[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    77 นกประหลาด

    “ หัวหน้า หัวหน้าวิน เกิดเรื่องแล้ว! ”


    เสียงเรียกด้านนอกเต้นท์ที่กางบนดาดฟ้าปลุกคนที่อยู่ด้านในให้ลืมตาตื่น หลังจากรู้ว่ามีคนเรียกด้วยน้ำเสียงตกใจวินจึงรีบออกมาจากเต้นท์พลางมองไปยังคนที่ปลุกเขา


    “ หัวหน้า มีบางอย่างกำลังมา ”


    “ อะไร ”


    “ เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ตอนนี้มันกำลังทำให้ทุกอย่างสั่นราวกับมีแผ่นดินไหว ”


    วินมองไปยังถังน้ำตั้งอยู่ใกล้ๆ มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ใช้ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนไหวของซอมบี้ตัวใหญ่ ตอนนี้บนผิวน้ำกำลังเกิดแรงกระเพื่อมจากแรงสั่น ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงราวกับกำลังมีพายุหมุนลูกใหญ่พัดผ่านไปทั่วเมือง ท่ามกลางเสียงพายุเขาได้ยินเสียงกระพือปีกของนกมากมาย เพียงแต่เสียงนั้นยังไม่ปรากฎต้นเหตุว่ามาจากที่ไหนทุกคนบนดาดฟ้าจึงพยายามกวาดตามองออกไปรอบๆเพื่อดูว่าเสียงดังมาจากทิศทางใด ทว่ากลับไม่มีใครหาทิศทางของเสียงได้เนื่องจากว่ามันสะท้อนไปมาหลังจากกระทบตึกจำนวนมาก


    ขณะที่ทุกคนพยายามกวาดตามองออกไปรอบๆ แอลลี่กลับชี้มือไปยังทิศเหนือที่มีเมฆลอยอยู่มากมาย เมื่อแสงจันทร์ส่องทะลวงก้อนเมฆในบางจุดทุกคนก็พบเข้ากับร่างสีดำขนาดใหญ่ลอยต่ำกว่าก้อนเมฆ แต่ละคนจึงพยายามหรี่ตาให้แคบลงเพื่อดูว่าสิ่งๆนั้นคืออะไร ทว่าทุกคนกลับไม่สามารถแยกแยะรูปร่างของมันได้ สิ่งที่กำลังลอยอยู่ใต้ก้อนเมฆมีมากเกินไปจนยากจะบอกลักษณะ แอลลี่ที่มีดวงตาพิเศษจึงบอกสิ่งที่เธอเห็นให้ทุกคนฟัง เมื่อใครหลายคนรู้ว่านกที่หายไปบินกลับมายังเมือง X ต่างพากันหวาดกลัว เนื่องจากพวกมันทุกตัวล้วนแล้วเป็นซอมบี้


    “ เตรียมสปอร์ตไลท์เร็วเข้า!”


    วินร้องตะโกนบอกทุกคนบนตึกให้เตรียมสปอร์ตไลท์ จุดประสงค์ที่เขาติดตั้งมันบนดาดฟ้ามีหลายอย่าง จุดประสงค์แรกคือใช้สอดส่องในช่วงกลางคืนหากมีการต่อสู้เกิดขึ้นพวกเขาสามารถชี้นำทางคนที่ออกไปต่อสู้ได้ อีกหนึ่งจุดประสงค์คือทำลายดวงตาของซอมบี้ที่มีความสามารถสูงในการมองกลางคืน หากมันถูกแสงจ้ากระทบดวงตาจะทำให้เสียการมองเห็นชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งมันจะเปิดโอกาสให้พวกเขาโจมตีได้ 


    ชาย 10 คนที่เข้าประจำสปอร์ตไลท์ล้วนแล้วรอคำสั่งจากวิน หากเปิดใช้งานมั่วซั่วสปอร์ตไลท์จะกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดซอมบี้มาหาตน ขณะที่ทุกคนมองไปยังทิศเหนือบนใบหน้าของพวกเขายิ่งปรากฎความตื่นตระหนก เนื่องจากก้อนเมฆถูกแทนที่ด้วยซอมบี้มากมายที่กำลังบินตรงมาจากทิศทางนั้นด้วยความรวดเร็ว


    “ คนที่เหลือหาที่กำบัง! ”


    ความเงียบเริ่มปกคลุมไปทั่วดาดฟ้าตึก ด้านล่างที่มีหน่วยล่าเริ่มเงียบสงบหลังจากที่พวกเขาหลบหลังบังเกอร์พลางมองไปยังท้องฟ้าทางทิศเหนือที่มีซอมบี้นกกำลังบินมา ทันใดนั้นน่านฟ้าสถานีวิจัยดาราศาสตร์ก็ถูกฝูงนกบินผ่านไปด้วยความเร็วไว ก่อนที่มันจะมุ่งตรงไปยังทิศใต้ของเมือง


