มณฑลหลันหลิงที่จริงควรหมายถึงพื้นที่ทั้งมณฑลหลันหลิงมณฑลหลันหลิงควบคุมพื้นที่จังหวัดกว่าร้อยจังหวัด ทุกจังหวัดล้วนเรียกว่าเป็นอาณาเขตของมณฑลหลันหลิง
ทว่าในกรณีทั่วไป เวลาคนกล่าวถึงมณฑลหลันหลิงกลับบ่งชี้ถึงแค่เมืองหลันหลิงที่อยู่ในมณฑลหลันหลิง สถานที่ที่ผู้ปกครองมณฑลประจำการอยู่
เมืองหลันหลิงเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดที่อยู่ในมณฑลหลันหลิงและก็คือจุดศูนย์กลางของกว่าร้อยจังหวัดในมณฑลหลันหลิง เป็นศูนย์กลางการจราจรการค้าของทั้ง มณฑลหลันหลิง
พื้นที่ของเมืองหลันหลิงเมื่อเปรียบกับเมืองธรรมดาเมืองอื่นมีขนาดใหญ่กว่าสิบเท่าและประชาชนที่หนาแน่นมาก
เพราะมณฑลหลันหลิงมีเมืองหลันหลิงตั้งอยู่ด้านในทำให้มณฑลนี้ถูกตั้งชื่อว่ามณฑลหลันหลิงว่ากันว่าในเมืองหลันหลิงก็มีจอมยุทธที่เก่งกาจมากมายมียอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองไม่น้อย
เพราะมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอยู่ตู้เซ่าฝู่ที่คิดจะเดินทางไปมณฑลหลันหลิง จึงเดินทางไปถึงได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
เมื่อทำความเข้าใจทิศทางของมณฑลหลันหลิงได้แล้วหากตัดเลานอนพักผ่อนตอนกลางคืนไป เขาน่าจะใช้เวลาเพียงสองวันก็ถึงมณฑลหลันหลิงแล้ว
ทว่าการมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ตู้เซ่าฝู่เองก็กังวลอยู่บ้างเช่นกันบิดาขี้เมาของเขาบอกไว้ การที่มีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอยู่ข้างกายไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องดี
ด้านนอกที่เป็นพื้นที่ของมนุษย์สำหรับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่มีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับเป็นอสูรที่คนมากมายอยากล่าไว้ครอบครองกระดูกหายากและโลหิตสกัดจากอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมีมูลค่ามากมายมหาศาลซื้อเกือบได้ทั้งเมือง
ดังนั้นตลอดทางตู้เซ่าฝู่ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหรือเปิดเผยตัวมากทว่าการเดินทางนี้ทำให้เขาเห็นอะไรใหม่ๆ มากมายอยู่เหมือนกัน
คาดว่าน่าจะอีกสองวันก็ถึงมณฑลหลันหลิงแล้วทว่าความเป็นจริงตู้เซ่าฝู่ใช้เวลาสามวันจึงจะถึงคืนแรกตอนที่ค้างแรงที่หมู่บ้านเล็กๆ บนเทือกเขาแห่งหนึ่ง บังเอิญไปเลือกโรงเตี้ยมบ่อนโจรเข้า
โรงเตี้ยมบ่อนโจรนั้นคิดว่าตู้เซ่าฝู่ยังเด็กมากเลยลงมืออย่างหละหลวม คิดว่าเป็นเหยื่อประหนึ่งแกะอ้วนมาให้กินง่ายๆกลับคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเด็กฝีมือโหดเหี้ยมเช่นนี้
เพราะมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอยู่ผลลัพธ์สุดท้ายของโรงเตี้ยมบ่อนโจรเลยน่าอนาถหน่อย ที่นั่นถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนชำแหละเป็นซากไม่เหลือชิ้นดีของในโรงเตี้ยมนั้นที่มีค่าพอน่าริบไว้ก็ถูกตู้เซ่าฝู่เก็บใส่ในถุงหยินหยางตามปริยาย
คืนวันที่สองตู้เซ่าฝู่จึงระวังมากขึ้น เขาเลือกที่จะหาที่พักค้างคืนในหุบเขาเงียบๆมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอยู่ทำให้อสูรร้ายตัวอื่นไม่กล้าเขาใกล้
ตะวันแดงลอยขึ้นฟ้าเหนือหมู่เขาที่เรียงตัวกันยาวสุดลูกหูลูกตายอดเขาที่มืดสนิทเริ่มมีสีครามจางๆ หมอกยามเช้าก็เริ่มก่อตัวเกิดเป็นม่านบางๆสีขาวปกคลุมภูเขา ยอดเขาแหลมบางจุดมีสีเขียวของพืชพันธุ์ต่างๆเป็นภาพที่น่าสำราญใจเสมือนอยู่ในภาพวาด มีภูเขามีลำธาร งดงามเหนือคำบรรยาย
ภายในหมู่เขาด้านหน้าเมืองเลยบริเวณป่าเขาสุดลูกหูลูกตาก็เริ่มเห็นสิ่งปลูกสร้างสูงต่ำเรียงรายต่อไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาลลักษณะการสร้างสิ่งปลูกสร้างมีระเบียบ เกิดเป็นเหมือนทะเลของจวนและร้านค้ามากมายความกว้างขวางทำให้ดูโอ่อ่าน่าตระการตา
บนกำแพงเมืองใหญ่ที่สูงและทอดยาวความสูงของมันราวๆ สิบจั้ง เกิดจากการเรียงอิฐก้อนใหญ่และหนาเรียงตัวกันแน่นผู้ที่ขึ้นมายืนบนกำแพง สามารถมองวิวทิวทัศน์ได้อย่างกว้างขวาง
กำแพงเมืองที่หนาและแข็งแรงนี้ต่อให้เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสมบูรณ์ก็ยากที่จะทำลายมันได้
ทั่วสารทิศมีเงาคนและม้าเข้าเมืองไม่ขาดสายบางกลุ่มขี่อสูรเป็นพาหนะ ท่าทางดูองอาจแกร่งกล้าน่าจะเป็นกลุ่มเดินทางของพ่อค้าแม่ค้าจากหลายดินแดนเข้ามาทำการค้ากัน
ในเมืองนี้มณฑลหลันหลิงมีประชากรจำนวนมากพื้นที่กว้างใหญ่ ทุกวันจะมีการเข้าออกของสินค้าหลายชนิดปริมาณการซื้อขายมูลค่าสูงมากจนน่าตกใจ
ขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ยืนอยู่ด้านล่างกำแพงเมืองแล้วด้านหลังมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่ย่อร่างขนาดเท่าแมวป่าติดตามอยู่อย่างใกล้ชิดเขาแหงนหน้ามองป้ายอักษรตัวใหญ่ที่แต้มด้วยสีทอง
“เมืองหลวงมณฑลหลันหลิง”
ตู้เซ่าฝู่แหงนหน้ามองอักษรตัวใหญ่ที่อยู่ห่างจากเขาพร้อมกับพูดกับ อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่อยู่ข้างๆ กล่าวว่า “พวกเรามาถึงแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่และอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเดินเกาะอยู่แทรกอยู่กับบรรดากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาจนเจ้ามาในเมืองแล้วในที่สุด
เมื่อเข้ามาภายในเมือง ตู้เซ่าฝู่ก็เข้าใจถึงคำว่าคึกคักอย่างแท้จริงมณฑลหลันหลิงครึกครื้นมีเสียงคนพูดคุยกันให้แซ่ดตลอดเวลาถนนหนทางแต่ละสายมีคนเดินผ่านไปมาอย่างขนัดมีเสียงร้องเรียกเข้ามาชมมาดูของจากร้านค้าอยู่เนืองๆ
นี่เพิ่งจะเวลาเช้าภายในเมืองหลวงมณฑลหลันหลิงก็ครึกครื้นได้ถึงเพียงนี่แล้ว
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเดินตามตู้เซ่าฝู่ที่กำลังเดินทอดน่องกินบรรยายถนนหนทางในเมืองพวกเขาสร้างความสนใจให้คนอื่นอยู่ไม่น้อย
ภายในมณฑลหลันหลิงมีคุณชายมากมายที่เลี้ยงอสูรไว้เป็นสัตว์เลี้ยงหากเป็นลูกหลานทายาทกลุ่มผู้มีอิทธิพลใหญ่ล้วนมีอสูรที่ระดับขั้นสูงอยู่ในสังกัดให้เห็นกันมากเลยทีเดียว
ส่วนสัตว์ที่ติดตามตู้เซ่าฝู่เป็นเพียง“แมวป่า” ซึ่งทำให้ดึงดูดและจับตามองได้มากกว่า
ตู้เซ่าฝู่มาเมืองหลวงมณฑลหลันหลิงเมืองที่ยิ่งใหญ่รุ่งเรืองขนาดนี้เป็นครั้งแรกเขาเองอายุยังไม่ถึงสิบเจ็ดไม่แปลกที่วัยรุ่นจะรู้สึกตื่นเต้นตระการตาสนุกไปกับสิ่งใหม่ๆเขาเดินเล่นไปทั่วและซื้อของติดไม้ติดมือมาจำนวนไม่น้อย
เมืองหลวงมณฑลหลันหลิงครึกครื้นและรุ่งเรืองมากมีร้านค้าหลากหลายแบบ สินค้ามากมายหลากหลายชนิด
และแน่นอนก็ต้องมีร้านค้าที่ขายสินค้าเกี่ยวกับการฝึกฌานทั้งยาวิเศษ วิทยายุทธ อาวุธต่างๆ มีหลายแบบให้เลือกสรรอย่างครบถ้วน
เมื่อตู้เซ่าฝู่ได้เยี่ยมชมแต่ละร้านเขาก็ตื่นเต้นประหลาดใจมาก เมืองสือเฉิงไม่อาจเปรียบได้เลย ที่นี่มีกระทั่งวิชาลมปราณขั้นเสวียนและยาลูกกลอนวิเศษขายด้วย
ทว่าราคาสินค้าเหล่านั้นก็ทำให้ตู้เซ่าฝู่ตะลึงตาโตอ้าปากค้างและหยุดฝีเท้า
เมื่อเวลากลางวันแดดจ้าที่ถนนคึกคักบริเวณหนึ่ง จู่ๆ ก็เกิดความไม่สงบขึ้นมา
“แม่นางน้อยเจ้าของชิ้นนี้ของเจ้าไม่ถึงพันเสวียนหรอก ไม่ใช่วิทยายุทธ และไม่ใช่ยาวิเศษเจ้ากำลังหลอกลวงผู้บริโภคอยู่นะ”
ที่มุมถนนที่คึกคักมีกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเป็นวัยรุ่นสวมชุดผู้ดีแบบคุณชายเขาปัดชายแขนเสื้อหยิบของชิ้นเล็กชิ้นหนึ่งขนาดราวๆ ฝ่ามือออกมาแววตาของเขาจับจ้องไปที่สาวน้อยอายุประมาณสิบสี่สิบห้าอย่างไม่เป็นมิตร
สาวน้อยคนนี้แม่อายุยังน้อยทว่าหุ่นของเขาก็เริ่มมีทรวดทรงองเอวบ้างแล้ว นางมีใบหน้าสดใสงดงามคาดว่าอีกสองปีจะต้องเป็นหญิงสาวคนงามคนหนึ่งแน่
“นี่คือสิ่งที่สืบทอดมาจากตระกูลของข้าได้ยินมาว่ามันพิเศษมาก หากน้าเล็กของข้าไม่ได้ป่วยต้องการเงินรักษาข้าก็ไม่มีทางขายของชิ้นนี้ไปหรอก”
สาวน้อยรู้สึกได้ว่าคุณชายน้อยคนนี้ไม่ได้คิดที่จะซื้อของจึงรีบคว้าของขนาดฝ่ามือนั้นมาจากคุณชายคนนั้นกลับคืนมาจากนั้นสีหน้าของนางก็เครียดกังวลขึ้นมา
สายตาของคุณชายน้อยคนนี้ที่มองมาทำให้สาวน้อยคนนี้รู้สึกไม่สบายใจมาก ในใจรู้สึกกลัวมาก
“หากเป็นของที่ไม่ธรรมดาจริงเจ้าจะขายมันลงหรือ แม่นางน้อยเจ้ารู้หรือไม่ว่าเงินหนึ่งพันเสวียนหมายถึงอะไรหมายถึงข้าสามารถซื้อวิทยายุทธขั้นหวงระดับต้นได้แล้ว เงินหนึ่งพันเสวียน หมายถึงใช้ไปหอนางโลมสักคืนได้ประมาณนั้นเลยฮ่าๆ”
คุณชายน้อยคนนั้นหัวเราะเสียงดังมองสาวน้อยคนนั้นด้วยสีหน้าชั่วร้าย กล่าวว่า “เจ้าของห่วยๆ ชิ้นนี้ข้าไม่สนใจเจ้ามาติดตามรับใช้ช้าแล้วกัน ต่อไปมาคอยปรนนิบัติข้าอยู่ข้างกายมาเป็นสาวใช้ติดตัวของข้า ตั้งใจดูแลเอาใจข้าให้สบายกายสบายใจแล้ววันนี้ข้าจะให้เงินพันหยวนเจ้าเป็นอย่างไร ดูท่าทางเจ้าไม่เลวเลยหากผ่านไปอีกสองปี ฮ่าๆ…………”
คุณชายน้อยคนนี้ยิ่งพูดสีหน้าแววตาก็ยิ่งชั่วร้ายยิ่งขึ้น
“ฮ่าๆเนื้อในสินค้าดูไม่เลว แต่ดูมอมแมมไปหน่อย”
“เสียดายที่คุณชายน้อยกัวลงมือก่อนแล้วอิจฉาจังเลย”……
วัยรุ่นชายที่สวมชุดดูดีแบบคุณชายคนอื่นๆพร้อมกับบุรุษร่างใหญ่ที่เป็นองครักษ์พวกเขาที่ตามมายืนดูอยู่รอบๆทุกคนต่างยิ้มด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์และสกปรก
คนบริเวณรอบๆแม้จะเห็นเหตุการณ์ แต่เมื่อเห็นคุณชายน้อยเหล่านั้น ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปรามบางคนถึงกระทั่งแสดงสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมา
พวกที่มามุงดูเหตุการณ์เมื่อเห็นก็รีบดึงสตรีที่มาด้วยกับพวกเขาให้รีบไปหลบข้างหลัง
และมีคนจำนวนหนึ่งพอเห็นกลุ่มวัยรุ่นพวกนั้นก็รีบลากสตรีคู่กายของพวกเขาออกไปจากที่นั้น
หญิงสาวที่ไม่ได้มาพร้อมคู่ครองเมื่อเห็นกลุ่มวัยรุ่นชายนี้ก็สีหน้าเปลี่ยนรีบหันหน้าและเดินจากไป กลัวว่าจะถูกชายกลุ่มนั้นมองเห็น
“สี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงกัวคุน”
“สี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงอะไร สี่อันธพาลน้อยแห่งหลันหลิงสิไม่ว่า”
“เสียงเบาหน่อย อย่าให้กัวคุนได้ยิน ไม่อย่างนั้นเจ้าซวยแน่”
“สาวน้อยคนนั้นช่างน่าสงสารทำไมโชคร้ายจังต้องมาเจอเศษเดนอย่างกัวคุน”
“………………”
ผู้คนบริเวณรอบๆซุบซิบถกเถียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบาๆ กลัวว่าคุณชายน้อยกลุ่มนี้จะได้ยินทว่าสายตาที่ทุกคนมองไปหาคุณชายน้อยพวกนั้นมีแต่ความดูถูกและไม่ต้อนรับ
“ข้าไม่ขายสมบัติสืบทอดของตระกูลแล้ว”
สาวน้อยเริ่มกลัว รีบพลิกตัวเดินหนีไปนางมองออกว่าวัยรุ่นเหล่านี้ไม่ใช่คนดีอะไร
“น้องสาวเจ้าอย่าเพิ่งไป เจ้าไปกับข้า ข้าให้สองพันเสวียนดีหรือไม่?” คุณชายน้อยตรงกลางรีบรุดเข้าไปขัดขวางสาวน้อยข้างหน้าไม่ปล่อยให้สาวน้อยจากไป
“ไม่ข้าจะกลับไปแล้ว”
สาวน้อยกลัวมากจนน้ำตาไหลพรากออกมา
“ถ้าอย่างนั้นข้าพาเจ้ากลับไปส่งแล้วกัน” คุณชายน้อยไม่ยอมอ่อนข้อไม่มีทีท่าว่าจะถอย ยิ้มแสยะอย่างชั่วร้ายและยื่นมือออกไปคว้าบ่าสาวน้อยคนนั้นไว้
“เฮ้อพวกเด็กอันธพาลเหล่านี้ เป็นตัวทำลายเมืองหลันหลิงจริงๆ”……
ทุกคนรอบๆที่เห็นเหตุการณ์ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย มีผู้ฝึกฌานที่มีระดับความสามารถใช้ได้สุดท้ายก็ทำได้แต่มองอย่างโมโหไม่กล้ายื่นมือเข้าไปช่วยเช่นกัน
เมื่อสาวน้อยเห็นชายหนุ่มยื่นแขนไปคว้าบ่าของตนนางอยากถอยหนี ทว่ากลับตกใจกลัวจนไม่กล้าขยับตัว ทำได้แต่ร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆดูแล้วน่าสงสารเห็นใจอย่างยิ่ง
“กลางวันแสกๆเช่นนี้ยังกล้ามาล่วงเกินขืนใจหญิงสาวอีก หน้าไม่อายจริงๆ!”
เสียงสดใสของชายหนุ่มพูดออกมาลอยๆ
“ฟึ่บ!”
ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มชุดม่วงปรากฏกายข้างๆสาวน้อยคนนี้ เขาสะบัดแขน ข้อมือขยับเข้าไปคว้าแขนของคุณชายน้อยคนนั้นไว้
พลังที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาทำให้แขนของคุณชายน้อยคนนั้นยุบลงไปและไม่สามารถขยับเขยื้อน
“เจ้าหมอนั่นเป็นใคร? กล้าหาเรื่องกัวคุน”
“น่าจะไม่ใช่คนในเมืองหลันหลิงนะและหากไม่มีเบื้องหลังอำนาจอะไร ก็เป็นเจ้าทึ่มที่ไม่รู้จักเกรงกลัวแล้วล่ะ”
“……”
ทันใดนั้นทุกสายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่เข้ามาอย่างประหลาดใจ
คุณชายน้อยคนนั้นเองก็มองเด็กหนุ่มชุดม่วงอย่างตะลึงเช่นกันจากนั้นมีเด็กหนุ่มอายุราวๆ สิบหกสิบเจ็ดอีกคน ที่ไม่เคยพบหน้า สีหน้าตะลึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ได้ยิ้ม “เจ้าหนูเจ้าเป็นคนมณฑลหลันหลิงหรือไม่?”
“ไม่ใช่” เด็กหนุ่มชุดม่วงกล่าว