Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 58 ผมเชื่อว่าคุณเป็นคนดี

    ตอนที่ 58“อ้าวมาแล้วเหรอหมอดนัยมานี่สิฉันต้องการถามเรื่องการผ่าตัดเมื่อครู่” หมอนากิสะพูดเมื่อเห็นดนัยเข้ามาในห้องพักแพทย์ซึ่งดนัยก็ไม่รอช้าเดินเข้าไปยืนตรงหน้าโต๊ะของหมอนากิสะทันที“เอาล่ะหมอดนัยฉันได้ยินเรื่องการผ่าตัดเมื่อครู่มาแล้วมันเกิด.........” หมอนากิสะกำลังจะถามเรื่องการผ่าตัดเมื่อครู่แต่ดนัยก็ชิงพูดตัดบทสนทนาเสียก่อน“คุณกับพ่อคุณกำลังทำอะไร !!” ดนัยมองหน้าหมอนากิสะพลางพูดขึ้นมาดื้อๆ“หมอดนัยพูดเรื่องอะไรกันคะ” หมอนากิสะทำหน้าสงสัย“หมอนากิสะไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องหรอกนะครับตอนนี้ไม่มีคนอื่นอยู่คุณไม่ต้องใส่หน้ากากก็ได้” ดนัยพูด“หมอดนัยกำลังพูดอะไรคะใส่หน้ากาก ??” หมอนากิสะยังคงแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง“เฮ้อ...ถ้าอย่างคุณฟังสิ่งที่ผมจะพูดเฉยๆก็พอ” ดนัยถอนหายใจออกมาหมอนากิสะที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่เงียบไป“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณกับพ่อคุณและโรงพยาบาลรีเจ้นท์กำลังเล่นอะไรกันอยู่แต่สิ่งที่พวกคุณทำน่ะมันไม่ได้ส่งผลต่อแค่พวกเราแต่มันส่งผลแก่คนไข้โดยตรง” ดนัยพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะโกรธ“ผมน่ะไม่ได้สนเกมส์อำนาจหรือเกมส์การเมืองของพวกคุณที่ผมสนใจน่ะมีแค่การรักษาคนไข้ให้หายเท่านั้น” ดนัยบอก“คุณต้องการจะบอกอะไรกันแน่คะ” หมอนากิสะที่ฟังเงียบๆมานานถามขึ้น“ผมก็แค่อยากจะบอกว่าผมจะไม่ยอมแพ้ไม่ว่าพวกคุณจะมาไม้ไหนผมก็จะไม่ยอมแพ้” ดนัยพูดพลางมองเข้าไปในตาของหมอนากิสะด้วยสายตามุ่งมั่น“อย่างนั้นเหรอคะ” หมอนากิสะพยักหน้าเบาๆ“แล้วก็เรื่องการผ่าตัดเมื่อตอนบ่ายผมขอโทษมันจะไม่เกิดขึ้นอีกครับแล้วจะเขียนรายงานให้ทีหลังถ้ายังไงผมขอตัวก่อนต้องไปพบกับญาติคนไข้อีก” ดนัยพูดก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยและหันหลังเดินจากไปแต่ก่อนที่ดนัยจะเดินออกจากห้องไปเขาก็หันมาพูดกับหมอนากิสะ“โดยส่วนตัวแล้วผมน่ะคิดว่าคุณเองก็เป็นคนดีและเป็นหมอที่ดีนะครับหมอนากิสะ!!” ดนัยพูดออกมาก่อนจะเดินออกจากห้องไปหมอนากิสะที่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อยเอี๊ยด !! เมื่อดนัยเดินออกจากห้องไปแล้วหมอนากิสะก็เอนหลังลงพิงเก้าอี้เธอหลับตาลงถอนหายใจออกมายาวๆ“เฮ้อ...คิดว่าเราเป็นคนดีและเป็นหมอที่ดีงั้นเหรอหมอดนัยคุณเป็นคนยังไงกันแน่นะ” หมอนากิสะลืมตาขึ้นมาพลางนึกถึงคำพูดของดนัยที่พูดก่อนจะออกจากห้องไปครืด !! เธอเลื่อนลิ้นชักของโต๊ะเธอออกมาก่อนจะเผยให้เห็นซองจดหมายสีขาวที่มีชื่อหมอมิโฮะเอาไว้อยู่ใช่แล้วนี่คือจดหมายลาออกของหมอมิโฮะนั่นเองเธอหยิบมันขึ้นมามองดูก่อนจะทำอะไรบางอย่างกับมันแคว่ก !! เธอฉีกจดหมายนั่นทันทีก่อนจะโยนลงถังขยะข้างโต๊ะของเธอและหยิบสมุดตารางงานของแพทย์ในแผนกศัลยกรรมออกมาเธอเปิดไปที่หน้าตารางงานของหมอมิโฮะและเขียนบางอย่างลงไปสิ่งที่เธอเขียนลงไปในตารางงานของหมอมิโฮะนั่นก็คือ ลาพักร้อนทางด้านดนัยหลังจากดนัยออกมาจากห้องพักแพทย์เขาก็เดินไปที่ห้องพักคนไข้เพื่อไปอธิบายการผ่าตัดให้แก่ญาติคนไข้ได้ทราบผมน่ะยังเชื่อนะว่าคุณเป็นคนดีหมอนากิสะเพราะการร่วมงานกับคุณมาสักพักทำให้ผมได้รู้ว่าคุณเองก็ตั้งใจผ่าตัดคนไข้เป็นอย่างดีแถมฝีมือคุณเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฮิคาริเลยและข้อพิสูจน์ที่ผมคิดว่าคุณเป็นคนดีก็คือคนไข้...คนไข้ทุกคนที่คุณผ่าน่ะไม่มีคนไหนอาการแย่ลงเลยทุกคนอาการดีขึ้นบางรายก็หายขาดจากโรคที่เป็นอยู่ดนัยคิดในใจระหว่างที่กำลังเดินไปที่ห้องของคนไข้และเมื่อดนัยพบญาติคนไข้และอธิบายผลการผ่าตัดให้ได้รับทราบแล้วเขาก็ต้องเตรียมตัวผ่าตัดฉุกเฉินต่อในรอบค่ำทันทีซึ่งกว่าเขาจะได้เลิกงานและกลับห้องไปพักผ่อนก็เป็นเวลาเกือบห้าทุ่มพอกลับมาถึงห้องเขาก็ล้มตัวลงบนที่นอนและหลับไปทั้งอย่างนั้นโดยยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าหรืออะไรเลยสองสัปดาห์ต่อมาดนัยและหมอคนอื่นในโรงพยาบาลทาเคนากะยังคงทำงานอย่างหนักส่วนเรื่องการที่โรงพยาบาลรีเจ้นท์ดึงบุคลากรจากโรงพยาบาลอื่นๆในประเทศนั้นจะหยุดลงแล้วคงเป็นเพราะทางนั้นได้บุคลากรตามจำนวนที่ต้องการแล้วล่ะมั้งแต่เรื่องนี้ก็ทำให้โรงพยาบาลอื่นๆเริ่มตั้งหลักได้โดยเริ่มจากการรับสมัครแพทย์และพยาบาลกันใหม่แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักเพราะจะหาบุคลากรที่มีประสบการณ์นั้นไม่ง่ายเลยหรือจะปั้นจากพวกจบใหม่ก็ต้องใช้เวลากันเป็นปีทำให้เคสฉุกเฉินที่ไม่สามารถผ่าไหวยังคงถูกส่งมายังโรงพยาบาลทาเคนากะที่ยังมีแพทย์และบุคลากรพร้อมตอนนี้ชื่อเสียงของโรงพยาบาลทาเคนากะตกต่ำลงมากเนื่องจากมีข่าวเรื่องการผ่าตัดผิดพลาดถูกพูดถึงราคาหุ้นตกฮวบฮาบหลายสำนักข่าวต่างพากันเล่นข่าวโรงพยาบาลทาเคนากะมีการฟ้องร้องแพทย์ของโรงพยาบาลทาเคนากะเกิดขึ้นทั่วประเทศแถมดนัยยังได้ยินข่าวว่าทางแพทย์สภาจะลงมาตรวจสอบเรื่องมาตราฐานของโรงพยาบาลด้วย“หมอดนัย !!” เสียงหมอยูมิเรียกเขาเสียงดังทำให้ดนัยหลุดจากความคิดของตัวเอง“อ๊ะหมอยูมิมีอะไรเหรอครับเรียกผมซะเสียงดังเลย” ดนัยได้สติขึ้นมาพลางถามหมอยูมิ“ก็ฉันเรียกคุณมาสักพักแล้วน่ะสิแต่คุณก็ไม่ตอบเป็นอะไรหรือเปล่าคะแล้วก็นั่นข้าวหกหมดแล้ว” หมอยูมิตอบ“ขอโทษทีครับพอดีคิดอะไรเพลินไปหน่อยว่าแต่มีอะไรเหรอครับ” ดนัยสงสัยว่ามีอะไรเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาก่อนจะเก็บข้าวที่หกลงบนพื้น“เอ๋ก็หมอดนัยถามอาการฮิคาริไม่ใช่เหรอคะ” หมอยูมิพูด“อ๊ะจริงด้วยผมถามอาการฮิคารินี่นา” ดนัยนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เขาถามว่าฮิคาริเป็นยังไงบ้าง“ไหวมั้ยคะเนี่ยหมอดนัยช่วงนี้คุณกลับห้องดึกตลอดเลยนี่” หมอยูมิพูด“ฮ่ะๆไหวสิครับแต่จะกลับดึกก็ไม่แปลกผมมีผ่าตัดตามตารางวันละสองเคสแถมยังมีเคสฉุกเฉินเข้ามาแทรกอีกนี่บางวันการผ่าตัดตามตารางของผมก็ต้องเลื่อนไปรอบดึกแทนเพื่อผ่าตัดเคสฉุกเฉินก่อน” ดนัยพูด“งั้นเหรอคะช่วงนี้ทนเอาหน่อยนะคะโรงพยาบาลอื่นๆเริ่มประกาศรับสมัครบุคลากรกันแล้วโรงพยาบาลรีเจ้นท์นั่นน่าไม่อายจริงๆที่ใช้แผนสกปรกแบบนี้” หมอยูมิพูด“ช่างเถอะครับเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไรว่าแต่อาการฮิคาริเป็นยังไงบ้างครับ” ดนัยถามถึงอาการฮิคาริ“ถ้าบอกไปคุณต้องไม่เชื่อแน่ฮิคาริในตอนนี้น่ะเดินได้แล้วนะคะ!!” หมอยูมิบอก“บ้าไปแล้วนี่พึ่งผ่านมาแค่สามสัปดาห์เองนะครับเป็นไปไม่ได้หรอกที่ฮิคาริจะเดินได้น่ะ !!” ดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็อุทานเสียงดังเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าฮิคารินั้นเดินได้แล้วเวลาแค่สามสัปดาห์น่ะแค่กายภาพให้ใช้มือคล่องก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลกแล้ว“ฉันก็กะแล้วล่ะค่ะว่าหมอดนัยจะต้องไม่เชื่อถ้าอย่างนั้นดูนี่นะคะนี่เป็นคลิปที่คนที่บ้านฉันถ่ายเอาไว้” หมอยูมิพูดก่อนจะควักมือถือออกมาและเปิดคลิปที่คนที่บ้านถ่ายฮิคาริตอนกายภาพบำบัดเอาไว้ให้ดู“นี่มันบ้าน่าเป็นไปได้ยังไงปาฎิหาริย์ชัดๆ” ดนัยมองดูคลิปในมือถือของหมอยูมิภาพในคลิปนั้นเป็นภาพที่ฮิคาริกำลังเดินอยู่ถึงจะยังต้องใช้ไม้ค้ำยันอยู่ก็เถอะแต่เธอก็เดินอยู่จริงๆ“ปาฎิหาริย์งั้นเหรอคะสำหรับฮิคาริมันอาจจะเป็นไปได้ก็ได้นะคะขนาดเป็นวิญญาณเธอยังเป็นมาแล้วนับประสาอะไรกับเรื่องแค่นี้” หมอยูมิพูดเออที่หมอยูมิพูดก็ถูกแฮะขนาดฮิคาริกลายเป็นวิญญาณยังเป็นไปได้เลยแล้วนับประสาอะไรกับเรื่องสามารถกลับมาเดินได้ในสามสัปดาห์ดนัยคิดตามที่หมอยูมิพูดจบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน