บทนำ
(ถ้าใคร ไม่อยากอ่านบทนำ ข้ามไปอ่านบทที่ 1 เลยก็ได้นะครับ)
แรกเริ่มเดิมที แดน์ชั้นที่สองนี้มีชื่อว่าชื่อ “สุทัศน์” เมื่อเทวดาหนุ่มที่เพิ่งอุบัติใหม่พร้อมพวกอีกสามสิบสองตนได้เข้ามาในงานเลี้ยง ในงานรับน้องใหม่งานนั้น ท่านพระอินทร์ที่ทรงตำแหน่งอยู่นั่นทรงพระนามว่า “เวปจิตติ” ได้เชื้อเชิญให้เทวดาที่มีบุญญาบารมีสูงแถมยังเพิ่งอุบัติใหม่ ๆ มาร่วมงานฉลองกัน ท่านได้สั่งเอาสุรามาเลี้ยงเป็การเอิกเกริก แต่เทวดาองค์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาเห็นว่าไม่สมควรที่เราเป็เทวดาจะมาร่ำสุราเมามายไม่ได้สติกันเยี่ยงนี้มิถูกต้อง จึงได้วางแผนกันว่าเมื่อพระอินทร์และพวกพ้องเมามายจะผลักให้ตกไปยังใต้เขาพระสุเมรู พวกเทวดาเก่าคุ้นกับสุราก็เมาไม่ลืมหูลืมตา ไม่คาดคิดว่าอีกไม่นานพวกตนจะต้องได้ที่อยู่ใหม่ซึ่งเป็ที่อยู่ที่แย่กว่านี้มาก นี่แหละหนอ...สุราเป็เหตุให้ต้องชิบหาย พวกเทวดาชุดเก่าขาดสติ ไม่ทันดูว่าเทวดาน้องใหม่ไม่ดื่มเลยสักองค์ กว่าจะรู้ตัว พระอินทร์กับเทวดาเก่า ๆ ที่เมาที่ได้ที่ก็ถูกผลักหล่นลิ่วๆ ลงไปเกิดใหม่เป็ที่ว่างระหว่างเขาตรีกูฏและเขาพระสุเมรุ กำเนิดเป็ “พิภพอสูร”
เทวดาชุดใหม่ยึดอำนาจเรียบร้อย มาฆมานพและพวกอีกสามสิบสองได้ครองพื้นที่นั้นั้แ่นั้นและตั้งชื่อพื้นที่ให้ใหม่ว่า “ดาวดึงส์” มาฆะเทพบุตรตั้งตนเป็พระอินทราธิราชเ้าและพวกพ้องที่เหลือ ก็ได้ตำแหน่องรองกันไป พระอินทร์ใหม่ยึดอำนาจได้เรียบร้อย ก็เปลี่ยนชื่อ์เป็ดาวดึงส์
ว่ากันตามจริง ๆ พวกอสูรน่าจะอยู่ได้ดีกับพิภพใหม่ที่อยู่ในที่ว่างระหว่างเขาตรีกูฏกับเขาพระสุเมรุ เพราะมีบุญเก่าได้เครื่องอำนวยความสะดวกสบายไว้ครบครัน พระอินทร์เก่าที่ได้เป็พระยาอสูรองค์ใหม่ ก็ไม่คิดแค้นเคืองหรือน้อยใจหรือแม้แต่จะไป่ชิง์กลับคืน ด้วยคิดว่าตนเองและพวกต่างพากันเมามายซึ่งเป็เื่ที่ไม่ดี เทวดาคือผู้ที่เจริญแล้วไม่ควรทำ การที่พวกเราต้องตกลงมาอยู่ตรงนี้ก็สมควรแล้ว ท่านเองก็ยอมสงบศึกแต่โดยดี
แต่!!!!
ถ้าไม่มีเหตุเป็ “ฟางเส้นสุดท้าย” กระทบใจ เื่าเทวดากับอสูรก็คงไม่มี
เื่มาจากพระอินทร์องค์ใหม่นามว่าท้าวสักกเทวราชซึ่งตอนเป็มฆมานพสมัยที่เป็มนุษย์ ทำบุญกุศลไว้มาก ท่านมีภรรยาสี่คน นางสุธัมมา สุนันทา สุจิตตา และนางสุชาดา ซึ่งแต่ละคนทำบุญมาไม่เท่ากัน
นางสุธัมมาสร้างศาลา บังเกิดเป็ “สุธรรมาเทวสภาสถาน”
นางสุนันทาสร้างสระที่มีบัวต่าง ๆ มากมาย จึงบังเกิดเป็ “สวนสุนันทา” หรือ “สวนนันทวัน” ขึ้นในสรวง์
ส่วนนางสุจิตตา สร้างนางได้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้ใกล้ศาลาสุธรรมา ด้วยกุศลนี้จึงบังเกิดเป็สวน์ชื่อ “สุจิตรา” หรือสวน “จิตรลดาวัน” ใน์ชั้นดาวดึงส์ด้วย เป็อุทยานไม้ดอก มีสระโบกขรณี ๒ สระ คือ วิจิตรา และจุฬจิตรา
มีแต่นางสุชาดา ภรรยาสุดท้องนางเดียวไม่ยอมทำบุญอะไรไว้เลย
เมื่อสามเมียของมฆมานพตายไปขึ้น์ ก็เป็ชายาพระอินทร์ผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนนางสุชาดา พอตายก็ไปเกิดเป็นกยาง จิกปลาหากินโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาอยู่ในซอกเขา พระอินทร์คิดถึงก็แปลงกายไปแนะนำให้นกยางถือศีล ไม่กินปลาจนอดตาย ไปเกิดเป็ลูกสาวช่างหม้อในเมืองพาราณสี พระอินทร์ก็แปลงกายไปสอนให้ถือศีล
พอตายครั้งนี้ก็ไปเกิดเป็ธิดาท้าวเวปจิตติ จอมอสูร นางสุชาดาสวยมาก อายุ 16 ปี ท้าวเวปจิตติจัดพิธีหาคู่แบบเสี่ยงพวงมาลัย เหมือนนางรจนาในเื่สังข์ทอง พระอินทร์ได้โอกาสก็ปลอมเป็ั์แก่ไปเข้าคิวรอพวงมาลัย บุญเก่าที่ทำร่วมกันไว้ นางสุชาดาโยนพวงมาลัยไปให้ั์แก่ ท้าวเวปจิตติสงสัยพยายามซักถาม...จนความแตก ั์แก่กลายร่างเป็พระอินทร์ อุ้มนางสุชาดาขึ้นเวชยันต์ ขึ้นไป์ดาวดึงส์เฉยเลย
นี่ละ ฟางเส้นสุดท้าย
ท้าวเวปจิตติคิดถึงความแค้นหนหลัง ถูกชิง์ดาวดึงส์ไม่ได้ดมกลิ่นดอกปาริชาต ก็แค้นหนักหนา ยังมาถูกพระอินทร์ตามมาหยาม ชิงลูกสาวขึ้นดาวดึงส์ไปซึ่งหน้า จอมอสูรลั่นกลองรบ สั่งอสูรทั้งพิภพดาหน้าขึ้นไปท้ารบกับเทวดาบน์...ทันที
ก็รบกันอย่างนี้ ทุกปีที่ดอกจิตตปาฏลีบาน แต่รวมๆ แล้วฝ่ายอสูรผูกขาดการรบแพ้ซะทุกครั้ง
จนมาพักหลังได้ห่างหายการรบไปเนิ่นนาน แต่ความเคียดแค้นชิงชังยังไม่หาย
ท่านท้าวอสูรยังคงเฝ้ารอเวลาอยู่
จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานนับล้าน ๆ ปี ท่านจึงมีโอกาส
เื่จึงเริ่มนับจากนี้ไป