    ลมหอบใหญ่พัดกระแทกตึกจนเกิดเสียงสั่น ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆล้วนโอนเอนไปตามทิศทางที่ลมหอบผ่าน การกระพือปีกของนกจำนวนมากได้สร้างแรงลมมหาศาล มันได้พัดหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่มีสิ่งยึดเกาะให้ลอยไปตามแรงลมจนราวกับมีพายุลูกใหญ่พุ่งทำลายเมือง


    ผิวน้ำภายในถังที่กระเพื่อมก่อนหน้าล้วนกระเด็นกระดอนออกมาจากถัง วินรู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่าแรงสั่นก่อนหน้านั้นไม่ได้มาจากบนพื้นแต่มาจากท้องฟ้า


    “ พวกมันมีเยอะแค่ไหนกันเนี่ย! ”


    หนึ่งในชายที่หลบอยู่บนดาดฟ้าพูดออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว ฝูงนกที่ยังไม่รู้ว่าเป็นชนิดใดบินผ่านตึกไปอย่างรวดเร็วจนราวกับว่ามีเครื่องบินรบหลายพันลำบินผ่าน แรงสั่นจากปีกของมันทำให้หูของพวกเขาด้านชาไป เมื่อทุกคนมองไปทางเหนือฝูงนกยังคงบินมาเรื่อยๆจนไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดอยู่ตรงไหน


    แอลลี่ที่มองดูปรากฎการณ์บินของนกได้มองไปยังทิศใต้เพื่อดูว่านกจะบินไปหยุดที่ใด ตอนนี้มันได้บินผ่านบ้านเธอไปแล้วและกำลังมุ่งหน้าลงสู่ใต้เรื่อยๆ ภายในใจของเธอภาวนาให้พวกมันบินผ่านเมือง X ไป ต่อให้เธอจะสามารถฆ่าซอมบี้ระดับ 4 ได้ด้วยพลังและอาวุธที่พี่ชายมอบให้ จำนวนของนกเหล่านี้กลับมากเกินไปจนเธอกลัวว่าพละกำลังจะไม่พอจะฆ่าพวกมันทั้งหมด


    “ อย่าส่งเสียง อย่าทำอะไรทั้งสิ้น พยายามอยู่ให้นิ่งที่สุดไม่งั้นพวกมันอาจจะมาหาเรา! ”


    วินสั่งให้คนที่อยู่บนดาดฟ้าอยู่ให้เงียบที่สุด พวกเขาอยู่บนที่สูงอาจจะสะดุดตานกกลุ่มที่กำลังบินผ่านได้ เขาไม่รู้จุดหมายของนกและไม่รู้ว่าพวกมันจะโจมตีหรือไม่ สิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำในตอนนี้คือหลบจนกว่านกจะจากไป  ท่ามกลางเวลาที่ค่อยๆเดินช้าๆ นกตัวสุดท้ายก็บินผ่านตึกพวกเขาไปโดยใช้เวลาทั้งสิ้นที่ฝูงนกเดินทางผ่านตึกของพวกเขาคือ 30 นาที


    ทุกคนที่อยู่บนดาดฟ้าถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าตนเองไม่จำเป็นต้องต่อสู้ คนที่หลบอยู่หลังบังเกอร์ด้านล่างพยายามสอบถามวินเกี่ยวกับการปรากฎตัวของซอมบี้นก เขากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมัน คนที่จะตอบได้นั้นจึงมีเพียงแค่ศาสตราจารย์เท่านั้น ทุกคนจึงรอให้ศาสตราจารย์ทั้ง 2 ที่คอยวิเคราะห์พฤติกรรมของสัตว์อธิบายการเดินทางของนกว่าพวกมันกำลังทำสิ่งใด


    “ แอลลี่ มันมาจากทางเหนือใช่ไหม ”


    วินสอบถามแอลลี่ให้มั่นใจ เธอน่าจะมองเห็นได้ไกลที่สุดเพราะเธอสามารถชี้จุดที่มีนกบินมาได้ แอลลี่จึงพยักหน้าตอบคำถามเพียงแต่ใบหน้าของเธอไม่ได้หันมองมาเพราะกำลังมองไปยังทิศใต้ไล่ตามฝูงนกไป วินจึงปล่อยให้เธอมองดูจนกว่าจะพอใจ ส่วนตัวของเขาก็เริ่มวิเคราะห์เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่นกกลายเป็นซอมบี้


