ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่467 สยบไฟเทพ

       "หืม! ไฟเทพทั้งสองดวงถึงอยู่เคียงคู่กันเฉกเช่นนี้เล่า ข้าเคยได้ยินว่า ไฟเทพมันจะเติบโตจากการกลืนกินไฟเทพดวงอื่นๆ ไม่ใช่หรือ แต่ไฟเทพสองดวงนี้ มันกับเคียงคู่กันไม่ไปไหน ราวกับว่ามันเคยเป็นหนึ่งเดียวกัน อย่างไรอย่างนั้น"


 

        ครั้นอี้เฉินกล่าวคำพูดเสร็จสิ้น เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง "หรือว่าดวงไฟวิเศษทั้งสองดวง จะเกิดจากความเคียดแค้น และความหวัง ของเหล่าชาวบ้านที่ตายตกภายในสถานที่ปิดตายแห่งนี้"


 

        ว่ากันว่าไฟเทพจะก่อเกิดจากจิตวิญญาณ ที่ควบแน่น หล่อหลอมจนเกิด ไฟเทพ แสดงว่าสถานที่แห่งนี้ จะต้องเต็มไปด้วยความหวัง และแรงแค้นที่มีไม่น้อย อี้เฉินจึงกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ไม่ลังเลอีกต่อไปเดินสืบเท้า ก้าวเดินไปในทิศทาง ไฟเทพระดับสูง สีแดงฉาน ที่เรียกหาตัวเขาช้าๆ ในทันที

 


        อี้เฉิน เขาไม่ดื้อรั้นที่ จะกลืนกินไฟเทพสีขาวบริสุทธิ์ ระดับตำนาน อีกต่อไป เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนที่มันแผ่ซ่านออกมา พร้อมจะฆ่าสังหารตัวเขาหาก เขาไม่ได้รับการยอมรับจากมัน

 


        จู่ๆ ในกรอบสายตาของอี้เฉินที่เดินเข้าไปใกล้ ไฟเทพสีแดงฉานระดับสูง มันก็สั่นไหวน้อยๆ ออกมาอย่างรุนแรง ทำปฏิกิริยากับตัวอี้เฉิน อย่างฉับพลัน เพลิงสีแดงฉานที่อัดแน่น ราวกับเป็นเพลิงความแค้น ลุกโหมราวกับเต้นระบำ หมายมั่นจะกลืนกินอี้เฉินในทันใด

 


        อี้เฉินที่เห็นถึงกับหรี่ตาจนเล็กแคบ แม้ว่ามันจะเรียกหาตัวเขา แต่ไฟเทพมันก็ไม่ยินยอม ให้อี้เฉินกลืนกินไฟเทพเข้าไปโดยง่าย ไฟสีแดงฉานที่ลุกท่วม เพียงเสี้ยววินาที มันก็ทำให้กายาอี้เฉิน รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ทำให้อี้เฉินนึกถึงช่วงเวลาที่เขา เคยถูกไฟเทพเผาผลาญในยามก่อนในทันที

 


        "อ๊ากๆ ไอ้เวร ข้าเคยผ่านการถูกไฟเทพกลืนกินมาแล้ว เจ้าคิดว่าแสงไฟหิ่งห้อยดวงน้อยๆ ของเจ้าจะเผาผลาญ ข้าได้จริงๆ หรือ?" ครั้นอี้เฉิน สืบเท้าย่างก้าวเข้าไปได้อีก2-3ก้าว ร่างของเขา ก็ค่อยๆ เกิดรอยแตกร้าว ลุกลามไปทั่วแขน ครั้นคิดจะหยิบจับใช้ปราณพลังดึง ไฟเทพระดับสูง เข้ามาไว้ในฝ่ามือ

 


        มันจึงทำให้อี้เฉินหรี่ตาจนเล็กแคบ ลงไปอีกหลายเท่า ครั้นรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านเข้าไปภายในโสตประสาท จนกายาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน อาภรณ์สลายกลายเป็นเถ้าธุลี แทบจะเปลือยเปล่าต่อหน้าไฟเทพในยามนี้

 


        อี้เฉินขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม ไม่คิดเลยว่า การสยบไฟเทพจะยากลำบากถึงเพียงนี้ ก่อนเขาจะนำผลึกน้ำแข็งวิเศษ ออกมาจากขวดหยก ภายในทะเลความรู้ หมายมั่นใช้มันสยบไฟเทพ

 


         ทว่ามันกลับผิดคาดอี้เฉินเป็นอย่างมาก เมื่อผลึกน้ำแข็งวิเศษ ที่เต็มไปด้วยอายความหนาวเย็น ที่แผ่ซ่านออกมาไม่ขาด ส่งผลให้ภูมิอากาศโดยรอบ เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ทว่าผลึกน้ำแข็งวิเศษ ระดับสูงก้อนใหญ่ กลับระเหยหายไปราวกับ อากาศธาตุ อย่างรวดเร็ว เพียงอี้เฉินสืบเท้าเข้าไปใกล้ไฟเทพไม่กี่ก้าวเท่านั้น จากเปลวเพลิงที่บ้าคลั่ง โหมซัดอย่างรุนแรง ทำให้ผลึกน้ำแข็ง ระดับสูงก้อนใหญ่ ขนาดเท่าหัวคน ระเหยหาย กลายเป็นไออย่างรวดเร็ว

 


อีกเพียง10ก้าวเท่านั้น อี้เฉินก็จะเข้าไปยืนประจันหน้ากับไฟเทพสีแดงฉาน เขาจึงสบถด่าออกมาด้วยความเจ็บแค้น

 


         "บัดซบ! บัดซบ! เหตุใดเจ้าสลายไปรวดเร็วถึงเพียงนี้เล่า นั้นมันผลึกน้ำแข็งระดับสูงเชียวนะ ข้าอุตส่าห์หามันมาอย่างยากลำบาก แม้แต่เทพสวรรค์แท้จริง ยังถูกแช่แข็งได้" เมื่อสิ้นคำพูดของอี้เฉิน ความร้อนที่บ้าคลั่ง ก็พุ่งแผดเผาร่างของเขาในทันที ฉับพลันร่างอี้เฉินก็กลายสภาพ ราวกับคนถูกไฟคลอก เนื่องด้วยอี้เฉิน อยู่ใกล้ไฟเทพ ระดับสูงมากเกินไป ทำให้กายาเต็มไปด้วยลอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว ส่งผลให้เลือดหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย ตามรอยแตกร้าว จนร่างกายราวกับกลายสภาพ เป็นเหล็กร้อนที่โดนเผา เกิดหลุมแดงเลือดตามร่างกายหลายจุด ของเหลวในร่างเหือดแห้งจากความร้อนที่มากมหาศาล

 


          มาพร้อมเสียงอี้เฉินที่กัดกรามไว้แน่น จนเกิดเสียงฟันแตกหักดังออกมาลั่น บ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่อี้เฉินได้รับ มากมายถึงเพียงใด แม้แต่ เข่าข้างหนึ่งของอี้เฉินยังต้อง ทรุดลงกับพื้นเบื้องล่าง ก่อนเขาจะยันร่างที่พังทลายไม่มีชิ้นดี ขึ้นมายืนช้าๆ มาพร้อมเสียงคำรามออกมาดังกู่ก้อง "ข้าจะมายอมตาย อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ได้เช่นไรเล่า" ก่อนเขาจะย่างก้าวเดินสืบเท้า ออกไปด้านหน้า ด้วยเท้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือด มองเห็นไฟเทพสีแดงฉาน ในกรอบสายตาในอีกไม่กี่ก้าว เขาจึงไม่ยินยอมที่จะยอมแพ้ เฉกเช่นนี้

 


         ยิ่งอี้เฉินก้าวเดินฝ่าไฟเทพ ที่โหมลุก มันก็ส่งผลให้กายาอี้เฉิน พังทลายลงไปเรื่อยๆ จนกายาหลายๆ ส่วนเริ่มกลายเป็นหลุมเรื่อยๆเลือด ร่างแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี เข้าไปทุกที ที่ก้าวเดินสืบเท้าเข้าไปหาไฟเทพ มองเห็นเถ้าธุลี ปลิวไปกับอากาศได้อย่างชัดเจน จนร่างกายในยามนี้ ไม่ต่างอะไรไปจากซากศพที่ถูกไฟคลอกเดินได้ มองเห็นกระดูกสีขาวโพลน โผล่ออกมาตามร่างกาย อย่างเห็นได้ชัด

 


         ความเจ็บปวดแสนทรมาน ที่อี้เฉินได้รับ เกือบจะทำให้เขาหลับใหล ไม่มีวันตื่น อยู่หลายครั้งหลายคราที่ก้าวเดิน ทว่าอี้เฉินก็ต้องกดข่ม ไม่ให้ดวงตาปิดสนิท สืบเท้า ย่างก้าวเข้าไปหยิบจับไฟเทพอย่างไม่หวาดเกรงต่อความตาย จนดวงตาหลั่งเลือด ออกมาไม่ขาดสาย

 


          เมื่อฝ่ามือที่เหลือแต่หนังหุ้ม กระดูกไม่ถึง 3ส่วน ของอี้เฉิน หยิบจับไฟวิเศษไว้ในฝ่ามือได้ ไฟวิเศษก็พลันหยุด พยศ บ้าคลั่งในทันที มองเห็นตาเปล่าได้อย่างชัดเจนว่าไฟที่มันปลดปล่อยออกมา อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ประหนึ่งมันยอมรับในตัวอี้เฉินแล้วในยามนี้

