และแล้วก็มาถึงวันสู้รบระหว่างท่านอ๋องกับฮ่องเต้อสูรพยัคฆ์ กองทัพของท่านอ๋องนำโดยแม่ทัพเฉียนฟงและแม่ทัพลู่หยาง ส่วนท่านกุนซือได้คอยติดตามไปเพื่อเป็ที่ปรึกษาให้กับพวกเขา กองทัพทั้งหมดสี่พันนายเคลื่อนย้ายไปใกล้กับเมืองหลวง และตั้งค่ายอยู่ใกล้แถวนั้น
ทางด้านองค์หญิงเจินหลิน พระองค์ได้รับผังคุกใต้ดินมาจากลูกน้องแล้ว เลยไปขอร้องให้ฉู่หลานช่วยนำทางไปช่วยฉินหลงตัวจริงให้ออกมาจากคุกใต้ดิน โดยมีลูกน้องทั้งห้าคอยคุ้มกันด้วย แต่ภารกิจนี้หญิงสาวทั้งคู่แอบทำโดยไม่บอกสามี และแอบติดตามกองทัพไปทีหลัง
องค์หญิงทรงรอให้กองทัพเคลื่อนกำลังพลออกไปก่อน ส่วนตนและลูกน้องค่อยนั่งรถม้าตามไป แต่ทว่ายังไม่ทันออกเดินทาง องค์หญิงเจินยี่ก็เดินมาดักหน้ารถม้าไว้
“มีอะไรอย่างนั้นหรอเจินยี่ ทำไมเ้าไม่อยู่ในจวน” องค์หญิงเจินหลินทรงสงสัย
“เสด็จพี่เพคะ ให้น้องติดตามไปด้วยเถอะนะ” องค์หญิงเจินยี่ทรงขอร้อง
“ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป พี่ไม่มีวันปล่อยให้เ้าไปหรอกนะ เจินยี่” องค์หญิงเจินหลินทรงคัดค้าน
“หม่อมฉันอยากเห็นหน้าฉินหลงสักครั้ง ได้โปรดเถอะนะเพคะ” องค์หญิงเจินยี่ทรงขอร้อง
ด้วยความใจอ่อน องค์หญิงเจินหลินจึงยอมให้น้องสาวนั่งรถม้าไปด้วย ในระหว่างที่นั่งรถม้าไปด้วยกัน องค์หญิงเจินหลินก็ตรัสว่า “สัญญากับพี่ก่อนว่า จะไม่ทำอะไรเสี่ยงอันตรายอย่างเด็ดขาด”
“ได้เพคะ น้องสัญญา” องค์หญิงเจินยี่ตรัส
องค์หญิงเจินหลินต้องคอยดูแลหญิงท้องทั้งสองอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้องค์หญิงและลูกน้องไปถึงล่าช้ากว่ากำหนด
******************************************
เฉียนฟงและลู่หยางนำทหารเข้ารบกับกองทหารปิศาจ แม้ว่าท่านกุนซือจะวางแผนการรบเป็อย่างดีแล้วก็ตาม แต่พวกอสูรและปิศาจต่างมีอิทธิฤทธิ์สูงและมีพละกำลังมหาศาล ทำให้ฝ่ายมนุษย์เป็ฝ่ายเสียเปรียบ และตอนนี้กำลังจะเป็ฝ่ายเพรี่ยงพร้ำ
จนกระทั่งเหมือนมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย
เฉียนวี่ พี่ชายอสูรหมาป่าของเฉียนฟงได้นำกองทัพอสูรหมาป่าและครึ่งอสูรมาร่วมสู้รบด้วย ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเฉียนฟง ทำให้ทหารฝ่ายท่านอ๋องมีขวัญและกำลังใจสู้รบต่อ
“ขอบคุณมาก พี่เฉียนวี่” เฉียนฟงะโบอก
“ข้ารักษาคำมั่นเสมอ ไอ้น้องชาย” เฉียนวี่ะโกลับ
บัดนี้กองทัพปิศาจถูกฆ่าไปมากมาย จนกระทั่งฝ่ายนั้นยอมจำนน แต่ทว่าฉินหลงตัวปลอมกลับหนีไปได้
******************************************
ทางด้านองค์หญิงเจินหลินและลูกน้องก็เดินทางมาถึงคุกหลวง พระองค์กับฉู่หลานกำลังนำทางลูกน้องสามนายเข้าไปในคุกใต้ดิน ส่วนอีกสองคนก็อยู่เฝ้าองค์หญิงเจินยี่ไว้ แต่ทว่าองค์หญิงเจินยี่กลับแอบหนีไป
“อะไรนะ น้องสาวข้าหายตัวไป พวกท่านรีบหาตัวนางเร็วเข้า” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“งั้นพวกข้าสองคนจะรีบตามหาเดี๋ยวนี้ พระองค์ทรงรีบทำตามแผนเถิดพะย่ะค่ะ” ลูกน้องกล่าว
องค์หญิงเจินหลินทรงลังเล แต่การเข้าไปหาคนในคุกก็อันตรายเช่นกัน เลยยอมปล่อยลูกน้องสองคนให้ไปตามตัวองค์หญิงเจินยี่ทันที
“ใจเย็นๆ นะ เจินหลิน เดี๋ยวสองคนนั้นก็หาองค์หญิงเจินยี่เจอ” ฉู่หลานปลอบเพื่อน
“ขอให้เป็เช่นนั้นเถิด” พระองค์ทำได้เพียงเฝ้าภาวนาเท่านั้น
ฉู่หลานนำทางเข้าไปในคุก ภายในมีแต่ทหารมนุษย์ที่ถูกทรมาน ผู้คุมเป็ลูกน้องปิศาจค้างคาว องค์หญิงเจินหลินทรงส่งลูกดอกยาสลบให้กับฉู่หลานและลูกน้องทั้งสามคนเพื่อเป่าใส่พวกปิศาจ จนทำให้ปิศาจทั้งหมดสลบไปกองกับพื้น พระองค์ทรงรีบเข้าไปหยิบกุญแจกับคนคุมที่นอนสลบอยู่อย่างนั้น แล้วแจกจ่ายให้ทุกคนช่วยกันเปิดประตูคุก
องค์หญิงเสด็จไปจนถึงคุกห้องสุดท้าย ก็พบชายที่มีรูปร่างคล้ายกับฉินหลง พระองค์ทรงเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าใช่เขาจริงๆ พอตรวจอาการ ก็พบว่าเขาได้รับพิษปิศาจค้างคาวไปแล้ว โชคดีที่พระองค์ได้ทรงคิดค้นยาสูตรใหม่ได้แล้ว ทำให้พระองค์ทรงรีบดำเนินการรักษาโดยขับพิษให้กับฉินหลงตัวจริงทันที เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา พระองค์ก็ทรงไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบสั่งลูกน้องให้พาตัวเขาออกไปจากคุกทันที ก่อนที่พวกปิศาจค้างคาวจะฟื้นขึ้นมาเพราะยาหมดฤทธิ์
พอออกมาจากคุกได้แล้ว นักโทษที่ช่วยเหลือออกมาได้ ก็พากันขอบคุณองค์หญิงเจินหลินและลูกน้องทันที
“รีบลุกขึ้นเร็วเขา เป็หน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว อย่าได้เกรงใจ และตอนนี้พวกเราต้องรีบไปสมทบกับทหารท่านอ๋องแล้ว” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“แสดงว่ากองทัพของท่านอ๋องกำลังกอบกู้ชาติ” ฉินหลงกล่าว
“ใช่แล้วล่ะ ท่านฉินหลง” ฉู่หลานกล่าว
“แต่ท่านอ๋องจะทรงให้อภัยข้างั้นหรือ เพราะอสูรพยัคฆ์แปลงเป็ข้าไปทำร้ายผู้คนมากมาย” ฉินหลงกล่าว
“ว่าไงนะ ฉินหลงตัวปลอมก็คืออสูรพยัคฆ์อย่างนั้นหรือ” องค์หญิงทรงตกพระทัย
“ใช่ เพราะข้าเห็นมันแปลงกายกับตา” ฉินหลงยืนยัน
******************************************
องค์หญิงเจินยี่วิ่งไปดักหน้าฉินหลงตัวปลอมไว้
“เ้านี่เอง เจินยี่” ฉินหลงตัวปลอมกล่าว
“ท่านกลับตัวกลับใจซะเถอะนะฉินหลง พวกเรายังเริ่มต้นกันใหม่ได้นะ” องค์หญิงเจินยี่ทรงพยายามกล่อมสามี
“เ้ายังอยากเริ่มต้นกันใหม่กับข้าอีกหรอเจินยี่” ฉินหลงตัวปลอมกล่าว
“ข้ารักท่านนะ และตอนนี้ข้าก็ตั้งครรภ์ลูกของท่านอยู่ด้วย” องค์หญิงเจินยี่ทรงคิดว่าเขาอาจยอมกลับตัว
“เป็ความจริงอย่างนั้นหรือ เจินยี่ นี่ข้ากำลังจะมีลูก” ฉินหลงตัวปลอมกล่าว
ฉินหลงตัวปลอมเข้าไปกอดเจินยี่ด้วยความดีใจ แต่สักพักเขาก็บีบคอนาง
“นี่ท่าน ท่าน” องค์หญิงตรัสไม่ถนัด
“จะบอกให้นะ ข้าไม่มีวันรักเ้าหรอก ข้าก็แค่หลอกใช้เ้าเท่านั้นเอง” ฉินหลงตัวปลอมเผยตัว
“ปล่อยตัวองค์หญิงเจินยี่เดี๋ยวนี้นะ ฉินหลง ถ้าไม่อยากตาย” เฉียนฟงกล่าว
“พวกเ้ามีปัญญาอย่างนั้นหรอ” สักพักฉินหลงตัวปลอมก็แปลงกายเป็อสูรพยัคฆ์ ทำให้องค์หญิงเจินยี่ทรงตกพระทัยอย่างมาก
“ที่แท้ก็เป็เ้า เ้าปลอมตัวเป็ฉินหลงนี่เอง” เฉียนฟงกล่าว
“555 พวกเ้าอยากโง่ให้ข้าหลอกเองนี่” อสูรพยัคฆ์กล่าว
องค์หญิงเจินยี่ทรงกรรแสงที่รู้ว่าตนถูกหลอกแถมได้กลายเป็ภรรยาของอสูรอีกด้วย
“คงเสียใจมากล่ะสินะ ที่เ้าได้ท้องกับอสูรอย่างข้า” อสูรพยัคฆ์เยาะเย้ย
“ปล่อยตัวองค์หญิงเถิด ยังไงพระองค์ก็ตั้งครรภ์ลูกของท่านอยู่นะ” ลู่หยางกล่าว
“ไอ้ลูกครึ่งอสูรที่น่ารังเกียจน่ะหรอ ใครจะไป้า” อสูรพยัคฆ์กล่าวอย่างไม่ใยดี
“เ้าว่าไงนะ” เฉียนฟงโกรธที่เขาดูถูกครึ่งอสูร
สักพักอสูรพยัคฆ์ก็ฆ่าองค์หญิงเจินยี่ต่อหน้าต่อตาทุกคน แล้วโยนศพนางทิ้งอย่างไม่ใยดี
“ไม่ อย่านะ” องค์หญิงเจินหลินรีบวิ่งไปหาร่างอันไร้ิญญาของน้องสาวทันที แล้วรีบจับชีพจรน้องสาว “พี่จะช่วยชีวิตเ้าเอง ทำใจดีๆ ไว้นะ”
แต่ทว่าไม่ทันเสียแล้ว องค์หญิงเจินยี่ได้สิ้นใจทันที จนองค์หญิงเจินหลินกรีดร้องคร่ำครวญเสียงดัง
เฉียนฟงเห็นภาพนั้นทำให้เขาโกรธแค้นมาก รีบจู่โจมเข้าไปสู้กับอสูรพยัคฆ์ทันที กลายเป็ว่าตอนนี้มนุษย์หมาป่ากับมนุษย์เสือโคร่งต่อสู้กันตัวต่อตัว
ส่วนองค์หญิงเจินหลินก็กอดน้องสาวร้องไห้ไม่ยอมปล่อย ทำให้ฉู่หลานต้องรีบเข้าไปปลอบเพื่อนสาว
“ข้ารู้ว่าเ้าเสียใจมาก แต่พวกเราต้องรีบพาร่างองค์หญิงเจินยี่ไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนนะ เจินหลิน” ฉู่หลานกล่าว
องค์หญิงเจินหลินทรงพยักพระพักตร์ และทรงยอมให้ลูกน้องแบกพระศพแต่โดยดี
ทหารฝ่ายท่านอ๋องได้รีบเผาพระราชวังของอสูรทันที แล้วพวกเขาก็รีบออกมาดูสองอสูรต่อสู้กัน
เมื่ออสูรพยัคฆ์เห็นว่าตนใกล้เพรี่ยงพร้ำ มันเลยเอาตัวรอดด้วยการแว๊บหายตัวไปทันที
นับว่าาครั้งนี้ ฝ่ายท่านอ๋องเป็ฝ่ายชนะศึก ในตอนนี้ปิศาจที่เหลืออยู่ถูกจับเป็เชลย พวกทหารพากันคุมพวกมันกลับฐานทัพ
ในขณะที่องค์หญิงเจินหลินและพรรคพวกได้คุมพระศพขององค์หญิงเจินยี่กลับจวนท่านอ๋อง
การเสียชีวิตขององค์หญิงเจินยี่ทำให้ทุกคนในจวนต่างพากันโศกเศร้า แต่ก็ต้องจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ
ในตอนนี้องค์หญิงเจินหลินทรงยืนเหม่อมองไปที่ป้ายฝังศพของน้องสาว
เฉียนฟงเป็ห่วงฮูหยินอย่างมาก เขารีบดึงตัวองค์หญิงเข้ามากอดไว้
“เ้าอยากร้องก็ร้องเถอะ และอย่าได้โทษตัวเองเลยนะ มันเป็ชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จริงๆ” เฉียนฟงกล่าว
องค์หญิงทรงกอดตอบและยอมปล่อยโฮออกมา เพราะไม่อาจสกัดกั้นอารมณ์ได้อีกต่อไป
******************************************
ในตอนนี้บ้านเมืองได้ทำการปฏิรูปเสียใหม่ ท่านอ๋องชราภาพมากแล้ว ประกอบกับยังทรงโศกเศร้ากับการเสียชีวิตของบุตรสาวคนเล็ก ดังนั้นพระองค์จึงสละตำแหน่งให้กับฉินหลงตัวจริง ซึ่งเป็บุตรชายของท่านแม่ทัพฉินชาง ในตอนนี้ฉินหลงได้เป็ฮ่องเต้แห่งแคว้นจู่เสียนเต็มตัว
ท่านอ๋องทรงขออยู่อย่างสงบที่จวนของพระองค์
ท่านกุนซือได้รับตำแหน่งเป็ท่านเสนาบดี
ส่วนแม่ทัพลู่หยางและแม่ทัพเฉียนฟงก็ได้รับการปูนบำเหน็จ
ท่านจอมยุทธ์บางคนและทหารบางนายก็ได้รับตำแหน่งกันทั่วหน้า
ในตอนนี้แคว้นจู่เสียนได้ปกครองโดยมนุษย์อย่างแท้จริง โดยมีสัญญาสงบศึกกับพวกอสูร ส่วนทหารแคว้นเยี่ยได้เดินทางกลับแคว้นเยี่ยทันที
การปฏิรูปบ้านเมืองดังกล่าวทำให้แคว้นจู่เสียนกลับมาสงบสุขดังเดิม
******************************************
องค์หญิงเจินหลินทรงเสด็จไปเคารพศพน้องสาวเพียงลำพัง เนื่องจากเฉียนฟงต้องไปช่วยลู่หยางบูรณะอาคารบ้านเรือนของประชาชน ตอนนี้องค์หญิงทรงนำเครื่องเซ่นมาไหว้น้องสาว
แต่ในระหว่างนั้นนั่นเอง อสูรพยัคฆ์ที่ทุกคนทุ่มเทกันออกตามล่าแต่ไม่เจอ แต่กลับมาปรากฏตัวตรงหน้าพระพักตร์ขององค์หญิงเจินหลิน
“นี่ท่าน อสูรพยัคฆ์” องค์หญิงเจินหลินทรงตกพระทัย
“ไปกับข้าเดี๋ยวนี้ เจินหลิน” อสูรพยัคฆ์กล่าว
พระองค์ทรงพยายามวิ่งหนีแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะอสูรคว้าตัวพระองค์แล้วพาไปที่รังของมันทันที