“เฮ้ย! ทริสตัน... หรือว่าเื่ทั้งหมดนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพี่ชายคนที่สามของแกวะ!” เสียงโพล่งออกมาของลิโอรันดังก้องไปทั่วห้อง ปลุกให้ทุกคนที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดพลันได้สติและหันมามองเขาเป็ตาเดียว
ทริสตันได้แต่ตีสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อข้อมูลในหัวเริ่มร้อยเรียงเข้าด้วยกัน คอร์วิน วินด์สเกล พี่ชายคนที่สามของเขาเพิ่งจะเกี่ยวดองกับตระกูลใหญ่ด้วยการแต่งงานกับบุตรสาวสุดรักของ ไซลาส เทียบัน เป็ไปได้ไหมว่าคอร์วิน้าจะกำจัดเขา? แต่ด้วยเหตุผลกลใดกันเล่า? แม้ในความทรงจำ ทั้งสองมักจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าเพียงเพราะความไม่ลงรอยกันแค่นั้น ถึงขั้นต้องปลิดชีพน้องชายร่วมสายเืเลยเชียวหรือ?
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด กิเซลล์เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบก่อนค่ะ ด้วยหลักฐานที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในตอนนี้ เรายังไม่อาจฟันธงถึงผู้บงการที่แท้จริงได้... ท่านทริสตันคะ อย่าเพิ่งด่วนสรุปในแง่ร้ายจนเกินไปนัก ดิฉันจะเร่งสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมให้มากกว่านี้ แล้วพวกเราค่อยมาพิจารณาหาข้อสรุปกันอีกครั้งค่ะ”
ทริสตันเพียงแต่พยักหน้าเงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยคำใด ท่าทีที่ดูเคร่งขรึมนั้นทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเขากำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ยากจะหยั่งถึง จึงพากันกล่าวขอตัวออกจากห้องไป ชายหนุ่มเพียงแต่ระบายยิ้มบางอย่างอ่อนใจ พลางเดินไปส่งทุกคนที่หน้าประตูด้วยท่าทีเป็มิตร
คล้อยหลังทุกคน ทริสตันเอนกายพิงพนักเก้าอี้พลางหลับตาลงช้า ๆ ปลายนิ้วของเขากระทบลงบนโต๊ะเป็จังหวะสม่ำเสมอจนเกิดเสียงดังก้องท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนที่มุมปากจะหยักลึกเป็รอยยิ้มหยัน
เหอะ... ป่านนี้พวกมันคงชะล่าใจกันหมดแล้วสินะ” เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ความจริงที่ไม่มีใครรู้นอกเหนือจากเขาก็คือ กาแฟเ้าปัญหานั้นถูกแบ่งไปเก็บซ่อนไว้ในภาชนะมิดชิดเพื่อรอการตรวจสอบในภายหลังเรียบร้อยแล้ว ในยามนี้เขาไม่อาจมอบความไว้วางใจให้ใครได้ทั้งสิ้น... จริงอยู่ว่าฟิโอร่าอาจเป็ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว ทว่าคนรอบกายเธอกลับเป็สิ่งที่เขายังต้องกังขา ไม่ว่าใครจะเป็ผู้บงการ ข่าวลือที่ว่าเขาไร้หลักฐานเื่ยาพิษย่อมต้องแพร่ไปถึงหูพวกมันอย่างแน่นอน และนั่นแหละคือสิ่งที่เขา้า
คอร์วิน... หากเป็เขาจริง แรงจูงใจจะอยู่ที่ดินแดนผืนนั้นหรือเปล่า? ทว่าต่อให้ทริสตันจะสิ้นชีพไป ดินแดนส่วนนั้นก็ไม่มีทางตกเป็ของคอร์วินอยู่ดี อย่างไรเสียาาวินด์สเกลก็คงส่งคนสนิทไปปกครองในฐานะผู้ว่าการ หรือไม่ก็คงให้ขั้วอำนาจเดิมดูแลต่อไป หรือต่อให้คนที่จะถูกส่งไปเป็เบี้ยล่างของคอร์วินจริง ๆ แต่มันจะคุ้มค่าพอให้เขาต้องเสี่ยงลงมือปลิดชีพน้องชายตนเองที่วิทยาลัยเชียวหรือ
ตามกฎหมายของจักรพรรดิ ทริสตันในฐานะบุตรของาาผู้ครองแคว้นที่ผ่านการศึกษาจากวิทยาลัยรอยัลซันสโตนครบสามปี จะได้รับสิทธิ์ขาดในการบริหารดินแดนอย่างเต็มกำลังโดยไร้ข้อผูกมัด ผิดกับตำแหน่ง ผู้ว่าการ ทั่วไปที่ไม่ได้ผ่านการศึกษาตามหลักสูตร ใครจะมารับตำแหน่งนี้ก็ได้ แม้จะได้ปกครองแต่ก็เป็เพียงหุ่นเชิดทางการเมือง การจะตรากฎหมายหรือริเริ่มโครงการใดล้วนต้องทำเื่ทูลขออนุมัติจากาาผู้ครองแคว้นเป็ลายลักษณ์อักษรเสียก่อน หากผู้ใดบังอาจฝ่าฝืนหรือถูกร้องเรียนว่ากระทำการโดยพลการ โทษทัณฑ์ที่รออยู่ย่อมหนักหนาสาหัสจนแทบไม่มีผู้ว่าการคนใดกล้าเสี่ยงชีวิตลองดี แน่นอนทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น อย่างในดินแดนห่างไกล ผู้ว่าการอาจจะไม่สนใจในเื่นี้ก็ได้
เป็ไปได้หรือไม่ว่า... เื่นี้ไม่ใช่การร่วมมือกันระหว่างคอร์วินและไซลาส แต่มันอาจเป็ฝีมือของใครบางคนที่อยู่สูงกว่านั้น? เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ทริสตันก็ได้แต่แหงนหน้ามองเพดานพลางทอดถอนใจยาว ั์ตาทั้งสองสว่างวาบด้วยประกายแห่งปัญญาที่มองทะลุปรุโปร่งถึงกลอุบาย สองมือของเขากำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย... เพราะสิ่งที่เขากำลังสงสัยนั้น ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้เสียทีเดียว
ทริสตันยกยิ้มอย่างเยือกเย็นพลางพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “การแก้แค้นน่ะเอาไว้ทีหลัง... เพราะเป้าหมายเดียวที่ฉันต้องทำให้สำเร็จในตอนนี้ คือการรักษาชีวิตเอาไว้ให้รอดจนจบการศึกษาให้ได้”
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป ทริสตันยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ภายใต้การอารักขาอย่างเข้มงวด มีเพียง่เวลาทานอาหารกับฟิโอร่าเท่านั้นที่เขาจะยอมปรากฏตัวนอกห้องพัก ทว่าความคืบหน้าจากสหายทั้งสามกลับเงียบหาย เช่นเดียวกับกิเซลล์ที่ไม่อาจสืบเสาะร่องรอยใดเพิ่มได้อีก ราวกับข้อมูลทุกอย่างถูกลบเลือนไปอย่างรัดกุม... ทว่าสำหรับทริสตัน ผลลัพธ์อันว่างเปล่าเช่นนี้กลับเป็ไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ทุกประการ
ต่อหน้าผู้มาเยือน ทริสตันมักจะแสร้งแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวและเกรี้ยวกราดเพื่อตบตาให้ทุกคนหลงเชื่อ ทว่าทันทีที่ประตูปิดลงและอยู่เพียงลำพัง เขากลับจมดิ่งอยู่กับกองตำราอย่างเงียบเชียบ ทั้งข้อกฎหมายแห่งจักรวรรดิ ข้อมูลภูมิภาค กำลังพลและสรรพาวุธที่ใช้ในปัจจุบัน รวมถึงลำดับฐานันดรของเหล่าขุนนาง แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือ 'แผนที่อาณาเขต' โดยเฉพาะภูมิประเทศในดินแดนปกครองของตน แม้ข้อมูลที่มีจะมิได้ละเอียดถี่ถ้วนนัก แต่ก็เพียงพอให้เขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางกลยุทธ์คร่าว ๆ ได้อย่างแม่นยำ
ความรู้ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้ฟิโอร่า ด้วยนิสัยรักการอ่านเธอจึงมีตำราเหล่านี้สะสมไว้เกือบครบถ้วน หรือหากเล่มใดขาดมือไป เธอก็จะเสาะหามาเติมเต็มให้เขาจนได้เสมอ ทริสตันขอร้องให้เธอเก็บงำเื่นี้ไว้เป็ความลับอย่างเข้มงวด เพราะในสายตาคนภายนอก ทริสตันคนเก่าคือผู้ที่ไม่เคยใส่ใจในศาสตร์ความรู้ใด ๆ และใช้ชีวิตผ่านไปวัน ๆ อย่างเปล่าประโยชน์ เมื่อหันกลับมามองความทรงจำของเ้าของร่างเดิมที่แทบจะเป็ศูนย์ในด้านวิชาการ ทริสตันก็ได้แต่เวทนาในใจ... ช่างเป็การใช้ชีวิตที่สูญเปล่าและไร้แก่นสารสิ้นดี
การเปลี่ยนจากคนเสเพลมาเป็ผู้ใฝ่รู้แบบปุบปับย่อมสร้างความผิดปกติจนน่าสงสัย ขนาดฟิโอร่ายังเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจจนเขาต้องอ้างเหตุผลเื่การไปรับตำแหน่งผู้ปกครองมากลบเกลื่อน แต่สำหรับศัตรูที่จ้องทำลายเขาอยู่ การให้พวกมันเห็นเพียง ทริสตันผู้ไร้สมอง คนเดิมย่อมเป็ประโยชน์ต่อการรักษาชีวิตให้รอดจนจบการศึกษามากกว่า ยิ่งพวกมันประเมินเขาต่ำเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีเวลาลอบวางแผนรับมือทุกอย่างได้อย่างรัดกุม
ในที่สุดวันสำคัญก็มาถึง วันที่ห้าของเดือนแรกอันเป็วันสิ้นสุดการศึกษาและวันแห่งการประกาศแต่งตั้งตำแหน่งอย่างเป็ทางการ โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากองค์จักรพรรดิเสด็จมาเป็ประธานในพิธี ทริสตันก้าวเท้าออกจากห้องพักในชุดนักศึกษาที่รีดเรียบไร้ที่ติ โดยมีฟิโอร่าและขบวนอารักขาเต็มอัตราศึกคอยติดตามอย่างใกล้ชิด ใบหน้าของเขาดูสงบนิ่งราวกับผิวน้ำ ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับพราวระยับด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ถูกซ่อนไว้อย่างแเี
เมื่อเดินเข้าสู่สถานที่จัดงาน รังสีแห่งความเหยียดหยามและสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจก็พุ่งตรงมาที่เขาจากทุกทิศทาง เสียงกระซิบกระซาบและเสียงหัวเราะเยาะดังแว่วมาให้ได้ยินเป็ระยะ ข่าวคราวเื่การเก็บตัวอย่างขลาดเขลาโดยอาศัยบารมีของน้องสาวทำให้นามของเขาถูกตราหน้าว่าเป็คนไร้ศักดิ์ศรีที่น่าเวทนาที่สุดในสายตาผู้คน ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังรุมประณามเขาด้วยวาจาและสายตา กลับมีหญิงสาวนางหนึ่งที่จ้องมองมายังทริสตันด้วยแววตาที่ผิดแผกไปจากผู้อื่น ั์ตาของเธอฉายประกายแห่งความเสน่หาและลุ่มหลงอย่างปิดไม่มิด
ทริสตันหาได้สนใจต่อสายตาหรือคำสบประมาทเ่าั้ไม่ เขาเพียงแต่ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระด้วยรู้ดีว่า หากการยอมถูกเหยียดหยามแลกมาซึ่งการมีชีวิตรอด ศักดิ์ศรีจอมปลอมเ่าั้ก็หาได้มีความหมายอันใด ประสบการณ์จากโลกใบเก่าหล่อหลอมให้เขาตระหนักว่า “ความอดทนไม่เคยเป็เื่สูญเปล่า ทว่าศักดิ์ศรีที่ยึดถือยามไร้ซึ่งกำลังต่างหากที่ไร้ค่า... จงใช้คำดูถูกเป็เปลวเพลิง ที่แผดเผาหนทางไปสู่อนาคตที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง” เขาพึมพำกับตนเองด้วยเสียงอันเบาหวิว ทว่าั์ตากลับโชติ่ด้วยความเชื่อมั่นพร้อมกับสองมือที่กำแน่น