    ยิ่งเขาได้ลองคิดถึงหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากฝูงนกซอมบี้เหล่านี้ บนใบหน้าของวินก็เริ่มปรากฎความกังวล หากเชื้อไวรัสแพร่กระจายภายในเมือง X รัฐบาลอาจจะปิดล้อมเมืองเอาไว้ได้ง่ายดาย การเดินทางของพี่โยฮันจะต้องติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือได้แน่นอน แต่ทว่าฝูงนกซอมบี้เมื่อครู่กลับเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้แน่นอน หากพวกมันเป็นหนึ่งในตัวการที่คอยแพร่เชื้อ หมายความว่าเมืองที่พวกมันบินผ่านจะต้องมีซอมบี้เกิดขึ้นแล้ว เขาจึงกลัวว่าจะมีมากกว่า 1 เมืองที่ต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ ภารกิจที่ส่งให้พี่โยฮันไปติดต่อขอความช่วยเหลืออาจจะล้มเหลวจนพวกเขาต้องใช้อีกแผนนั่นคือรวมกลุ่มแล้วสร้างกองกำลังต่อต้านพวกมัน


    หลังจากเผื่อใจเอาไว้ว่าเมืองอื่นๆจะต้องมีซอมบี้เหมือนเมือง X วินก็ได้มองไปทางทิศใต้ เขารู้สึกว่าแอลลี่มองนานเกินไป ทันใดนั้นแอลลี่กลับชี้มืออีกครั้งสร้างความตกใจให้เขาไม่น้อยเมื่อฝูงนกกำลังตีโค้งบินกลับมาด้วยความเร็วจนทำให้ท้องฟ้าทางทิศใต้ถูกปกคลุมด้วยสีดำ


    “ หลบเร็วเข้า! ”


    วินรีบออกคำสั่งให้ทุกคนหลบซ่อนตัว เขาไม่รู้ว่าฝูงนกบินกลับมาทำไม หากทางทิศใต้ของเมือง X คือจุดสิ้นสุดที่พวกมันบินไปแล้วคิดจะบินกลับไปทางเหนือ เขาจะรู้สึกดีกับเหตุการณ์นี้มาก ขณะที่กำลังมองฝูงนกที่กำลังบินมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่นั้น ฝูงนกกลับร้องคำรามด้วยเสียงเล็กแหลมจนทำให้เมือง X สั่นสะเทือนเลือนลั่น ทุกคนล้วนแล้วยกมือปิดหูกันจ้าละหวั่น ทันใดนั้นนกมากมายก็เริ่มบินกระจายตัวกัน ไม่ใช่แค่ทิศใต้ของเมือง X เท่านั้นที่มีฝูงนก ทิศตะวันตกและทิศตะวันออกเริ่มมีฝูงนกบินเข้าปกคลุมท้องฟ้า ไม่ว่าจะมองไปทิศทางใดล้วนแล้วเต็มไปด้วยความมืดมิดจากฝูงนกที่เข้ามาบดบังแสงจันทร์


    อุแว้!


    เด็กทารกที่หลบอยู่ภายในตึกร้องไห้ ผู้เป็นแม่พยายามใช้มือปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้ให้เพื่อป้องกันเสียงกระทบหูเล็กๆของเด็กแรกเกิด เหล่าคนแก่ที่ได้ยินเสียงล้วนตัวสั่น เด็กอายุไม่ถึง 10 ปีต่างร้องไห้กัน ภายใต้เสียงกระพือปีกและเสียงกรีดร้องของฝูงนกทำให้ผู้คนหวาดกลัวต่อให้พวกมันจะยังไม่ลงมือโจมตีก็ตาม


    “หัวหน้า มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น ”


    “ ฉันไม่รู้ หลบก่อนอย่าพึ่งถาม ”


    หัวใจของวินเริ่มเต้นระรัว เขาไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น จากประสบการณ์เล่นเกมและอ่านนิยาย ทำให้เขารู้ว่าจะต้องมีบางอย่างที่เลวร้ายเกิดขึ้นในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน ทันใดนั้นฝูงนกก็ได้กระจายตัวไปทั่วเมือง X จนท้องฟ้ามองไม่เห็นเมฆและแสงจันทร์อีกต่อไป


    เหล่าฝูงนกมากมายที่กระจายตัวออกไปเริ่มบินเวียนวนบนท้องฟ้าจนราวกับว่ามีพายุสีดำลูกใหญ่กำลังหมุนวนอยู่บนท้องฟ้าหลายสิบลูก 


    “ มันกำลังบินวน ”


    แอลลี่บอกสิ่งที่เธอมองเห็น ฝูงนกกำลังบินวนอยู่บนท้องฟ้าจนสร้างวงกลมขึ้นมาซ้อนทับกันหลายวง เธอไม่รู้เช่นกันว่าพวกมันกำลังจะทำสิ่งใด สัญชาตญาณกลับเตือนเธอให้รู้ว่ากำลังจะมีอันตรายเกิดขึ้น 


    ท่ามกลางการบินวนของซอมบี้บนท้องฟ้า มันได้เริ่มสร้างลมหมุนจนทำให้เห็นหลายอย่างลอยขึ้นไปด้านบน แอลลี่คิดว่าอีกไม่เกิน 10 นาทีจะต้องมีพายุหมุนเกิดขึ้นอย่างแน่นอนจากการบินของพวกมัน


    ขณะที่เฝ้ารอดูว่าฝูงนกคิดจะทำสิ่งใดอยู่นั้น ซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างกลับคำรามลั่นส่งเสียงของพวกมันผสานไปกับเสียงปีกของนกที่ลอยตัวอยู่ด้านบน ทันใดนั้นเองนกที่กำลังบินวนอยู่บนฟ้าก็เริ่มร่วงหล่นจนราวกับว่ามีคนทิ้งหัวรบจากเครื่องบินลงมายังพื้น


    ร่างสีดำทะมึนพุ่งตกลงมาด้วยความเร็วไว ตัวที่บินอยู่บนท้องฟ้ายังคงบินวนต่อไป เมื่อนกกลุ่มแรกที่พุ่งออกมาจากกลุ่มกระแทกพื้นก็ทำให้เกิดเสียงดังออกไปไกล ภาพที่วินมองเห็นทำให้เขาตกใจเพราะนกกำลังฆ่าตัวตายด้วยการพุ่งชนสิ่งต่างๆ หลังจากที่มองขึ้นไปบนฟ้าในจุดที่ตนเองยืนอยู่นั้น เขาก็ได้ออกคำสั่งให้ทุกคนที่อยู่บนดาดฟ้าวิ่งหลบเข้าไปในตึกทันที คนที่อยู่ด้านล่างหลบหลังบังเกอร์เมื่อได้ยินเสียงจากบนตึกต่างพากันวิ่งหาที่หลบกันจ้าละหวั่น ทันใดนั้นก็เกิดเสียงกระแทกวัตถุตึงตังดังก้องออกไปไกล 


    พื้นปูนมากมายแตกระแหงราวกับมีลูกเหล็กหล่นกระแทก หลังคาบ้านเรือนหลายหลังถูกทำลายกลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ดาดฟ้าตึกบางแห่งที่มีผนังบางๆถูกทำลายจากร่างสีดำที่พุ่งทะลวงเข้าไป  


    หลังจากที่นกกรีดร้องอีกครั้งพวกมันก็เริ่มทยอยบินลงมาจากฟ้าจนดูราวกับฝนร่วงตก 


    กรี๊ด!


    เสียงทุบทำลายดังขึ้นถี่รัว มันมาพร้อมกับเสียงร้องเสียดแทงแก้วหูดูน่ากลัวจนทำให้คนที่ได้ยินร้องไห้ วินที่หลบอยู่ภายในตึกเขารู้สึกเสียวไปทั่วแผ่นหลังเมื่อรู้ว่าตนเองตัดสินใจถูกที่ไม่สั่งให้เปิดสปอร์ตไลท์ ไม่อย่างนั้นตึกของพวกเขาจะต้องตกเป็นเป้าหมายของฝูงนกที่กำลังร่วงตกลงมาจากฟ้าอย่างแน่นอน


    แต่แล้วฝูงนกที่กำลังทิ้งดิ่งตั้งฉากกับพื้นก็เริ่มเปลี่ยนมุมในการพุ่งชน หลายตัวบินเฉียงลงสู่พื้นจนทำให้ด้านข้างตึกถูกกระแทกจนทะลวงเข้าไปด้านใน  เขาที่เห็นการบินของฝูงนกที่เปลี่ยนไปล้วนหน้าซีด เนื่องจากหลายชั้นภายในตึกเป็นเพียงแค่กระจก วินจึงรีบสั่งการอพยพพาผู้คนหลบเข้าไปในชั้นที่มีผนังกั้นทำให้ทุกคนต้องวิ่งหนีตายอีกครั้งหลังจากที่ซอมบี้นกพุ่งชนกระจกตึกจนทะลวงเข้ามาด้านใน


    เพล้ง กรี๊ด!.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน