ตอนที่ 34 หลบอีกได้ไหม
"รับไปซะ" หลิวหรง ตวัดดาบอย่างต่อเนื่อง จนเป็นคลื่นพลังปราณออกมาหลายชุด
ตูมมมมมม ตูมมมมมม ตูมมมมมมมมมม
"555++ เป็นไรละ ไม่ใช่ปราณจิตขั้น 4 ของเจ้าด้วยงั้นรึ" หลิวหรง กล่าวออกมาในขณะที่โจมตีใส่หยางหลงอย่างต่อเนื่อง
"หึ แม้ว่าปราณจิตขั้น 4 เจ้าจะเป็นภาพลวงตา แต่คิดว่าภาพลวงตาเจ้าจะทำไรข้าได้ หากข้าโจมตีระยะไกลก็ไม่มีทางที่จะทำร้ายข้าได้เลย รึคิดจะใช้ภาพลวงตาโจมตีข้ามางั้นรึ" หลิวหรง ที่เข้าใจว่าปราณจิตขั้น 4 ของหยางหลง คือภาพลวงตา แม้จะไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่คิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะถูกสัก 70-80% ได้
เพราะถ้าใช่ภาพลวงตาจริง ไม่มีทางเลยที่ดาบลวงตา จะทำร้ายตนเองได้ นอกจากจะใช้ดาบจริงเข้ามาโจมตีเท่านั้น ซึ่งหลิวหรง ก็เตรียมรับมือเรื่องนี้ไว้แล้ว โดยโจมตีระยะไกลด้วยคลื่นพลังปราณ จนระยะดาบจริงของหยางหลงไม่มีทางจะโจมตีถึงได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไม่มีทางที่จะใช้ภาพลวงตาดาบมาหลอกลวงตนได้แน่นอน แล้วใช้ดาบของจริงลอบโจมตีแฝงมาด้วยได้
หลิวหรงที่ได้ดูการต่อสู้ของสำนักมังกรสุริยัน กับ สำนักอาชาสวรรค์ด้วย แล้วได้เห็นการต่อสู้ของหยางหลง กับ เชินฮุย ที่เห็นการโจมตีครั้งสุดท้าย ที่หยางหลงใช้ดาบแทงสวนกับทวน จนเอาชนะเชินฮุยมาได้
แม้ตอนนั้น หลิวหรงจะคิดว่าเชินฮุยจะใช้ทวนแทงดาบของหยางหลงพลาด แต่หลิวหรงที่คิดว่าเชินฮุย เป็นผู้ชำนาญการใช้ทวน แล้วย่อมต้องมีการฝึกฝนท่าแทง ที่เป็นการแสดงอานุภาพของทวนในการทะลวงศาสตราวุธของคู่ต่อสู้มากที่สุดด้วย ไม่มีทางที่จะแทงพลาดได้ง่ายๆเช่นนั้นแน่ จึงเดาว่าต้องมีอะไรบางอย่างแอบซ่อนอยู่
ทันทีที่มาเห็นเหตุการณ์เซิ่งเฉียงด้วยแล้ว ที่คล้ายๆของเชินฮุยด้วย ยิ่งยืนยันข้อสันนิษฐานตนเองมากขึ้นไปอีก ทำให้เข้าใจว่า ปราณจิตขั้น 4 คือ เพิ่มความสามารถ ภาพลวงตาให้กับดาบนั้นเอง
หยางหลง ที่ได้ยินอีกฝ่ายท้าทายให้ใช้ปราณจิตขั้น 4 แล้วแถมยังคาดเดาความสามารถของปราณจิตขั้น 4 ตัวเองอีกด้วย จึงไม่ได้กล่าวอะไรออกมาตอบโต้ออกมา
หยางหลง ที่ต้องการเข้าใกล้หลิวหรง แต่ก็ยังไม่โอกาสได้เข้าใกล้ได้เลยสักนิด ความแตกต่างด้านระยะการโจมตี ทำให้ต้องตกอยู่ในสถานการลำบากอีกครั้ง
"หึ หลบเก่งเหมือนกันเนี่ย แต่ถ้าเป็นแบบนี้ละ จะหลบอีกได้ไหม" หลิวหรง ที่ตวัดดาบอย่างรวดเร็วขึ้น จนราวกับดาบเหมือนขนนกเลย
ทำให้เมื่อตวัดดาบได้มากขึ้น คลื่นพลังปราณจากดาบ มีจำนวนเยอะขึ้นเป็นเท่าตัว
!!!!
"นี้มัน รึว่าปราณจิตขั้น 3 ของมันคือ คุณสมบัติ เบา จนทำให้ดาบเบาขึ้น" หยางหลง ที่เห็นคลื่นปราณรูปพระจันทร์เสี้ยวที่เพิ่มขึ้นมา จากตอนแรกที่หลบลำบากอยู่แล้ว จนตอนนี้ยิ่งหลบยากขึ้นไปอีก แทบจะไม่สามารถหลบได้เลย
บึ้มมมมมมมม
หยางหลง ที่ไร้ทางหลบหนี จากคลื่นพลังปราณที่พุ่งเข้าหาตนเองจำนวนมากมาย จนถูกซัดเข้าใส่ทันที
เกิดฝุ่นจากแรงระเบิดคลื่นพลังปราณปกคลุมรอบลานประลอง
"555++ บุตรชายเจ้าทำได้ดีมาก ที่เอาชนะหยางหลงได้" เจ้าสำนักเอราวัณ กล่าวชมเชยออกมา
แม้บุตรของอาวุโสหลิว จะยังไม่ได้เป็นศิษย์ของสำนักแบบเต็มตัวก็ตาม แต่เพียงเป็นศิษย์ชั่วคราว ที่อาวุโสหลิวเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยเท่านั้น เหมือนกับตอนที่ทำกับสำนักมังกรสุริยัน ที่ได้ถูกเชิญตัวเข้าไปช่วยสำนักมังกรสุริยัน เพื่อให้สำนักอยู่รอดไม่ต้องถูกยุบ แต่ครั้งนี้อาวุโสหลิวที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในสำนักเอราวัณได้ เพราะผลประโยชน์จากที่ตนนำมาบอกแก่เจ้าสำนักเท่านั้น เจ้าสำนักเอราวัณจึงให้สามารถพักอาศัย แล้วให้บุตรอาวุโสหลิวเป็นศิษย์ชั่วคราวได้
แม้เจ้าสำนักเอราวัณจะเจ็บใจ ที่ศิษย์ที่ตัวเองภูมิใจในฐานะศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักตัวเองจะพ่ายแพ้จนหมด แต่เพื่อหน้าตา ชื่อเสียงของสำนัก การที่บุตรของอาวุโสหลิว เป็นศิษย์ชั่วคราวร่วมลงแข่งด้วยในทีมของสำนักเอราวัณจึงทำให้รักษาหน้าตาไว้ได้ โดยที่ยังไม่แพ้สำนักมังกรสุริยัน ที่มีอันดับต่ำกว่าสำนักตนเองไว้ได้
อาวุโสหลิวที่ได้ยินเจ้าสำนักเอราวัณกล่าวชมเชย จึงไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะรู้อยู่แล้วที่ชมเชยเช่นนี้ เพราะยังรักษาหน้าตาสำนักตัวเองโดยที่ไม่แพ้สำนักต่ำกว่าไว้ได้เท่านั้น