
ตอนที่69 คาถาผสานชีวิต
องค์หญิงเจ้าเฟิงจูงมือกริชเพชรเดินกลับมาที่เตียงปลอบใจเขา ชายหนุ่มยังหันหน้ามอง เสี้ยวดวงไฟจิตวิญญาณของภูตสาว ผู้มีความสัมพันธ์ยิ่งกว่าเครือญาติเหมือนคนในครอบครัวตั้งแต่ชายหนุ่มเกิดมา ดังนั้นกริชเพชรจึงตัดสินใจว่าจะต้องช่วยเหลือหนิงหนิงให้ถึงที่สุด
"ถ้าอย่างนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้นางดับสูญสลายข้าสามารถ ใช้คาถาส่งนางไปเกิดได้หรือไม่..."
กริชเพชรถามองค์หญิงเจ้าเฟิงแม้ว่าเขา และหนิงหนิงจะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ต่อไปแต่ความปรารถนาสูงสุดของนางภูตสาว คือไปเกิดใหม่ ถ้าไม่สามารถเหนี่ยวรั้งตัวนางไว้ได้ก็ส่งนางไปเกิดตามเจตนาเดิมของนาง กริชเพชรก็ยังพอทำใจได้บ้าง
"เป็นไปไม่ได้หรอกองค์ชายสิบสี่ นางมีแค่เสี้ยวดวงจิตแก่นแท้แค่สิบเปอร์เซ็นต์ นางไม่สามารถไปเกิดได้มีแต่จะดับสูญสลายไปเท่านั้น
จะใช้คาถาส่งนางไปเกิดนั้นทำไม่ได้แต่ถ้าจะรักษาชีวิตของนางไว้ ก็มีอีกวิธีคือต้องใช้คาถาเร้นลับประสานชีวิต ซึ่งมีแต่คนอสูรระดับห้าจึงจะสามารถ เรียนคาถานี้ได้ และต้องใช้เจ้าของภูตผูกสัญญาเท่านั้น จึงจะสามารถประสานรักษาชีวิตนางไว้ได้
นอกเหนือจากนั้นในเมืองอสูรวารีน้ำจืดนี้ มีคาถาแบบนี้ขายอยู่ที่เดียวคือตลาดมืดมันค่อนข้างแพงมากๆ ถึงแม้ว่าพระนางฮองเฮาฝ่ายขวาจะขนเงินทั้งหมดให้แก่ท่าน ก็อาจจะไม่พอในการซื้อคาถาจากตลาดมืดบทนี้ไปได้...."
เสียงหญิงสาวแผ่วเบาลง
"คนที่จะช่วยท่านได้อีกคนคือเสด็จแม่ของข้า แต่สำหรับภูตอสูรระดับหกอย่างนาง องค์ชายจะลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ...."
หญิงสาวหันมาถามชายหนุ่มที่กำลังนั่งจ้องหน้า ฟังนางบอกเล่าเรื่องราคาคาถาอย่างใจจดจ่อ
"แล้วมันเท่าไหร่ล่ะไม่แน่ข้าอาจจะมีเงินจำนวนนั้นก็ได้...."
หญิงสาวพยักหน้า เรื่องที่นางไม่รู้เกี่ยวกับเขาก็มีมากเหลือเกิน ดังนั้นองค์หญิงเจ้าเฟิงไม่กล้าดูหมิ่นวาสนาของชายหนุ่มเหมือนกัน
"ก็ประมาณหนึ่งล้านดอร์นี่ถือว่าแพงมากๆ ..."
กริชเพชรยิ้มที่มุมปากแค่ หนึ่งล้านดอร์สำหรับเขามันเรื่องเล็ก
"ถ้างั้นเราไปซื้อกัน...."
เสียงชายหนุ่มพูดขึ้นทันที เขามีเหรียญดอร์มากมายในถุงนิมิตมันได้มาจากกล่องสมบัติในอุโมงค์ปะการัง
"ข้าคิดไม่ผิดเลย องค์ชายสิบสี่นับว่าเป็นคนมีวาสนายิ่งนัก มีเงินดอร์อยู่ในมือเป็นล้าน ถึงว่าท่านจึงมีกายอสูรที่เด่นล้ำซ่อนของวิเศษไว้จนผู้อื่นคาดเดายาก
แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ ส่วนที่สำคัญอีกอย่างคือนางต้องประกอบดวงจิตแก่นแท้กับภูตอสูรที่มีพลังระดับสูงขั้นเทพอสูรขึ้นไป มาเชื่อมต่อกับดวงจิตแก่นแท้ของนางต้องธาตุเดียวกับนางด้วยนะ
ภูตอสูรระดับนี้จึงจะสามารถทนไฟหลอมละลาย ในการรักษาดวงจิตแก่นแท้เสี้ยวเดียวของนางให้มีความทรงจำกลับมา ไม่เช่นนั้นนางก็จะฟื้นขึ้นมาโดยไม่สามารถจดจำท่านได้ หรือไม่วิญญาณของนางก็อาจจะแตกสลายไปเลย จึงเป็นการเสี่ยงมากที่จะหลอมละลายดวงจิตภูตอสูรเข้าด้วยกัน เพื่อประสานชีวิตจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก...."
องค์หญิงเจ้าเฟิงอธิบายเงื่อนไขขั้นตอนการประสานชีวิตเพิ่มเติม กริชเพชรลุกขึ้นจ้องหน้าหญิงสาวอย่างกระวนกระวาย
"แล้วจะต้องมีเงื่อนไขข้ออื่นอีกหรือไม่ที่จะประสานชีวิตหนิงหนิงให้กลับคืนมา...."
กริชเพชรถามขึ้นอย่างร้อนใจกลัวว่าจะมี เงื่อนไขข้อต่อไป
องค์หญิงเจ้าเฟิงถึงกับตะลึงเมื่อชายหนุ่มพูดแบบนี้ แสดงว่าเขาก็มีภูตเทพอสูรระดับสูงอยู่ในมือ
"องค์ชายสิบสี่ อย่าบอกข้านะว่าท่านก็มีภูตเทพอสูรระดับสูงอยู่กับตัวด้วย..."
หญิงสาวถามให้แน่ใจ ชายหนุ่มพยักหน้า
"หนิงหนิงเคยบอกว่าภูตอสูรตนนี้ อยู่ในระดับเทพอสูรขั้นสูง ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสูงเท่าไหร่ แต่เป็นภูตระดับเทพอสูรก็คงจะใช้ได้อยู่นะ.."
กริชเพชรพูดพร้อมกับขยับลุกขึ้น
"แต่องค์ชายสิบสี่ มีกายอสูรแค่ระดับแปด เท่านั้นไม่สามารถประกอบพิธีได้หรอกท่านต้องรอให้กายอสูรถึงขั้นคนอสูรระดับห้าจึงจะสามารถเริ่มเรียนคาถานี้ได้..."
หญิงสาวไม่รู้จะพูดยังไงนางเห็นถึงความตั้งใจที่แน่วแน่ของชายหนุ่มที่จะช่วยนางภูตสาว องค์หญิงเจ้าเฟิงรู้สึกดีใจแทนนาง แต่ข้อจำกัดมันมากมายเหลือเกิน หญิงสาวยิ่งสงสารเขาที่มีความตั้งใจจะช่วยหนิงหนิงให้ได้
"อาหญิงเจ้าเฟยทำได้หรือไม่ หรือท่านตาข้าก็น่าจะทำได้อยู่นะ..."
กริชเพชรพยายามใช้ความคิดหาทางช่วยเหลือหนิงหนิงทุกวิธีที่คิดออก
"ไม่ได้หรอกองค์ชายสิบสี่นางผูกสัญญากับท่าน ท่านต้องเป็นคนประสานวิญญาณของนางเอง..ผู้อื่นทำไม่ได้...."
คำตอบขององค์หญิงทำให้กริชเพชรต้องคิดหนัก เขานั่งลงบนเตียงมองดูร่างกายของตน
'เฮ้อ..กว่าจะขึ้นมาสู่ระดับนี้ได้แสนยากเย็นเหลือเกิน ขนาดได้ความช่วยเหลือจากเนื้อเทพสามชิ้นนั้น ก็ขึ้นมาถึงแค่ระดับห้าของกายอสูร กินผัดกะเพราเนื้อซาลาแมนเดอร์กับเห็ดชิเมจิก็ขึ้นมาได้แค่ระดับแปด...'
กริชเพชรพยายามคิดทบทวนว่าจะหาวิธีไหนที่จะให้ร่างกายเลื่อนระดับขึ้น มาสู่คนอสูรระดับห้าให้ได้ในระยะเวลาอันสั้นนี้ เขาหันไปมองหนิงหนิงขบกรามกัดฟันกรอดตัดสินใจอย่างบ้าคลั่ง
"พี่หญิงข้าต้องกินเนื้อดิบเพิ่มกายอสูรและต้องกินเป็นจำนวนมากด้วย เพื่อพัฒนาเลื่อนระดับกายอสูรให้สูงขึ้น ข้ามีเนื้อซาลาแมนเดอร์ขั้นเทพอยู่ในถุงสามตัว ข้าจะลองกินมันให้หมด ดูซิว่ามันจะเพิ่มกายอสูรได้สักเท่าไหร่ พวกเราออกไปข้างนอกกันเถอะ..."
ชายหนุ่มลุกขึ้นจับข้อมือขององค์หญิงเจ้าเฟิงหมายจะออกไปข้างนอกเอาซาลาแมนเดอร์ออกมากินเพื่อเพิ่มกายอสูร เขาต้องตัดใจกินมันสดๆ
"อะไรนะ! .องค์ชายสิบสี่มีเนื้อซาลาแมนเดอร์ขั้นเทพถึงสามตัวเชียวรึ ข้ามีเพียงแต่เนื้อซาลาแมนเดอร์ขั้นยอดเยี่ยมแค่สองตัวเท่านั้นเอง ท่านไปเก็บมาจากไหน..."
เสียงหญิงสาวถามขณะเงยหน้ามองเขา มันช่างเกินความคาดหมายของนางจริงๆ
"ข้าได้มาสามตัวท่านพี่ แล้วข้าจะต้องทำยังไงที่จะพัฒนากายอสูรจนสามารถประสานชีวิตให้กับหนิงหนิงได้..."
กริชเพชรถามขึ้นอย่างร้อนใจ เขาตัดสินใจเด็ดขาดจะต้องกินเนื้อสดๆ เพื่อเพิ่มกายอสูรให้มันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ไม่อาจปรุงสุกกินอีกต่อไปได้ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าเนื้อซาลาแมนเดอร์สามตัว จะไม่สามารถเพิ่มกายอสูรให้ถึงขั้นคนอสูรระดับห้าได้
"แต่พี่หญิงไม่แน่ใจนะว่าถ้าเราออกไปจะมีคนดักจับเราอยู่หรือไม่เพราะตอนที่พวกเราเข้ามาเหมือนเจ้าคนชุดดำมันจะตั้งค่ายกลกักขังพวกเราไว้..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงหันมาบอกชายหนุ่มกริชเพชรขมวดคิ้วใช้ความคิด
"ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาทางนี้.."กริชเพชรดึงหญิงสาวทะลุผ่านห้องแปดเหลี่ยม ออกไปประตูบานที่แปด องค์หญิงเจ้าเฟิงถูกชายหนุ่มดึงผ่านม่านประตูมิติ เห็นห้องแปดเหลี่ยมมีสายฟ้าวาววับอยู่ตรงกลางแท่น
นางรู้สึกแปลกใจมากๆ แต่ก็อดใจยังไม่อยากถามอะไรชายหนุ่ม ที่กำลังรีบร้อนหญิงสาวอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าการเลื่อนระดับกายอสูรไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งกินเนื้อสดๆ เข้าไปแม้ว่ากายอสูรจะขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มันจะทำให้ร่างกายของเขาเกิดพิกลพิการ พิสดารเป็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งได้ ถ้ากินเนื้อเทพเหล่านั้นไปอย่างไม่ระมัดระวัง องค์ชายสิบสี่เปิดประตูบานที่แปดปรากฏตัวอยู่บนยอดเขา ที่กริชเพชรเคยมาต่อสู้กับผีเสื้อยักษ์ในแดนต้องห้าม ของอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืดนั่นเอง
"ที่นี่คือที่ไหนเหรอองค์ชายสิบสี่..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงถามด้วยความสงสัยนางไม่รู้มาก่อนเลยว่าที่นี่ก็คือแดนศักดิ์สิทธิ์ห้ามผู้คนล่วงล้ำเข้ามาเป็นเขตแดนห่วงห้ามของอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืด เชื้อพระวงศ์ก็ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ถ้าเราเดินตรงไปด้านนั้นประมาณครึ่งเดือน ก็จะถึงหน้าประตูเมืองอสูรวารีน้ำจืด คาดว่าที่นี่ก็จะต้องอยู่ในดินแดนอสูรวารีน้ำจืดนี่แหละ..."ชายหนุ่มพูดพร้อมกับพลิกฝ่ามือขึ้นถุงนิมิตก็ปรากฏอยู่บนมือเขา
"ข้าไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบจัดการช่วยประสานชีวิตให้กับหนิงหนิง งั้นข้าจะต้องกินเนื้อดิบๆ พวกนี้ที่นี่แล้วละ..."
พูดจบเขาก็พลิกข้อมือ เกล็ดกระทะอสูรเทพก็ปรากฏบนมือของกริชเพชร ชายหนุ่มเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ประสานเข้ากับเกล็ดอาวุธเทพ จนมันขยายออกกว้างเป็นกะละมังขนาดใหญ่ เขาพลิกข้อมืออีกครั้งเนื้อสดๆ ที่เก็บอยู่ในกล่องเทพ ก็มากองสุมอยู่บนกระทะขนาดใหญ่ที่ชายหนุ่มขยายรัศมีเกือบสิบฟุต
"โอ้แม่เจ้า..มันเนื้อซาลาแมนเดอร์ระดับเทพเลยองค์ชายท่านไปหามาจากไหนทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงมองชิ้นเนื้อที่สับละเอียดอยู่บนกระทะ มันจะมีกลิ่นคาวของเนื้อสดๆ แต่ก็หอมหวนจนหญิงสาวต้องแอบกลืนน้ำลาย นางไม่เคยเห็นเนื้ออย่างดีขนาดนี้มาก่อน
'เราต้องเพิ่มกายอสูรเราต้องกินเนื้อดิบพวกนี้..หนิงหนิงรอแป๊บนึงนะ..."
กริชเพชรตัดสินใจแล้วว่ายังไงเขาก็ต้อง ช่วยนางภูตสาวให้ได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจเอามือหยิบชิ้นเนื้อซาลาแมนเดอร์ดิบๆ ยัดใส่ปากเคี้ยวงับๆ แล้วพยายามกลืนลงคอไปสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือเนื้อที่เขาเคี้ยวกลืนลงไปนั้น มันพุ่งพรวดออกมาจากปากกริชเพชร กระจายลงพื้นอย่างน่าเสียดาย
"โอ๊กกก!! ..อ๊วกกก~"
งับๆ ๆ!!
"..."
ท้องชายหนุ่มมันไม่รับเนื้อสดๆ จึงเกิดการคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง เขานั่งลงอ้วกจนน้ำสีเขียวๆ ไหลออกมาจากกระเพาะ
งับๆ ๆ!!
"..."
"โอ๊กกกก!! ..ยังไงข้าก็ต้องกินมันให้ได้ถ้ากินสุก มันจะไม่สามารถเพิ่มกายอสูรได้เต็มที่ ข้าต้องเป็นคนอสูรระดับห้าให้ได้..."เขาพูดพร้อมกับก้มลงเอื้อมมือไปในกระทะจับเนื้อดิบๆ ยัดใส่ปากใหม่อีกครั้งค่อยๆ เคี้ยว
งับๆ ๆ!! "
"โอ๊กกก!! "
"..."
กริชเพชรกลืนมันลงไปแล้ว กลับมาอ้วกใหม่หลายครั้ง องค์หญิงเจ้าเฟิงมองดูการกระทำอย่างบ้าคลั่งของชายหนุ่ม เขากินแล้วก็อ้วกเขาอ้วกแล้วกินใหม่ทำซ้ำไปซ้ำมา จนเนื้อซาลาแมนเดอร์ขั้นเทพกระจายเต็มพื้น สุดท้ายเขาก็สามารถบังคับตัวเองให้กลืนกินมันลงไปได้ ทั้งๆ ที่น้ำหูน้ำตายังไหลทะลักออกมาด้วยความคลื่นไส้ เขาช่างรักนางภูตสาวคนนั้นเสียจริง ยอมฝืนตัวเองขนาดนี้ หญิงสาวเคยได้ยินข่าวว่าชายหนุ่มกินแต่พืชผักนั่นก็คงเป็นความจริงเมื่อนางเห็นกับตาตัวเอง นึกสงสารองค์ชายสิบสี่ จนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
"องค์หญิงเจ้าเฟิงข้าต้องพยายามกินเนื้อดิบให้ได้ และข้าจะเพิ่มกายอสูรเดี๋ยวนี้..." เขานั่งลงหยิบชิ้นเนื้อซาลาแมนเดอร์ใส่ปากเคี้ยวสดๆ แล้วก็พยายามกลืนมันลงไปจนได้
วูบๆ ๆ!!
"โอ๊ยยยส์..!!? "
ฉับพลันเมื่อเนื้อถูกพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขาละลายอยู่ในท้อง มันก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายระเบิดพลังทะลักไปสู่ผิวหนังและเลือดเนื้อ ของกริชเพชรและประสานเป็นหนึ่งเดียว
ชายหนุ่มเริ่มดิ้นทุรนทุรายความหนาวเย็นมันจับขั้วหัวใจ กล้ามเนื้อในร่างกายเหมือนมันมีเสียงระเบิดดังเปี๊ยะๆ ไปหมด เส้นเลือดเดือดเหมือนไฟประสานกับกล้ามเนื้อที่เย็นเป็นน้ำแข็ง สร้างความทรมานให้เขาจนต้องกัดฟันกรอดๆ ดวงตาแดงก่ำ
"องค์ชายท่านเข้าสู่วิกฤตเลื่อนระดับ กายอสูรขั้นคนอสูรระดับหนึ่งแล้ว..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงตกตะลึงร่างขององค์ชายสิบสี่ผลัดเปลี่ยนกล้ามเนื้อปรากฏเกล็ดขึ้นตามตัวเป็นสีเขียว นอเขางอกยาวออกสองข้างกรงเล็บทั้งสิบยื่นยาวออกมา มันบ่งบอกถึงความไม่บริสุทธิ์ของเนื้ออสูรดิบๆ ที่ชายหนุ่มกินลงไปมันส่งผล เกิดความผิดปกติของร่างกาย ขึ้นมาทีละน้อย
......................................................................................................................................................................................