"เอ่อ...คือ” ยังคงอ้ำอึ้ง
“_”
“คือ ที่จริงข้ารู้สึกหัวใจเต้นกับท่านอยู่บ่อยครั้งและข้าแน่ใจว่าข้าน่าจะชอบท่าน คือ...” หน้าเริ่มขึ้นสีแดงจัด “ท่านอาจจะไม่เชื่อ แต่สำหรับข้าแล้วความรู้สึกชอบมันเพิ่มมากขึ้นจนล้นอก อ้ะ!! ไม่ๆๆ” ลนลาน เขินอายจนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง
หมอดูรูปงามยกมือขึ้นปิดปาก สถานการณ์เช่นนี้เขาเองก็เพิ่งจะเคยเจอเป็ครั้งแรก ถามว่ารับมือยากหรือไม่ แน่นอนว่ายากมากกับสตรีไร้ยางอายตรงหน้าที่มักจะทำตัวแปลกๆ กับเขาั้แ่วันที่เขาทิ้งนางในวันนั้น นั่นคือจุดเริ่มต้นของเื่ราวทั้งหมด นางเกาะติดเขา กอดเขาลามไปจนถึงหอมแก้ม!! ใช่ว่านางจะรู้สึกเป็เช่นนั้นอยู่ผู้เดียว ตัวเขาเองก็รู้สึกทั้งๆ ที่เขาไม่ควรจะรู้สึกด้วยซ้ำเพราะเขา หาใช่คนปกติ
ยกมือห้าม “คือ เดี๋ยวนะเ้าคะ” ลนลาน “มันอาจจะเร็วไป เช่นนั้นข้าควรแน่ใจในความรู้สึกให้มากกว่านี้แล้วข้าค่อยบอกท่านอีกครั้ง”
“_” ปิดปาก ไม่มองหน้าสตรีไร้ยางอาย แต่หูยังรอฟัง
“ให้ข้าแน่ใจ” คว้ามือแกร่งที่ปิดปากตัวเองของอีกฝ่ายมาจับไว้ “ฟานอวี้ถง” หน้าแดง
“_” เ้าของนามมองและใจเต้นอย่างไม่ควรจะเป็
“ตอนนี้แค่ชอบวันหน้าหากข้าแน่ใจว่ารักท่านแล้ว ข้าจะบอกท่านอีกครั้งนะเ้าคะ” ใจนางเต้นแรงเมื่อจู่โจมอีกฝ่ายไปตรงๆ รู้ตัวดีว่าความรู้สึกนี้มันมาเร็วเกินไป...นางถึงอยากจะรอเวลา ที่สำคัญกว่าความรักในตอนนี้คือนางต้องปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ให้ได้และก้าวต่อไปในยุคสมัยนี้ให้ได้ ฟานอวี้ถงคือคนดี นางชอบเขา ก็ไม่แปลกที่นางอยากจะคว้าโอกาสนี้เอาไว้
“หากข้ามีฮูหยินแล้ว”
“_” สะดุ้ง ทำหน้าเครียด
“ยังจะรักชอบข้าอีกหรือไม่?”
ชิงเซียนใ ‘เหตุใดนางไม่คิดถึงเื่นี้กันนะ’ ครั้งแรกที่พบกันของนางกับท่านหมอดู แม้จะไม่เจอสตรีใดในบ้านน้อยหลังนี้มันก็ไม่ได้แปลว่าบุรุษรูปงามเช่นเขาจะมิมีฮูหยินและบุตรอยู่ที่อื่น หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ นางปล่อยมือแกร่งแล้วก้มหน้าลงจนเกือบจะชิดอก ‘อกหัก คำนี้คงอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้ดีจนหัวใจสั่นไหว ห่อเหี่ยว ท้อแท้’ หวนคิดไปถึงวันที่สองของการอยู่ที่นี่ ที่หมอดูฟานพานางไปซื้อเสื้อผ้าและทิ้งนาง? นั่นเพราะเขามีฮูหยินอยู่แล้วจึงไม่อยากให้นางอยู่ด้วยสินะ “ข้า” เม้มปากแล้วลุกขึ้น ‘มันอาจจะยากแต่นางจะทำ’ “ขอเวลาตัดใจสักสองวันนะเ้าคะ” หันหลังแล้วเดินออกไปด้านนอก ใบหน้างามเศร้าสร้อยจนน้ำตาไหลหยดบนแก้มใส ‘ไม่เป็ไรเดี๋ยวก็หาย’ คำปลอบใจในหัวสมองช่างสวนทางกับอาการที่พบเห็น นางเดินไปนั่งหน้าป้ายสีเหลืองตรงทางเข้าของร้านหมอดู (หน้าตรอก) มองผู้คนผ่านไปมา บางคนทักทายนาง บางคนเอ่ยแซว บางคนเดินผ่านเฉยๆ ซึ่งนางไม่ได้สนใจใครนอกจากท้องฟ้าสว่างจ้า ‘หากข้ากลับบ้านจริงๆ ได้คงจะดี’
ฟานอวี้ถงถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะนั่งพิงพนักเก้าอี้ของตนเอง ‘ฮูหยินน่ะรึ?’ มีที่ไหน ในเมื่อเขายังมิใช่คนรึถึงใช่...เขาก็มิได้อยู่บนผืนแผ่นดินนี้เฉกเช่นคนธรรมดา มือแกร่งนวดหว่างคิ้วพลันคิดได้ว่าเขาต้องเดินทางไปอีกแคว้นหนึ่งในอีกสองวัน ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบหกปีที่ผ่านมา การเดินทางคือสิ่งที่เขาทำเป็ประจำ หนึ่งคือเพื่อช่วยเหลือผู้คน สองคือยังคงปล่อยวางเื่เดิมไม่ได้จึงต้องเดินทางไปเรื่อยเพื่อฝึกวรยุทธ์และบ่อยครั้งที่เขาย้อนกลับไปดูเื่ที่ท่านผู้นั้นเคยสั่งเอาไว้แม้มันจะหมดวาระไปนานแล้ว สามคือร่างกายเนื้อที่เขาเลือกใช้ในตอนนี้กำลังจะสมบูรณ์แล้วในอีกยี่สิบวัน ถึงยามนั้น...เขาจะกลายเป็บุรุษเต็มตัวและอยู่ได้นานไปอีกหลายร้อยหลายพันปี 'ในตอนนี้คือต้องรอ' ย้อนกลับมาคิดถึงสตรีผู้เป็บุตรสาวของจอมมาร ‘เขาจะทำเช่นไรกับนางดี?’
คืนนั้น
ฟานอวี้ถงมองสตรีด้านล่างกำลังปูผ้าห่มผืนหนาลงกับพื้น แม้ใจอยากจะบอกนางว่าให้ขึ้นมานอนข้างบนด้วยกันแต่ความอึดอัดใจนั้นทำให้เขาไม่ได้พูดมันออกไป ไม่ต่างกับนางที่พยายามหลีกเลี่ยงการคุยกับเขา ไม่ตามติดเหมือนเก่า ไม่จับตัวเขาไว้เหมือนเดิม ความห่างมันกำลังเริ่มและตัวเขาเอง มิได้ชอบมันเลย เขาล้มตัวลงนอนไปทั้งอย่างนั้น ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตเช่นเขาจะมีความรู้สึกชอบผู้ใดเป็ ยิ่งอีกฝ่ายคือสตรีที่เกินเอื้อมในความเป็จริง ตัวนางหาใช่สามัญชนคนธรรมดาทั่วไปเพียงแต่ไม่มีผู้ใดรู้นอกจากเขาและแมวตัวนั้น
ชิงเซียนนอนหันหลังให้บุรุษผู้มีฮูหยินแล้ว แต่มิเคยบอกนางแม้สิ่งที่เขาเคยกล่าวไว้ว่าจะรับผิดชอบนางนั้นมีความเป็ไปได้สูงและมันคือเื่ปกติที่บุรุษในภพนี้จะมีภรรยาได้หลายคนแต่นางก็ยอมรับมันไม่ได้เสียที ฟานอวี้ถงมีฮูหยินแสดงว่านางต้องอยู่ในฐานะอนุ ‘มันดีแล้วงั้นรึ?’ “เหตุใดก่อนหน้านั้นท่านถึงไม่บอกข้าว่าท่านมีฮูหยิน”
“บอกแล้วอย่างไร ไม่บอกแล้วอย่างไร” ยังคงลืมตามองไปทางประตูห้องเพื่อระวังอันตราย ก่อนจะนึกได้ว่าระวังวันนี้แล้วอีกสองวันเล่าหรือเขาควรเลือกที่จะไม่สนใจเพราะนางเองก็ไม่มีทางสิ้นชีพได้ง่ายๆ อีกแล้ว
“ถ้าท่านบอก ข้าจะได้ระวังตัวเองมิให้เข้าใกล้ท่าน ไม่เผลอใจชมชอบท่านอย่างไรเล่า” จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ ทำใจอยู่เช่นนี้ สตรีวัยสิบแปดหนาวที่ไม่ควรจะมีรักแรกอันแสนชอกช้ำกลั้นก้อนสะอื้นในอกและสะกดอารมณ์เสียใจ “ฮูหยินของท่านจะมาเมื่อใดเ้าคะ”
“ไม่มีผู้ใดมาหรอก” เพราะเขาหาได้มีฮูหยิน “ข้าจะเดินทางไปยังแคว้นฉินในอีกสองวัน”
ในหัวสมองของชิงเซียนครุ่นคิดถึงความเป็ไปได้ในการเดินทางครั้งนี้ ‘แสดงว่าฟานอวี้ถงกำลังจะไปหาฮูหยินที่ต่างแคว้น’ “แล้วข้าล่ะเ้าคะ”
“หากเ้าไปด้วยนั่นหมายความว่าเ้าตกลงให้ข้ารับผิดชอบ แต่ถ้าจะอยู่ที่นี่ขายขนมของเ้าข้าก็ไม่ว่า” นั่นคือทางเลือกที่เขาเสนอ ซึ่งไม่รู้ว่านางจะเลือกแบบไหนและเขายินดีที่จะยอมรับมัน แน่นอนว่าเขาเองก็เสียใจแต่ที่ไม่ยอมบอกเื่สำคัญเพราะเขา้าเวลาและพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับความชมชอบในตัวเขาของนาง “ข้าจะกลับมาที่นี่ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”
“ถ้าไปกับท่าน นั่นคือข้ายอมเป็อนุ แต่ถ้าไม่...เรายังคงเป็สหาย ที่ข้ากล่าวนี่ถูกต้องรึไม่เ้าคะ”
“ถูกเพียงครึ่ง” เพราะนางจะไม่ใช่อนุ “ข้ายังบอกไม่ได้ ไปคิดให้ดีๆ ว่าสิ่งใดคือความ้าของเ้า ชมชอบข้าจากใจหรือแค่อยากหาบุรุษใดก็ได้ไว้เป็ที่พึ่ง” เขาพลิกกายไปอีกด้านราวกับอยากตัดขาดบทสนทนา แต่แท้ที่จริงแล้วกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่ของตัวเองกับนาง ว่ามันเป็ไปได้มากน้อยเพียงใด หนึ่งสตรีจากภพมารกับตัวเขาที่กำลังจะมีร่างกายเนื้อที่สมบูรณ์ บวกกับการอยู่โดยที่ไม่สิ้นอายุไข...ข้อนี้นางผู้มาอยู่ในร่างชิงเซียนอาจจะไม่รู้ แต่ไม่นาน เขาจะบอกนางด้วยตัวเองหากนางเลือกไปกับเขาหรือเป็เขาที่เลือก?
๑-------------------๑
สองวันต่อมาในยามเหม่า