- เช้าวันถัดมา -
แพรแบกความเหนื่อยล้ามาทำงานอย่างฝืนทน เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติก่อนก้มหน้าก้มตาทำงาน แม้มือจะยังสั่นเทาอยู่เล็กน้อยแต่เธอก็พยายามบังคับตัวเองให้จดจ่ออยู่กับหน้าจอเอกสาร
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้งจากทางเดิน... อ.วิภาปรากฏตัวในชุดเชิ้ตสีครีมรัดรูปและกระโปรงทรงสอบที่เน้นสัดส่วน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ลอยมาปะทะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะเดินผ่านโต๊ะแพรไปนิ่งๆ ประตูห้องทำงานของพี่กรปิดลงพร้อมเสียงสลักกลอนที่ดัง ‘แกร็ก’ เบาๆ ในความเงียบ แต่มันกลับดังก้องในใจแพรเหมือนแรงบีบที่ซ้ำลงบนแผลเดิม
- ภายในห้องพักครู -
วิภาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพี่กร เธอไม่ได้โวยวายเหมือนวันวาน แต่กลับเลือกใช้ความสงบและรอยยิ้มจางๆ ที่ดูเห็นใจเข้าสู้ พี่กรนั่งนิ่ง แววตาเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของชายผู้มั่นใจคนเดิม
“อาจารย์กรคะ...” วิภาเอ่ยเสียงนุ่มพลางเดินอ้อมไปยืนข้างเก้าอี้ของเขา
“มองหน้าภาหน่อยสิคะ ภาไม่ได้มาหาเรื่องนะ ภาแค่... เป็นห่วงคุณ”
พี่กรถอนหายใจยาวแต่ยังคงนิ่งเฉย วิภาจึงรุกต่อ
“ดูสิคะ... ตอนนี้คนทั้งคณะมองคุณยังไง? แม้แต่แพรเองเขาก็มองคุณเปลี่ยนไป คุณพยายามอ้อนวอน พยายามคุกเข่า แต่เขาก็ยังเลือกเดินหนีไปกับผู้ชายคนอื่นอยู่ดี... ไม่เหนื่อยเหรอคะที่ต้องวิ่งตามคนที่เขาไม่พร้อมจะอยู่ข้างคุณในวันที่คุณล้มแบบนี้?”
“ผมทำผิดกับเขาเอง...” พี่กรตอบเสียงแหบพร่า
“ใช่ค่ะ คุณพลาด แต่ภาก็พลาดเหมือนกันไงคะ” วิภาเอื้อมมือไปวางบนไหล่เขาเบาๆ คราวนี้เขาสะดุ้งเล็กน้อยแต่นิ่งไป
“ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เราทั้งคู่ต่างก็เสียหาย จะมามัวตั้งแง่ใส่กันทำไม? ในวันที่คนทั้งโลกตราหน้าคุณ... มีแค่ภานะที่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น และมีแค่ภาที่ยังยอมรับในตัวคุณได้”
เธอนโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขา
“เลิกทำตัวเป็นคนดีเพื่อให้เขากลับมาเถอะค่ะ เพราะต่อให้เขาแสร้งให้อภัย ลึกๆ เขาก็จะขยะแขยงคุณไปตลอดชีวิต... แต่กับภา ภาไม่ได้หวังให้คุณเป็นพระเอก ภารักที่คุณเป็นคุณ เรามาหาทางออกที่ ‘สมประโยชน์’ กับเราทั้งคู่ดีกว่าไหมคะ?
งานวิจัยเรายังต้องทำด้วยกัน ตำแหน่งที่คุณอยากได้ ภาก็ช่วยดันคุณได้... ในเมื่อแพรให้คุณไม่ได้ แต่ภาให้ได้ทุกอย่าง... คุณจะเลือกทางที่ทรมานตัวเองไปทำไมคะกร?”
พี่กรนิ่งอึ้ง คำพูดของวิภาเหมือนยาพิษเคลือบน้ำตาลที่ดูสมเหตุสมผลในวันที่เขาไม่เหลือใคร เขาไม่ได้ตอบรับ แต่ก็ไม่ได้สะบัดมือเธอออกเหมือนทุกครั้ง ความนิ่งเฉยนั้นทำให้วิภาลอบยิ้มอย่างผู้ชนะ
- ด้านนอกห้องทำงาน -
แพรรีบก้มหน้าลง ไม่อยากรับรู้ภาพบาดตา
แต่ความคิดกลับวนเวียนไม่จบสิ้น ‘ที่แฟนเก่าเขาตามราวี คงเพราะพี่กรเป็นแบบนี้สินะ... ชอบไปมีความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราว พอเขาตามเกาะแกะก็กลับรำคาญ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนเริ่มแท้ๆ’
เธอกำเมาส์แน่นจนข้อนิ้วซีด ความจริงที่เริ่มปรากฏทำให้เธอเจ็บแปลบ เธอเคยเชื่อว่าเขาเผลอใจเพราะความเมา แต่ยิ่งเห็นวิภายังคงเดินเข้าออกห้องนั้น ยิ้มหวาน และกระซิบข้างหูเขาได้ทุกวัน มันยิ่งตอกย้ำว่าพี่กรอาจจะเป็นคนแบบนี้มาตลอด... คนที่พูดว่ารักแต่หักห้ามสัญชาตญาณตัวเองไม่ได้เมื่อมีโอกาส
ประตูห้องเปิดออก วิภาเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูเหมือนรู้ทันสายตาของแพรที่จ้องมองอยู่ ก่อนจะเดินจากไปนิ่งๆ
แพรได้แต่กำหมัดแน่นใต้โต๊ะ หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เธอรู้สึกเหมือนถูกท้าทายเงียบๆ และนั่นทำให้เธอมั่นใจว่า... เธอต้องตัดสินใจเรื่องนี้ให้เด็ดขาดเสียที
แรงสั่นของโทรศัพท์เรียกสติเธอคืนมา ชื่อ ‘พี่กร’ ปรากฏบนหน้าจอไลน์
ธนากร: “แพร... พี่ขอคุยด้วยหน่อยครับ เข้ามาหาพี่ในห้องได้ไหม ตอนนี้พี่อยู่คนเดียว พี่อยากอธิบาย พี่จะไม่กดดันหนู... รอหนูอยู่นะครับ”
แพรจ้องข้อความนั้นจนตาแสบ นิ้วชะงักอยู่บนหน้าจอครู่หนึ่งก่อนจะพิมพ์ตอบสั้นๆ “ค่ะ... เดี๋ยวหนูไป”
เธอเดินไปตามทางเดินที่ดูยาวไกลกว่าปกติจนถึงหน้าห้องที่เปิดแง้มไว้เหมือนตั้งใจรอ แพรเคาะเบาๆ แล้วผลักเข้าไป พี่กรยืนอยู่กลางห้อง สภาพเหนื่อยล้าของเขาเห็นชัดได้จากขอบตาที่คล้ำเสีย
ทันทีที่เห็นแพร สายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความหวังปนความกลัว
“แพร... ขอบคุณที่ยอมมา พี่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี แต่พี่ขอพูดตรงๆ พี่ผิดจริง พี่ทำร้ายหนูที่สุด พี่เผลอใจไปกับ อ.วิภา พี่ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น” เขาก้มหน้าลง กำมือแน่น
“พี่ขอโอกาสแก้ตัวได้ไหมครับ แม้จะแค่ในฐานะเพื่อนก่อนก็ได้ พี่จะไม่เร่งรัด พี่แค่อยากให้หนูรู้ว่าพี่เสียใจขนาดไหน และพี่จะไม่ทำร้ายหนูอีก...”
พี่กรเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยน้ำตาคลอเบ้า
“ถ้าหนูบอกว่าให้เลิก พี่ก็จะยอม แต่พี่ขอร้อง... อย่าหายไปจากพี่แบบวันนั้นอีกเลย พี่กลัวจริงๆ”
ห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นพร่า
แพรยืนนิ่งมองหน้าเขาตรงๆ น้ำตาที่ไหลลงมาเธอไม่ได้ปาดมันออกอีกต่อไป
“พี่กรคะ... หนูยังไม่พร้อมคุยตอนนี้จริงๆ หนูเห็นพี่กับเขาแล้วหนูเจ็บจนไม่รู้จะเชื่อพี่ได้ยังไงอีก พี่บอกจะตัดขาดแต่เธอก็ยังมาหาพี่ได้ทุกวัน อ้างเรื่องงานแต่สุดท้ายก็ ‘พลาด’ ถ้ามีครั้งแรก มันก็ต้องมีครั้งที่สอง... หนูไม่รับปากอะไรทั้งนั้น หนูขอตัวไปทำงานก่อนค่ะ”
พี่กรตัวแข็งทื่อ สีหน้าซีดลงทันที เขาทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ
“ครับ... พี่เข้าใจ พี่จะไม่บังคับหนู พี่จะทำให้เห็นเองว่าพี่จะตัดขาดทุกอย่างจริงๆ... พี่จะรอจนกว่าหนูจะพร้อม”
แพรไม่ตอบอะไร เธอหันหลังเดินออกจากห้องไปเงียบๆ เมื่อกลับถึงโต๊ะ เธอตัดสินใจส่งข้อความหาพี่เอก
แพร: “พี่เอกคะ... เย็นนี้ว่างไหมคะ หนูอยากชวนไปทานข้าว ช่วงนี้หนูไม่อยากอยู่คนเดียวเลยค่ะ”
ไม่กี่นาทีต่อมา พี่เอกตอบกลับด้วยความยินดีพร้อมนัดแนะมารับที่ลานจอดรถ แพรยิ้มจางๆ ได้เป็นครั้งแรกของวัน
- ร้านอาหารญี่ปุ่น 18.00 น. -
บรรยากาศการทานอาหารเป็นไปอย่างเรียบง่าย
พี่เอกเล่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เธอผ่อนคลาย เขาไม่กดดัน ไม่ถามถึงอนาคต และไม่แตะต้องตัวเธอเกินจำเป็น แพรเริ่มเห็นพี่เอกในมุมที่ใจเย็นและเป็นผู้ฟังที่ดี แตกต่างจากภาพลักษณ์ในอดีตอย่างสิ้นเชิง
หลังจบมื้ออาหาร พี่เอกจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของแพร แววตาของเขาดูยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง
“แพร... หนูรู้ใช่ไหมว่าพี่ไม่ใช่คนดี วันที่พี่เคยเลวใส่หนู พี่อยากจะย้อนกลับไปซัดหน้าตัวเองให้ตายทุกครั้งที่นึกถึง”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก “พี่เคยคิดว่าการบังคับครอบครองคือความรัก แต่พอเห็นหนูร้องไห้ พี่ถึงรู้ว่าความรักที่เริ่มด้วยการบังคับ มันจบด้วยการทำลายเสมอ... พี่ใช้เวลานานมากเพื่อตกตะกอนว่า ถ้าพี่รักใครจริงๆ พี่ต้องรักเกียรติของเขาด้วย”
พี่เอกเปลี่ยนโทนเสียงให้จริงจังขึ้น “แต่ที่พี่พูด เพราะอยากให้หนูมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้... ผู้ชายที่บอกว่ารักหนูที่สุด แต่กลับไม่เคย ‘วางเส้น’ ระหว่างเขากับผู้หญิงคนอื่นให้ชัดเจน เขาปล่อยให้หนูจมอยู่กับความระแวงจนแทบจะเป็นบ้า... ลองคิดดูนะแพร ถ้าวันนี้ไม่มีพี่อยู่ข้างๆ หนูต้องนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บ้านคนเดียว ท่ามกลางสายที่เขาโทรมากดดันอภัยให้เป็นร้อยสาย... หนูว่าสภาพจิตใจหนูจะเป็นยังไง?”
คำพูดของเอกสะกิดใจแพรอย่างแรง เธอนิ่งเงียบไป
“ความรักที่ทำให้อีกฝ่ายต้องหวาดระแวง หรือต้องแบกรับความกดดันจากการอ้อนวอนที่น่าอึดอัด... มันต่างอะไรจากการที่พี่เคยพยายามบังคับหนูในวันนั้นล่ะครับ? ถามตัวเองดูนะ ว่าคนที่บอกว่ารักหนู... เขาปกป้องหนูจากคนอื่น หรือเขากำลังปกป้องตัวเองจากความผิดของเขากันแน่”
- หน้าบ้านของแพร -
พี่เอกขับรถส่งแพรถึงหน้าบ้านด้วยความเงียบที่แสนสบายใจ
เขาเปิดประตูให้เธอพร้อมรอยยิ้มนุ่มนวล “ถึงแล้วครับ... ขอบคุณที่ยอมมาทานข้าวด้วยกันนะ ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่พร้อมไปทำงานคนเดียว พี่ไปส่งได้เสมอ พี่อยู่ตรงนี้ครับ”
แพรยิ้มตอบอย่างขอบคุณก่อนเข้าบ้านไป เธอรู้สึกเหนื่อยแต่โล่งใจอย่างประหลาด
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเห็นสายที่ไม่ได้รับจากพี่กรอีกนับไม่ถ้วน แต่คราวนี้เธอเลือกเปิดโหมดเครื่องบินแล้ววางมันลง คืนนี้... เธออยากนอนโดยไม่ต้องคิดถึงเขาอีก
แต่สิ่งที่แพรไม่รู้คือ... พี่กรจอดรถดับเครื่องอยู่ในมุมมืดห่างจากบ้านเธอไปไม่กี่หลัง
เขาเห็นภาพที่เอกมาส่งเธอและรอยยิ้มที่เธอมอบให้ชายอื่น ภาพนั้นทำให้เขากำพวงมาลัยแน่นจนนิ้วซีด ใจเขาเจ็บร้าวราวกับถูกแทง เขาพยายามโทรหาซ้ำๆ แต่ก็ไม่มีการตอบรับ เขาได้แต่ทุบพวงมาลัยร้องไห้ด้วยความหึงหวงและเสียใจ
คืนนั้นพี่กรไม่ได้กลับคอนโด เขานั่งอยู่ในรถหน้าซอยบ้านแพรจนดึกดื่น ส่งข้อความหาเธอนับร้อยครั้งแต่ไม่มีการแจ้งเตือนว่าถูกอ่าน
สุดท้ายเขาก็ผล็อยหลับไปด้วยความหมดแรง มือยังกำโทรศัพท์ที่ค้างหน้าจอข้อความที่ยังไม่ได้ส่งไว้... ข้อความที่บอกว่าเขาเห็นเธอยิ้มให้คนอื่น และเขาจะรอเธอไม่ว่านานแค่ไหน
วันต่อมา แพรตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เบาลงเล็กน้อย เธอเห็นสายไม่ได้รับนับร้อยสายแต่เลือกที่จะเพิกเฉย เธอแต่งตัวและขับรถไปทำงานตามปกติ
วันนี้... เธอจะไม่หนีอีกแล้ว เธอจะเผชิญหน้ากับความจริง แม้ในใจลึกๆ ความรักที่มีต่อเขายังคงอยู่ แต่มันถูกเคลือบไว้ด้วยความเย็นชาที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเอง