ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 แดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนตื่นตะลึง ตระกูลมู่ถือกำเนิดอัจฉริยะ!

            "โอ้?"

            ชายชราทั้งสองพลันบังเกิดความประหลาดใจทว่าเมื่อพิจารณาครู่หนึ่งก็ตระหนักได้ว่านี่อาจเป็นเพียงคำกล่าวถ่อมตนของผู้นำตระกูลมู่

            ทว่าในตอนนี้พวกเขาก็ไม่สะดวกที่จะกล่าวอะไรได้อีกทำได้เพียงกล่าวพลางยิ้มว่า "อิทธิพลของแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนเราแผ่ขยายครอบคลุมทั่วแคว้นตงฮวงเรื่องแค่นี้จึงนับเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น"

            "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเรียกเขามา"

            ขณะกล่าววาจานั้นมู่เสินฉวนก็ได้ส่งกระแสจิตไปยังยอดเขาจื้อจุนแล้ว

            ภายในยอดเขาจื้อจุน

            เด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังเปล่งแสงเรืองรองบริเวณหน้าอกมีอักขระลึกล้ำซับซ้อนโอบล้อมทั่วกาย ราวกับกำลังฝึกฝนเคล็ดวิชาอันสุดยอดอยู่

            ทันใดนั้น เขาก็หรี่ตาลงหันมองไปทางทิศเหนือ พลางพึมพำว่า "เอ๊ะ?ท่านปู่ผู้นำตระกูลเรียกข้าหรือขอรับ?"

            ทันใดนั้นมู่ฮ่าวก็รวบรวมอักขระนับไม่ถ้วนเก็บซ่อนไว้ภายในร่างกาย พลันร่างของเขาก็หายวับไปปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ยอดเขาหลัก

            ไม่นานนักร่างของเขาก็ปรากฏกายขึ้นภายในตำหนักรับรองโค้งคำนับไปยังมู่เสินฉวนที่ประทับอยู่บนที่นั่งหลักผู้นำตระกูล พร้อมกล่าวว่า"ท่านปู่ผู้นำตระกูล ท่านเรียกข้าหรือขอรับ"

            "อืม"

            มู่เสินฉวนยิ้มพลางพยักหน้าก่อนจะเหลือบมองไปยังผู้ฝึกตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสอง แล้วเอ่ยขึ้นว่า"เขาคือคนรุ่นเยาว์ผู้โดดเด่นแห่งตระกูลมู่ที่ข้าได้พูดถึงไปเมื่อครู่หากวันหน้ามีวาสนาได้พบพานกันในแคว้นตงฮวงหวังว่าสหายทั้งสองจะเมตตาดูแลเขาด้วยเถิด!"

            ในขณะเดียวกันนั้นเองสายตาของสองชายชราแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนและมู่เยว่เหยาก็ทอดลงยังมู่ฮ่าว

            ปรากฏแก่สายตาว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นมีอายุเพียงสิบเอ็ดสิบสองปีทว่ากลับเปี่ยมด้วยบุคลิกลักษณะที่เกินกว่าคนในวัยเดียวกัน

            กายหยาบของเขาใสกระจ่างดุจหยกบริสุทธิ์แผ่แสงสีทองอร่ามพวยพุ่งออกมาไม่ขาดสายพลังลมปราณและโลหิตพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ประหนึ่งเสาหลักแห่งสวรรค์ชวนให้ผู้พบเห็นตกตะลึง ราวกับมังกรแท้จริงวัยเยาว์ยืนอยู่เบื้องหน้าร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยพลังแห่งเต๋าที่กึกก้องสั่นไหวคล้ายกับว่าเพียงเขายกมือขยับเท้าก็สามารถควบคุมพลังแห่งเต๋าได้ในพริบตา

            "ระดับตำหนักม่วงขั้นที่ห้า!"

            หนึ่งในชายชราสัมผัสได้ถึงพลังฝึกตนของมู่ฮ่าวนัยน์ตาของเขาก็หดเล็กลงทันที พลางอุทานออกมาว่า

            "อะไรกัน?"

            ชายชราอีกคนไม่อาจทนอยู่เฉยได้อีกต่อไปเขากระโจนลุกขึ้นในทันที สายตาจับจ้องมู่ฮ่าวแน่นิ่งราวกับกำลังมองดูหยกวิเศษที่งดงามไร้ที่ติที่สุดในใต้หล้าแม้แต่จังหวะลมหายใจก็พลันถี่รัวและแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว

            “ท่าน... ท่านผู้นำตระกูลมู่เด็กหนุ่มผู้นี้คือผู้ที่ท่านกล่าวถึงใช่หรือไม่?!”

            “นี่... นี่มิใช่เพียงอัจฉริยะธรรมดาแต่เป็นถึงสุดยอดอัจฉริยะเยาว์วัยโดยแท้!”

            “รากฐานแห่งเต๋าแน่นหนาเพียงนี้ช่างหายากนักในใต้หล้า พรสวรรค์ด้านการฝึกตนของเขาเกรงว่าจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ทั่วทั้งแคว้นตงฮวงได้เลยทีเดียว!”

            "แม้แต่บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆก็มิอาจมีพลังฝึกตนสูงส่งเช่นนี้ได้ในวัยเยาว์เช่นกัน!!"

            ชายชราทั้งสองเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเปี่ยมไปด้วยความตกตะลึงถึงขีดสุด

            ในขณะนั้นดวงตาคู่งามของมู่เยว่เหยาก็ฉายประกายแวววาวประหนึ่งกลีบดอกไม้ที่เบ่งบาน

            แม้แต่รอยจันทราเสี้ยวบนหน้าผากของนางก็พลันส่องแสงเรืองรองคล้ายกำลังตอบรับกับสิ่งเร้นลับบางอย่างที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า

            นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย"ท่านผู้นำตระกูลน้องชายร่วมตระกูลผู้นี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อใดหรือเจ้าคะ?" "เหตุใดข้าจึงไม่เคยพบหน้าเขามาก่อนเลย?"

            มู่เสินฉวนยิ้มบาง ๆ ก่อนกล่าวตอบ“สาขาตระกูลของมู่ฮ่าวเคยอพยพไปอยู่ยังราชวงศ์ต้าเว่ยไม่นานมานี้ข้าจึงพาเขากลับมายังตระกูลมู่ของเรา”

            "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง"มู่เยว่เหยาเอ่ยพลางพยักหน้าเข้าใจในทันใด

            ทว่าในขณะนี้มู่ฮ่าวกลับมิได้ใส่ใจในความตื่นตะลึงของผู้ฝึกตนผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองแม้แต่น้อยหากแต่หันสายตาไปมองมู่เยว่เหยา ในดวงตาสีดำขลับของเขาเผยแววประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ แล้วจึงเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้าว่า

            "ท่านผู้นี้คงจะเป็นพี่สาวมู่เยว่เหยาใช่หรือไม่ขอรับ"

            "พลังสายเลือดในกายของท่านนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"

            “เมื่อถึงวันที่บรรลุขั้นสูงสุดเกรงว่าอาจสามารถต่อกรกับข้าได้!”

            ริมฝีปากบางของมู่เยว่เหยาโค้งขึ้นเล็กน้อยแววตาของนางฉายความรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง

            น้องชายร่วมตระกูลผู้นี้ช่างโอหังนักทว่าเขาก็มีคุณสมบัติที่คู่ควรเช่นนั้นจริงๆ

            ในวัยเพียงเท่านี้แต่กลับมีพลังฝึกตนที่เทียบเคียงนางได้ย่อมเป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุคอย่างไม่ต้องสงสัย

            "เช่นนั้นก็รอให้พี่สาวบรรลุกายาศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดเสียก่อนแล้วค่อยมาขอคำชี้แนะจากเจ้าก็แล้วกันนะ"

            มู่เยว่เหยาพลันหัวเราะคิกคักออกมาใบหน้างามสะพรั่งราวกับดอกไม้ที่กำลังแย้มบาน ช่างงดงามและน่าหลงใหลยิ่งนัก

            ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ประโยคนี้เองชายชราทั้งสองแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนก็ได้ส่งกระแสจิตสนทนากันหลายต่อหลายครั้งแล้ว

            ในยามนี้พวกเขาก็มิอาจทนอยู่ได้อีกต่อไปชายชราผู้หนึ่งพลันลุกขึ้นยืนในทันที แล้วโค้งคำนับไปยังมู่เสินฉวนพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า

            "เขตแดนตระกูลมู่นี้ช่างเป็นแหล่งรวมเหล่าอัจฉริยะโดยแท้ถึงกับสามารถบ่มเพาะยอดคนที่หาใดเปรียบเช่นนี้ได้”

            “ไม่ทราบว่าท่านผู้นำตระกูลมู่จะโปรดอนุญาตให้เขาเข้าร่วมกับแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนของพวกเราได้หรือไม่?”

            "ไม่ว่าเงื่อนไขอะไรก็ตามท่านสามารถเสนอมาได้เลย!!"

            ทว่ามู่เสินฉวนกลับมิได้แสดงความแปลกใจแม้แต่น้อยต่อคำกล่าวนี้เพียงยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า

            "สมาชิกตระกูลทุกคนล้วนมีเส้นทางของตนเองที่ต้องเดิน"

            "ตระกูลมู่ของข้าไม่เคยจำกัดอิสระของพวกเขาหากมู่ฮ่าวยิมยอมก็แล้วแต่ตัวเขาเลย"

            เพียงสิ้นคำดวงตาทั้งคู่ของชายชราทั้งสองก็ทอแววคาดหวังอย่างแรงกล้า พุ่งตรงไปยังมู่ฮ่าวทันที

            หากสามารถชักนำยอดอัจฉริยะผู้ไร้ผู้เทียมทานผู้นี้เข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนและทุ่มเททรัพยากรบ่มเพาะให้เต็มกำลังในวันหน้าก็อาจหล่อหลอมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ผู้ปกครองใต้หล้าได้—ความยิ่งใหญ่นี้เกินคาดเดาเลยจริงๆ

            เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสะท้อนให้เห็นว่า พรสวรรค์ของเขาล้ำลึกเกินบรรยายเพียงใด!

            ในขณะนั้นเองมู่ฮ่าวก็เข้าใจถึงความหมายของท่านผู้นำตระกูลได้อย่างลึกซึ้งเช่นกัน

            ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเขายังคงสงบนิ่งดุจผิวน้ำไร้ระลอกเพียงแต่ส่ายศีรษะเล็กน้อย แล้วเอ่ยอย่างราบเรียบว่า

            "วิถีแห่งเต๋าของข้านั้นไม่เหมาะกับการอาศัยปัจจัยภายนอกในการฝึกตนมากจนเกินไป"

            "ขออภัยด้วย"

            "ข้าจะไม่เข้าร่วมกับกลุ่มอำนาจใดๆทั้งสิ้น"

            เมื่อชายชราทั้งสองได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของพวกเขาก็พลันปรากฏแววเสียดายขึ้นมาทันที

            แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเอง—พวกเขาก็คล้ายจะเข้าใจเจตนาของมู่เสินฉวนอย่างชัดเจน

            ตระกูลมู่ของเขา...เต็มเปี่ยมด้วยอัจฉริยะนับไม่ถ้วนหาได้จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรจากแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนแม้เพียงน้อยนิด!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912