อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 44 ผู้ล่าที่ถูกล่าต่ออีกทอด

            บอมบ้าแสยะยิ้มออกมาพลางกำปังตอของตนแน่นจนเส้นเลือดเขียวนูนขึ้นมา ทันใดนั้นตัวปังตอพลันขยายออกอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปังตอขนาดยักษ์โดยที่ด้ามจับยังมีขนาดเท่าเดิม บอมบ้าฟาดปังตอยักษ์ใส่หุ่นดินจนมันถูกผ่าเป็นสองส่วน คือส่วนบนกับส่วนล่าง ส่วนบนหล่นลงพื้นก่อนจะแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ในขณะที่ส่วนล่างก็มีดินงอกออกมาคล้ายว่ามันกำลังกลับสู่สภาพเดิม

            บอมบ้าไม่รอให้หุ่นดินฟื้นฟูสภาพตัวเองเสร็จมันก็พุ่งเข้าหานักล่าค่าหัวหมายจะจัดการที่ต้นเหตุ นักล่าค่าหัวแสยะยิ้มออกมาพื้นรอบบริเวณของเขาก็นูนขึ้นมากลายเป็นกำแพงดินสิบชั้นล้อมตัวเขาไว้ บอมบ้าที่เห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมา

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า คิดว่าไอ้กำแพงผุ ๆ นั่นจะปกป้องแกได้ก็ลองดู”

            พูดจบมันก็ฟาดปังตอใส่กำแพงดินเหล่านั้น กำแพงดินโดนผ่าชั้นแล้วชั้นเล่าชั้นที่หนึ่งนั้นเปราะบางที่สุดชั้นที่สองยังคงไม่มีปัญหา ปังตอยังคงผ่ากำแพงต่อไปเรื่อย ๆ ชั้นที่สาม ที่ห้า ที่หก แต่เขายิ่งผ่ากลับรู้สึกได้ว่าตัวกำแพงมันแข็งขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็ยังรู้สึกได้ว่าน้ำหนักของปังตอมันเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ผ่ากำแพงสำเร็จ จนเมื่อมาถึงกำแพงชั้นที่เก้าปังตอก็ผ่าไม่ไหวอีก

            มันลองขยับปังตอกลับพบว่าไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่นิดเดียว ราวกับว่าตัวปังตอถูกอะไรบางอย่างยึดเอาไว้ บอมบ้าก็เข้าใจได้ในทันทีว่าที่แท้กำแพงดินพวกนี้ไม่ได้มีไว้ป้องกันการโจมตีเพียงเท่านั้นแต่ยังสามารถใช้ในการยึดปังตอของมันไม่ให้ขยับไปไหน เศษดินจากกำแพงดินที่มันฟาดทำลายทำการยึดเกาะปังตอแล้วพันธนาการให้หยุดอยู่กับที่

            “เสร็จกัน”

            บอมบ้าสบถออกมาตามด้วยเสียงหัวเราะของนักล่าค่าหัว

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินการณ์แล้ว”

            พายุหลังกำแพงดินเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่งบอมบ้าที่เห็นดังนั้นรีบเกร็งกำลังที่แขนพยายามดึงปังตอออกมาแต่พบว่าตัวปังตอนิ่งไม่ขยับ ขณะที่พายุกำลังพัดอย่างบ้าคลั่งก็มีสิ่งหนึ่งลอยขึ้นมาท่ามกลางพายุนั้น บอมบ้าเงยหน้ามองพบว่าเป็นนักล่าค่าหัวที่อยู่ในท่าเตรียมตวัดดาบใส่เขาจากระยะไกล ตัวดาบในมือมีกระแสลมพายุหมุนอยู่รอบตัวดาบ

            “ตายซะ”

            เขาพูดออกมาพร้อมตวัดดาบหนึ่งทีพายุที่หมุนรอบตัวดาบก็พุ่งเข้าใส่บอมบ้า ทว่าบอมบ้าที่ควรจะมีท่าทีหวาดกลัวกลับยิ้มออกมาทั้งยังพูดว่า

            “นั่นก็ไม่แน่นัก”

            พูดจบดาบปังตอในมือของมันก็มีขนาดหดลงอย่างรวดเร็วจนมีขนาดเท่าเดิม เสี้ยววินาทีก่อนที่พายุหมุนจะซัดถูกตัวมันบอมบ้าก็ยกปังตอขึ้นเป็นโล่กันการโจมตีได้อย่างทันท่วงที ขณะที่มันกำลังนึกกระหยิ่มในใจว่าไพ่ของอีกฝ่ายก็มีเพียงเท่านี้ โดยที่ไม่ทันตั้งตัวหลังของมันก็ถูกกระแทกเข้าอย่างจัง ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าเป็นการโจมตีของหุ่นดินที่ตอนนี้คืนสู่สภาพเดิมแล้ว บอมบ้าร้องว่า ‘เสร็จกัน’ ในใจ

            มันถูกซัดจนกระเด็นไปไกลหลายเมตรจนเมื่อมันตั้งหลักได้พอหันไปมองศัตรูกลับพบว่า นักล่าค่าหัวได้เข้าประชิดตัวมันแล้วพร้อมกับแทงดาบมาที่อกมัน แววตาของบอมบ้าแสดงความหวาดกลัวออกมาแต่ก่อนที่ปลายของดาบจะแทงถูกอกของมัน ความหวาดกลัวในแววตาของมันพลันเลือนหายแทนที่ด้วยความรู้สึกสนุกสนาน นักล่าค่าหัวเอะใจแต่ดาบที่แทงออกไปนั้นไม่อาจจะรั้งคืน

            จนเมื่อตัวดาบแทงเข้าที่หน้าอกของบอมบ้าผลปรากฏว่าปลายของดาบกลับแทงไม่เข้า บริเวณส่วนอกที่ถูกแทงนั้นพลันมีสิ่งที่มีลักษณะคล้ายเกราะสีดำบนผิวหนัง เกราะสีดำนั้นเริ่มแพร่ขยายอย่างรวดเร็วไปทั่วตัวและแขนขาจนเห็นชัดเจนขึ้นว่าเกราะรูปร่างคล้ายกระดูก นักล่าค่าหัวหรี่ตามองเกราะสีดำแปลก ๆ พร้อมกับลางสังหรณ์อัปมงคลที่ผุดขึ้นมาในใจ เกราะสีดำคลุมมาถึงบริเวณศีรษะพร้อมกับมีเขางอกซ้ายขวาออกมาจากศีรษะของบอมบ้า

            ทันใดนั้นนักล่าค่าหัวก็มีเหงื่อชุ่มไปทั่วแผ่นหลังในตอนที่เขาตัดสินใจล่าบอมบ้าผู้นี้เพราะเห็นว่าเงินรางวัลไม่เลว แม้จะเอะใจอยู่บ้างว่าทำไมถึงไม่มีข้อมูลอะไรเลยนอกจากชื่อและพฤติกรรมของมัน จนตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร บอมบ้าผู้นี้เป็นเด็กที่เกิดมาจากซาไทร์นัสกับมนุษย์เพศหญิงนั่นเอง

            ซาไทร์นัสเป็นมอนสเตอร์มีรูปร่างคล้ายกับมิโนทอร์เพียงแต่มีเอกลักษณ์ก็คือเกราะกระดูกที่ขึ้นอยู่ทั่วตัวมัน เกราะกระดูกเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้คล้ายกับว่าพวกมันเหมือนจะเป็นอมตะสำหรับการโจมตีทางกายภาพ ทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าสำหรับผู้ใช้เวทมนตร์ทั่วไปแม้จะเป็นมอนสเตอร์ระดับกลางค่อนไปทางต่ำก็ตาม

            ลักษณะนิสัยมักจะชอบอยู่โดด ๆ ในป่าลึกไม่ข้องแวะกับมนุษย์ แต่เมื่อเข้าฤดูผสมพันธุ์หากเป็นตัวผู้มันจะเริ่มออกตามหาซาไทร์นัสตัวเมีย หากมีซาไทร์นัสตัวไหนที่ยังหาตัวเมียไม่ได้แล้วดันเจอมนุษย์เพศหญิงก่อนมันก็จะทำการลักพาตัวมนุษย์เพศหญิงนั้นกลับไปที่รังของมัน ปกติแล้วพวกมันจะมีระยะเวลาผสมพันธุ์ที่สั้นแต่หากซาไทร์นัสตัวไหนได้มีโอกาสลิ้มลองมนุษย์เพศหญิงแล้วมันจะมีอาการเหมือนเป็นสารเสพติดยืดเวลาการผสมพันธุ์ของพวกมันออกไปอีก และที่สำคัญแม้จะมีไม่บ่อยนักแต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดการผสมข้ามสายพันธุ์จนมีเด็กที่เป็นลูกครึ่งเกิดออกมา

            เด็กที่เกิดออกมานั้นอาจดูผิวเผินเหมือนมนุษย์ธรรมดาแต่ว่ามันจะมีคุณสมบัติจากพ่อที่เป็นซาไทร์นัสทำให้สามารถเรียกเกราะกระดูกออกมาได้ นักล่าค่าหัวที่รู้แล้วว่าศัตรูที่ตนเผชิญหน้านั้นแท้จริงแล้วเป็นอะไร ก็รีบถ่ายมานาลงบนตัวดาบจนอัญมณีสีฟ้าเรืองแสงพายุขนาดใหญ่พัดตัวเขาให้ทิ้งระยะห่างออกมา

            “โฮกกกก!!!”

            บอมบ้าคำรามออกมาพร้อมกระโจนขึ้นฟ้าแล้วฟาดปังตอใส่นักล่าค่าหัว เขารีบเบี่ยงตัวออกข้างหลบปังตอที่ฟาดใส่เขาได้อย่างฉิวเฉียด หุ่นดินที่มาโผล่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ซัดกำปั้นใส่บอมบ้า ผลก็คือบอมบ้ายืนนิ่งไม่ไหวติงแต่มือดินที่ซัดมากลับแหลกเป็นผุยผง แววตาของบอมบ้าฉายแววโมโหดาบปังตอในมือของมันขยายออกอีกครั้ง มันเหวี่ยงดาบปังตอใส่หุ่นดินจนตัวหุ่นถูกผ่าเป็นสองส่วนอีกรอบ

            บอมบ้าหันกลับมามองนักล่าค่าหัวเห็นอีกฝ่ายถอยออกไปอยู่ไกลลิบห่อหุ้มดาบด้วยพายุแล้วฟาดดาบใส่มัน คราวนี้บอมบ้ายืนรับพายุนั้นตรง ๆ พายุคมกริบที่ควรจะเฉือนร่างของมันเป็นชิ้น ๆ แต่กลับไม่สะทกสะท้านเกราะที่มันใส่อยู่แม้แต่น้อย บอมบ้าจ้องหน้าอีกฝ่ายก่อนจะอ้าปากคำราม

            “โฮกกกก!!!”

            มันพุ่งเข้าหาพร้อมเงื้อปังตอไปที่ด้านหลังก่อนจะฟาดไปที่อีกฝ่าย นักล่าค่าหัวที่เห็นดังนั้นก็รีบถ่ายพลังเวทเข้าไปในตัวดาบไม่หยุด พายุอันรุนแรงโผล่ขึ้นมาทำการพัดตัวเขาจนสามารถหลบรอดจากรัศมีปังตอยักษ์ที่ฟาดมาได้อย่างฉิวเฉียด

            เมื่อหลบรอดมาได้แล้วเขาก็ใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดจ้องมองบอมบ้าไม่วางตาพร้อมกับสร้างพายุพัดตัวเขาให้ทิ้งห่างออกไปอีก เวทที่เขาใช้นั้นเป็นเวทมนตร์ธาตุดินและเสริมด้วยอุปกรณ์เวทมนตร์ธาตุลมที่สามารถสร้างพายุได้ แต่ทั้งหมดนี้แทบจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับเกราะกระดูกของบอมบ้าที่แข็งแกร่งต่อการโจมตีทางกายภาพ

            ความคิดหนีผุดขึ้นในใจของเขาแต่จะหนียังไงนั้นต่างหากที่สำคัญ กับลูกครึ่งซาไทร์นัสที่เกิดและโตในป่าเขาเป็นไปได้สูงว่าพื้นที่แถบนี้ไม่ต่างไปจากสวนบ้านอีกฝ่าย ไม่มีเวลาให้คิดเยอะบอมบ้าบุกเข้ามาอีกรอบ นักล่าค่าหัวรีบใช้เวทมนตร์สร้างกำแพงดินขึ้นมาอีกครั้งซึ่งคราวนี้เขาสร้างกำแพงดินขึ้นมาถึงยี่สิบชั้น

            บอมบ้าไม่สนใจมันวิ่งชนกำแพงดินดื้อ ๆ กำแพงดินพังทลายลงไม่หยุด แต่ยิ่งมีกำแพงดินที่ถูกทำลายเศษดินเหล่านั้นก็ทำการเกาะที่ตัวมันจนตัวของมันหนักอึ้งเรื่อย ๆ จนในที่สุดตัวของมันก็โดนดินเกาะจนหนักทำให้วิ่งต่อไม่ไหวจนหยุดตรงหน้ากำแพงดินแผ่นที่สิบเจ็ด เศษดินตามตัวมันเริ่มขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นก้อนดินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง จนในที่สุดก็มองไม่เห็นตัวของบอมบ้าอีก

            นักล่าค่าหัวถอนหายใจอย่างโล่งอกเขาเปิดกระเป๋าที่ข้างเอวหยิบยาหลอดหนึ่งออกมาทำการเปิดฝาแล้วก็ยกขึ้นดื่ม เขาผลาญมานาไปจนแทบหมดเกลี้ยงจนต้องดื่มยาฟื้นฟูมานา เมื่อดื่มยาจนหมดแล้วก็เหวี่ยงหลอดยาลงพื้น สูดหายใจเข้าลึก ๆ พบว่ามานาในร่างกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง หันไปมองก้อนดินที่ตอนนี้ผนึกบอมบ้าอยู่ข้างใน เขาไม่โง่ที่คิดว่าเพียงสิ่งนี้จะผนึกบอมบ้าอยู่ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นดินก้อนนั้นก็ขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ จนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมเป็นเท่าตัว

            เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกเขาคิดวิธีนี้ขึ้นมาอย่างฉุกละหุกไม่แน่ใจว่าจะจัดการอีกฝ่ายได้ไหม แต่เขาก็คิดว่าไม่น่ารอดเพราะต่อให้เกราะหนายังไงก็ต้องใช้อากาศหายใจอยู่ดี ขณะที่เขากำลังรู้สึกว่าได้พักหายใจอยู่นั้น ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นจากที่ไม่ไกล เขาตกใจรีบหันไปมองตามเสียงแต่ไม่เห็นใครเลยสักคน ก่อนจะพบว่ามีชายคนหนึ่งก้าวเดินออกมาจากหลังต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง

            ชายคนนี้ย้อมผมขาวสลับดำแต่งตัวไม่เรียบร้อยเขาจ้องมองนักล่าค่าหัวก่อนจะพูดออกมาว่า

            “สุดยอดไปเลยนะทั้งที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์สายกายภาพแต่ก็ยังเอาชนะครึ่งมนุษย์ครึ่งซาไทร์นัสได้ ขอนับถือจากใจเลยจริง ๆ”

            นักล่าค่าหัวมองอีกฝ่ายอย่างระแวงถามว่า

            “เจ้าเป็นใครมาทำอะไรกลางป่ากลางเขาแบบนี้”

            นักล่าค่าหัวระแวงว่าอีกฝ่ายอาจจะมาเพื่อแย่งเงินรางวัลไปจากเขา

            “ตามมารยาทควรจะแนะนำตัวเองก่อนนะแต่ก็เอาเถอะ” เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนแนะนำตัวเอง “เอ็นวี่”

            “เอ็นวี่?” นักล่าค่าหัวทวนชื่อที่ไม่คุ้นหูนี้ออกมา

            “แล้วก็มาเพื่อล่า”

            ได้ยินเช่นนั้นนักล่าค่าหัวก็หรี่ตามองอีกฝ่ายตอนนี้เขาเริ่มแน่ใจในความคิดของตนแล้วว่าอีกฝ่ายเจตนาจะแย่งผลงานในครั้งนี้ ทว่าเอ็นวี่กลับพูดต่อว่า

            “แต่ไม่ได้มาเพื่อล่าเจ้าลูกครึ่งมนุษย์กับซาไทร์นัสนั่นแต่มาเพื่อล่านักล่าค่าหัวอย่างเจ้า”

            “ล่านักล่าค่าหัว?” นักล่าค่าหัวหรี่ตามองอีกฝ่ายเขาพบว่าระยะนี้กลับมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นในพักนี้ นั่นก็คือเกิดการล่านักล่าค่าหัวซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นักล่าค่าหัวจ้องมองเอ็นวี่ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา

            “เป็นแกนี่เองที่ก่อเรื่องเสียใหญ่โตในพักนี้ เป็นไงแค่จัดการพวกขยะได้ก็ลำพองตนแล้วหรือไง บอกไว้ก่อนนะว่าพวกข้าไม่ได้หวานหมูอย่างที่พวกแกคิด”

            เอ็นวี่ไม่ตอบคำแต่กลับเดินเข้าหาจนมายืนตรงหน้าอีกฝ่ายก่อนจะพูดว่า

            “ข้าจะถามแกหนึ่งข้อถ้าไม่อยากกลายเป็นศพก็บอกข้อมูลของคนแคระนักล่าค่าหัวมาซะ”

            “คนแคระนักล่าค่าหัว?” ทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดนักล่าค่าหัวก็มีสีหน้าไม่พอใจทันที กับเจ้าคนนี้แทบจะไม่มีนักล่าค่าหัวคนไหนชอบขี้หน้า เน้นแต่เป้าหมายที่มีค่าหัวสูง ๆ ลงมือแต่ละครั้งไม่เคยพลาด ไม่เคยสุงสิงกับใครจนดูเหมือนเป็นคนหยิ่งยะโส ทั้งยังมีเศรษฐีบางคนพยายามซื้อตัวเขามาเป็นคนคุ้มกันในสังกัดในขณะที่คนอื่นกลับไม่เคยได้รับการชายตาแลเช่นนี้ เมื่อรวมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกันแล้วทำให้คนผู้นี้เป็นศูนย์รวมความเกลียดชังของเหล่านักล่าค่าหัวส่วนใหญ่ ผิดกับเหล่าพนักงานในสมาคมนักล่าค่าหัวที่พอเห็นเจ้าคนแคระนี่เดินเข้ามาก็ยิ้มหน้าบาน

            “ไม่รู้ว่ะและไม่คิดจะอยากรู้ด้วยว่าแต่แกเหอะแน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าจะเอาแบบนี้”

            เอ็นวี่ยิ้มออกมาอย่างไม่ใส่ใจนักทันใดนั้นพื้นดินที่ด้านหลังของเอ็นวี่ก็เริ่มขยับก่อนจะกลายเป็นหุ่นดินที่มีรูปร่างมนุษย์ครึ่งท่อนโผล่ออกมา หุ่นดินนั้นซัดหมัดใส่เอ็นวี่อย่างจังแต่เขากลับเพียงยืนรับหมัดนั้นนิ่ง ๆ กำปั้นดินที่ซัดมาแหลกเป็นผุยผง

            นักล่าค่าหัวไม่มีท่าทีตื่นตกใจหากอีกฝ่ายโดนเล่นงานได้ง่ายขนาดนี้ก็คงไม่ออกล่านักล่าค่าหัวคนอื่นแล้วอยู่มาได้ขนาดนี้หรอก เขาถ่ายพลังเข้าสู่ตัวดาบเกิดเป็นพายุหมุนรอบตัวดาบก่อนจะตวัดใส่เอ็นวี่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล เพียงชั่วพริบตาที่พายุหมุนคมกริบเข้าปะทะกับร่างของอีกฝ่าย เอ็นวี่เพียงแค่ยืนอยู่เฉยรับพายุนั้นตรง ๆ พายุคมกริบนั้นบาดเสื้อของเขาจนเผยให้เห็นเนื้อหนังที่ไร้รอยขีดข่วนจากพายุนั้น

            นักล่าค่าหัวเบิกตามองอย่างไม่เชื่อสายตา กับบอมบ้านั้นเขาเข้าใจได้ว่าเป็นเพราะเกราะกระดูกที่ทำให้การโจมตีของเขาไร้ผล แต่อีกฝ่ายไม่ได้มีเกราะเช่นนั้นแล้วเนื้อหนังเหล่านี้จะทนการโจมตีของเขาได้ยังไง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจทันที

            “อาร์ติแฟกต์หรืออุปกรณ์เวทมนตร์”

            เขาสงสัยว่าต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างนี้เป็นแน่ ขณะที่เขากำลังใช้ความคิดอยู่นั้นก็มีสิ่งหนึ่งพุ่งจากเอ็นวี่เข้ามาที่เขา นักล่าค่าหัวรีบเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที พอหันไปมองเอ็นวี่พบว่าตอนนี้มือขวาของเอ็นวี่ได้กลายเป็นหัวของงูไปแล้ว ส่วนแขนขวาที่โผล่ออกมาพ้นแขนเสื้อก็กลายเป็นลำตัวของงู

            นักล่าค่าหัวหันไปมองด้านหลังอย่างลืมตัว ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกชาไปทั่วหนังศีรษะ เพราะตำแหน่งที่สิ่งที่เอ็นวี่ปล่อยออกมาตกใส่นั้นเป็นหินก้อนหนึ่ง ตอนนี้หินก้อนนั้นละลายไปบางส่วนซึ่งส่วนที่ละลายก็มีควันลอยออกมา นักล่าค่าหัวตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขาหลบไปนั้นคืออะไร ‘พิษ’ แถมยังเป็นพิษที่ร้ายแรงมากด้วย

            “แกเป็นผู้ใช้เวทจำแลงอสูร”

            เอ็นวี่ยิ้มออกมาแล้วพูดอย่างเหนือกว่าว่า

            “เสียใจด้วยคนละโลกเลยว่ะ อย่าเอาพวกเราไปเทียบกับของพรรค์นั้นจะได้ไหมวะ”

            พูดจบหัวงูที่เป็นแขนขวาของเอ็นวี่ก็พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว นักล่าค่าหัวรีบพุ่งตัวหลบไปที่ด้านข้างทำให้เขี้ยวของงูฝังไปยังพื้นดินตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ เพียงไม่กี่วินาทีพื้นดินที่ถูกเขี้ยวงูฝังก็มีควันลอยขึ้นพื้นดินไม่ได้ถูกพิษกัดกร่อนจนเป็นหลุมเหมือนกับก้อนหิน เห็นได้ชัดว่าพิษคราวนี้ดูจะเบากว่าพิษเมื่อครู่แต่ถึงยังไงมันก็อันตรายอยู่ดี เขามองไปที่ลำตัวของงูที่ยืดออกมาจากแขนของเอ็นวี่พบว่าความยาวของมันยาวกว่าแขนของมนุษย์ไม่รู้กี่เท่า พริบตานั้นเขารู้สึกสงสัยขึ้นมาว่าที่เขาเผชิญหน้าอยู่นี้เป็นอะไรกันแน่

            หัวงูถอนเขี้ยวออกมาจากพื้นดินแล้วหันหัวมาที่นักล่าค่าหัว เขารู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันทีเร่งเร้าพลังเวทเข้าสู่ตัวดาบจนเกิดเป็นพายุหมุนรอบตัวดาบอีกครั้ง หัวของงูอ้าปากร้องฟ่อก่อนจะพุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้งแต่คราวนี้แทนที่จะหลบเขากลับสร้างกำแพงดินขึ้นมาขวางไว้ แล้วพุ่งเข้าหาเอ็นวี่พร้อมกับตวัดดาบใส่ พายุคมกริบพุ่งเข้าใส่เอ็นวี่แน่นอนว่าเขายังคงยืนรับตรง ๆ และมันยังคงไร้ผลเช่นเคย เอ็นวี่มองร่างตนเองก่อนจะแสยะยิ้มออกมาพูดว่า

            “รู้ทั้งรู้ว่าไม่ได้ผลแล้วยังจะ...”

            เอ็นวี่พูดได้เพียงเท่านี้ก็พูดไม่ออกเมื่อพบว่านักล่าค่าหัวคนนั้นได้สร้างพายุขึ้นมาแล้วใช้พายุพัดตัวเองให้ลอยไกลออกมา เอ็นวี่รู้ตัวได้ทันทีว่าตนหลงกลอีกฝ่ายเข้าแล้วแต่แทนที่เขาจะหัวเสียเขากลับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า

            “คิดว่าจะรอดเหรอ”

            จบคำของเอ็นวี่ก็มีอะไรบางอย่างพุ่งเข้าใส่ร่างของนักล่าค่าหัวคนนั้นที่กำลังหนีสุดชีวิตจนตัวเขาปลิวไปติดกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งก่อนจะถูกตรึงไว้อย่างนั้น เมื่อสังเกตดูจะพบว่าบนร่างของเขาถูกปักไว้ด้วยขนนกขนาดใหญ่ที่เป็นหินทั้งอัน การถูกขนนกหินเหล่านี้ปักทั่วร่างทำให้นักล่าค่าหัวผู้นี้สิ้นใจไปแต่แรก

            ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังต้นไม้ชายผู้นี้ดูแล้วตรงข้ามกับเอ็นวี่ทุกประการ ทั้งผมที่หวีจนเรียบการแต่งกายที่เรียบร้อย บุคลิกที่ดูเป็นคนนิ่ง ๆ เขาเดินออกมาจ้องมองร่างไร้วิญญาณของนักล่าค่าหัวที่ถูกตรึงไว้ก่อนจะหันไปพูดกับเอ็นวี่ว่า

            “เจ้าจะติดเล่นเกินไปแล้วนะ”

            เอ็นวี่คืนสภาพมือปกติจากการกลายเป็นงูก่อนจะเกาหัวยิ้มแก้เขินบอกว่า

            “โทษทีริคพอดีประมาทไปหน่อย”


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน