(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 81 ที่หมายในฝัน

    บทที่ 81

    ที่หมายในฝัน



    บรรยากาศภายในอาคารผู้ตรวจการค่อนข้างตึงเครียด ท่านลอร์ดแห่งเรดวู้ดกำลังซักถามหัวหน้ากลุ่มทหารดูแลรักษาเมืองทั้งสี่คน แม้น้ำเสียงของเขาจะไม่เคร่งเครียด แต่เหล่าผู้มีความสามารถระดับนักรบทั้งหลายก็รู้สึกขนลุกเพราะความเข้มข้นของพลังมานาที่ท่านชายเดวิดปลดปล่อยออกมาตลอดเวลา ในใจจึงได้แต่นึกว่า... เจ้าพวกทหารอารักขาที่คฤหาสน์ไม้ดำ จะต้องแข็งแกร่งขนาดไหนถึงจะปรับตัวให้อยู่ดูแลท่านลอร์ดได้


    “ท่านลอร์ด ข้าจับกุมคนกลุ่มดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้วขอรับ” อเล็กซ์ปฏิบัติงานได้ยอดเยี่ยมตามที่เขาขอร้อง คิทหันไปขอบคุณผลงานของเขา ทว่าอีกฝ่ายยังคงรู้สึกหนักใจบางอย่างจึงพูดสิ่งที่ทีมของตนค้นพบออกไปให้ทุกคนได้ยิน

    “เรายังเจอ... เด็กอายุน้อยอีกหลายคนที่... เอ่อ คล้ายกับฮารัสและฮาริน่ามากทีเดียว บางคนถูกตัดลิ้นแล้วด้วยขอ..รับ...”


    บรรยากาศในห้องโถงอึดอัดมากกว่าเดิมเมื่อลอร์ดเดวิดกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ กรามของหนุ่มน้อยขบกันจนนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจที่ค่อนข้างแรงถูกผ่อนออกมาเพื่อสงบอารมณ์ให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นลอร์ดเดวิดรีบสั่งการให้จัดการเรื่องรักษาพยาบาลโดยเร็ว แต่ก็รู้สึกแปลกใจอีกครั้งที่อเล็กซ์ติดต่อประสานงานเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว เขาเป็นทหารหนุ่มที่มีหัวคิดใช้ได้ทีเดียว


    “ปกติหน่วยสอบสวนรีดความลับจากผู้ต้องสงสัยอย่างไรหรือ”

    “มีทั้งทรมาน และหาพยานแวดล้อมก่อนการไต่สวนขอรับ...”

    “โดยส่วนใหญ่แดนเหนือเลือกใช้วิธีไหน?”

    “แล้วแต่สถานการณ์ขอรับ แต่ว่าวิธีทรมาน... ค่อนข้างเป็นที่ถกเถียงและขัดกับแนวทางของทางเซริสมากทีเดียว” หัวหน้านายทหารยังพูดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานที่หลงเหลือตามเนื้อตัวของผู้ต้องสงสัยหลังการไต่สวน พวกเขาอาจจะใช้หลักฐานที่เป็นบาดแผลดังกล่าวกลับมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายพร้อมทำลายชื่อเสียงของลอร์ดในดินแดนนั้นได้


    (อืม... ทางเซริสเริ่มมีการพัฒนากระบวนการยุติธรรมแบบใหม่แล้วหรือ เร็วกว่าที่คิดมากทีเดียว...) ตอนนี้คิทกำลังหาทางออกเพื่อให้สามารถรีดข้อมูลจากอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด ในใจกำลังนึกถึงวิธีหนึ่งซึ่งไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้

    (ภาพลักษณ์เราจะเสียหายไหมนี่... แต่คนพวกนั้นก็เล่นหนักจริง ๆ น่าเจ็บใจนัก) มโนธรรมในหัวกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก ดวงตาจึงปิดลงชั่วครู่เพื่อขบคิด


    เขาได้รับโอกาสของชีวิตนี้เพื่อความสุข แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนบางส่วนที่อยากขัดขวางความฝันดังกล่าว ทั้งคนวางอำนาจบาตรใหญ่ หัวหน้าหมู่บ้านคดโกง หรือพ่อค้าขูดรีด ปัญหาพวกนั้นค่อย ๆ คลี่คลายลงไปแล้ว ทว่าตอนนี้กลับมีคนคิดร้ายต่อครอบครัวและดินแดนของเขา ทั้งในสภาขุนนางและในที่ลับซึ่งยังไม่เปิดเผย...

    เพราะเหตุใดกันหนอ? ละโมบ ริษยา หรือโกรธแค้น ความคิดของคนช่างลึกลับซับซ้อนนัก แค่ครู่เดียวที่เขาปิดตาลง สติที่มีก็วกกลับมาหาคำพูดที่ออกมาจากปากของฮามอน นักบวชแห่งองค์อีนอส


    จะแก้ปัญหา ต้องแก้ที่ต้นเหตุ... เขาจะต้องหาต้นทางผู้ชักใยและรากเหง้าของศัตรูพวกนี้ให้เจอ เพื่อไม่ให้มีเรื่องบัดซบเหล่านี้เกิดขึ้นอีก บางที... ความสุขของครอบครัวและผู้คนของเขา คงต้องแลกมาด้วยบางอย่างกระมัง ของฟรีไม่มีในโลกไม่ว่าจะเป็นโลกใบไหน


    “ตามผู้เชี่ยวชาญด้านการ ‘ไต่สวน’ มาพบข้า” ท่านชายเน้นคำนั้นโดยแฝงความหมายไว้ชัดเจน หัวหน้าทหารรับคำอย่างรวดเร็ว


    ทุกคนเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น แต่ไม่มีใครข้องใจกับการตัดสินใจของเจ้านาย สิ่งที่คนกลุ่มนี้กระทำลงไป ช่างเป็นพฤติกรรมชั่วช้าจนไม่น่าให้อภัย ดูจากความแวดล้อมและพฤติกรรมที่แสดงออกมาแล้ว คนเหล่านี้คงเป็นกลุ่มค้าทาสผิดกฎหมายที่เดินทางมาจากดินแดนอื่นเป็นแน่ หน่วยตรวจสอบคนเข้าเมืองรู้สึกผิดที่การตรวจค้นคนจำนวนมากเกิดข้อผิดพลาดเช่นนี้

    อย่างไรก็ตามลอร์ดเดวิดยังคงให้โอกาสพวกเขาเพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองให้มากขึ้น อีกอย่าง... เขาไม่อาจโทษคนเหล่านี้เพราะทางหน่วยบริหารเมืองก็ยังอยู่ในระหว่างเตรียมระบบทะเบียนและวิธีตรวจสอบคนเข้าเมืองเช่นกัน

    ไม่นานนัก ภายในห้องโถงก็เหลือแต่เจ้าหน้าที่คนสำคัญซึ่งเป็นหัวหน้าทหาร และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญสองคนซึ่งมีใบหน้าเรียบเฉยและไร้อารมณ์มากทีเดียว ผู้มาใหม่ทั้งสองคนมีนามว่า คอลลินและวิลเลี่ยม


    “จากหลักฐาน และบันทึกย้อนหลังที่ข้าตรวจสอบมา คนกลุ่มนี้ทำงานร่วมกันและมีเป้าหมายเพื่อสร้างสถานการณ์ทำลายชื่อเสียงของเมืองนี้มาหลายครั้งแล้ว...”

    “ไต่สวนพอเป็นพิธี ลงบันทึกเอาไว้ให้เรียบร้อย แล้วดำเนินการรีดความลับเกี่ยวกับผู้บงการให้มากที่สุด เจ้านายของพวกมันอาจเกี่ยวข้องกับเฟลมมิ่ง ลองอีริส หรือไม่ก็วินเดล อีกฝ่ายคงเตรียมพร้อมรับมือในกรณีที่ถูกจับได้เอาไว้แล้ว การไต่สวนของพวกเราในครั้งนี้คงต้องพิเศษกว่าปกติเสียหน่อย...” ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองแสดงความสนใจขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดของท่านชายผู้มีใจเมตตาและมีชื่อเสียงดีงาม พวกเขาเคยคิดว่างานที่นี่ค่อนข้างน่าเบื่อเสียอีก

    “พวกท่านคงต้องใช้ผ้าเปียกพร้อมกับน้ำจำนวนมาก ข้าคงไม่ต้องอธิบายให้มากความกระมัง? วิธีการอื่นก็แล้วแต่จะคิด อย่าให้เหลือร่องรอยเป็นหลักฐานก็พอ การคุมขังต้องทำให้มั่นใจว่าคนพวกนั้นไม่สามารถทำร้ายตัวเองเพื่อหาทางออกแบบไม่ทรมาน พวกมันเป็นบ้าได้ แต่ยังตายไม่ได้... เข้าใจไหม”

    “รับทราบขอรับลอร์ดเดวิด หึ ๆ ๆ” คอลลินยิ้มเหมือนเจอเรื่องสนุกที่ไม่ได้ทำมานาน วิลเลี่ยมก็มีสายตาเป็นประกายมากขึ้น


    หัวหน้าทหารทั้งสี่กลืนน้ำลายดังอึกเพราะรู้สึกเสียวสันหลัง พวกเขาทราบดีว่าลอร์ดแต่ละดินแดนมีด้านมืดที่ต้องใช้เป็นเครื่องมือปกครองดินแดน แต่กลับนึกไม่ถึงว่าท่านชายวัย 15 จะมีความสามารถด้านนี้ด้วย นายน้อยของพวกเขารับความรู้และประสบการณ์เหล่านี้มาจากไหน

    เมื่อคนไต่สวนจากไป ทั้งสี่จึงต้องเผชิญหน้ากับเจ้านายของตนเองอีกครั้ง หลังจากย้ำว่าทุกอย่างเป็นความลับเรียบร้อย อีกฝ่ายก็เริ่มสั่งงานเพื่อสร้างหน่วยปฏิบัติการลับที่เขาต้องการ


    “ข้าต้องการคนประมาณ 50 คน พวกเขาจะต้องแข็งแรง ว่องไว ไม่ใจร้อน และเก็บความลับได้ คนกลุ่มนี้จะต้องทำงานรับคำสั่งจากข้าโดยตรง และต้องผ่านการฝึกอย่างหฤโหด” เป้าหมายแท้จริงของเขาต้องการเพียง 20 คนเท่านั้น ทหารที่ผ่านการทดสอบและฝึกฝนอย่างเข้มงวดเรียบร้อยแล้ว จะเป็นแกนนำเครือข่ายงานข่าวกรองของแดนเหนือในอนาคต ซึ่งมันจะแผ่ขยายออกไปทั่วอาณาจักร

    “เรื่องครูฝึกของพวกเขา... ข้าจะจัดการหาคนพวกนั้นเอง อย่าลืมว่า...คนที่พวกท่านคัดเลือก จะต้องสมัครใจรับใช้ข้าอย่างไม่มีข้อแม้เท่านั้น แล้วก็... ช่วยเตรียมรถม้าให้ข้าหน่อยนะ วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว”

    “รับทราบขอรับ” หัวหน้าทั้งสี่รับคำอย่างรวดเร็ว พวกเขาเข้าใจดีว่าท่านชายคนเก่งต้องการสร้างหน่วยงานอะไร มันเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในดินแดน และลอร์ดในเมืองใหญ่ต่าง ๆ ก็มีคนกลุ่มนี้คอยรับใช้อยู่แล้ว คงถึงเวลาแล้วที่เรดวู้ดจะต้องมีหน่วยข่าวสารเช่นกัน


    เวลาที่มีหมดลงอย่างรวดเร็วในสายตาของคิท...

    วันนี้เป็นวันพักผ่อนที่วุ่นวายพิลึก คิทนั่งวางแผนเกี่ยวกับหน่วยข่าวกรองอยู่บนรถม้าอยู่นานทีเดียว เขาไม่มีปัญญาไปฝึกทหารพวกนั้นหรอก เพียงแต่มีความรู้สึกว่า กิลเบิร์ต ข้ารับใช้คนสนิทของท่านพ่อจะช่วยในเรื่องนี้ได้


    แม้จะเคยคุยด้วยนับครั้งได้ แต่เขาก็พอจะดูออกว่าอีกฝ่ายเป็นคนกุมอำนาจข่าวสารของรัสเซล และค่อนข้างมีอิทธิพลในสายงานนี้มากทีเดียว


    ระหว่างการปรึกษาหารือที่อาคารผู้ตรวจการ เขาได้ส่งจดหมายหาสองซิสเตอร์เพื่อขยับขยายที่พักของพี่น้องเด็กกำพร้าทั้งหลายเพิ่มเติมแล้ว คิทมั่นใจว่าในอนาคตอาจจะมีเด็กอีกจำนวนมากที่เจอกับสถานการณ์ย่ำแย่เหมือนเช่นวันนี้ หากเตรียมการเอาไว้รับมือล่วงหน้าคงจะดีกว่า วันนี้ครอบครัวใหญ่บนเขาคงจะวุ่นวายอีกสักพักระหว่างรับมือกับสมาชิกใหม่ที่จะถูกส่งไปอีกหลายคน

    อีกสิ่งที่ต้องรับมือคือเรื่องการแต่งงาน... การพูดคุยกับกลุ่มเจฟหน้าโหดเพียงชั่วครู่ทำให้เขาทราบว่าคนในดินแดนนี้เริ่มมีครอบครัวได้ตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับฐานะและชนชั้น รวมถึงสายอาชีพของแต่ละคนด้วย หลังจากไตร่ตรองด้วยเหตุผลสักพัก คิทรู้สึกว่าตนเองจะต้องรับมือกับคำทาบทามซึ่งจะเริ่มมีส่งมาในปีหน้าแน่นอน ท่านชายที่รู้สึกว่าอายุของเขายังน้อยเกินไป และควรจะรอเวลาอีกสักหน่อยจึงอยากรอดูท่าทีสักพัก

    เขาไม่อยากแต่งงานเพราะภาระทางสายเลือดหรือเพื่อใช้เชื่อมสัมพันธ์ในดินแดน แม้จะรู้สึกว่าตัวเองฝันเฟื่องไปเสียหน่อย แต่เขาก็อยากลองค้นหารักแท้ดูสักครั้ง ไม่รู้ว่าจะเจอมันหรือเปล่า คงต้องให้โชคชะตานำทางไปกระมัง


    แม้ความคิดที่เคยมีมาจะทำให้เขาไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา

    แต่ว่า... โลกใหม่ใบนี้ อาจจะมีสิ่งที่น่าตื่นเต้นรอให้เขาค้นหาก็เป็นได้


    .....


    ในที่สุด คนกลุ่มแรกจำนวนเกือบหมื่นห้าพันคนก็เดินทางเข้าเขตรัสเซลอย่างเป็นทางการ ตัวแทนของลอร์ดจากทั้งสามเมืองใหญ่ในแดนเหนือได้เดินทางมารวมตัวกันที่รัสเซลแล้ว พวกเขากำลังซักซ้อมและเตรียมการหลายอย่างเพื่อรองรับคนเหล่านี้ด้วยไมตรี อย่างน้อยก็ให้ผู้อพยพได้รู้สึกว่าตนหนีร้อนมาพึ่งเย็นและสามารถลงหลักปักฐานที่ดินแดนใหม่ได้อย่างราบรื่น

    แม้จะใกล้สิ้นฤดูร้อนแล้ว แต่ความอุดมสมบูรณ์ของแดนเหนือก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้มาใหม่อย่างมาก ตั้งแต่เข้าเขตรัสเซลมา ทุกคนก็ได้เห็นหมู่บ้านรายทางที่มีผลผลิตทางการเกษตรมหาศาล ถนนหนทางก็ได้รับการปรับปรุงให้เป็นถนนอัดกรวดที่แสนจะทนทาน พื้นผิวเรียบทำให้รถม้าสามารถเคลื่อนตัวได้สะดวกและราบรื่น ผู้คนบนรถขนส่งหลายร้อยคันจึงเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและสามารถล่วงหน้าไปก่อนได้

    แดนเหนือช่างแตกต่างและน่าอยู่อาศัยเหมือนเช่นข่าวลือของเหล่าพ่อค้าทั้งหลาย ไม่มีใครรู้สึกผิดหวังที่ต้องดั้นด้นเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อยเป็นเวลาหลายเดือน ทหารที่มาคอยให้อำนวยความสะดวกและออกประกาศกฎต่าง ๆ ตามรายทางก็พูดคุยอย่างเป็นกันเอง และต้อนรับผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้ม

    ในเวลาไม่กี่วันต่อมาขบวนเดินทางขนาดใหญ่ก็มาถึงที่ดินว่างเปล่าที่กว้างใหญ่มาก เมืองรัสเซลที่แสนจะคับคั่งอยู่ถัดไปทางตอนเหนือไม่ไกลนักแต่พวกเขายังถูกรั้งตัวไว้ที่นี่ และได้รับจัดสรรที่พักชั่วคราวตามลำดับผู้มาถึงก่อนหลัง

    ทุกคนเข้าใจและรับทราบแล้ว ว่าท่านลอร์ดทั้งสามเมืองต้องการพูดคุยเพื่อคัดแยกผู้คนแบ่งไปตามเมืองต่าง ๆ เสียก่อน ข้อมูลจากแผ่นหนังผืนเล็กที่ได้รับแจกจ่ายล่วงหน้าให้คนที่อ่านหนังสือออกได้กระจายข่าวอย่างต่อเนื่องระหว่างเดินทาง ทำให้คนส่วนใหญ่ทราบข้อกำหนดพื้นฐานต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อย

    ผู้อพยพทุกคนรู้สึกตกใจที่ท่านลอร์ดทั้งสามเมืองตัดสินใจสร้างที่พักอาศัยเอาไว้ให้เรียบร้อย แถมยังละเว้นภาษีของดินแดนให้กับพวกเขาเป็นระยะเวลาสองปี แน่นอนว่าผู้ย้ายมาใหม่จะต้องทำงานและรับอาชีพตามที่กำหนดในช่วงนั้น แต่มันก็ยอดเยี่ยมกว่าการต้องใช้ชีวิตในดินแดนใหม่โดยไม่มีหลักแหล่ง


    แม้จะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นพลเมืองแดนเหนืออย่างเป็นทางการ แต่ทุกคนก็รู้สึกอุ่นใจ

    ซุปอุ่นที่มีเนื้อหลากชนิดพร้อมหัวมันหอมอร่อยเป็นสิ่งที่พวกเขาได้รับแจกจากเหล่าทหารตั้งแต่เดินทางมาถึง

    มันเป็นอาหารเลี้ยงต้อนรับมื้อแรกจากแดนเหนือที่อร่อยยิ่งนัก

    บางที... ความฝันที่จะมีชีวิตอันสงบสุขอาจจะเป็นจริงที่นี่ก็ได้

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน