“พี่ใหญ่ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” จ้าวฮุ่ยมองชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีน้ำเงินและกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่มืดมน
“ลุงใหญ่” หลู่เส่าโหย่วก็มองไปยังคนผู้นี้ด้วยชายวัยกลางคนสวมใส่เสื้อคลุมยาว ดวงตากลมโต มีกลิ่นอายของวีรชนที่คลุมเครือรอบกายเต็มไปด้วยลมหายใจที่ปั่นป่วน มีความแข็งแกร่งที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าจ้าวฮุ่ยคนผู้นี้คือนายใหญ่ของตระกลูหลู่ นามว่าหลู่ตง
หลู่เส่าโหย่วสังเกตลุงใหญ่ของตนความแข็งแกร่งของลุงใหญ่น่าจะอยู่ที่ระดับยอดยุทธ์ พลังบ่มเพาะระดับยอดยุทธ์ในทวีปหลิงหวู่นั้นนับว่าเป็ผู้แข็งแกร่งแล้ว
“น้องสะใภ้ เ้าควรจำให้ได้ว่าเ้าสัญญาอะไรไว้ในตอนนี้เ้ากลับจะมาฆ่าเส่าโหย่ว นี่มันหมายความว่าอย่างไร” หลู่ตงเอ่ยถามจ้าวฮุ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“มันฆ่าจ้าวซาน และทุบตีสาวรับใช้ของข้าไม่ควรถูกลงโทษหรอกหรือ?” จ้ายฮุ่ยกล่าว
“เหอะ จ้าวซานกับสาวใช้ต่ำต้อยนั่นเป็ฝ่ายรังแกแม่ข้าก่อนหรือว่าพวกมันไม่สมควรตาย?” หลู่เส่าโหย่วกล่าวอย่างเ็า
“น้องสะใภ้ ข้าได้ยินเื่ของจ้าวซานกับเสี่ยวหลันมาแล้วเป็สองคนนั้นที่ทำผิดก่อนจริง ตระกูลหลู่จะชดเชยให้พวกนั้น เ้าว่าอย่างไร?” หลู่ตงกล่าว
“จ้าวซานกับเสี่ยวหลันล้วนเป็คนจากตระกูลของข้าข้าจะปล่อยไปเช่นนี้ได้อย่างไร วันนี้เ้าลูกผสมนี่จะต้องตาย”จ้าวฮุ่ยมองหลู่เส่าโหย่วและกล่าวด้วยความเ็า
“น้องสะใภ้อย่างไรเส่าโหย่วก็มีสายเืของตระกูลหลู่ เ้าด่าเส่าโหย่วว่าเป็ลูกผสมเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเ้าอย่าลืมไปว่าตอนนี้เ้าก็เป็คนของตระกูลหลู่ เปิดปากก็กล่าวถึงแต่ตระกูลจ้าวหรือว่าตระกูลหลู่ของข้าไม่ถูกเ้านำมาเก็บไว้ในสายตาเลยหรือ?” หลู่ตงเผยสีหน้ามืดมนและกล่าวออกมาเบาๆ
จ้าวฮุ่ยพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง นางได้แต่จ้องมองไปยังหลู่เส่าโหย่วและลั่วหลานซืออย่างเ็า“หรือว่าพวกเ้าในตอนนี้คิดอยากจะให้เ้าหนูนี่ไหว้บรรพบุรุษ เ้าอย่าลืมว่าตอนแรกพวกเ้าตกลงกับข้าไว้ว่าอย่างไร”
“เ้าก็อย่าลืมไปว่าตัวเองเคยตกลงอะไรไว้หากเกิดเื่อะไรขึ้นกับเส่าโหย่ว เื่นี้ก็พูดยากแล้ว” หลู่ตงกล่าว
“เหอะ พวกเราไป” จ้าวฮุ่ยแสดงสีหน้ามืดมนจากนั้นก็หันหลังแล้วออกไปจากลานบ้าน เหล่าคนรับใช้และจ้าวเอ้อร์ก็เข้ามาประคองจ้าวต้าไว้ถึงจะสามารถออกไปจากลานบ้านได้
“เอาล่ะ ไม่มีเื่อะไรแล้ว”หลู่ตงได้หันมากล่าวกับหลู่เส่าโหย่วและลั่วหลานซือ
“ขอบคุณนายใหญ่” ลั่วหลานซือเอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
“นี่เป็สิ่งที่ข้าควรทำทำให้พวกเ้าไม่ได้รับความเป็ธรรมแล้ว ตระกูลหลู่ติดค้างพวกเ้าไม่น้อย” หลู่ตงตอบกลับลั่วหลานซือแต่สายตาของเขากลับมองไปที่ร่างของหลู่เส่าโหย่ว
หลู่เส่าโหย่วนั้นไม่ได้กล่าวอะไรให้มากความหลังจากฟังสิ่งที่ลุงใหญ่กล่าวกับจ้าวฮุ่ยเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าเื่นี้จะมีอะไรบางอย่างเก็บซ่อนไว้เื้ั
“เส่าโหย่วเ้ากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ั้แ่เมื่อใด?” หลู่ตงเหลือบมองหลู่เส่าโหย่วแล้วเอ่ยถามขึ้น
“ข้าลืมไปแล้ว เป็มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว”หลู่เส่าโหย่วกล่าวเบาๆ เขานั้นไม่ได้มีเื่ขัดแย้งอะไรกับลุงใหญ่ จากความทรงจำในจิตใจของเขาทำให้เขารู้ว่าลุงใหญ่ผู้นี้คอยดูแลเขาั้แ่ยังเป็เด็ก
“ในภายภาคหน้า เ้าต้องระมัดระวังมากกว่านี้อยู่ในตระกูลหลู่ต่อไปเถอะ อย่างน้อยในตระกูลหลู่ก็ไม่อันตรายเท่าข้างนอกเื่บางเื่ บางทีเ้าอาจจะได้รู้ในภายหลัง” หลู่ตงกล่าวกับหลู่เส่าโหย่วราวกับเดาได้ว่าหลู่เส่าโหย่วตั้งใจที่จะจากไป
“เื่บางเื่ บางที ข้าก็ไม่ได้อยากจะเข้าใจแต่ข้ารู้เพียงว่าใครบ้างที่ติดค้างพวกเราสองแม่ลูกไว้” หลู่เส่าโหย่วกล่าวเบาๆการตายของหลู่เส่าโหย่วคนก่อนก็เป็เพราะตระกูลหลู่ บัญชีแค้นนี้ หากในอนาคตมีโอกาสตัวเขาก็จะช่วยหลู่เส่าโหย่วคนก่อนแก้แค้นให้ได้ เพราะตัวเขาได้เข้ามาใช้ร่างกายนี้ดังนั้นเื่นี้จึงนับเป็ความรับผิดชอบของเขาด้วย
“ดูเหมือนว่าเ้าจะเก็บซ่อนและอดทนมาโดยตลอดเช่นนั้นทำไมเ้าไม่อดทนต่อไป นั่นจะเป็สิ่งที่มีประโยชน์กับเ้ามากกว่า” สีหน้าของหลู่ตงได้เปลี่ยนไปเล็กน้อยจากนั้นเขาจึงกล่าวขึ้นมา เมื่อมองไปยังหลานชายที่เขาเห็นมาั้แ่เด็กจนโต ก็ดูเหมือนว่าหลานชายคนนี้จะมีบางอย่างแตกต่างไปจากเดิม
“เื่บางเื่ข้าก็ไม่สามารถอดทนต่อไปได้”หลู่เส่าโหย่วกล่าว ในตอนที่เห็นท่านแม่โดนพวกคนรับใช้รังแก ตัวเขาจะอดทนต่อไปได้อย่างไร
“เอาล่ะ ข้าไปก่อนแล้วเื่บางเื่ มันอาจจะไม่ได้เป็อย่างที่เ้าเห็น เ้าต้องระมัดระวังมากขึ้นจำไว้ว่าอย่าออกจากตระกูลหลู่ อาจจะมีใครบางคนหวังให้เ้าออกจากตระกูลหลู่อยู่” หลังจากหลู่ตงกล่าวจบเขาก็ค่อยๆ ถอนหายใจและเดินออกไปจากลานบ้าน
“เส่าโหย่วเ้าต้องไม่ออกจากตระกูลหลู่นะ ท่านพ่อต้องไม่คิดร้ายกับเ้าแน่” หลู่หวู๋ซวงกล่าวขึ้นในตอนที่นางเดินมาอยู่ข้างๆหลู่เส่าโหย่ว
“พี่หวู๋ซวง ข้าเข้าใจแล้ว”หลู่เส่าโหย่วกล่าว เขาได้คิดคำนวณเอาไว้ในใจแล้ว เื่นี้คาดเดาได้ไม่ยาก ฟังจากสิ่งที่ลุงใหญ่กล่าวกับจ้าวฮุ่ยดูเหมือนว่านางกับตระกูลหลู่จะมีข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน จ้าวฮุ่ยไม่สามารถลงมืออะไรกับเขาได้ไม่เช่นนั้น คาดว่าหลู่เส่าโหย่วคนก่อนคงจะโดนฆ่าไปตั้งนานแล้ว คงไม่ได้มีชีวิตมาจนถึงตอนนี้
“คุณชาย พวกเราควรทำอย่างไรต่อไป”หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นควรทำอะไรก็ทำเหมือนเดิม” หลู่เส่าโหย่วหันไปตอบกลับหลู่เสี่ยวไป๋ จากนั้นเขาก็กล่าวกับลั่วหลานซือที่อยู่ข้างๆว่า “ท่านแม่ ต่อไปนี้ท่านไม่ต้องไปที่ห้องซักผ้าแล้ว ลูกสามารถเลี้ยงดูท่านได้รออีกสักระยะหนึ่ง พวกเราก็จะได้ออกไปจากตระกูลหลู่ ออกไปยังที่ที่ไกลแสนไกล”
เวลากลางคืนได้มาถึงโดยไม่ทันรู้ตัวหลู่เส่าโหย่วกลับมาที่ห้องของตัวเองแล้วนั่งขัดสมาธิ เขาได้แต่นั่งคิดว่าควรจะทำอย่างไรในภายภาคหน้าตอนนี้เขาได้เปิดเผยฐานะผู้ฝึกยุทธ์ให้คนอื่นได้รู้แล้ว คาดว่าวันเวลาของเขาต่อจากนี้จะต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน
ตัวเขาต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเอาไว้ด้วยเขาต้องรีบทะลวงระดับการบ่มเพาะ มีเพียงแต่ต้องมีพละกำลังที่แข็งแกร่งถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้หากอาศัยเพียงการบ่มเพาะ เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลากี่เดือนกี่ปีถึงจะสามารถทะลวงระดับได้มีแต่ต้องพึ่งพาการหลอมโอสถเท่านั้น
“ข้า้าเงิน้าเงินที่มหาศาลเพื่อที่จะยกระดับพลังของตัวเอง” หลู่เส่าโหย่วบ่นพึมพำในมือของเขายังมีโอสถเสริมพลังอีกสิบกว่าเม็ด พรุ่งนี้เขาจะนำมันไปขายที่เทียนเป่าเหมินจากนั้นค่อยแลกสมุนไพรขั้นสองมาเล็กน้อย ในตอนนี้ตัวเขาควรที่จะเริ่มหลอมโอสถขั้นสองได้แล้ว
หลังจากตัดสินใจทุกอย่างเสร็จหลู่เส่าโหย่วก็นั่งขัดสมาธิและเริ่มบ่มเพาะทันที ถึงแม้การบ่มเพาะปกติจะช้ามากเพียงใดแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ในลานบ้านแห่งหนึ่ง มีร่างของจ้าวฮุ่ยและจ้าวเอ้อร์อยู่ภายในนั้นสีหน้าของจ้าวฮุ่ยในเวลานี้ช่างน่าเกลียดยิ่งนัก
