักชายนั้นมันลึกซึ้งจริง ๆ
ไม่คิดว่าพวกเขาจะรักกันได้ ซึ่งจากนั้นมาอบเชยก็ติดมันงอมแงมจนต้องหาอ่านหนังสือนิยายวายทุกวันก่อนนอน และเื่ล่าสุดนี้คือ ทะลุมิติเข้าไปในนิยายวายที่ผมชอบ ซึ่งมีหนุ่มหล่อสามคนคือ เจได ธีโอ ไซออน ทั้งสามคนเป็ผู้ชายที่ต่างกันสุดขั้วแต่มารวมตัวกันได้เพราะเจไดไปเที่ยวผับของไซออนและมีธีโอไปเป็เพื่อน เจไดเลยแนะนำธีโอให้รู้จักกับไซออน จากนั้นมาพวกเขาเลยสนิทสนมกันและกลายมาเป็เพื่อนสนิทของกันและกันไปโดยปริยาย
และความพีคของเื่นี้คือ มี อบเชยเป็นายเอกของเื่ อบเชยมีเพื่อนสนิทชื่อลาเต้ซึ่งลาเต้ชอบเสี้ยมอบเชยให้ออกเดตกับหนุ่ม ๆ แต่ว่าอบเชยต้องผิดหวังกับความรักอยู่ตลอดจนได้บังเอิญมาเจอกับเจไดที่เป็พระเอกของเื่
เนื้อเื่กำลังดำเนินไปอย่างสนุกเลย และอบเชยเองก็อ่านมันมาจนถึงครึ่งเื่แล้วในตอนที่เจไดกำลังตามจีบอบเชยตัวละครในนิยาย ชายหนุ่มเป็ต้องเบรกเนื้อเื่ในอีบุ๊กไว้และรีบมาซื้อเล่ม เพราะคุณนักเขียนบอกว่าเพิ่มตอนพิเศษที่ไม่มีในอีบุ๊กเพิ่มมาตอนพิเศษของตอนพิเศษในอีบุ๊กอีกที
นั่นเป็สาเหตุที่อบเชยต้องถ่อมาซื้อเล่มเก็บและทางคุณนักเขียนยังมีของแถมเป็โปสต์การ์ดรูปสามหน่อพร้อมที่คั่นหนังสือให้อีกด้วย ผมจะไม่เก็บมันได้อย่างไร
ผมมันนักสะสมตัวยงเลยนะ
อบเชยรีบขึ้นห้องอาบน้ำใส่ชุดนอน พร้อมกับเปิดโคมไฟที่หัวเตียงและเปิดไฟในห้องสรัวบิ้วอารมณ์ในการอ่านนิยายของตัวเอง
ร่างบางเดินเข้าไปในครัวเพื่อที่จะหยิบขนมที่ซื้อติดมือมาด้วยเท ออกมาใส่จาน จากนั้นก็ไม่ลืมที่จะหยิบกับข้าวที่ซื้อมาเทออกใส่จานและยกมันไปวางที่โต๊ะหน้าทีวีติดกับโซฟาเพื่อที่จะนั่งได้นอนกลิ้งเล่นได้
กินข้าวก่อนดีกว่า แล้วค่อยอ่านทีเดียว อบเชยเดินเข้าห้องครัวเพื่อไปหยิบช้อนออกมา
วันนี้เขาซื้อ ไก่ย่างวิเชียรและส้มตำกลับมากินด้วย นึกอยากจกข้าวเหนียวร้อน ๆ คิดถึงอาหารอีสานก็เลยซื้อกลับมากินซะเลย
ใบหน้าเล็กก้มลงไปดมที่ส้มตำปูปลาร้า กลิ่นปลาร้าแตะเข้าที่จมูกเล็กของอบเชย
หอมสุด!!
ด้วยความที่ชายหนุ่มชอบกินข้าวเหนียวส้มตำมาก เขาสามารถกินมันได้ทุกวันโดยไม่มีเบื่อ น้ำพริกกะปิก็เช่นเดียวกันของโปรดเลยล่ะ
อ้าม อร่อย ~
อบเชยทำหน้าฟินหลังจากเอาข้าวเหนียวจิ้มกับน้ำส้มตำและหยิบไก่ย่างกินไปด้วย มันอร่อยและฟินสุด ๆ ไปเลย
อบเชยเป็เด็กกำพร้าสู้ชีวิตมาั้แ่เด็กจนโตมามีคนรับไปเลี้ยง ซึ่งอบเชยมีพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงที่ใจดีกับอบเชยมาก แต่ทั้งสองต้องมาจากไปด้วยโรคร้ายรุมเล้า ทำให้อบเชยต้องเสียพ่อและแม่ไปพร้อมกันและกลายเป็ว่าต้องอยู่ตัวคนเดียวในวัยยี่สิบห้าปี
แต่ดีที่ตนเองดั้นด้นเรียนจนจบและเป็คนขยันทำงานมาก จึงทำงานหนักั้แ่อายุยังน้อยและดันตัวเองขึ้นมาจนมีฐานะ เขายังสามารถหาเงินได้วันละเยอะ ๆ ให้บริษัท จนหัวหน้า มีแพลนจะเลื่อนตำแหน่งจากพนักงานธรรมดามาเป็หัวหน้าแผนกให้แทน หลังจากครอบครัวจากไปอบเชยต้องอยู่คนเดียวที่บ้าน ชายหนุ่มรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากหันไปทางไหนก็ไม่มีใครเลยจึงได้ขายบ้านของพ่อและแม่มาซื้อที่เป็ทรัพย์สินทิ้งไว้ให้หลังจากตายเพื่อมาซื้อคอนโดในใจกลางมืออยู่แทน
ส้มตำร้านนี้อร่อยใช้ได้เลยแฮะ คราวหน้าต้องแวะซื้อกลับมากินบ่อย ๆ แล้ว
ชายหนุ่มไม่ค่อยมีเวลาทำกับข้าวกินเองสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะฝากท้องไว้ที่ร้านข้าวแกงข้างทางเสียมากกว่า
หลังจากโซ้ยไก่ย่างและส้มตำจนหมดจานแล้ว อบเชยจึงรีบเอาจานไปล้าง
และแล้วก็ถึงเวลาที่จะแกะหนังซื้อที่ซื้อมาอ่านสักที