ท่านผบ.ซันเทียได้ยินดังนั้นก็ส่งสัญญานให้ทั้งสี่หยุดตรวจสอบแล้วค่อยสอบถามท่านเซอร์คาลอส
“ มีใครพบว่าท่านเสียชีวิตเป็นคนแรก” ผบ.ซันเทียถามตรงๆ
“ ข้าเอง ข้าเข้าไปหาท่านพ่อตอนเช้า เห็นท่านไม่ลุกข้าเลยเดินเข้าไปดู แต่ท่านไม่มีลมหายใจแล้ว เลยเรียกหมอหลวงมาดู และก็ยืนยันว่าท่านเสียชีวิตไปหลายชั่วโมงแล้ว” เซอร์คาลอสกล่าวอย่างคล่องแคล่วแต่ไม่มีแววเสียใจ
“ ท่านไปหาท่านพ่อของท่านเพื่ออะไรตั้งแต่เช้า” ผบ.ซันเทียป้อนคำถามไปอีก
“ พวกเรานัดกันจะคุยเรื่อง การซ้อมย้ายผู้คนหากถูกภูติหิมะโจมตี” เซอร์คาลอสพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่มีตื่นเต้น
“ ท่านไปคนเดียวหรือมีคนอื่นไปด้วย” ผบ.ซันเทียถามอีก
“ ข้าไปพร้อมกับ อาจารย์ โมย่า “ เซอร์คาลอสหันไปที่อาจารย์โมย่า ยืนถือแส้พยักหน้าให้
“ ช่วงนี้ท่านราชันมีเหตุการณ์ขัดแย้งกับใคร หรือไม่” ผบ.ซันซักถามต่อ
“ ไม่มีนะ” เซอร์คาร์ลอสกล่าว
“ ท่านมีพี่น้องกี่คน” ผบ. ซันเทียถาม
“ ข้ามีพี่น้องอีก2คน คือ น้องชายคอนนี่ และ เคธี่ น้องสาว” คาร์ลอสกล่าว
“ แล้วท่านราชันมีภรรยากี่คน” ผบ. ซันเทีย
“ มีท่านแม่ข้าคนเดียว” คาร์ลอสกล่าว
“ ข้าขอคุยกับน้องๆ และแม่ของท่านด้วย” ผบ.ซันเทียเอ่ย
“ ได้ตามสบายพวกเขารออยู่ด้านนอก” คาร์ลอสพูดปกติ
ผบ.ซันเทีย และ ผู้ช่วยทั้ง 4 ไปสอบถามน้องทั้งสองและแม่ของคาร์ลอส และองครักษ์ที่ประจำอยู่หน้าห้อง พอสอบถามเสร็จ ก็มาคุยกันกับเทียนพร้อมกัน
“ จากที่ท่านบอกว่าราชินี ชีร่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ท่านมีหลักฐานอะไรหรือ?” ผบ.ซันเทียนถามขึ้น
“ ข้าสัมผัสได้ว่าวิญญานของท่านราชันถูกดูดออกไป โดยมีร่องรอยของไข่มุกปราบวิญญานแบบเดียวกันยังติดอยู่ในร่างกายของท่านราชัน “ เทียนกล่าวตามจริง
“ พวกเราไปสอบถามทุกคนที่อยู่ในบริเวณโดยรอบ ไม่มีใครรู้เห็นเลย” ผู้ช่วยทั้งสี่กล่าวตามความเป็นจริง
“ ท่านเซอร์คาร์ลอส น่าสงสัยที่สุด แต่ก็ไม่มีพิรุธอะไร รวมทั้งน้องและแม่ของเขา”
ท่านผบ. สรุป
“ ท่านราชันอุดร มีพลังมหาเทพขั้นกลาง ถ้าไม่ระวังตัว ราชินี ชีร่า เข้ามาต่อหน้าแล้วใช้พลังหยุดไม่ให้ท่านราชันอุดรเคลื่อนไหว แล้วใช้ไข่มุกดูดวิญญานเข้าไปก็เป็นไปได้ว่าท่านราชันอุดร จะตายด้วยสาเหตุนี้” เทียนบรรยายให้เห็นภาพว่าการตายของท่านราชันอุดรอาจจะเป็นแบบนี้