“จ้าวต้าเป็อย่างไรบ้าง?” จ้ายฮุ่ยถาม
“าเ็หนักเกินไป อาการของจ้าวต้าใกล้ความตายอย่างมากยังดีที่เมื่อครู่ได้กินโอสถลงไปแล้ว ทำให้เก็บชีวิตกลับมาได้ แต่คาดว่าเื่นี้จะทำให้มีผลกระทบกับการบ่มเพาะในอนาคตเป็อย่างมากหากไม่ใช้เวลาถึงหนึ่งปีครึ่งก็คงจะไม่ดีขึ้นมา คุณหนูหรือว่าพวกเราต้องปล่อยเ้าหนูนั่นไปง่ายๆ เช่นนี้” จ้าวเอ้อร์กล่าว
“หึ...เ้าลูกผสมนั่นดันกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขึ้นมาได้และยังทะลวงระดับมาถึงระดับนักรบแล้ว ทว่าหลายปีที่ผ่ามมากลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้ข้าคาดไม่ถึงจริงๆ เ้าลูกผสมผู้นี้มันต้องตายข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าลูกผสมนี่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป” จ้าวฮุ่ยกล่าว
“แต่ว่าคุณหนู หากจะฆ่าเ้าหนูนี่ก็เกรงว่าน่าจะลำบากมันได้กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้ว จะฆ่ามันภายในตระกูลหลู่นั้นไม่ง่ายเลยผู้อื่นในตระกูลอาจจะรับรู้ได้” จ้าวเอ้อร์กล่าว
“พรุ่งนี้เ้าจงส่งคนกลับไปที่ตระกูลจ้าวและบอกกล่าวเื่ทางนี้แก่ตระกูล ที่ตระกูลจ้าวจะต้องมีการจัดการเื่นี้แน่นอกจากว่าเ้าหนูนั่นจะอยู่แต่ภายในตระกูลไม่ออกไปไหน ไม่อย่างนั้นแล้ว หึ...”ดวงตาของจ้าวฮุ่ยได้เผยความดุร้ายออกมา นางจะไม่ปล่อยสองแม่ลูกคู่นี้ไปง่ายๆ แน่
ในห้องหินแห่งหนึ่งภายในตระกูลหลู่ มีร่างที่สวมใส่ชุดคลุมยาวร่างหนึ่งได้ปรากฏที่ด้านนอกห้องคนผู้นั้นคือหลู่ตง
“เื่ที่ไปจัดการเป็อย่างไรบ้าง?” ภายในห้องหินนั้นได้มีเสียงที่แก่ชราเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ท่านพ่อ เส่าโหย่วกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งยังมาถึงระดับนักรบแล้ว ส่วนเื่อื่นนั้น ต่อหน้า คาดว่าฝูงชนก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแต่ถ้าลับหลังข้าก็ไม่รู้แล้ว” หลู่ตงกล่าว
หลังจากนั้น ภายในห้องหินก็ไม่มีเสียงใดๆเอ่ยออกมาเป็เวลานาน กระทั่งเสียงที่แก่ชรานั้นได้กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง“เป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์แล้ว ดูเหมือนว่าเส่าโหย่วจะอดทนเก็บซ่อนมานาน รู้จักอดทนไม่เลว คาดว่าคงมีโอกาสอยู่กับตัว ตระกูลหลู่ติดค้างพวกเขาสองแม่ลูกไม่น้อย ตอนนี้ข้ากลัวว่ามันจะอันตรายมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว”