บทที่ 27 ความสุขเรียบง่าย“ท่านแม่ ข้าอิ่มแล้ว คราวหน้าถ้าเข้าเมืองมาอีก ท่านแม่พาข้ากลับมากินเนื้อวัวต้มซีอิ๊วที่นี่อีกได้ไหม?”“ถ้าหยวนเป่าชอบกินเนื้อวัวล่ะก็ เดี๋ยวแม่จะแวะไปที่แผงขายเนื้อ ซื้อเนื้อวัวกลับไปทำเนื้อต้มซีอิ๊วที่บ้านให้กินนะ”ฉู่ชิงเฉินพูดพลางกวักมือเรียกคนงานมาคิดเงิน“บะหมี่ราดน้ำปรุงสองชามสิบสองอีแปะ เนื้อวัวต้มซีอิ๊วสองจานสามสิบอีแปะ รวมเป็เงินสี่สิบสองอีแปะขอรับ”คนงานคิดเงินอย่างรวดเร็ว พอชำเลืองมองที่โต๊ะก็ต้องใ โอ้โฮ ทั้งสามคนกินกันเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ช่างกินเก่งกันจริง ๆฉู่ชิงเฉินเก็บเงินก้อนเล็กเข้ามิติไป นางยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้อแล้วหยิบเงินสี่สิบสองอีแปะส่งให้คนงาน“แขกทั้งสามท่านเดินดี ๆ นะขอรับ ไม่ส่งนะขอรับ ไว้คราวหน้ามาใหม่นะ”คนงานะโไล่หลังตามแผ่นหลังของหนึ่งผู้ใหญ่สองเด็กไปเ้าตัวเล็กทั้งสองกินอิ่มหนำสำราญจนมีแรงขึ้นมาอีกครั้ง เด็ก ๆ ก็มักจะมีพลังล้นเหลือแบบนี้แหละ แค่ข้าวสักมื้อก็กลับมาสดใสได้ทันที โดยเฉพาะหยวนเป่าที่เดินะโโลดเต้นไปมาฉู่ชิงเฉินพาลูกทั้งสองมาที่แผงขายเนื้อ“ท่านลุง เนื้อขายยังไงหรือ?”“หมูเนื้อแดงแปดอีแปะ หมูสามชั้นสิบอีแปะ เนื้อวัวสิบห้าอีแปะ เนื้อแพะสิบสองอีแปะต่อชั่ง แม่นางสนใจชิ้นไหน? เนื้อพวกนี้เพิ่งฆ่ามาวันนี้เลย สดมาก ๆ”พ่อค้าเนื้อแนะนำราคาอย่างใจเย็น“เอาหมูสามชั้นสิบห้าชั่ง เนื้อวัวสิบห้าชั่ง แล้วก็... กระดูกหมูพวกนั้นขายยังไง?”“แม่นาง กระดูกหมูนี่ไม่คิดเงิน มันไม่มีเนื้อติดเลย ไม่มีใครเขาซื้อกันหรอก ปกติเอาไว้ให้สุนัขกิน ถ้าแม่นางอยากได้ข้ายกให้หมดเลยแล้วกัน”พอได้ยินว่าแม่นางคนนี้เปิดปากมาก็ซื้อเนื้อตั้งเยอะ พ่อค้าเนื้อจึงยินดีที่จะยกกระดูกที่ขายไม่ได้พวกนี้ให้เปล่า ๆเขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดี ว่าจะเอากระดูกหมูพวกนี้ไปทิ้งที่ไหนฉู่ชิงเฉินรู้สึกยินดีในใจ กระดูกหมูเอามาเคี่ยวน้ำแกงมีโภชนาการที่สุด ในยุคปัจจุบันขายแพงกว่าเนื้อเสียอีก นึกไม่ถึงว่า ยุคโบราณจะไม่มีคนซื้อ คาดว่าคงทำไม่เป็กันกระมัง?กระดูกหมูกองใหญ่นี้ ดูแล้วน่าจะหนักสักยี่สิบชั่ง ได้มาเปล่า ๆ แบบนี้ ถือว่าโชคดีสุด ๆ ในใจนางลิงโลดแทบคลั่ง แต่ใบหน้ายังคงแสดงออกอย่างสงบนิ่ง“แม่นาง ทั้งหมดรวมเป็เงินสามร้อยเจ็ดสิบห้าอีแปะ”พ่อค้าเนื้อห่อเนื้อทั้งหมดให้เรียบร้อยแล้วฉู่ชิงเฉินยังมีเหรียญทองแดงเหลืออยู่บ้าง แต่นางคิดว่าเก็บเหรียญไว้ใช้สอยจิปาถะจะสะดวกกว่า จึงหยิบเงินหนึ่งตำลึงออกจากแขนเสื้อส่งให้พ่อค้าเนื้อรีบทอนเงินย่อยให้ทันที เมื่อเห็นว่าแม่นางค่อนข้างผอมบางและยังพาลูกเล็ก ๆ มาด้วย เนื้อรวมกับกระดูกพวกนี้หนักตั้งห้าสิบกว่าชั่ง คงหิ้วไม่ไหวแน่“แม่นางพักอยู่ในตำบลหรือเปล่า? ข้าจะให้คนงานไปส่งให้ที่บ้าน แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในตำบล ข้าหาคนขับเกวียนลาให้ได้นะ ปกติคนอื่นจ้างสิบอีแปะ ข้ารู้จักกับคนขับ เดี๋ยวให้เขาลดให้เหลือแปดอีแปะ แม่นางเห็นว่ายังไง?”“ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนท่านลุงด้วย”ฉู่ชิงเฉินนึกขึ้นได้ว่านางยังมีผ้าอีกสามพับที่ต้องไปรับ และยังมีของบางอย่างที่ยังซื้อไม่ครบ การจ้างเกวียนลาก็เป็เื่ที่ควรทำจริง ๆไม่นานเกวียนลาก็มาถึง พ่อค้าเนื้อช่วยยกเนื้อขึ้นรถ ส่วนฉู่ชิงเฉินก็อุ้มลูกทั้งสองขึ้นไปนั่งบนรถให้เรียบร้อย“พี่ชาย รบกวนหน่อย ข้ามีผ้าอีกไม่กี่พับต้องแวะไปรับที่ร้านข้างหน้านี้ และยังมีของอีกนิดหน่อยที่ซื้อไม่เสร็จ พี่ชายไม่ต้องกังวลนะ ที่ทำให้เสียเวลา ข้าจะเพิ่มเงินให้อีกห้าอีแปะ”ฉู่ชิงเฉินรู้ดีว่า คนขับรถทำงานหาเงินด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน ไม่ควรรบกวนเขาเกินไป จึงเสนอเงินเพิ่มให้ออกมาข้างนอก เงินไม่กี่อีแปะนี้ไม่ต้องไปงกให้เสียเื่เดิมที พอคนขับรถได้ยินว่าหญิงสาวจะให้เสียเวลารอก็เริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียว แต่เมื่อได้ยินว่าจะเพิ่มเงินให้อีกห้าอีแปะ เขาก็ยิ้มร่าจนตาปิดทันที แม่นางคนนี้ช่างรู้ความจริง ๆ“ได้เลย มีอะไรให้รับใช้ก็บอกมาได้เลย”ฉู่ชิงเฉินไปถึงร้านขายผ้า หยิบผ้าสามพับโยนขึ้นรถ แล้วให้คนขับรถไปที่ร้านเครื่องปรุง ซื้อซีอิ๊ว เกลือ น้ำส้มสายชู พริกหอม อบเชย และสุดท้ายยังซื้อน้ำมันเมล็ดผักถังใหญ่ขนาดสิบชั่งมาด้วยในยุคนี้ยังไม่มีน้ำมันถั่วเหลือง มีเพียงน้ำมันเมล็ดผักเท่านั้นเถ้าแก่ร้านเครื่องปรุงลดราคาให้เล็กน้อย รวมแล้วจ่ายไปห้าสิบอีแปะเมื่อฉู่ชิงเฉินยกน้ำมันและถุงเครื่องปรุงขึ้นเกวียนลา คนขับรถก็มีสีหน้าตกตะลึง“ข้าขับรถมาหลายปี เพิ่งเคยเห็นแม่นางที่ซื้อของเก่งขนาดนี้เป็ครั้งแรกเลยนะเนี่ย”“นี่ยังซื้อไม่เสร็จหรอก! รบกวนพี่ชายไปที่ร้านขนมหน่อย ข้าอยากซื้อขนมกลับไปด้วย”“ได้เลย ข้ารู้จักร้านหนึ่งของกินเล่นเยอะมาก อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ แม่นางนั่งให้ดีนะ”คนขับรถกำชับพลางสะบัดแส้บังคับเกวียนลาวิ่งลัดเลาะไปตามถนน“ท่านแม่ ท่านคงไม่ได้ใช้เงินเก็บจนหมดบ้านแล้วใช่ไหม?”หยวนเป่ามองดูของที่กองพูนเป็ูเาบนรถแล้วอดถามไม่ได้“วางใจเถอะ แม่ยังมีเงินเหลือ ไม่ปล่อยให้เ้าลิงน้อยสองตัวอดตายแน่นอน เงินน่ะ หามาก็ต้องใช้สิ ถึงจะมีรสชาติ ถ้าหามาแล้วไม่ใช้มันก็น่าเสียดาย ขอแค่เราหาได้มากกว่าที่ใช้ไปก็ไม่ขาดทุนแล้ว”นางหัวเราะพลางสอนปรัชญาการใช้เงินให้เ้าตัวเล็กทั้งสองฟัง“ท่านแม่ แม้หยวนเป่าจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่รู้สึกว่าคำพูดของท่านดูมีเหตุผลจังเลย”ถวนเป่าไม่ได้หลอกง่ายเหมือนน้องสาว เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้แค่ชอบซื้อของเฉย ๆ มากกว่า“แม่นาง ถึงแล้ว”เมื่อถึงร้านขนม ฉู่ชิงเฉินกำชับให้เด็ก ๆ นั่งรออยู่บนรถอย่างว่าง่าย นางลงไปซื้อของอร่อย ๆ กลับมาเื่ซื้อของกินให้ลูกนางไม่เคยขี้เหนียว เพียงครู่เดียว... สายตาทั้งสามคู่บนเกวียนลาก็จ้องมาที่นางเป็ตาเดียว เห็นนางหิ้วห่อใหญ่ห่อน้อยมาเต็มสองมือแทบไม่มีที่ว่าง นี่นางกวาดของมาหมดร้านเขาเลยหรือเปล่าเนี่ย?ฉู่ชิงเฉินวางห่อขนมลงบนเกวียนลา แล้วแบ่งเกาลัดคั่วร้อน ๆ ให้เด็ก ๆ คนละห่อ ตัวนางเองก็มีหนึ่งห่อ แม่ลูกทั้งสามนั่งกินเกาลัดบนรถ บรรยากาศช่างดูอบอุ่นกลมเกลียวเหลือเกินเกวียนลามุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านเถาฮวา ฉู่ชิงเฉินััได้ว่ามีคนสะกดรอยตามพวกนางมา สัญชาตญาณระวังภัยของนางนั้นเหนือกว่าคนทั่วไปอยู่แล้วแถวนี้เป็ที่เปลี่ยว รอบข้างมีแต่ต้นไม้และพงหญ้า คาดว่าคนกลุ่มนี้คงจับตาดูนางมาั้แ่ในตำบลแล้ว แต่เพราะในตำบลคนเยอะลงมือลำบาก เลยเลือกที่เปลี่ยวแห่งนี้“พี่ชาย หยุดเกวียนลาหน่อย ข้าจะลงไปทำธุระส่วนตัวครู่หนึ่ง”ฉู่ชิงเฉินหาข้ออ้างบอกคนขับรถจริง ๆ นางพอจะเดาได้ว่าคนที่สะกดรอยตามมาคือใคร แต่นาง้าจัดการคนเดียวเพื่อไม่ให้ลูก ๆ ต้องใฉู่ชิงเฉินลงจากเกวียนลาแล้วเดินตรงเข้าไปในป่าข้างทาง ตั้งใจล่อคนที่ตามมาให้เข้าไปหา“อย่ามัวแต่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ออกมาได้แล้ว”สิ้นเสียงของฉู่ชิงเฉิน ชายชุดดำโพกหน้าสามคนก็โผล่ออกมาจากพงหญ้า ในมือถือดาบเล่มเขื่อง“สาวน้อยคนนี้หน้าตาไม่เลวเลย ฆ่าทิ้งไปก็น่าเสียดาย”“พี่ใหญ่หมายความว่า จะให้ ‘จัดการ’ ก่อน แล้วค่อยฆ่าใช่ไหม?”ชายสองคนในกลุ่มพูดจาแทะโลมลามก“ฝันกลางวันอยู่หรือไง กล้ามาวางเดิมพันกับข้าสักตาไหมล่ะ?”ฉู่ชิงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมที่มิอาจปฏิเสธได้“โอ้ สาวน้อยจะเดิมพันอะไรหรือ? ถ้าแพ้ต้องยอมให้พวกข้าสนุกด้วยกันสักหน่อยนะ”หนึ่งในนั้นเริ่มทนไม่ไหว ก้าวเข้าหาหมายจะยื่นมือมาััใบหน้าเนียนของนางมือของชายชุดดำยังไม่ทันจะแตะโดนหน้าฉู่ชิงเฉิน นางก็ออกลูกเตะอย่างรวดเร็ว จนชายชุดดำปลิวไปกระแทกกับต้นไม้“สาวน้อยคนนี้แสบใช่ย่อย!”อีกสองคนที่เหลือเห็นพรรคพวกโดนเตะปลิวทั้งที่ยังไม่ถึงตัว ก็ถึงกับสูดหายใจลึกด้วยความหนาวเหน็บ ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป“ข้าจะเดิมพันว่า พวกเ้าจะไม่ได้เดินออกไปจากป่าแห่งนี้ พวกเ้าเป็คนที่เถ้าแก่อู๋แห่งหอฮวนสี่ส่งมาใช่ไหม"ฉู่ชิงเฉินมองพวกเขานิ่ง ๆ โดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย กลับมีแต่ความดูแคลนอยู่เต็มเปี่ยม พวกกระจอกแบบนี้ นางแค่กระดิกนิ้วก็จัดการได้แล้ว เพียงแต่นางไม่อยากให้พวกนั้นตายง่ายเกินไป นางตั้งใจจะปั่นหัวพวกนั้นให้ตายทั้งเป็