“ แต่ว่า ราชินี ชีร่า ต้องการอะไรกันแน่ หรือว่า คนที่เข้าชิงตำแหน่งราชันครั้งนี้ อาจมีบางคนเป็นคนของราชินีชีร่า” ผบ.ซันเทียนสงสัย
“ ถ้าหากว่าราชินีชีร่า พังประตูแดนเหนือ และปล่อยภูติหิมะ เข้ามาร่วมกับปีศาจใต้พิภพที่ถูกนางเรียกออกมา ท่านผบ.ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เทียนถามไปที่ผบ.ซันเทีย
“ แดนเหนือถูกทำลายแน่ แต่คงไปไม่ได้ถึงแดนกลาง เพราะภูติหิมะ อยู่ได้ด้วยความเย็น หากไปแดนที่มีอากาศร้อนพวกมันคงอยู่ไม่ได้ แต่แดนเหนือ สามเมืองต้องพินาศย่อยยับแน่” ผบ. ซันเทียเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ ท่านแจ้งขอกำลังเสริมมาได้หรือไม่ “ เทียนเอ่ยถาม
“ ต้องแจ้งไปก่อน ส่วนทางนี้ต้องบอกเซอร์คาร์ลอส ให้เขาเตรียมกำลังไว้” ผบ.ซันเทียกล่าวจบก็บอกให้กลับไปพักที่ปราสาททักษินก่อน
เทียนกลับถึง องค์ชายหนันเป่ยก็รีบเข้ามาหาทันที แล้วบอกว่าพรุ่งนี้พวกเราต้องเข้าปราสาทราชันอุดรเพื่อสู้ศึกเพื่อคัด ให้เหลือ สี่คน จากนั้นสู้ให้แหลือ 2 คนและต่อสู้กันหาผู้ชนะ จากนั้นจะต้องสู้กับองค์ชาย 10 จากเมืองหลวง ครั้งสุดท้ายต่อเลย
“ สู้แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับทั้ง 8 เมืองหรอกหรือ” เทียนสงสัย
“ ทางเมืองหลวงเป็นคนตั้งกฏ มาแบบนี้ อำนาจใครใหญ่ก็ทำได้แบบนี้” องค์ชายหนันเป่ยกล่าวอย่างปลงๆ
“การต่อสู้ครั้งเพื่อชิงตำแหน่งราชันครั้งนี้ห้ามใช้อาวุธทุกประเภท ใช้แต่พลังส่วนตัวเท่านั้น เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งของราชันจริงๆ
ส่วนคู่ต่อสู้คนแรกของท่าน คนแรกคือ ท่านบีเจวัน รองเจ้าเมืองอาคเนย์ซึ่งมีพลังมหาเทพระดับกลางแล้ว ท่านต้องระวังตัว” องค์ชายหนันเป่ยเอ่ยเตือน
ณ ปราสาทราชันอุดร วันชิงชัยวันแรก ผู้คนที่เข้ามาในสนามประลองครั้งนี้มีหลายหมื่นคน ต่างมารอกันแต่เช้าตรู่ สนามที่จัดในครั้งนี้จุคนได้แค่เพียงไม่ถึง สองหมื่น ดังนั้นผู้คนที่เข้ามาไม่ได้จึงต้องรอฟังข่าวจากทางนอกสนาม
“ ผู้คนมากจริง” เทียนมาถึงแล้วเห็นผู้คนมากันมากมาย
“ ใช่แล้ว ผู้คนสนใจว่าใครจะมาเป็นราชันของพวกเขาเป็นเรื่องธรรมดา” องค์ชายหนันเป่ยกล่าว
“ ท่านหมอเทียน ไม่ว่าการประลองจะเป็นเช่นไร ขอให้ท่านดูแลตัวเองให้ดีการแพ้หรือชนะนั้นเป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน” ท่านผบ.ซันเทีย กล่าวด้วยความเป็นห่วง เพราะคิดว่าเทียนไม่มีทางเอาชนะ เหล่าคู่ต่อสู้พวกนี้ได้อย่างแน่นอน
“ ขอบคุณท่านผบ. ท่านว่าผู้เข้าแข็งขันครั้งนี้ท่านสงสัยใครที่สุด “ เทียนถามตรง
“ คนที่น่าสงสัยคือ ท่านเซอร์คาร์ลอส ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนเขามีอะไรซ่อนอยู่โดยเฉพาะอาจารย์โมย่า ดูมีความลับ ยังไงก็ไม่รู้ แต่เราไม่มีหลักฐานจึงได้แต่เฝ้าจับตามอง” ผบ.ซันเทียนพูดตามตรง
“ การแข่งขันชิงตำแหน่งราชันแห่งอุดรในวันนี้คู่แรกคือ ท่านบีเจวันจากเมืองอาคเนย์ กับ ท่านซูเทียนจากเมืองทักษิน เริ่มได้” เสียงประกาศจากกรรมการ เทียนกระโดดไปที่กลางเวทีทันที ท่านบีเจวัน กระโดดขึ้นมาเช่นกัน
ทั้งสองต่างจ้องซึ่งกันและกัน ท่านบีเจวัน ปล่อยพลังไปที่หมัด เกิดเป็นลูกไฟลุกท่วมที่มือทั้งสองข้าง ผู้ชมเห็นแล้วร้องฮือไปทั่วสนาม แล้วท่านบีเจวัน ก็เริ่มรุกก่อน โดยใช้การเคลื่อนย้ายด้วยความเร็วเหนือมนุษย์เพื่อเข้าใกล้เทียน ตั้งใจจะใช้หมัดพลังเพลิง อัดไปที่ร่างของเทียนเพียงหมัดเดียว ก็จบ
แต่ว่าทุกสิ่งเหล่านี้อยู่ในสายตาของเทียนทั้งหมด เทียนปล่อยหมัดไปทางซ้ายทิศทางที่ท่านบีเจวันปรากฏร่างพอดี เปรี้ยง ! ปากครึ่งจมูกครึ่งรับหมัดของเทียนจนร่างกระเด็นออกไปห่างจนกระแทกกับกำแพงค่ายกลที่กั้นเพื่อไม่ให้ผู้ชม ได้รับผลกระทบจาการต่อสู้ ร่างของท่านบีเจวัน ค่อยๆ รูดลงกับกำแพง แล้วล้มไปนอนสลบทันที
เสียงเฮดังลั่นไปทั่วสนาม เหล่าฝูงชนยังมองไม่ทัน แต่รู้ว่าใครได้ชัยชนะต่างก็เฮตามกันไป เทียนกลับไปนั่งพักที่กรรมการจัดให้ องค์ชายหนันเป่ยกับท่านผบ.ซันเทีย เข้ามาร่วมยินดี เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย
“ ท่านหมอเทียนท่านทำใจให้สบายรอบนี้บางทีพวกเขาอาจประมาทท่านเกินไปแต่รอบต่อไปท่านไม่ต้องคิดอะไรมาก ผลแพ้ชนะ ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เท่ากับประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วมแข่งในครั้งนี้” ผบ.ซันเทียพูดแบบว่า ยังไม่เชื่อว่ารอบหน้าเทียนยังจะมีโอกาสเอาชนะ ผิดกับองค์ชายหนันเป่ย ที่เชื่อมันในตัวหมอเทียนเต็มที่ รอกันอีกไม่นาน ก็ได้คู่ต่อสู้รอบต่อไป
“ ท่านหมอเทียนรอบต่อไปคู่ต่อสู้ของท่านคือ องค์ชายโจวซี แห่งแดนประจิม ตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกเขาใช้วิธีอะไรทำให้องค์ชายโจวซี สามารถเพิ่มระดับพลังขึ้นมาถึง มหาเทพขั้นกลางได้ รอบที่แล้วเขาใช้หมัดดาวตกเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ไม่ยากเย็น” องค์ชายหนันเป่ยกล่าวกับเทียนให้ระวังตัวด้วย
เสียงประกาศการแข่งขันรอบที่ 2 “ องค์ชายโจวซี แห่งแดนประจิม พบกับ ซูเทียนจากเมืองทักษิน เริ่มได้”
“ เจอกันอีกจนได้ หมอเทียน แม้ว่าเจ้าจะเคยมีบุญคุณต่อเมืองของข้า แต่ว่าการแข่งชิงเป็นเจ้าราชันครั้งนี้สำคัญที่สุดต่อข้าเช่นกัน ข้าจะไม่ยอมแพ้เจ้าอย่างแน่นอน” โจวซีกล่าวตรงๆ
“ เริ่มกันเถอะ” เทียนเร่งให้จบโดยเร็ว
องค์ชายโจวซี ยกมือพุ่งหมัดดาวตกเข้าใส่เทียนหมัดแรกทันที มีประกายระยิบระยับปล่อยออกมาตามหมัดของโจวซี พุ่งกระจายเข้าไปที่จุดที่เทียนอยู่
เทียนไม่ถอยปล่อยพลังหมัดพายุอัดเข้าไปปะทะ ทันที ตูม! พลังหมัดดาวตกกระจายหายไป องค์ชายโจวซีถอยหลังไปหลายก้าว แต่เทียนไม่ขยับ
องค์ชายโจวซีปล่อยหมัดเป็นครั้งที่ สอง คราวนี้หมัดที่ออกไปคล้ายอุกกาบาตพุ่งเข้าหาเทียน เป็นจำนวนมาก เทียนใช้หมัดปะทะ ระเบิดออกไปจนหมด
แล้วสุดท้ายปล่อยหมัดพายุเป็นเกลียวสว่านพุ่งทะลุหินอุกกาบาต จนไปโดนร่างขององค์ชายโจวซี กระเด็นออกไปไกลกระอักเลือดออกมาลุกไม่ขึ้น แพ้ไปอีกครั้ง
เสียงผู้ชมโห่ร้องเสียงดังไปทั่วสนาม ตอนนี้มีผู้คนเริ่มตะโกนเรียนชื่อเทียนมากขึ้นเทียนกลับที่พักเช่นเคย องค์ชายหนันเป่ยกับผบ.ซันเทีย ร่วมยินดีอีกครั้ง
“ ท่านหมอเทียนครั้งนี้โชคดีที่ท่านเจอกับองค์ชายโจวซี ที่เคยเอาชนะกันมาก่อนรอบต่อไปท่านต้องระวังตัวด้วย เรื่องชนะหรือพ่ายแพ้นั้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเรายังจะเป็นกำลังใจท่านหมอเทียนเสมอ” ผบ.ซันเทียยังคงไม่เชื่อมันว่าเทียนจะเป็นผู้ชนะ
“ ท่านหมอเทียนท่านมีเวลาพักอีก1 ชั่วโมงต้องขึ้นต่อสู้รอบต่อไปกับเซอร์คาร์ลอสที่เอาชนะองค์ชายตงฟางมาได้ ทั้งที่องค์ชายตงฟางเคยเอาชนะท่านเซอร์คาร์ลอสมาตลอดครั้งนี้แพ้ ผู้คนต่างตกใจกันมาก ที่ท่านคาร์ลอส สามารถพลิกเอาชนะองค์ชายตงฟางได้ ท่านหมอเทียนท่านต้องระวังด้วย” องค์ชายหนันเป่ยเอ่ยด้วยความกังวล