ภาพวาดของอ้วนสุด วาดในยุคราชวงศ์ชิง (wikipedia)อ้วนสุดเห็นตราหยกแผ่นดินวางลงตรงหน้าก็สุดแสนจะยินดี~เราจะปรารถนาอันใดกับตราหยกนี้ ? แต่ท่านได้เอามาแล้วเราแล้ว เราจะช่วยรักษาไว้ ..อันตัวท่านได้มาอยู่กับเรามีธุระสิ่งใดเราจะช่วย เหลืออย่างเต็มที่…อ้วนสุดจึงจัดทหาร 3,000 กับม้า 500 ตัวให้แก่ซุนเซ็ก เพื่อทำการให้สำเร็จ ..ส่วนอ้วนสุดจะเก็บรักษาตราหยกไว้ให้เป็นอย่างดี ..ฮะฮ่ะฮ่า ซุนเซ็กยกกำลังทหารออกจากเมืองลำหยง(ฉิวฉุน)ไม่ว่าจะเป็นยอดคนผู้ใด (เว้นเพียงดำรงค์) ย่อมเริ่มจากการรวบรวม ‘คน’ ด้วยกันทั้งนั้น !ซุนเซ็ก แต่งตั้ง จูตี ลิห้อม เป็นที่ปรึกษา ส่วนเทียเภา ฮันต๋ง และอุยกาย เป็นนายทหาร …………….…………………--------------เมืองตันเอี๋ยง-------------- 'จิวยี่' (Zhou Yu; 周瑜) บุรุษรูปงาม หน้าขาว เมื่อวัยเด็กได้เรียนรู้วิชาอย่างแตกฉาน ทั้งการทหาร และศิลปะแขนงต่าง ๆ โดยจิวยี่เป็นผู้ชำนาญทางดนตรี กล่าวกันว่า ถ้าใครดีดพิณผิดแม้นิดเดียว ใครต่อใครจับไม่ได้ แต่จิวยี่สามารถจับได้ จิวยี่เป็นผู้มีนิสัยโอบอ้อม มีน้ำใจต่อเพื่อนฝูง ดังนี้ จึงมีผู้ที่เคารพนับถือเป็นมิตรสหายมากมาย ทั้งเป็นสหายรักกับซุนเซ็กตั้งแต่เด็ก เกิดปีเดียวกัน จิวยี่อ่อนกว่า 2 เดือน กลับเรียกขาน 'ซุนเซ็ก' ว่าพี่ชาย เมื่อรู้ข่าวจึงขอเข้าร่วมในทันที ! ข้าพเจ้าจะขออาสาทำการด้วยท่าน ..จะได้ช่วยกันคิดการใหญ่สืบไป นอกจากนั้นยังแนะนำ ‘เตียวเจียว’ ชาวเมืองเพ้งเสีย ‘เตียวเหียน’ ชาวเมืองกองเหลง ทั้งคู่มีสติปัญญาเป็นอันมาก ซุนเซ็กจึงตั้งเตียวเจียวให้เป็นขุนศึก และเตียวเหียนให้เป็นที่ปรึกษา เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วจึงยกไปตีเล่าอิ้ว ณ ตำบลขยกโอ๋ฝ่ายเล่าอี้ว ( Liu Yao; 劉繇)เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่น มีความรู้ความสามารถในการปกครอง ได้ครองแคว้นหยังโจว ภายหลังถูกอ้วนสุดโจมตีขับไล่ สู้ไม่ได้จึงหนีมาอยู่ที่ตำบลขยกโอ๋ ได้ ฉกหยง-ซีเหลเป็นกุนซือ มีทหารเอกคือเตียวเอ๋ง ทหารโทคือไทสูจู้ ผู้เคยช่วยเหลือโตเกี๋ยมและชาวเมืองชีจิ๋วเมื่อครั้งนั้น !!แต่ดูเหมือนเล่าอิ้วจะเลือกใช้งานคนผิด เพราะกลับไว้ใจ ‘เตียวเอ๋ง’ เพราะเห็นว่ารับราชการมาเนิ่นนาน จึงจัดกำลังทหารให้รับศึกใหญ่ในครั้งนี้ จะด้วยบารมีเก่าของซุนเกี๋ยนผู้พ่อ หรือเพราะจิตใจที่กว้างขวางของซุนเซ็กก็ไม่อาจทราบได้ ไม่มาซุนเซ็กเคลื่อนกำลังไปที่ใด ผู้กล้าในแคว้นกังตั๋งกลับสมัครใจเข้าร่วม …จิวขิมชาวเมืองฉิวฉุน กับจิวท่ายชาวเมืองแฮฌ้อ เดิมเป็นโจรป่า จะมาขอเข้าร่วมด้วยซุนเซ็ก และขณะที่ 2 ทัพใหญ่ของซุนเซ็กและเตียวเอ๋งกำลังรบกันอยู่นั่นเอง จิวท่ายกลับโชว์ผลงานด้วยการแอบไปจุดไฟในค่ายเตียวเอ๋ง ประสบการณ์มาก แต่เมื่อขาดการเรียนรู้ ย่อมไม่ต่างอะไรกับคนอ่อนหัด !!!ฝ่ายเตียวเอ๋งเมื่อให้เพลิงไหม้ระหว่างรบอยู่ ก็นึกกลัว แทนที่จะยกกลับค่ายทหาร กลับทิ้งกองทหารแล้วควบม้าหนีเข้าเมืองอย่างคนไร้สติ !!!ซุนเซ็กจึงเข้ายึดค่าย ได้ทั้งของได้ทั้งคนอีกหลายพัน ..บัดนี้กองกำลังซุนเซ็กนับวันยิ่งใหญ่โตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ !!! เตียวเอ๋งหนีเตลิดกลับมา ย่อมต้องโทษตาย แต่ ฉกหยง-ซีเหลที่ปรึกษาทัดทานไว้ให้ แล้วส่งเตียวเอ๋งคุมทหารไปตั้งอยู่เมืองเลงเหลงไว้อีกทาง ส่วนเล่าอี้ววางกำลังไว้ที่ ‘เชิงเขาสินเต๋ง’ ทางทิศเหนือเพื่อป้องกันการโจมตีของซุนเซ็ก……………… ตกกลางคืนซุนเซ็กเกิดนิมิตประหลาด !!! ฝันว่ามีเทวดามาเรียกขึ้นไปบนภูเขา..พอเช้ามา ซุนเซ็กจึงถามชาวบ้านว่าบริเวณนี้มีศาลเจ้าฮั่นกองบู๊หรือไม่ ? ..ซึ่งบนเขาสินเต๋งข้างหน้านี้กลับมีศาลเจ้าอยู่จริงๆ ฝ่ายเหล่าทหารต่างห้ามปรามมิให้ขึ้นไป เพราะค่ายทหารเล่าอี้วอยู่ใกล้กันเพียงเท่านี้ หากมันยกทหารขึ้นเขาไปทำการคงมีแต่หายนะเพียงเท่านั้น ! ..แต่ซุนเซ็กไม่ฟังรั้นจะขึ้นไปให้จงได้ เมื่อขึ้นไปถึงศาลเจ้าฮั่นกองบู๊คำนับและบวงสรวงตามพิธี.. แม้ข้าพเจ้าได้เมืองกังตั๋งสำเร็จความคิดแล้วเมื่อใด ข้าพเจ้าจึงจะมาทำพลีกรรม (พลีกรรม : การบูชา พิธีบูชา) ฝ่ายเล่าอิ้วแม้รู้ข่าวว่าซุนเซ็กแอบขึ้นไปบนภูเขา แต่เกรงจะต้องกลอุบายจึงนิ่งเสียส่วน ‘ไทสูจู้’ รู้สึกเสียดายโอกาสนี้ จึงคิดจะไปตามจับซุนเซ็กเองกับมือ ว่าแล้วก็ถือทวนควบม้าขึ้นเขาไปในทันที !! เมื่อเสือสองตัวเจอกันต่างสู้กันอย่างสูสี ..ผ่านไป 5 เพลง ไทสูจู้ ควบม้าหนี ซุนเซ็กควบม้าไล่ แล้วรบกันต่ออีก 50 เพลง เชี้ยงง …พั้วๆๆๆต่างฝ่ายต่างจับทวนของอีกฝ่าย สุดท้ายไทสูจู้ชิงหมวกซุนเซ็กได้ แต่ฝ่ายซุนเซ็กเองก็ชิงเอาทวนไทสูจู้ได้เช่นเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างเหนื่อยล้า รบกันจนพลบค่ำ เมื่อเกิดพายุฝนตกหนักจึงแยกย้ายกันกลับค่ายทหารคนหนึ่งได้ทวน คนหนึ่งได้หมวก จึงเยาะเย้ยถากถางกันทุกครั้งที่ออกรบ ………………. ฝ่ายจิวยี่เมื่อเห็นว่าศึกติดพัน จึงยกทหารแอบไปตำบลขยกโอ๋ ฐานที่มั่นของเล่าอิ้ว !! แต่ไม่ต้องเสียกำลังพลเลยแม้แต่น้อย เพราะในค่ายมีคนเปิดประตูรับจิวยี่เข้าไปแบบไม่ต้องสู้รบอะไรเลยเพราะได้ 'ตันบู' (Chen Wu; 陳武) ชาวเมืองโลกั๋ง มีกำลังมาก รูปใหญ่สูงห้าศอกเศษหน้าเหลืองตาแดง เมื่อรู้ข่าวว่าจิวยี่มาจึงแอบเปิดเมืองให้เข้ามาเสียอย่างนั้น และเมื่อเล่าอิ้วรู้ข่าวว่าขยกโอ๋ ฐานที่มั่นถูกยึดไปเสียแล้วจึงจำเป็นต้องถอยทัพในทันที ซีเหล-ฉกหยงหนีไปตำบลวัวเหลง ไทสูจู้หนีไปเมืองเก๋งก๋วน ทัพเล่าอิ้วก็แตกไปตั้งอยู่ตำบลงิวจู๋ ฝ่ายเล่าอิ้วเสียทหารพลเป็นจำนวนมากถูกตามตีต่อเนื่อง จนสุดท้าย..ไปหนีไปอยู่เมืองอิเจี๋ยงกับฉกหยง ส่วนซีเหล และเตียวเอ๋ง ต้องกลอุบายแกล้งตายของซุนเซ็กจนเสียที และถูกฆ่าสังหารสิ้น จากนั้นซุนเซ็กยกทัพไปตามไทสูจู้ ณ เมืองเก๋งก๋วน ทำไฉนเราจะจับไทสูจู้ได้ ? นิสัยของยอดคนประการสำคัญคือนิยมคนเก่งกล้าสามารถจิวยี่จึงแนะนำว่า ขอให้ท่านจัดทหารยกเข้าตีเมืองเป็นสามด้านเปิดไว้ด้านหนึ่ง แล้วจึงให้ทหารไปซุ่มอยู่ตรงหน้าเมืองไกลชั่วพักม้าหนึ่ง เอาเชือกขึงทางไว้ คอยจับตัวไทสูจู้ที่นั่นเห็นจะได้เป็นมั่งคง ซุนเซ็กเห็นชอบด้วย เวลากลางคืนก็ยกเข้าตีเมืองเป็นสามด้านเปิดไว้ด้านหนึ่ง ฝ่ายไทสูจู้เมื่อถูกล้อมเมือง กำลังทหารก็น้อยนิดจึงเปิดประตูเพื่อหนีออกจากเมือง ทหารซุนเซ็กรุมเข้ารบ แล้วแกล้งแหวกให้ไทสูจู้หนีไปตามทางซึ่งคิดทำการไว้นั้น ไทสูจู้ก็พลัดทหารควบม้าหนีไป ม้านั้นไปเกี่ยวกับเชือกซึ่งทหารซุนเซ็กขึงขวางทางไว้..ม้านั้นก็ล้มลง ทหารซึ่งซุ่มอยู่ก็ออกจับไทสูจู้มัดมาให้ซุนเซ็กเมื่อซุนเซ็กเห็นก็วิ่งออกมาแก้เชื่อกให้ไทสูจู้ แล้วจูงมือมานั่ง เล่าอิ้วเลี้ยงท่านมิได้ถึงขนาด ถ้าท่านสมัคทำราชการด้วยเรา ..เราจะเลี้ยงท่านให้ดีกว่าเล่าอิ้วอีก และเมื่อครั้งเรารบกับท่านที่ตำบลสินเต๋งนั้น ถ้าท่านจับเราได้จะฆ่าเราหรือไม่ ? …ต่างฝ่ายต่างหัวเราะ ไทสูจู้ได้ยินซุนเซ็กว่าดังนั้นยินดีมิได้มีจิตพยาบาท และยอมรับซุนเซ็กเป็นนายด้วยความเต็มใจ ไทสูจู้ลองใจนายใหม่สมัครพรรคพวกของเล่าอิ้วพลัดพรายกันอยู่ ข้าพเจ้าคิดว่าจะลาท่านไปเกลี้ยกล่อมมาไว้ จะได้เป็นกำลังท่าน แต่เกรงท่านจะไม่เชื่อ ? ซุนเซ็กขอวางเดิมพันเราก็เชื่ออยู่ แต่ท่านเร่งไปพรุ่งนี้เวลาตะวันเที่ยง กลับมาให้ถึงเรา ..เราจะคอยท่าน ฝ่ายที่ปรึกษาทั้งหลายกลับกังวลท่านปล่อยไทสูจู้เสียดังนี้ที่ไหนจะกลับมา ? แต่ไม่ว่าอย่างไรซุนเซ็กก็ยังมั่นใจในสายตาของตน และเมื่อถึงเวลาเที่ยงตรง ก็เห็นไทสูจู้ก็พาคนมาถึงค่ายประมาณพันเศษ และทหารทั้งปวงเมื่อเห็นไทสูจู้กกลับมา ทุกคนต่างยกย่องทั้งนายบ่าวคู่นี้…