บทที่ 8 ร้ายมาร้ายกลับไม่โกง
"แย่แล้ว!! อย่าบอกนะว่า นางตายแล้ว"
"ไม่จริง !!"
"เป็ไปไม่ได้ !!"
"ข้าไม่ได้ออกแรงอะไรเลย ทำไมนางถึงตายได้ล่ะ นางตายเพราะนางอ่อนแอเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า " จื่อชิงตื่นกลัว พูดจาตะกุกตะกักไม่เป็ภาษา มือเ้าปัญหาสั่นซ่านจนหยุดไม่ได้
"นางตายก็สมควรแล้ว "
"จวนถังต้องมีข้าเป็ฮูหยินเพียงคนเดียว !!"
"นางอุตส่าห์เป็ถึงฮูหยินเอกสกุลถังแล้วแท้ๆกลับไม่รู้จักใช้อำนาจ โง่เง้าก็ต้องแพ้ มันถูกต้องแล้ว!!"
หลานจื่อชิงเสียขวัญ กลัวความผิดวิ่งหน้าตั้งหนีเข้าเรือน บ่นพึมพำเหมือนคนสองบุคลิก บ้างก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากเื่แดงขึ้นมาเมื่อไหร่พร้อมโยนความผิดใส่ร้ายสาวใช้ให้รับเคราะห์แทน
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงไก่โห่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จ้าวจีเหอคนใหม่ลืมตาดูโลกกว้าง ทันทีที่รู้สึกตัว ยังไม่ทันได้ลืมตามอง ก็ออกอาการประหลาดแหกปากร้องเสียงดัง
"ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ช่วยด้วย "
"มีคนจะข่มขืนฉัน!!"
เธอบิดตัว กลิ้งไปมาคล้ายกำลังละเมอฝันร้าย ตกเตียงดังแอ่ก!!
"อะโอ๊ย!!" สายตาที่พร่ามัวเปิดตื่น มองเห็นขื่อคานเก่าๆก็ชวนให้ประหลาดใจ
ทันใดนั้นสาวใช้ใกล้เคียงวิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยความใ ตะเบ็งเสียงเรียกท่านหมอที่เพิ่งได้นั่งพัก
"ท่านหมอ!! ท่านหมอเร็วเข้า!! ฮูหยินน้อยฟื้นแล้ว" ท่าทางของนางดีใจไปกว่าใครๆ
"ตำรวจล่ะ? ไปเรียกตำรวจเร็ว?"
"ฉัน้าแถลงข่าว ให้การกับตำรวจให้เร็วที่สุด"
"เอ้อ แล้วฉันขอยืมโทรศัพท์หน่อยนะ ฉันจะโทรหาฟ่านยี้ให้มารับกลับบ้าน"
หลิวม่านกู่ตื่นขึ้นมาในร่างของฮูหยินน้อยเ้าจีเหอ นางเองยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองได้หลุดเข้ามาเกิดใหม่ ยังคงติดตาฝังใจกับเื่ไม่เป็ธรรมพวกนั้น
"ฮูหยินน้อยเ้าขา ท่านกำลังร้องขอสิ่งใดกัน บ่าวจนปัญญาจะเข้าใจ ได้โปรดสงบใจลงก่อนเถิด" สาวใช้สุดกังวล ไม่คิดว่าผู้เป็นายจะอาการหนักถึงเพียงนี้ จู่ๆนางก็ร้องไห้แงออกมาไม่หยุด
"อ๊ะอ๊าว ยัยบ้านี่ ร้องไห้ทำไม ฉันไม่ได้ว่าอะไรเธอสักหน่อย ฉันก็แค่อยากได้มือถือโทรหาเพื่อนของฉัน" ม่านกู่งงเป็ไก่ตาแตก
"อะ... เอ่อ เดี๋ยวนะ ฮะ ฮูหยินหรอ "
"นี่เธอ เรียกฉันว่าอะไรนะ "
ม่านกู่เริ่มตงิดใจ ยกมือจับหัวไหล่ทั้งสองข้างของสาวใช้เขย่าตัวรอฟัง
"ฮูหยินน้อยเ้าค่ะ "
"ท่านคือฮูหยินเอกจวนถัง จ้าวจีเหอ ภรรยาของนายท่านถังม่อเหยียน..."
สาวใช้ตอบคำถามด้วยสีหน้ามึนงง เนื้อตัวสั่นหงักกลัวถูกโบยหลัง
"กระจก!! กระจกล่ะ ที่นี่มีกระจกไหม"
ม่านกู่กวาดตามองไปทั่ว เพิ่งจะรู้ว่านี่มันไม่ใช่สถานที่ที่คุ้นเคย ไม่ใกล้เคียงกับห้องอาหารบนเรือด้วยซ้ำ!!
"อ๊าก!!! " เสียงกรี้ดลั่นจนเรือนสั่น ม่านกู่พอจะเดาออกแล้วว่านี่ไม่ใช่ร่างจริงของเธอ
"นี่ปีอะไร?" เพื่อความแน่ใจ ต้องถามย้ำ
"ปีนี้เป็รัชศกหงอู่ปีที่สิบห้า ปกครองโดยจักรพรรดิิไท่จู่ แห่งราชวงศ์ิเ้าค่ะ" สาวใช้อธิบายละเอียดยิบ
"อะฮ๊าาาาาา!! "
"ให้ตายเถอะ ไม่อยากจะเชื่อ "
"อย่าบอกนะว่าฉันย้อนเวลามาเกิดใหม่ในร่างคนอื่น "
"มันจะเป็ไปได้ยังไง เื่แบบนี้มีแค่ในละครเท่านั้นแหละ "
ม่านกู่เดินกอด-อกวนไปมาเป็วงกลม สาวใช้กับท่านหมอทำได้แค่เหลือบหางตามองกัน สื่อสารด้วยการสัปหงก ประมาณว่า ฮูหยินน้อยคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ
"ฮูหยินน้อยเ้าคะ ให้ท่านหมอตรวจร่างกายก่อนดีหรือไม่ " สาวใช้พยายามเกลี้ยกล่อมให้นางสงบสติ
"บ้าน่า!! นี่มันต้องเป็ความฝันแน่ๆ"
จู่ๆม่านกู่ยกมือตบหน้าตัวเองอย่างแรง ก่อนจะลืมตาขึ้น มองไปรอบๆก็ยังอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม
"ตบอีกรอบ!!! โบท็อกซ์น่าจะกระจุยแล้วนะคราวนี้!!" เพื่อพิสูจน์ความจริง เธอยอมง้างมือตั้งวง ออกแรงเต็มเหนี่ยวฟาดหวดหน้าตัวเองจนกรามสั่น
"อ๊าก!! เจ็บ!! "
"นี่มันเื่จริงหรอเนี่ย"
กว่าจะรู้ว่าไม่ได้ฝันไป ก็เล่นเอาซะหน้าชาสองด้าน เธอได้แต่หันหน้ากลับมายิ้มเจื่อนๆให้ท่านหมอที่ยืนอึ้งตาค้าง "อะแฮร่!!"
ในเมื่อรู้ตัวแล้ว หนีไม่พ้นที่จะต้องยอมรับความจริง ม่านกู่เดินคอตกเข้าจูงมือท่านหมอมานั่งข้างเตียง ปล่อยให้เขาตรวจร่างกายอย่างละเอียด ระหว่างนั้นนางชวนสาวใช้พูดจอแจ หลอกถามลึกตื้นหนาบาง ถึงได้พอรู้อะไรมาบ้าง
"น่าประหลาดใจจริงๆ ก่อนหน้านี้ข้ามั่นใจว่าตรวจอย่างถี่ถ้วนแล้ว พบว่านางมีไข้สูงเพราะต้องไอเย็นตลอดทั้งคืน ตอนนี้นางกลับไม่มีอะไรผิดปกติเลย " ั้แ่ตรวจคนไข้มานับหมื่นท่านหมอเพิ่งจะเจอเื่น่าเหลือเชื่อก็หนนี้
"ไอ๊หย๊า ๆ พอได้แล้วน่า บอกแต่แรกแล้วว่าฉันไม่ได้เป็อะไรก็ไม่เชื่อ" ม่านกู่ลุกตึงตังเดินดุ่มๆออกนอกเรือนแบบไม่เกรงกลัวโลกภายนอกเหมือนอย่างเก่า
"อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะฮูหยินน้อย"
สาวใช้โค้งคำนับั้แ่ท้ายจวนยันลานหน้าบ้าน
"โว้ว รู้สึกดียังไงชอบกลแฮะ "
"รู้สึกยิ่งใหญ่เหมือนถูกนับหน้าถือตา จะว่าไปเกิดใหม่เป็ยัยจี่หอยอะไรนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน!!"
ม่านกู่รู้สึกเหลิงกับตำแหน่งเมียเอก เพราะนางยังไม่ได้เจอเมียรองตัวร้าย กับสามีที่เอาแต่ทำตัวเป็ไม้แข็งดัดยาก
"อะเอ๋ ผู้หญิงคนนั้นคือใครนะ" ม่านกู่หุบยิ้ม หยุดเดิน แอบอยู่ข้างพุ่มไม้ เอียงตามองดูบางคนที่กำลังงุ่นง่วนเต้นไทเก๊กกลางลานบ้าน
"คิก คิก" เสียงหัวเราะเอิ๊กหลุดออกมา ชวนให้ฮูหยินใหญ่ใสะดุ้งโหยง สมาธิที่รวบรวมแตกกระเจิงไปใหญ่
"ฮูหยินน้อย!! "
"เ้าไปหลบอะไรในพุ่มไม้!!"
"อย่าคิดว่าหญิงแก่อย่างข้าจะมองไม่เห็นนะ!!"
ฮูหยินใหญ่หยุดท่ารำ เดินเข้าหาสะใภ้ใหญ่ หวังสั่งสอนให้มีมารยาทพื้นฐาน แต่คำแรกที่นางพูดสวน ชวนให้ผู้เฒ่าอึ้งจะเป็ลม
"ป้าเป็ใครกันล่ะเนี่ย ทำไมต้องมาสั่งสอนฉัน"ม่านกู่ตัวแสบไม่รู้ว่านั่นคือแม่สามี ทำตัวจองหองพองขนใส่มนุษย์ป้าเต็มที่
"ไร้ธรรมเนียม!! ไร้ธรรมเนียมจริงๆ "
"นอกจากจะไม่รีบทำความเคารพข้า ยังแอบแฝงตัวหัวเราะคิกคัก จ้องมองท่ารำของข้าเหมือนดูละครขบขัน!!"
"ยังมีหน้าพูดจาประหลาดให้ข้างุนงงอีก!!" ฮูหยินใหญ่โกรธจนตัวสั่น หยิบสิ่งของใกล้ตัว คว้าจับไม้เรียวยาว หวดไล่ฟาดสะใภ้ตัวแสบให้วุ่น
"แล้วไงใครแคร์!!"
"แบร่ๆ!!"
"เด็กๆ ใครก็ได้ จับนางไว้! วันนี้คนแก่อย่างข้า จะสั่งสอนนางให้รู้จำ!!" สุดท้ายม่านกู่หนีไม่พ้น ถูกบ่าวผู้ชายหลายคนรุมจับ โดนฮูหยินใหญ่เฆี่ยนตีสั่งสอนไม่ยั้งมือ
"ฮือๆๆ ใครก็ได้ช่วยหลิวม่านกู่ที!!"
ดาราสาวสุดฮอตต้องมาเจอเื่แบบนี้ ไม่แปลกนักหรอกที่เธอจะปรับตัวไม่ทัน พอถูกลงโทษยกใหญ่จึงได้หลาบจำ รู้จักสงวนท่าทางขึ้นมาบ้าง
ณ เรือนแก้วบูรพาของเมียเอก พลบค่ำที่เงียบสงัด เสียงร้องระงมของนางดังไกลไปสิบเรือน
"อะ โอ๊ย เบามือหน่อยสิ "
"นี่ก้นคนนะ ไม่ใช่ตอไม้"
ม่านกู่นอนพาดตัวบนเตียงใหญ่ จบที่สาวใช้ต้องช่วยกันทายา
"ฮูหยินน้อยต้องระวังตัว อย่าล้อเล่นกับฮูหยินใหญ่ กฎจวนเคร่งครัดมิอาจฝืน ยิ่งเป็หญิงยิ่งต้องถือธรรมเนียมเ้าค่ะ"
"หากไม่ใช่เพราะบ่าวกับท่านหมอเข้ารายงานอาการป่วยของท่านได้ทันเวลา ป่านนี้คงเจ็บตัวไปมากกว่านี้"
สาวใช้ช่างรู้ความ กล่าวตักเตือนผู้เป็นายด้วยสีหน้าเป็กังวล
"อืมๆ เข้าใจแล้วล่ะ ใครจะไปรู้ว่าป้าคนนั้นคือเ้าของบ้าน ถ้ารู้แต่แรกฉันคงไม่ไปยั่วโมโห หาเื่ใส่ตัวหรอก"
"ถ้าจะอยู่ที่นี่ให้รอดปลอดภัย ฉันคงต้องเรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ให้กลมกลืนสินะ "
"เริ่มั้แ่บทพูดเลยละกัน "
"คงไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของหลิวม่านกู่หรอกนะ!! สู้ว้อย"
ม่านกู่ตัวแสบไม่ยอมแพ้ หาทางเอาตัวรอดจนได้ ดั่งสุภาษิตที่ว่า รู้จักเอาตัวรอดเป็ยอดดี
"ว่าแต่ พวกจะ จะ เ้ารู้หรือไม่ว่าสามีของข้าอยู่ที่ไหน มันน่าแปลกไหมล่ะพวกเ้าว่า ั้แ่ตื่นเช้ามา จนค่ำมืดขนาดนี้ ข้ายังไม่เห็นหัวเขาเลย แบบนี้สมควรเรียกว่าสามีเหรอ"
เธอใช้ความฉลาดหลักแหลมออกมาทำประโยชน์ เริ่มตีสนิทสาวใช้ พูดแบบเป็กันเอง อารมณ์แบบชวนเม้ามอยในวงเพื่อน