 


          อี้เฉิน ที่บาดเจ็บหนักไม่มีชิ้นดี จนสภาพของเขา แทบไม่มีเค้าโครงเดิมอีกต่อไป ราวกับเป็นเนื้อเละ ติดกระดูกที่มีชีวิต พร้อมกับดวงตาที่จวนจะปิดสนิท เข้าไปทุกที แต่เขาก็ต้องพยายามข่มตาไม่ให้หลับ เมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งชั่วร้ายที่พุ่งปราดเข้ามาหาตัวเขา

 


มันก็คือวิญญาณแค้น หมายมั่นจะกลืนกินไฟวิเศษกลายเป็น ครึ่งก้าวเทพสวรรค์

 


         อี้เฉินไม่รอช้า เขารีบกลืนกินไฟเทพ เข้าไปภายในปากในทันที ไม่ยินยอมให้ผู้ใด แย่งไฟวิเศษ ไปจากตัวเขาได้ ก่อนเขาจะสบถด่าออกไป"ไอ้เวรเจ้าอยากได้ไฟวิเศษ เจ้าก็สยบมันเองสิ เจ้ามันก็แค่วิญญาณแค้น อย่าคิดว่าข้ากลัวเจ้า"

 


         ทว่ามันก็ทำให้อี้เฉิน หนังหัวช้าวาบ  รีบบินทะยานหนีออกไปจากเกาะแห่งนี้โดยไวที่สุด เมื่อรับรู้ถึงปราณพลังที่ชั่วร้ายเริ่มก่อตัว มากขึ้นเรื่อยๆ รับรู้ได้ในทันที มันไม่ได้มีแค่ตนเดียว เป็นแน่ "บัดซบ! บัดซบ! พวกเจ้าหมายมั่น ช่วงชิงไฟเทพจากผู้คนที่สยบมันได้สินะ" น้ำเสียงที่กล่าวพูด เล็ดลอดออกไปตามไรฟันอี้เฉิน ไปพร้อมกับการสืบเท้า บินทะยานหนีจากไปจากสถานที่แห่งนี้ของเขาโดยไว เขาในยามนี้ไม่อาจอยู่สถานที่แห่งนี้ ได้อีกต่อไป จึงต้องจำใจต้องจากลาจากสถานที่แห่งนี้ อย่างเลี่ยงไม่ได้

 


         หลังจากที่ อี้เฉินที่สืบเท้าบินทะยานออกไปรอบนอกเกาะร้างแห่งนี้ ไปอยู่ที่เกาะแก่งรอบนอก ไร้ผู้ใดติดตามได้ ร่างกายที่บาดเจ็บหนักไม่มีชิ้นดีของเขา ก็ค่อยๆ เริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อย่างใหญ่หลวง เนื่องด้วยไม่มีใครกลืนกินไฟเทพ เข้าไปทีเดียวเฉกเช่นอี้เฉินในยามนี้ หลายๆ คนต่างก็นั่งดูดซับ ทว่าอี้เฉินกลับกลืนกินมันเข้าไปภายในร่างส่งผลให้ กายาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง มาพร้อมปราณพลังเทพที่แผ่ซ่านออกมาไม่ขาดสาย

 


         ทว่าในยามนั้น อี้เฉินมีทางเลือกที่ไหน ทำให้ ร่างกายอี้เฉินค่อยๆ ยกระดับ กลายเป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ อย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง จนไฟลุกท่วมกายาอี้เฉิน ในยามนี้ แต่ไฟเหล่านั้นกลับแปลกประหลาดไม่น้อย ราวกับมันขัดเกลากายาอี้เฉิน ให้ยกระดับไปอย่างรวดเร็ว จนปราณพลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เล็ดลอดออกมาไม่ขาด ไปพร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือด แต่กลับทำให้สภาพของอี้เฉิน แย่หนักกว่าเก่า จนริมฝีปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด ยังดีที่กายาของเขา ยกระดับไปแตะอยู่ในขั้น กายาอมตะ จึงทำให้เพิ่มความทนทาน ไม่ทำให้อี้เฉินตายตกในยามนี้ แต่ก็ต้องแบกรับกับความเจ็บปวดที่มากมหาศาล จนทำให้ดวงตาที่เป็นสีแดงฉานในยามก่อน เด่นชัดขึ้นไปอีกหลายเท่า

 


        จนเสียงอี้เฉินร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด ดังออกมาไม่ขาด กู่ก้องไปทั่วบึงน้ำมืด พร้อมกับระลอกคลื่นของครึ่งก้าวเทพสวรรค์ โหมกระหน่ำออกไปทั่วทิศไม่ขาดสาย

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน